Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 117 :หยิบยกเรื่องเก่ามาพูดใหม่อีกครั้ง

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 117 :หยิบยกเรื่องเก่ามาพูดใหม่อีกครั้ง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 117 :หยิบยกเรื่องเก่ามาพูดใหม่อีกครั้ง

    

    วันต่อมา ถานชิงซานถึงได้นำเรื่องเช่าบ้านมาบอกเจียงเสี่ยวไป๋

    

    ไม่ใช่ว่าเขาทำงานช้า แต่เป็นเพราะหวังเหว่ยเกาและจางซิ่วลี่ทำงานตอนกลางวัน กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงบ้านก็เย็นค่อนไปทางหัวค่ำแล้ว

    

    “พวกเขาสามีภรรยาบอกว่าบ้านหลังนั้นขายอย่างเดียว ไม่ปล่อยเช่า”

    

    ได้ยินคำพูดของถานชิงซาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถึงกับตกตะลึง

    

    ตอนนี้เขากำลังสร้างบ้านใหม่ในบ้านเกิดของเขา เดิมทีเขาไม่ได้วางแผนที่จะซื้อบ้านในเมืองชิงโจว

    

    “พวกเขาขายในราคาเท่าไหร่ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เงียบไปครู่หนึ่งแล้วถามออกไป

    

    “2,000 หยวน ! ” ถานชิงซานพูดต่ออีกว่า “หวังเหว่ยเกาบอกว่าที่โรงงานเคมีภัณฑ์ของเขาสร้างที่พักพนักงานให้ เขาได้ห้องพักมาชุดนึงพอดี หากไม่ใช่เป็นเพราะอยากซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้าน เขาก็คงไม่คิดขายบ้านของบรรพบุรุษ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วพูดว่า “ตกลง ถ้าพวกเขาย้ายของออกทันที ฉันก็จะซื้อ”

    

    ถานชิงซานตอบ “ฉันไปคุยกับพวกเขามาแล้ว พวกเขาบอกว่าหากเราจ่ายเงินแล้ว พวกเขาก็พร้อมย้ายออกทันที”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ให้ถานชิงซานไปเรียกหลินเจียอินมา แล้วเล่าเรื่องที่หวังเหว่ยเกาจะขายบ้านให้เธอฟัง ทั้งยังให้เธอไปถอนเงินมา 2,000 หยวนอีกด้วย

    

    เขาตั้งใจว่าจะจัดการเรื่องซื้อบ้านต่อจากหวังเหว่ยเกาให้เสร็จภายในเย็นนี้

    

    เงิน 2,000 หยวนในยุคปี 1983 ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มาก แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับควักจ่ายได้อย่างสบาย ๆ

    

    เมื่อพิจารณาว่าบ้านของหวังเหว่ยเกาเหมาะสมจริง ๆ เขาจึงตอบตกลงที่จะซื้อ

    

    ถึงอย่างไรบ้านที่เขาจะซื้อก็จะถูกนำมาทำเป็นร้านอาหารอยู่แล้ว ฉะนั้นก็คิดเสียว่าเป็นการซื้ออสังหาฯ มาสะสมไว้

    

    และในอนาคต ที่ดินแถบถนนชิงโจวจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกมหาศาล

    

    ถือเป็นการลงทุนไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

    

    “ทางฝั่งเจียงวานกำลังสร้างบ้านใหม่ ทางนี้คุณซื้อบ้านแล้วก็ต้องปรับปรุงทำเป็นร้านอีก แบบนี้เงินที่เรามีจะพอไหม ? ”

    

    หลินเจียอินไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะตัดสินใจซื้อบ้านที่อยู่ข้างร้านอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดตรงกับเธอเรื่องเปิดร้านอาหารขายเมนูกุ้งเครย์ฟิชโดยเฉพาะ ซึ่งจุดนี้เธอไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่เธอกังวลว่าเงินจะไม่พอ

    

