ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1111 มาถึงบ้านของหลัวฉางเซิง
ตอนที่ 1111 มาถึงบ้านของหลัวฉางเซิง
“นายอำเภอหลัว ฉันจะกลับบ้านไปเอาเหล้าก่อน”
หยินซื่อกล่าวเมื่อพวกเขาเดินมาถึงลานจอดรถของที่ว่าการอำเภอ
หลัวฉางเซิงเพียงพยักหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมาทันที “ผู้อำนวยการหยิน เอาแต่เหล้าที่มีแอลกอฮอล์ต่ำมาก็พอครับ อย่าดื่มกันหนักเลย”
หยินซื่อหัวเราะและพูดว่า “ฉันรู้แล้วน่า”
หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นรถจี๊ปแล้วขับออกไป
หลัวฉางเซิงมองไปรอบ ๆ และไม่เห็นรถของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงยิ้มและพูดว่า “รถแลนด์โรเวอร์ที่นำเข้าของคุณอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ”
ครั้งที่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถแลนด์โรเวอร์มา จึงทำให้หลัวฉางเซิงจำมันได้ชัดเจนหลังจากที่เคยนั่งครั้งหนึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เลขาหลี่เอาไปที่โรงงานโต๊ะหลุมไฟและโรงงานคั่วเกาลัด”
หลัวฉางเซิงเหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันอยากโชคดีมีเลขาที่เก่งและมีความสามารถพอ ๆ กับเลขาหลี่เหมือนกับคุณบ้าง จะได้ไม่ต้องทำอะไรเอง ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและนึกถึงความสามารถของหลี่ชิงอี
แต่เขาไม่ต้องการพูดเรื่องนี้อีกต่อไป เขาจึงพูดว่า “ไปกันเถอะครับ ผมคิดถึงอาหารที่พี่สะใภ้ทำแล้ว ”
ขณะที่หลัวฉางเซิงขึ้นรถ เขาก็พูดว่า “คุณควรจะโทรหาเลขาหลี่ให้มาทานอาหารเย็นที่บ้านของฉันด้วยกันนะ?”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ลืมมันไปเถอะครับ เธอน่าจะไปทานอาหารเย็นกับหงหยวนเจิงและหลี่เกินเย็นนี้แล้วล่ะ”
หลัวฉางเซิงเข้าใจและไม่ได้พูดถึงมันอีก
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านของหลัวฉางเซิง
พวกเขาทั้งสามเปิดประตูและเข้าไปในบ้าน หม่าเหวินยินกำลังนั่งกินเมล็ดแตงโมอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟ โดยมีหม้อไฟกำลังเดือดอยู่บนโต๊ะ และกลิ่นหอมของเนื้อสุนัขแดดเดียวก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
“พี่เสี่ยวไป๋ ! ”
เมื่อหม่าเหวินยินเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็ลุกขึ้นยืนทันทีและตะโกนทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นเธอก็ทักทายหลัวฉางเซิงและหม่าหลี่
หลัวฉางเซิงยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวหยิน, เสี่ยวไป๋เป็นเจ้านายที่มีพระคุณต่อเธอ เขาเป็นเหมือนผู้อาวุโส หยุดเรียกเขาว่าพี่เสี่ยวไป๋เสียที ฮ่าฮ่า … ”
เมื่อเธอได้ยินแบบนี้หม่าเหวินยินหน้าแดงขึ้นมาทันที
หม่าหลี่จ้องมองลูกสาวของเขาและพูดอย่างตำหนิ “เสี่ยวไป๋เป็นหัวหน้าของลูก ไม่ว่าเขาจะมีอายุเท่าไหร่ จะต้องเรียกเขาว่าผู้ช่วยเจียงนับจากนี้ไป”
เขา หลัวฉางเซิงและหยินซื่อต่างก็ถือเจียงเสี่ยวไป๋เป็นพี่น้อง แล้วลูกสาวของเขาจะมาเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ว่าพี่อีกคน มันจะเป็นแบบนี้ได้ยังไง ?
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่สำคัญหรอกครับ เหวินยินจะเรียกผมว่าพี่ต่อไปก็ได้”
ในแง่ของอายุ เขาอายุมากกว่าหม่าเหวินยินเพียงเจ็ดหรือแปดปีเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ ที่จะเรียกเขาว่าพี่ชาย
หม่าเหวินยินยิ้มออกมา “เรียกว่าพี่เสี่ยวไป๋ ฉันถนัดกว่า ! ”
เธอหันกลับมาและกลอกตาไปที่หม่าหลี่ “พ่อ ขนาดพี่เสี่ยวไป๋ยังไม่ว่าอะไร แต่พ่อกลับมาจู้จี้จุกจิกยิ่งกว่าแม่เสียอีก..”
