Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1 : กลับมาเกิดใหม่ เมียไม่อยู่บ้าน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 1 : กลับมาเกิดใหม่ เมียไม่อยู่บ้าน
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 1 : กลับมาเกิดใหม่ เมียไม่อยู่บ้าน

    

    “นี่ก็ผ่านมา 20 ปีแล้ว ควรจบสักที ! ”

    

    มองดูรูปถ่ายใบเก่าในมือที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด เจียงเสี่ยวไป๋น้ำตาไหลรินออกจากหางตาของเขา

    

    “ผู้คนในเจียงวานล้วนจากไปแล้ว พ่อตา แม่ยาย พ่อ แม่ ทุกคนต่างจากไปหมดแล้ว”

    

    “ผมตอบแทนบุญคุณทุกคนหมดแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องไปหาทุกคนเสียที”

    

    “เพียงแต่คุณกับลูกจะให้อภัยผมไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ลูบไล้รูปภาพในมือราวกับกำลังสัมผัสใบหน้าของภรรยาและลูกสาว ขณะที่พึมพำกับตัวเองอย่างเศร้าสร้อย

    

    สามวันต่อมา

    

    ในวัน April Fool’s Day วันที่ 1 เมษายน

    

    ข่าวที่ช็อกโลกได้ถูกพูดถึงไปทั่ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ มหาเศรษฐีระดับหมื่นล้านขับเครื่องบินส่วนตัวลงทะเลเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อฆ่าตัวตาย

    

    พบซากเครื่องบินตกลงในทะเล แต่ไม่พบร่างของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    ตามรายงานข่าว เจียงเสี่ยวไป๋ทิ้งจดหมายลาตายไว้ก่อนเสียชีวิต และมรดกหลายหมื่นล้านของเขาได้ถูกบริจาคให้กับมหาวิทยาลัยการแพทย์ประเทศจีนเพื่อการวิจัยทางการแพทย์และความช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์

    

    สื่อทุกสำนักข่าวรีบรายงาน ผู้คนทั่วโลกต่างเกิดความโกลาหล

    

    ไม่มีใครคิดว่านักธุรกิจรุ่นใหญ่ระดับตำนานจะฆ่าตัวตายด้วยการขับเครื่องบินส่วนตัวลงทะเลในวัน April Fool’s Day สร้างเรื่องตลกให้กับคนทั้งโลก และยิ่งไม่มีใครคิดว่าพระเจ้าจะมาเล่นตลกกับชะตาชีวิตของเจียงเสี่ยวไป๋ มหาเศรษฐีผู้มีอำนาจอิทธิพลและความมั่งคั่งหลายหมื่นล้านคนนี้ ?

    

    และเรื่องตลกนั้นได้เริ่มขึ้นในวันที่ 1 เมษายน ปี 1983

    

    ……

    

    หลังจากลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง

    

    แสงแดดส่องผ่านกระเบื้องบนหลังคาเข้ามาในห้องนอนที่เงียบเหงา ทำให้เกิดแสงพร่าตาระยิบระยับ

    

    หลังคากระเบื้องมุง ผนังดิน บ้านเก่าที่ทรุดโทรม

    

    ตู้เสื้อผ้าง่อย ๆ โต๊ะเก้าอี้ไม้ที่แสนธรรมดา เตียงไม้กระดาน……

    

    นี่คือ……

    

    บ้านเกิดของเขาในเจียงวานเมื่อ 20 ปีก่อน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เกิดความสับสน เขายังไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า

    

    ฉันขับเครื่องบินลงทะเลฆ่าตัวตายไปแล้วไม่ใช่หรือ ?

    

    ทำไมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ล่ะ ?

    

    เขาออกแรงหยิกแขนตัวเอง

    

    อั๊ยโหยว เจ็บ !

    

    มันไม่ใช่ความฝัน

    

    งั้นหมายความว่า……

    

    ฉันเกิดใหม่อย่างนั้นหรือ !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มจนน้ำตาไหลอาบแก้ม

    

    เมื่อชาติที่แล้วเขาทำบาปต่อภรรยาและลูกสาว ทำให้พวกเธอต้องทนทุกข์ทรมานมาก และจากไปก่อนวัยอันควร

    

    เดิมทีเขาคิดว่าคงไม่อาจชดใช้ให้พวกเธอได้ แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะได้กลับมาเกิดใหม่

    

    “ในเมื่อพระเจ้าให้โอกาสผมมีชีวิตอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจะต้องปกป้องคุณและลูก ไม่ให้คุณและลูกต้องได้รับอันตรายหรือความคับข้องใจใดๆ ให้คุณและลูกมีชีวิตที่ดีที่สุดและมีความสุขที่สุด”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตกอยู่ในห้วงทุกข์และสุขไปในคราวเดียวกัน เขากำหมัดแน่นให้คำสาบานกับตนเอง

    

    เขาเช็ดน้ำตาแล้วรีบลุกขึ้นจากเตียง รีบเดินออกไปนอกห้องนอน แทบรอไม่ไหวที่จะได้พบกับคนที่เขาใฝ่ฝันถึงมาตลอด 20 ปี