    ครั้งที่แล้วพวกเขาหมดค่าปรับปรุงร้านน้ำชาไปตั้ง 5,000 กว่าหยวน

    

    อีกอย่างตอนที่ปรับปรุงร้านน้ำชา โครงสร้างส่วนใหญ่ยังคงเป็นโครงสร้างเดิม ทำให้ประหยัดเงินไปไม่น้อย

    

    แต่บ้านของหวังเหว่ยเกาไม่เหมือนกัน เดิมทีมันคือบ้านไว้สำหรับอยู่อาศัยอย่างเดียว และการที่จะปรับปรุงเป็นร้านอาหารจะต้องทำใหม่แทบทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เงินก้อนใหญ่

    

    “ไม่เป็นไร บ้านใหม่ของเราที่กำลังสร้างยังไม่ต้องใช้เงินมากขนาดนั้น”

    

    “อีกอย่าง เราจะเอาเงินร้านจ่ายเป็นค่าปรับปรุงภายใน พวกเราออกเงินแค่ 2,000 หยวนสำหรับซื้อบ้านก็พอ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    “อ้อ ! ”

    

    หลินเจียอินถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

    

    ถ้าใช้เงินร้านจ่ายค่าปรับปรุง เธอก็ไม่ต้องกังวลแล้ว

    

    ตอนนี้ร้านของพวกเขามีรายได้ต่อวันเกินกว่า 3,000 หยวน เมื่อวานนี้เธอได้เก็บเงินค่าจองกุ้งอบน้ำมัน 417 ชุด ได้เงินมาทั้งหมด 2,085 หยวน

    

    อีกทั้งวันนี้เธอได้ยังทำตามที่เจียงเสี่ยวไป๋บอก เธอได้เปิดให้ลูกค้าสมัครสมาชิก “ร้านอร่อยสามมื้อ” ซึ่งมีลูกค้าตัดสินใจสมัครบัตรสมาชิกหลายสิบใบ

    

    บัตรสมาชิกธรรมดาจะต้องฝากเงินล่วงหน้า 20 หยวน ได้รับส่วนลด 5%

    

    บัตรสมาชิกระดับเงินจะต้องฝากเงินล่วงหน้า 50 หยวน ได้รับส่วนลด 10%

    

    บัตรสมาชิกระดับทองฝากเงินล่วงหน้า 100 หยวน ได้ส่วนลด 15%

    

    ส่วนสมาชิกระดับ VIP จะต้องฝากล่วงหน้า 500 หยวน ได้รับส่วนลด 30%

    

    สำหรับการสมัครสมาชิกข้างต้นนี้มีไว้สำหรับบุคคลเท่านั้น ไม่ได้ออกให้กับหน่วยงาน

    

    ลูกค้าส่วนใหญ่สมัครบัตรสมาชิกธรรมดาและบัตรสมาชิกระดับเงิน ยังไม่มีใครสมัครบัตรสมาชิกระดับทองเลยสักคน

    

    แต่ยอดการสมัครสมาชิกหลายสิบใบนี้ก็ทำให้พวกเขาได้เงินมาหลายพันหยวนเช่นเดียวกัน

    

    ดังนั้น กระแสเงินสดของร้านจึงมีเพียงพอที่จะใช้จ่ายในการปรับปรุงและตกแต่งร้านใหม่

    

    เรื่องจึงเป็นอันตกลงกันตามนี้

    

    ตอนเย็น ถานชิงซานได้พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านกับหวังเหว่ยเกา ทางหวังเหว่ยเกาได้ตกลงว่าจะส่งมอบใบโอนกรรมสิทธิ์บ้านให้แก่เจียงเสี่ยวไป๋ในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง

    

    หวังเหว่ยเกาเห็นว่าชื่อของหลินเจียอินถูกเขียนลงในสัญญาซื้อขายบ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความประหลาดใจ “เถ้าแก่เจียง ทำไมคุณถึงไม่เขียนชื่อคุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของผม ทำไมผมจะเขียนชื่อเธอลงไปไม่ได้ล่ะ ? ”

