เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2102 ตอนพิเศษ วิถีสววรค์ฟื้นคืนสติแล้ว
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 2102 ตอนพิเศษ วิถีสววรค์ฟื้นคืนสติแล้ว
บทที่ 2102 ตอนพิเศษ วิถีสววรค์ฟื้นคืนสติแล้ว
ทันทีที่เข้าสู่โลกอื่น กว่านหว่านก็สังเกตเห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วถามว่า “คุณรู้สึกถึงอะไรบางอย่างไหม?”
ฉู่จ้านตอบ “การกดขี่”
กว่านหว่านพยักหน้า “ใช่แล้ว การกดขี่ เป็นการกดขี่ที่มาจากวิถีสวรรค์”
วิถีสวรรค์ของโลกนี้ยังไม่ได้สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาก็ล่มสลายและหลับใหลไปเสียก่อน
ในเวลานี้แม้ว่ากฎเกณฑ์ของวิถีสวรรค์จะยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แต่ก็มีพลังกดดันที่ทรงอำนาจมากแล้ว
วิถีสวรรค์ตอนนี้แตกต่างจากวิถีสวรรค์ก่อนหน้า และแตกต่างจากวิถีสวรรค์ในโลกของพวกเขาทั้งหมด
มันช่างทรงพลังเหลือเกิน
ประตูทางเข้าด้านหลังสว่างขึ้นอีกครั้ง ฉู่ลั่วออกมาจากประตู ทันทีที่เธอออกมา เธอก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้
“พลังกดดันช่างแข็งแกร่งจริง ๆ”
ฉู่จ้านเอ่ย “ตอนที่ฉันมาถึง แรงกดดันยังไม่รุนแรงขนาดนี้เลยนะ”
เขามองไปรอบ ๆ
“ดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติไปบ้างด้วย”
ในช่วงหลายปีที่วิถีสวรรค์ของโลกอื่นหลับใหล สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างได้รับโอกาสในการฟื้นฟู จากที่เคยเป็นพืชพันธุ์เหี่ยวเฉา แมลงและนกหายไป จนถึงตอนนี้ที่ดอกไม้ต้นไม้ล้วนเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งมีชีวิตนับหมื่นนับแสนได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่
ทว่าเวลานี้กิ่งไม้และใบไม้พลันเหี่ยวเหลือง ดอกไม้ห้อยตกลงมา เมื่อสายลมพัดผ่าน กลีบดอกไม้ก็ร่วงหล่นเบา ๆ
เสียงของแมลงหรือนกร้องก็ไม่ได้ยินเลย
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไปหาเทียนเป่าและคนอื่น ๆ ก่อนเถอะ”
ฉู่ลั่วคว้าแขนคนละข้าง พาทั้งกว่านหว่านและฉู่จ้านวิ่งฝ่าป่าเขาไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงยอดเขาลูกหนึ่ง
บนภูเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน มีเงาร่างสองร่างยืนอยู่บนยอดเขานั้น
ท่ามกลางพายุหิมะ มังกรดำบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า และมีร่างเล็ก ๆ อยู่บนหลังมังกรดำ
ฉู่ลั่วก้าวเท้าเพียงครั้งเดียว พาพวกกว่านหว่านลงมาอยู่ข้างกายของชางฮ่าว เธอเอียงหน้ามองทางเทียนเป่าที่นั่งขัดสมาธิอยู่
ดวงหน้าเล็กของเทียนเป่ากำลังขมวดคิ้วแน่น ปากน้อย ๆ เม้มเป็นเส้นตรง
ชางฮ่าวเอ่ยขึ้นว่า
“วิถีสววรค์ฟื้นคืนสติแล้ว แต่เขาไม่ยอมสร้างการเชื่อมต่อกับเทียนเป่า เขากำลังปฏิเสธเทียนเป่า เทียนเป่าบอกว่าจะคุยกับเขา”
กว่านหว่านมองเทียนเป่าแล้วขมวดคิ้ว
“เมื่อวิถีสวรรค์ตื่นขึ้นมาก็จะต้องหาผู้ทำสัญญา ถ้าไม่มีผู้ทำสัญญา วิถีสวรรค์ก็จะต้องจมสู่การหลับใหล”
“เขายังคิดว่าตัวเองสามารถเป็นวิถีสวรรค์ได้เพียงลำพังหรือ?”
ฉู่ลั่วและชางฮ่าวต่างไม่พูดอะไร
การเป็นวิถีสวรรค์เพียงลำพังไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่หลังจากที่กลายเป็นวิถีสวรรค์เพียงลำพังแล้ว โลกใบนี้ก็จะเหลือเพียงเจตจำนงของวิถีสวรรค์เท่านั้น
ความดีและความชั่ว ความเลวร้ายและความดีงาม ไม่มีข้อสรุปแน่ชัด
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็จะกลายเป็นเพียงของเล่นเท่านั้น
พวกเขาเคยพบเจอโลกที่มีเพียงวิถีสวรรค์ระหว่างท่องไปในโลกต่าง ๆ
วิถีสวรรค์ที่ไม่มีการควบคุม จะสร้างโลกที่เป็นไปตามความต้องการของตนเองเท่านั้น
นิ้วมือของฉู่ลั่วที่อยู่ข้างลำตัวขยับเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วพูดว่า
“ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะทำให้เขาหลับอีกครั้ง”
ชางฮ่าวก็แค่นหัวเราะเย็นชาด้วย
“โลกใบนี้ไม่มีวิถีสวรรค์หรอก ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา มันก็ยังคงสงบไม่ใช่หรือ?”
กว่านหว่านมองคู่สามีภรรยา เธออ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็อดกลั้นเอาไว้
เมื่อมองเทียนเป่าที่มีสีหน้าซีดขาว กว่านหว่านก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยและจ้องมองท้องฟ้าอย่างดุดัน
เทียนเป่าน่ารักและใจดีขนาดนี้ ทำไมเขายังไม่ยอมอีก!
เวลาผ่านไปทีละวัน
แรงกดดันจากวิถีสวรรค์ยิ่งทวีความรุนแรง ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉายิ่งมีจำนวนมากขึ้น หลังจากยมทูตส่งคนมาบอกกล่าวหนึ่งคำ พวกเขาก็พายมทูตทั้งหมดออกไป
แรงกดดันที่ทรงพลังขนาดนี้ แม้แต่ยมทูตของปรโลกก็ยังทนไม่ไหวอีกหนึ่งเดือนผ่านไป ฉู่ลั่ว ก็ให้กวานวั่นพา ฉู่จ้าน ออกจาก ปรโลก
ทั้งโลกเหลือเพียงพวกเขาครอบครัวสามคน
พายุหิมะบนยอดเขาถาโถมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าสภาพอากาศของโลกใบนี้กำลังสูญเสียการควบคุม
แสงแดดแผดเผาและฤดูหนาวอันหนาวเหน็บสามารถปรากฏขึ้นพร้อมกันในพื้นที่เดียวกันได้
ประกาศ เรื่องนี้ได้ชนต้นฉบับล่าสุดแล้ว จำนวนตอนอัปเดตจะเป็นไปตามที่ต้นฉบับเผยแพร่นะคะ