Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1327 ขอซื้อชามข้าวใบนี้

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 1327 ขอซื้อชามข้าวใบนี้
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1327 ขอซื้อชามข้าวใบนี้

หลังจากถูกหลี่หมิงซานเรียกแล้วเรียกอีก ในที่สุดป้าเจิ้งและครอบครัวของเธอก็ยอมมากินอาหารเย็นด้วยกัน

ดูเหมือนว่าคนในตระกูลเจิ้งไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว

ทุกคนกินกันอย่างมีความสุขและกล่าวชมออกมาว่าอาหารมื้อนี้อร่อยแค่ไหน

เนื่องจากชามที่บ้านตระกูลเจิ้งไม่เพียงพอ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นจึงต้องไปเอาชามของตัวเองมา ส่วนคนตระกูลเจิ้งก็ใช้ชามของตัวเอง

หลี่หมิงซานเห็นว่าหญิงชรากำลังใช้ชามกระเบื้องสีเข้ม จึงพูดว่า “ป้าเจิ้ง ทำไมป้าไม่เปลี่ยนมาใช้ชามกระเบื้องสีขาวล่ะ ผมเห็นว่าชามของป้ามันดำแล้ว”

ป้าเจิ้งยิ้มและพูดว่า “ไอ้หนูซาน แม้ว่าชามของฉันจะเป็นสีดำ แต่ก็ใช้งานง่าย ขนาดกำลังดี และล้างได้ง่ายกว่าชามกระเบื้องสีขาวที่ใช้กันในปัจจุบัน”

ลูกชายของหญิงชรายิ้มแล้วพูดว่า “หมิงซาน คุณจะรู้อะไร แม่ของฉันเก็บชามแบบนี้ไว้ใช้เองทั้งหมด เธอไม่อนุญาตให้ใครใช้เลย และจะเอาออกมาเมื่อกินอาหารเท่านั้น”

ลูกสะใภ้ยังพูดอีกว่า “ใช่แล้ว เธอไม่อยากให้ฉันล้างจานนี้ให้ด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าฉันจะทำชามของเธอแตก”

หลานชายคนโตยังกล่าวอีกว่า “ผมก็อยากลองใช้ชามของย่าดูสักครั้ง แต่ย่าไม่เคยให้ผมใช้เลย”

หลี่หมิงซานที่ได้ฟังก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนต่างก็มีของรักของตัวเอง ป้าเจิ้งเก็บรักษาชามของเธออย่างดีก็แสดงว่าชามนั้นต้องมีความสำคัญต่อเธอมาก”

หลังจากพูดจบแล้ว เขาก็ถามหญิงชราว่า “ป้า ฉันพูดถูกหรือเปล่า ? ”

หญิงชราพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณพูดถูก ฉันชอบชามสีดำใบนี้มาก ! ”

ทุกคนมองดูชามสีดำในมือของหญิงชรา มันมีสีเข้ม และมีสีเหลืองแทรกเล็กน้อย รูปร่างดูแปลกเหมือนกับหมวก ซึ่งดูไม่ค่อยจะมีมาตรฐานเท่าไหร่

เจียงเสี่ยวไป๋เห็นดังนั้นก็หรี่ตาลง แล้วถามว่า “คุณป้า คุณป้าเอาชามนี้ติดตัวมากี่ปีแล้วเหรอครับ ? ”

ป้าเจิ้งเหมือนจะหลงอยู่ในความทรงจำครู่หนึ่ง และพูดว่า “ชามใบนี้อยู่กับฉันมาอายุมากกว่าลูกชายของฉันเสียอีก”

“ฉันเคยหนีสงครามและย้ายมาตั้งรกรากที่นี่”

“ภูเขาที่นี่ใหญ่จนคนญี่ปุ่นเข้ามาไม่ได้”

“ตอนหนีก็อาศัยชามใบนี้ขอทานมาตลอดทาง เป็นสิ่งเดียวที่นำติดตัวมาจากบ้านเกิด ฉันจึงหวงแหนมันมาก”

เป็นแบบนี้นี่เอง

ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของหญิงชราที่มีต่อชามสีดำนี้ทันที

เจียงเสี่ยวไป๋ถามต่อ “คุณป้ายังจำบ้านเกิดของตัวเองได้ไหมครับว่าอยู่ที่ไหน ? ”