    

    หวังเหว่ยเกาพูดไม่ออกทันที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปแล้ว จางซิ่วลี่ก็ได้แต่ทอดถอนใจ “เถ้าแก่เจียงดีกับภรรยาของเขามาก”

    

    หวังเหว่ยเกากลับหลุดหัวเราะออกมา “ผู้ชายต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนั้นชื่อในโฉนดก็ควรจะเป็นชื่อของฝ่ายชายสิ”

    

    ประโยคนี้ทำให้จางซิ่วลี่ไม่พอใจ

    

    สโลแกนความเสมอภาคระหว่างชายและหญิงเป็นที่พูดถึงมานานหลายทศวรรษ และสโลแกนที่ผู้หญิงสามารถมีส่วนร่วมในชีวิตสาธารณะ ในที่ทำงาน และทางการเมืองก็ถูกพูดถึงมานานหลายทศวรรษแล้วเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงยังคงเป็นรองผู้ชาย ไม่สามารถเป็นเจ้าบ้านและมีอำนาจตัดสินใจได้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ออกมาจากบ้านของหวังเหว่ยเกาแล้ว ก็พูดกับถานชิงซานว่า “พรุ่งนี้เมื่อพวกเขาย้ายออก พี่ชิงซานก็มาทำความสะอาดบ้าน วันมะรืนนี้ฉันจะขอให้ช่างจวงส่งคนงานสองสามคนมาปรับปรุงร้าน”

    

    หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดต่อ “ช่วงนี้พี่ไม่ต้องกังวลกับงานในร้าน พี่คอยคุมงานดูการปรับปรุงร้านใหม่ไป และหากพี่มีความคิดหรือข้อเสนอแนะดี ๆ อะไรก็บอกฉันมาได้เลย ไม่ต้องลังเล”

    

    ถานชิงซานพยักหน้ารับคำ

    

    เขาเคยเรียนรู้งานไม้จากช่างไม้ถานอยู่หลายปี เวลาที่ช่างไม้ถานออกไปรับงานก็มักจะให้เขาไปเป็นลูกมือ ฉะนั้นเขาย่อมมีประสบการณ์เกี่ยวกับการตกแต่งภายในรวมถึงพวกข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน

    

    หลังจากมอบหมายงานให้ถานชิงซานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาหลินเจียอินและเจียงชานกลับบ้าน

    

    เย็นนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาต้องทำ

    

    เขาต้องไปคุยกับจวงปี้เฉิงเกี่ยวกับการปรับปรุงร้านใหม่ และยังต้องขอให้ช่างไม้ถานทำโต๊ะเก้าอี้สำหรับร้านใหม่ด้วย อีกทั้งยังต้องวาดแปลนของร้านอีก

    

    โชคดีที่ของพวกนี้ทำง่าย ไม่ยาก แค่ต้องใช้เวลาทำ

    

    ไม่กี่วันต่อมา เขาก็งานยุ่งเหมือนเดิม

    

    เขาทำพะโล้ ทำกุ้งอบน้ำมัน ส่วนถานชิงซานยังมาขอคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับการตกแต่งร้านใหม่เป็นครั้งคราว

    

    แม้จะงานยุ่งแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะหาเวลามาสอนเจียงชานและหวังกังเล่นหมากรุก

    

    หลินเจียอินพูดขึ้นว่า “ตอนนี้งานคุณยุ่งขนาดนี้ ทำไมไม่รอให้พ้นช่วงยุ่งไปก่อน แล้วค่อยสอนพวกลูกเล่นหมากรุกล่ะ หมากรุกไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเสียหน่อย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่เห็นด้วย

    

    ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้หรือทำอะไร หากได้เริ่มต้นไปแล้วก็ไม่ควรหยุดกลางคัน

    

    หลายสิ่งหลายอย่างมักจะถูกล้มเลิกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะถูกขัดจังหวะระหว่างทาง