    

    นอกจากห้องนอนแล้ว ภายในบ้านหลังนี้ยังมีห้องโถงและห้องครัวขนาดเล็กอีกด้วย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบเดินหาทั้งในและนอกบ้าน แต่ก็ไม่พบหลินเจียอินและเจียงชานภรรยาและลูกสาวของเขา มีเพียงต้นดอกกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมหวานเพียงต้นเดียวที่สวนหน้าบ้านเท่านั้นที่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์

    

    “พวกเธอไปไหนนะ ? ”

    

    เมื่อไม่เห็นภรรยาและลูกสาว ความสุขที่ได้กลับมาเกิดใหม่พลันหายไปทันที เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจอีกครั้ง

    

    “คงไม่ใช่วันนั้นหรอกใช่ไหม ? ”

    

    ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะนึกบางอย่างขึ้นได้ จิตใจของเขาจมดิ่งลงไปโดยไม่รู้ตัว

    

    แม้จะกลับมาเกิดใหม่แล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าตนเองกลับมาเกิดในวันไหน ปีอะไร ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดูจากสภาพกิ่งก้านและใบของต้นดอกกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมในสวนและทิวทัศน์ของภูเขาและทุ่งนาจากที่ไกล ๆ แล้ว คาดว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน

    

    และเขาจำได้อย่างชัดเจนว่าหลินเจียอินไปขายเลือดในวันที่ 1 เมษายน ปี 1983

    

    และเป็นเพราะเหตุการณ์นั้นเอง ทำให้หลินเจียอินติดโรคเอดส์มา

    

    “สวรรค์ ขอร้องล่ะ ช่วยอย่าล้อผมเล่นแบบนี้ได้ไหม”

    

    เมื่อนึกถึงโศกนาฏกรรมชาติที่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋เปลือกตากระตุก เหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมาทั่วตัว เขารีบวิ่งออกไปข้างนอกทันที

    

    ชื่อเมืองเจียงวานตั้งชื่อตามแม่น้ำชิงเจียง ซึ่งแม่น้ำชิงเจียงแห่งนี้ไหลตีเป็นวงโค้งใหญ่รอบภูเขาต้าชิง มองไกล ๆ ดูเหมือนรูปคันธนูขนาดใหญ่

    

    พื้นที่ครึ่งหนึ่งถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำชิงเจียง เป็นที่ราบดินอุดมสมบูรณ์ เนินเขาอีกสองสามลูกถัดไปคือเชิงเขาต้าชิง บ้านส่วนใหญ่สร้างใกล้กับภูเขา ซึ่งมีมากกว่าร้อยครัวเรือน

    

    ตระกูลเจียงเป็นตระกูลใหญ่ในเจียงวาน พื้นที่บ้านของคนตระกูลเจียงกว้างขวาง มีหลายสิบครัวเรือนที่แซ่เจียง หากไม่ใช่พวกลุงป้าน้าอาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

    

    บ้านของคนในตระกูลเจียงอยู่ไม่ไกลกัน หากหน้าบ้านไม่เชื่อมหากัน สวนหลังบ้านก็เชื่อมหากัน ระหว่างบ้านมีแค่แปลงผักคั่น สามารถแวะเข้าไปพูดคุยกันได้อย่างสะดวกสบาย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋วิ่งไปตามถนนราวกับคนบ้า เขาอยากเจอใครสักคนเพื่อถามหาเจียอินและชานชาน หรือไม่ก็ถามวันเวลาเพื่อให้เขาแน่ใจเสียหน่อย

    

    และสิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือ ตอนนี้บ้านเกือบทุกหลังถูกปิดตาย ไม่มีใครอยู่บ้านในวันนี้

    

    ก็จริง

    

    กลางวันแสก ๆ แบบนี้ มีแต่คนเกียจคร้านอย่างเขาเท่านั้นที่ชอบนอนอยู่บ้าน ไม่ไปทำงาน

    

    เมื่อหาใครไม่พบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ่งกระวนกระวายใจยิ่งขึ้น

    

    เขาวิ่งผ่านเขตบ้านของตระกูลเจียงไป แล้ววิ่งไปยังทุ่งทางใต้ของภูเขาอย่างรวดเร็ว

    

    ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนเป็นช่วงปลูกข้าวโพด เจียงเสี่ยวไป๋วิ่งไปด้วยพลางภาวนาไปด้วย: “ขออย่าให้เป็นวันนั้นเลย ขอให้เจียอินแค่พาชานชานไปปลูกข้าวโพดที่ไร่ด้วยเถอะ”

    

    ในยุคสมัยนั้น ไม่มีใครว่างอยู่บ้านดูแลลูกหลาน ครอบครัวชาวนาส่วนใหญ่เวลาลงแปลงนาแปลงไร่จึงมักจะพาพวกเด็ก ๆ ไปด้วย ให้พวกเขาเล่นอยู่ในแปลงนา เด็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็ให้มาช่วยงานง่าย ๆ ในไร่ในสวน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดแบบนี้ ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลเช่นกัน