หญิงชราพูดว่า “จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ”

“บ้านเกิดของฉันอยู่ที่มณฑลฝูเจี้ยน ! ”

เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ตอนนี้เราก็อยู่อย่างสงบสุขมาหลายปีแล้ว คุณป้าไม่เคยคิดที่จะกลับไปบ้านเกิดบ้างเลยเหรอครับ ? ”

หญิงชราถอนหายใจ “ตอนที่ฉันหนีจากความอดอยาก เกือบทุกคนในหมู่บ้านก็ได้อพยพออกมากันหมด คนในครอบครัวของฉันก็ออกมาพร้อมกันด้วย แต่พวกเขาเสียชีวิตระหว่างทางทั้งหมด”

“ครอบครัวของฉันตายไปหมดแล้ว ฉันเองก็กลัวที่จะอยู่คนเดียว ฉันจึงได้หนีออกมาให้ไกล กว่าจะรู้ตัว ฉันก็มาอยู่ที่ภูเขาลูกใหญ่นี้เป็นเวลาหลายปีแล้ว”

ทุกคนที่ได้ยินเรื่องเล่าของหญิงชราต่างก็พากันสะอึกไปตาม ๆ กัน

ในยุคของสงครามนั้น หลายครอบครัวต้องแตกแยกและพลัดพรากกันไป หลายครอบครัวก็ต้องเจอกับความสูญเสียที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้คนจำนวนมากต้องถูกฝังอยู่ในต่างแดน…

เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์ที่หดหู่ แล้วพูดกับหญิงชราว่า “คุณป้า ชามนี้ของคุณมีความหมายมากจนผมอยากจะซื้อมัน คุณป้าจะขายไหม ? ”

หลินเจียอินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “ชามใบนี้เป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวเธอมาจากบ้านเกิด คุณยังจะซื้อมันไปจากเธออีกเหรอ ? ”

หลี่หมิงซานยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ประธานหลินพูดถูก ทำไมคุณถึงสนใจชามที่ป้าเจิ้งหวงแหนนักหวงแหนหนาชามนี้ด้วย ? ”

หม่าหวันหลี่พูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง คุณถูกชามเก่า ๆ ของหญิงชราดึงดูด จนอยากมีงานอดิเรกเป็นนักสะสมของเก่าเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”

เหอซาน, เฟ่ยถูจือ, หลินเจียหง และคนอื่นมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาสงสัยว่าทำไมเขาถึงขอซื้อชามใบนี้ของหญิงชรา

จิตใจของหลินเจียจวินสั่นไหว เขารู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่ขอซื้อชามนี้จากหญิงชราอย่างแน่นอนหากว่าไม่มีเหตุผลอะไรอื่น

เว้นเสียแต่ว่า……

ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ชามในมือของหญิงชรา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองไม่ออก เขาไม่เห็นความพิเศษอะไรจากชามนี้เลย ?

เขาไม่พูดอะไร ได้แต่มองมันอย่างเงียบ ๆ

ทว่าเจียงไห่หยางแตกต่างออกไป หลังจากฟังคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็พูดด้วยความโกรธ “แกเป็นเด็กประสาอะไร ไม่ได้ยินหญิงชราบอกหรือไงว่าเธอให้ความสำคัญและหวงแหนชามนี้มาก แกยังจะขอซื้อไปอีก จะเอาไปทำไม ? ”

ลูกชายของหญิงชรายิ้มแล้วพูดว่า “เถ้าแก่เจียง แม่ของฉันคงจะขายชามนี้ให้คุณไม่ได้หรอก ! ”

แต่หญิงชรากลับพูดว่า “ใครบอกว่าฉันจะไม่ขายมัน ? ”

เธอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “พวกเขาบอกว่าคุณเป็นนักธุรกิจ ถ้าอย่างนั้นคุณจะซื้อชามดำใบนี้ของฉันในราคาเท่าไหร่ ? ”

เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “เอาแบบนี้เป็นไง ผมจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของคุณป้า เป็นบ้านสองชั้นตามโครงการพื้นที่ชนบทใหม่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครันและมีเฟอร์นิเจอร์ให้”

“นอกจากนี้ ผมยังจะให้เงินคุณป้าอีกหนึ่งหมื่นหยวน ข้าวหนึ่งพันชั่ง และเนื้อ 500 กิโลกรัมแลกกับชามใบนี้”

“เป็นอย่างไรบ้างครับ ? ”

ฮะ ?

