เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1982 ขุนพลสวรรค์
บทที่ 1982 ขุนพลสวรรค์
ฉู่ลั่ว “ลัทธิเต๋าก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรกเพื่อต่อสู้กับปีศาจและผีที่ทรงพลัง”
“ตอนนี้ลัทธิเต๋าไม่เชื่อฟังแล้ว พวกเทพก็คงต้องให้มนุษย์กลับเผชิญกับความยากลำบากเหมือนในอดีต”
ซู่เซี่ยงหยางยืนนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะเยาะ “ที่แท้พวกเขาก็อยากให้เราฆ่ากันเองจริง ๆ !”
“สงครามวุ่นวาย มนุษย์ทุกข์ทรมาน เทพกำหนดโลกใหม่” ฉู่ลั่วพูดเบา ๆ “เป็นแบบนี้มาหลายพันปีแล้วค่ะ”
เธอยกยิ้มมุมปาก “ไม่ต้องใช่กลอุบายแบบใหม่ แค่ใช้ได้ผลก็พอ”
ซู่เซี่ยงหยาง “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังหัวเราะได้อีก!”
ฉู่ลั่วคว้าวิญญาณของซู่เซี่ยงหยางไว้แน่น แล้วพุ่งทะลุผ่านตัวอาคารขึ้นไปยังดาดฟ้าขององค์กร
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า “ฉันแค่สงสัยว่าถ้าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว เทพจะมีวิธีอะไรอีก”
“ฉู่ลั่ว คุณ…” ซู่เซี่ยงหยางมองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าตามเธอ
นี่มันโจ่งแจ้งเกินไปแล้ว!
เขารีบดึงแขนของฉู่ลั่ว “ถึงคุณจะโกรธแค่ไหนก็ไม่ควรท้าทายโจ่งแจ้งแบบนี้นะครับ!”
การกระซิบกระซาบกับการพูดกลางแจ้งแบบนี้ มันต่างกันลิบลับเลย
เขาไม่กล้าหรอก!
แต่ฉู่ลั่วยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้าต่อไป “ชีวิตมนุษย์ไร้ค่าเหมือนหญ้าปลายนาจริง ๆ เหรอ? เป็นแค่ตัวหมากบนกระดานเหรอ?”
“เพราะความโกรธของมนุษย์ไปไม่ถึงเทพเบื้องบน ชีวิตมนุษย์จึงถูกเล่นตลกตามใจชอบได้อย่างนั้นเหรอ?”
ท้องฟ้าที่เมื่อครู่ยังสดใสแดดจ้าพลันมืดครึ้มลงด้วยเมฆดำ
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว คิดจะเกลี้ยกล่อมฉู่ลั่ว แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความโกรธเหมือนกัน
ทำไม?
ทำไมต้องลากชีวิตผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?
ฉู่ลั่วพูดว่า “ใคร ๆ ก็บอกว่าชีวิตมนุษย์ถูกกำหนดไว้แล้ว คนที่ตายไปกะทันหันเหล่านั้น เป็นเพราะโชคชะตาของพวกเขาถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่แรก หรือตายเพราะถูกวางแผนกันแน่?”
ทันใดนั้นฉู่ลั่วชักดาบชิงเจวี๋ยออกมา ชี้ไปยังท้องฟ้า ถามเสียงดังว่า “ตอบฉันมา! สุดท้ายแล้วชีวิตมนุษย์ถูกสวรรค์กำหนด หรือว่าชีวิตมนุษย์เป็นเพียงเศษหญ้าที่สามารถบงการได้ตามใจชอบ?”
พลังวิญญาณอันทรงพลังรวมตัวกันบนดาบชิงเจวี๋ย ใบมีดเปลี่ยนเป็นสีแดง
แสงสีม่วงแดงพุ่งออกมาจากตัวดาบ พุ่งตรงไปยังเมฆดำ
ตู้ม!
พลังวิญญาณระเบิดกลางอากาศ ทำให้เมฆดำหนาทึบสลายไปทันที
เผยให้เห็นขุนพลสวรรค์ในชุดเกราะสีทอง ถือหอกสีเงินอยู่ภายใน
ขุนพลสวรรค์ทอดสายตาลงมาเบื้องล่าง มองฉู่ลั่วอย่างไม่ยินดียินร้าย
ฉู่ลั่วสบตากับขุนพลสวรรค์
“แม้แต่เทพเบื้องบนก็ตอบคำถามของฉันไม่ได้เหรอ?”
ขุนพลสวรรค์เงียบ
ฉู่ลั่วยิ้มเยาะ
เธอกลับดาบ คว้าวิญญาณของซู่เซี่ยงหยาง ไม่สนใจขุนพลสวรรค์ กลับไปที่องค์กรอีกครั้ง
เหลือเพียงซู่เซี่ยงหยางที่อ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดปากลงได้ในที่สุด
“เมื่อกี้คือเทพเหรอครับ?”
“เทพตัวจริงเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ใช่ค่ะ เป็นขุนพลสวรรค์!”
ซู่เซี่ยงหยางร้อนใจจนเดินวนไปมา “แล้วคุณยังจะไปยั่วโมโหเขาอีก! นั่นขุนพลสวรรค์นะ ไม่ใช่เทพแบบซีไป๋!”
แค่มองบุคลิกท่าทาง รวมถึงพลังอำนาจและความน่าเกรงขาม ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ขุนพลสวรรค์ธรรมดา
เขารู้สึกร้อนใจ เดินวนไปมา แต่ฉู่ลั่วกลับยิ้มน้อย ๆ
“คุณยังหัวเราะอีก?”
ฉู่ลั่ว “ความสามารถของหย่าจิ้งแข็งแกร่งจริง ๆ ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “หมายความว่ายังไงครับ?”
“ฉันท้าทายเทพ ใช้ดาบถามฟ้า แต่กลับไม่ได้รับการลงโทษใด ๆ พลังดาบพุ่งตรงไปยังแดนเทพ แต่ขุนพลสวรรค์ก็ไม่ได้ทำอะไรฉัน…” เธอมองดูซู่เซี่ยงหยางแล้วพูดต่อ “แม้ว่าการลงโทษจากสวรรค์จะไม่สามารถจัดการฉันได้ แต่ก็ยังมีคุณอยู่ข้าง ๆ ฉัน”
“คุณเป็นวิญญาณหยิน แต่ก็ไม่ได้รับการลงโทษเหมือนกัน”
ซู่เซี่ยงหยางดีใจขึ้นมาทันที “คุณหมายความว่าซุนหย่าจิ้งทำสำเร็จแล้วใช่ไหมครับ?”
จากนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณใช้ผมเป็นเหยื่อล่อเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ฉันมั่นใจว่าสามารถปกป้องคุณได้ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางพูดไม่ออก ได้แต่กลอกตาไปมา
“คุณอย่าลืมสิครับ! ตอนนี้ผมเป็นแค่วิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้นนะ! ถ้าถูกสวรรค์ลงโทษ ก็คงสลายเป็นเถ้าธุลีเท่านั้น”
เขาบ่นสองสามประโยค แล้วอดถามไม่ได้ว่า “ที่คุณบอกว่าซุนหย่าจิ้งทำสำเร็จแล้ว มันหมายความว่ายังไงครับ?”