    

    เมื่อลงจากเชิงเขามาแล้ว เขาก็พบว่าในแปลงนามีชาวบ้านมากมายกำลังง่วนอยู่กับงานของตน

    

    “ลุงสาม เห็นเจียอินบ้างไหม ? ” เจียงเสี่ยวไป๋วิ่งไปถามชายร่างกำยำคนหนึ่งที่กำลังใช้จอบขุดอยู่ในทุ่ง

    

    ชายคนนี้อายุประมาณ 40 ปีเศษ ชื่อเจียงไห่โป เป็นลุงสามของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงไห่โปได้ยินเสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ก็หยุดงานในมือ แล้วหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความสงสัย

    

    ไอ้สารเลวนี่สนใจเมียตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?

    

    แถมดูเขายังมีท่าทีกระวนกระวายขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าไม่มีเงินเล่นการพนัน แล้วรีบร้อนจะมาขอเงินหลินเจียอินน่ะ ?

    

    เจียงไห่โปถ่มน้ำลาย เขาปักจอบลงพื้นแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไม่เห็น”

    

    เมื่อไม่ได้ข่าวของหลินเจียอิน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ผิดหวังทันที

    

    หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว เขาก็รีบถามต่อ “ลุงสาม วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? ”

    

    เจียงไห่โปได้ยินแบบนั้นก็โมโหทันที เขาตะโกนด่ากราดอย่างไม่สนฟ้าสนดิน “ไอ้เด็กสารเลว วัน ๆ เอาแต่กินเหล้าจนฉี่มีแต่กลิ่นเหล้า เมาจนลืมวันลืมคืนแล้วหรือ ทำไมแกไม่เมาให้มันตาย ๆ ไปเลยล่ะ อยู่ไปก็เปลืองข้าวสุก……”

    

    เขาแค่ถามวันที่ แต่กลับต้องมาถูกด่าอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกน้อยใจอยู่เหมือนกัน

    

    แต่พอนึกถึงเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ที่เขาเคยทำลงไปเมื่อครั้งอดีต การที่เขาจะถูกลุงสามดุด่าก็ถือเป็นเรื่องปกติ

    

    อีกอย่างการได้กลับมาใช้ชีวิตแบบนี้อีกครั้ง เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าลุงสามของเขาเป็นคนปากร้ายใจดี ที่ดุด่าก็เพราะอยากให้เขาได้ดี เขาจึงไม่ได้สนใจท่าทีของลุงสาม เพียงแค่ถามอย่างเป็นกังวลว่า “ลุงสาม ผมมีเรื่องสำคัญมากจริง ๆ ลุงรีบบอกผมมาเถอะ”

    

    “คนอย่างแกจะไปมีเรื่องสำคัญอะไรอย่างคนอื่นเขา ? ”

    

    เจียงไห่โปไม่เชื่อ เขารู้แค่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋น่าจะยังไม่สร่างเมา เลยจำวันจำเดือนไม่ได้ หลังจากถามเขาแล้ว ไอ้เด็กนี่ก็คงจะไปเล่นการพนันกับเพื่อนต่อ เขาจึงพูดอย่างโมโหว่า “วันนี้คือวันที่ 1 เมษายน ปี 1983 แกจำวันนี้ไว้นะ และทางที่ดีที่สุดน่าจะมีพายุฝนให้ฟ้าผ่าแกให้ตายไปเลย……”

    

    ปัง !

    

    ราวกับมีฟ้าผ่าลงกลางหัวของเขา

    

    วันนี้คือวันที่ 1 เมษายน ปี 1983 !

    

    หลังจากมั่นใจแล้ว ความหวังในใจของเจียงเสี่ยวไป๋พลันพังทลายลงทันที ตอนนี้ความกังวลและความกระวนกระวายได้เข้ามาครอบงำจิตใจเขาแทน

    

    มันคือวันนี้ วันที่หลินเจียอินจะไปขายเลือดให้ธนาคารเลือดที่เมืองชิงโจว

    

    และเป็นวันนี้เองที่หลินเจียอินจะติดโรคเอดส์

    

    และในตอนนี้ หลินเจียอินไม่อยู่บ้าน เธอน่าจะไปที่ธนาคารเลือดแล้ว

    

    เกิดเสียงวืดขึ้นในหัวของเจียงเสี่ยวไป๋ เขารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน รู้สึกเหมือนโลกกำลังหยุดหมุนไปชั่วขณะ เป็นไปได้ไหมว่าแม้เขาจะกลับมาเกิดใหม่ แต่เขาก็ไม่อาจหลีกหนีจากโชคชะตาได้ และโศกนาฏกรรมนั้นยังคงดำเนินต่อไป ?

    

    “ไม่……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คำรามลั่น เขาจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของตนเอง เขาจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมนั้นเกิดขึ้นอีกในชาตินี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ออกแรงวิ่งไปทางที่จะไปเมืองชิงโจวอย่างสุดกำลัง

    

    

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1 : กลับมาเกิดใหม่ เมียไม่อยู่บ้าน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.