    

    สาเหตุที่หลายคนยอมแพ้ครึ่งทาง ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่มีเวลา

    

    และเวลาก็เหมือนนมวัว ถ้าบีบเค้นออกมาก็ย่อมต้องมีเสมอ

    

    ดังนั้น ต่อให้เจียงเสี่ยวไป๋จะงานยุ่งแค่ไหน เขาก็จะต้องเจียดเวลามาทำสิ่งที่ควรทำให้ได้

    

    ในช่วงเวลานี้ เขายังได้ต้อนรับแขกที่ไม่คาดคิดอีกด้วย

    

    นั่นก็คือประธานฟู่เต๋อเจิงแห่งสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันชิงโจวนั่นเอง

    

    เขาห่อกุ้งอบน้ำมันไปให้เซี่ยงเฉียนจิ้นกินหนึ่งกล่อง เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าทางนั้นไม่เก็บไว้กินคนเดียวแน่นอน ซึ่งเขาก็ทายถูกด้วย

    

    “ต่อไปเวลาที่ไปส่งพะโล้ของแต่ละวัน ให้นำกุ้งอบน้ำมันไปเพิ่มอีก 5 ชุดด้วย”

    

    คนในสำนักพิมพ์ชิงโจวมีไม่มากนัก ปัจจุบันโรงพิมพ์ในเครือสร้างรายได้หลายร้อยหยวนทุกวัน ฟู่เต๋อเจิงจึงตัดสินใจที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้น

    

    ซึ่งกุ้งอบน้ำมัน 5 ชุดมีราคาแค่ 25 หยวนเท่านั้น

    

    ตอนนี้โรงพิมพ์ของพวกเขาสามารถควักจ่ายได้อย่างสบาย ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ย่อมไม่ปฏิเสธ เขาจึงตอบรับด้วยรอยยิ้ม

    

    “น้องชาย ที่ฉันมาในครั้งนี้ต้องการหยิบยกเรื่องเก่ามาพูดใหม่อีกครั้ง”

    

    หลังจากพูดคุยถึงออเดอร์ของสำนักพิมพ์แล้ว ฟู่เต๋อเจิงก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดอย่างเคร่งขรึม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ เขารู้อยู่แล้วว่าฟู่เต๋อเจิงไม่ได้มาหาเขาเพียงเพราะเรื่องกุ้งอบน้ำมันเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงพูดไปว่า “ท่านประธาน ผมว่าเราอย่าพูดถึงเรื่องทำข่าวเลย ตอนนี้ผมยังไม่อยากโชว์ตัวเกินไป”

    

    “จะไม่ให้ทำข่าวได้อย่างไร ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงกล่าวอย่างจริงจังว่า “เรื่องมันฝรั่งไม่ได้มีมูลค่าเพิ่มสูงมากนัก น้องชายไม่อยากทำข่าวเรื่องนี้ก็ไม่เป็นไร แต่กุ้งชนิดนี้โตตามธรรมชาติ เมื่อก่อนผู้คนรู้จักมันในนามศัตรูพืชทำลายกล้าข้าว ไม่มีใครกล้ากินมัน แต่จากเมนูที่น้องชายทำออกมานั้น มันได้กลายเป็นอาหารโอชะไปแล้ว”

    

    “หากเราสามารถส่งเสริมได้ไปในวงกว้าง โอกาสทางการตลาดก็จะมีมากขึ้น”

    

    “และในฐานะที่ชิงโจวมีการนำกุ้งเครย์ฟิชมาทำอาหารกินเป็นที่แรก พวกเราสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งเครย์ฟิชอย่างจริงจัง และสร้างเมืองแห่งกุ้งเครย์ฟิชได้”

    

    ฟู่เต๋อเจิงยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น “ไม่ได้การ ครั้งนี้น้องชายต้องฟังฉัน”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 117 :หยิบยกเรื่องเก่ามาพูดใหม่อีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfO7mDyO4
เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
12/05/2026
62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.