“เท่าไหร่…คุณจะบอกว่าเท่าไหร่นะ ? ”

ลูกชายของหญิงชรายืนขึ้นและมองมาที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความเหลือเชื่อ

ลูกสะใภ้ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกัน “เถ้าแก่เจียงคุณ… คุณพูดจริงเหรอ ?… จริงหรือเปล่า ? ”

หลี่หมิงซาน, เหอซาน, เฟ่ยถูจือ, หม่าหวันหลี่ และคนอื่นก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความตกใจเหมือนกัน

มันก็แค่ชามเก่า ๆ ไม่ใช่เหรอ ?

คุ้มไหมที่ต้องแลกกับการสร้างบ้าน ให้เงิน ให้ข้าว และเนื้อสัตว์มากมายขนาดนี้ ?

หลินเจียจวินอดไม่ได้ที่จะดึงเสื้อของเจียงเสี่ยวไป๋และกระซิบว่า “ทำไมนายถึงใจใหญ่ขนาดนี้ ? แม้ว่าจะเป็นการบรรเทาความยากจน แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขามากมายขนาดนี้ก็ได้ ! ”

มีคนยากจนเยอะมากที่นี่ หากคุณช่วยแค่ครอบครัวนี้ แต่ไม่ช่วยครอบครัวอื่น ก็อาจจะเกิดคำครหาขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถช่วยเหลือทุกครอบครัวที่ยากจนแบบนี้ได้อย่างทั่วถึง !

แม้แต่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็รู้สึกว่าคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นค่อนข้างจะอุกอาจเกินไป

แต่มันก็เป็นเงินของลูกชายพวกเขา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะพูดอะไรออกมาได้

ตราบใดที่คุณไม่หลอกหญิงชรา ก็ไม่เป็นอะไร

แต่ทันใดนั้น ดวงตาของหลินเจียจวินก็เปล่งประกายในขณะที่เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และคิดในใจว่าถ้าผู้ชายคนนี้ยอมจ่ายเงินมากขนาดนี้ ก็แสดงว่าชามสีดำใบนี้จะต้องเป็นสมบัติที่ล้ำค่าแน่นอน

เพื่อตอบคำถามของลูกสะใภ้ของหญิงชรา เจียงเสี่ยวไป๋จึงพยักหน้าช้า ๆ “พี่สะใภ้ ที่ผมพูดไปเป็นความจริง ! ”

เขามองไปที่หญิงชราแล้วพูดว่า “ตราบใดที่คุณป้าตกลงจะขาย มันก็จะเป็นราคาที่ผมเพิ่งเสนอไป ! ”

หลานชายสองคนของหญิงชราก็ตื่นเต้นเช่นกัน

“ย่า ขายมันเถอะครับ ! ”

“ย่า ถ้าเถ้าแก่เจียงเสนอเงินให้มากมายขนาดนี้ ก็ขายมันไปเถอะ ! ”

“ใช่แล้วย่า รีบขายมันซะ ! ”

“……”

หญิงชรามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แล้วพูดว่า “เถ้าแก่เจียง คุณประมูลเก่งมาก ! ”

ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋พูดแต่เรื่องเงิน เธออาจจะไม่รู้สึกหวั่นไหว

แต่สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดคือการสร้างบ้าน และจะสร้างขึ้นตามมาตรฐานของโครงการชนบทใหม่คือบ้านสองชั้นพร้อมลาน นอกจากนี้ ยังได้รับเงิน ข้าว และเนื้อสัตว์ ข้อเสนอนี้เธอรู้สึกประทับใจมาก

มันเป็นแค่ชามสีดำใบเก่า ๆ ทำไมถึงได้เสนอเงินให้เธอเยอะขนาดนี้ ?

เธอเองก็ไม่เข้าใจ

“ย่า ขายมันเถอะครับ ! ”

“ครับแม่ ขายมันเถอะ ! ”

“ดูสิว่าตอนนี้เรากำลังใช้ชีวิตแบบไหน ! ”

ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายของหญิงชราต่างก็เร่งเร้า

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1327 ขอซื้อชามข้าวใบนี้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
24/06/2026
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
24/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.