จากนั้นเธอก็ดึงเจียงเสี่ยวไป๋อย่างกระตือรือร้น “พี่เสี่ยวไป๋ มานั่งสิ แล้วเดี๋ยวฉันจะไปชงชาให้พี่”
เธอปล่อยให้หลัวฉางเซิงและหม่าหลี่ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง แต่เข้ามาต้อนรับเจียงเสี่ยวไป๋อย่างกระตือรือร้น
หลัวฉางเซิงและหม่าหลี่มองหน้ากันและยิ้มอย่างขมขื่น
ในเวลานี้เซี่ยงหงจวี๋และหยางปี้ชุนก็ได้ยินเสียงและเดินออกมาจากห้องครัว
“เสี่ยวไป๋ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“นั่งพักกันก่อน อีกสักครู่อาหารก็จะพร้อมแล้ว”
เซี่ยงหงจวี๋พูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่ามีเพียงหลัวฉางเฉิง หม่าหลี่ และเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นที่มา เธอจึงถามว่า “เสี่ยวไป๋ แล้วชานชานไม่มาเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่สะใภ้ ชานชานเข้าโรงเรียนแล้วครับ”
เซี่ยงหงจวี๋พูดว่า “อ้อ” และพูดออกมาด้วยท่าทางเสียใจ “ชานชานไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว ปีกว่าแล้วที่ฉันไม่ได้เจอเธอ ฉันคิดถึงเธอจริง ๆ ”
เธอชี้ไปที่หม้อไฟที่กำลังเดือดอยู่บนโต๊ะไปแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินเหล่าหลัวบอกว่าคุณมา ฉันจึงคิดว่าเธอมากับคุณด้วย จึงทำเนื้อสุนัขแดดเดียวที่เธอชอบกินไว้เยอะเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้ คุณลำเอียงมาก ผมก็ชอบกินเนื้อสุนัขแดดเดียวเหมือนกันนะครับ”
เซี่ยงหงจวี๋พูดอย่างร่าเริง “แบบนั้นก็ดี คุณก็กินเยอะ ๆ ล่ะ”
หลังจากพูดหยอกล้อกันไปบ้าง เซี่ยงหงจวี๋ก็กล่าวเสริมว่า “เสี่ยวไป๋ ถ้าชานชานหยุดช่วงฤดูหนาว พาเธอมาที่ถู่เฉิงสักสองวันนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่สะใภ้ ในปีนี้อาจจะยังไม่ได้หรอกครับ”
เซี่ยงหงจวี๋ถามด้วยความไม่พอใจ “ทำไมล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวของปีนี้ เธอจะต้องไปที่เทียนจิง ตามที่เธอได้สัญญากับปู่ทวดของเธอก่อนหน้านี้ครับ”
“ปู่ทวดของเธอ ? ”
เซี่ยงหงจวี๋ไม่รู้จักชายชราของตระกูลหลิน แต่แค่คำว่า “ปู่ทวด” ก็ฟังดูอาวุโสมากและคงจะแก่มาก อีกทั้งยังอาศัยอยู่ที่เทียนจิง ดังนั้นเธอจึงรู้สึกแปลกใจ และถามออกมาอย่างไม่เป็นทางการ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงอธิบายออกมาคร่าว ๆ ว่า “ปู่ทวดของเธออายุเก้าสิบเจ็ดปีแล้ว เขาไปตั้งรกรากอยู่ที่เทียนจิงกับลุงใหญ่เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว”
หลัวฉางเซิงยิ้มและพูดว่า “ฉันมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับพ่อตาของคุณ แต่ไม่รู้มาก่อนว่าเขามีครอบครัวอยู่ที่เทียนจิง ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พวกเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกันบ่อยนักครับ”
หลัวฉางเซิงพยักหน้า “ไม่น่าแปลกใจเลย”
เขาพูดกับเซี่ยงหงจวี๋ว่า “ปิดเทอมฤดูหนาวนี้ ชานชานจะต้องไปที่เทียนจิงเพื่อไปหาปู่ทวดของเธอ ถ้าคุณอยากเจอเธอ ปิดเทอมฤดูร้อนอีกทีก็ไปรับเธอมาที่นี่ได้”
เซี่ยงหงจวี๋พูดว่า “ไม่เป็นไร ! ”
เธอหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “โปรดอย่าลืมว่าวันหยุดฤดูร้อนครั้งหน้า พาเธอมาหาฉัน ฉันบอกคุณล่วงหน้าแล้วนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงโดยไม่มีข้อแม้อะไร “ตกลง ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนปีหน้า ผมจะพาเธอมาหาพี่สะใภ้สักสองสามวัน”
“งั้นก็ตามนี้ ! ”
เมื่อเห็นว่าเขาตกลง เซี่ยงหงจวี๋ก็มีความสุขและพูดว่า “เพราะถ้าคุณไม่เห็นด้วย ฉันก็จะให้คุณดื่มเหล้าเพิ่มอีกสองสามแก้วในภายหลังแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
โชคดีที่เขาตกลง ไม่งั้น… ผลที่ตามมาคงจะเป็นหายนะ
อย่างที่คาดไว้ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวที่สุด
แม้ว่าเธอจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา แต่หากว่าเมื่อไหร่เขาไม่ทำตามที่เธอร้องขอ หรือต่อต้าน เขาก็จะถูกเธอทำโทษด้วยการให้กินเหล้าเยอะขึ้นกว่าเดิมเสมอ
ตอนนั้นเองที่หยางปี้ชุนเข้ามาแทรกและถามว่า “แล้วเหล่าหยินอยู่ที่ไหน ทำไมวันนี้เขาไม่มาด้วยกันล่ะ ? ”
หลัวฉางเซิง, หม่าหลี่ และหยินซื่อพูดได้ว่าเป็นสามเหลี่ยมเหล็กของการดื่ม หากขาดใครคนหนึ่งไป พวกเขาจะไม่มีทางนัดกันมาดื่มแน่นอน
วันนี้เจียงเสี่ยวไป๋มา แต่ไม่เห็นหยินซื่อ หยางปี้ชุนรู้สึกแปลกใจจึงถาม
เมื่อได้ยินแบบนี้ เซี่ยงหงจวี๋ก็สังเกตเห็นว่าหยินซื่อไม่อยู่ที่นั่น และมองไปที่หลัวฉางเซิง “ใช่แล้ว เหล่าหยินไปไหน หลังจากออกไปทำธุระแล้ว เขายังไม่กลับมาอีกเหรอ ? ”
หลัวฉางเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เรื่องสำคัญขนาดนี้จะขาดเขาไปได้ยังไง”
“เขากลับบ้านไปเอาเหล้า อีกสักครู่ก็มาแล้ว”
เซี่ยงหงจวี๋พูดว่า “อ้อ” จากนั้นก็พูดต่อ “นึกว่าเขาไม่มา เป็นเพราะเขาไปเอาเหล้านี่เอง”
จากนั้นเขาก็บ่นกับหลัวฉางเซิงว่า “คุณนี่ก็จริง ๆ เลย ที่บ้านก็มีเหล้า ยังจะให้เขากลับไปเอาเหล้ามาอีก ! ”
หลัวฉางเซิง พูดอย่างเสียใจ “คุณจะตำหนิฉันในเรื่องนี้ได้อย่างไร เขาอยากกลับไปเอาเอง”
เซี่ยงหงจวี๋กล่าวว่า “ฉันขี้เกียจจะเถียงกับคุณแล้ว ! ”
เธอหันหลังแล้วเดินไปที่ห้องครัว เพราะยังมีอาหารอีกสองสามจานที่ต้องทำต่อ
“พวกคุณนั่งพักก่อนเถอะ ฉันจะไปช่วยพี่สะใภ้ทำกับข้าวก่อน”
หยางปี้ชุนพูดแล้วก็เดินเข้าไปในห้องครัว
หม่าเหวินยินชงชาให้ทั้งสามคนเสร็จแล้ว จากนั้นทั้ง 4 คนก็นั่งที่โต๊ะหลุมไฟ หลัวฉางเซิงยื่นบุหรี่ให้เจียงเสี่ยวไป๋และหม่าหลี่ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มคุยกันขณะรออาหารมาเสิร์ฟ
หม่าเหวินยินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างตื่นเต้น “พี่เสี่ยวไป๋ พี่จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ก็น่าจะประมาณสามถึงสี่วัน ! ”
ดวงตาของหม่าเหวินยินเป็นประกาย เธอก็พูดพร้อมกับยิ้มออกมาว่า ” พอดีเลย ฉันไม่เข้าใจเรื่องงานบางอย่าง แบบนี้ฉันก็สามารถขอคำแนะนำจากพี่ได้”
หม่าหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดขึ้นมา “เรื่องงานของลูก ทำไมถึงขอคำแนะนำจากเสี่ยวไป๋ล่ะ ? ”
“เสี่ยวไป๋มาครั้งนี้เพราะเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ บางทีเขาอาจไม่มีเวลาคุยกับลูก ! ”