Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 189 :มีคำขออะไรอีกไหม

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 189 :มีคำขออะไรอีกไหม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 189 :มีคำขออะไรอีกไหม

    

    เมื่อออกมาจากห้องทำงานของรองนายกเทศมนตรี เจียงเสี่ยวไป๋อารมณ์ดีมาก

    

    แม้ว่ารองนายกเทศมนตรีจางจะยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเรื่องโรงงานฟิล์มพลาสติกและพื้นที่อุตสาหกรรม 500 หมู่ แต่เจียงเสี่ยวไป๋คาดเดาว่าทั้งสองเรื่องนี้น่าจะประสบความสำเร็จ

    

    หลังจากนี้เขาก็แค่ต้องรอ

    

    รองนายกเทศมนตรีจางไม่ได้ให้เจียงเสี่ยวไป๋รอนาน 3 วันต่อมา เขาก็ให้ข้อสรุปของทั้งสองเรื่องนี้

    

    ตามที่เจียงเสี่ยวไป๋คาดการณ์ไว้ เป็นไปไม่ได้เลยที่กิจการรัฐวิสาหกิจอย่างโรงงานฟิล์มพลาสติกเมืองชิงโจวจะขายให้เขาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากการหารือกันภายในที่ประชุม พวกเขาตกลงที่จะให้สิทธิ์ในการดำเนินงานแก่เขาผ่านข้อตกลงตามสัญญา

    

    ตั้งแต่ปี 1978 การทำสัญญารัฐวิสาหกิจกับเอกชนได้ดำเนินการตามหลักการ “ลงนามสัญญาร่วมกับรัฐ รับประกันจ่ายค่าธรรมเนียมการทำสัญญา ทำกำไรได้มากเก็บได้มาก หากขาดทุนต้องรับผิดชอบเอง” ตราบใดที่เจียงเสี่ยวไป๋ตกลงจ่ายค่าธรรมเนียมการทำสัญญาตามที่รัฐบาลเมืองเสนอ เขาก็สามารถลงนามในสัญญาได้

    

    ค่าธรรมเนียมสัญญาพื้นฐานกำหนดไว้ที่ 50,000 หยวนต่อปี

    

    ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋เห็นจำนวนเงิน เขายังนึกว่ามองผิดไปด้วยซ้ำ

    

    “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? ”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางถามขณะขมวดคิ้ว

    

    นี่เป็นข้อสัญญาที่ดีที่สุดที่รองนายกเทศมนตรีจางสามารถต่อรองมาให้เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว หากเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เต็มใจที่จะจ่ายแม้แต่ค่าธรรมเนียมรายปีขั้นต่ำ 50,000 หยวน เรื่องนี้ก็คงดำเนินการต่อไปไม่ได้

    

    “มีปัญหานิดหน่อยครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า

    

    รองนายกเทศมนตรีจางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ถ้าคุณคิดว่าค่าธรรมเนียม 50,000 หยวนต่อปีมันมากเกินไป……”

    

    ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดแทรกขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่ามันมากเกินไป แต่มันน้อยเกินไปต่างหากครับ ! ”

    

    อ่า ?

    

    รองนายกเทศมนตรีจางมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจและสับสนเล็กน้อย

    

    เรื่องแบบนี้มักมีแต่ผู้คนบอกว่าแพงเกินไป เขายังไม่เคยเห็นใครบอกว่ามันน้อยเกินไปมาก่อน

    

    “คุณหมายความว่ายังไง ? ” รองนายกเทศมนตรีจางถาม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมคิดว่าผมสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่มได้อีกเล็กน้อย”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางจ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เขาไม่เชื่อว่าชายคนนี้จะสมัครใจขอขึ้นค่าสัญญาเองโดยไม่มีเหตุผล เขารู้สึกว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังมีความต้องการบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย

    

    “คุณคิดจะจ่ายเท่าไหร่ ? ” รองนายกเทศมนตรีจางถามอย่างระมัดระวัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมจะจ่ายค่าสัญญาเริ่มต้นที่ 100,000 หยวนในปีแรก จากนั้นเราจะหารือเรื่องการจ่ายเพิ่มขึ้นทีละน้อยในปีต่อ ๆ ไป”

    

    แม่เจ้า เขายินดีเพิ่มค่าธรรมเนียมสัญญาเป็นสองเท่าทันที !

    

    แถมเขายังเสนอจะจ่ายเพิ่มทุกปีอีกด้วย !

    

    รองนายกเทศมนตรีจางหรี่ตา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ถึงทำเช่นนี้ เพราะเขาไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไรต่อเจียงเสี่ยวไป๋

    

    “คุณไม่ใช่คนทำอะไรโดยไม่เกิดประโยชน์ พูดออกมา คุณต้องการอะไร ? ” รองนายกเทศมนตรีจางกัดฟันถาม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “คุณรู้จักผมดี รองนายกเทศมนตรีจาง ! ”

    

    เขารีบบอกความต้องการของเขาออกไปโดยไม่อ้อมค้อม

    

    เขาเพียงขอให้เพิ่มเงื่อนไขในสัญญาว่า: เมื่อใดก็ตามที่โรงงานฟิล์มพลาสติกชิงโจวต้องการเปลี่ยนผู้ดำเนินงาน ขายกิจการหรือโอนกิจการเป็นของเอกชนตามราคาต่ำสุดที่รัฐบาลเสนอ รัฐบาลเมืองชิงโจวจะสามารถกระทำการดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อเขายกเลิกสัญญาด้วยตนเองแล้วเท่านั้น

     บนพื้นฐานของราคาขายขั้นต่ำของรัฐบาล เฉพาะในกรณีที่เขายกเลิกการซื้อเท่านั้น รัฐบาลเมืองชิงโจวจึงจะได้รับอนุญาตให้ขายโรงงานให้กับนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นได้

    

    “แค่นี้เองหรือ ? ”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางถามด้วยความประหลาดใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างจริงจัง “ครับ แค่นั้น ! ”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางหัวเราะเบา ๆ “ถ้านั่นคือเงื่อนไขเดียว คุณก็ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐวิสาหกิจไม่สามารถขายให้กับเอกชนได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ! ”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางยังคงจ้องมองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างงุนงง คล้ายกับว่าคำพูดของชายหนุ่มผู้นี้มีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่ !

    

    หรือเขารู้อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ ?

    

    หรือบางที เขาอาจมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายในอนาคต ?

    

    อย่างไรก็ตาม ไม่นานเขาก็ส่ายหัวอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้กล่าวไว้ ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ?

    

    ด้วยสถานะและตำแหน่งของเขา จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้รับข่าวการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจเลย เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแผนใด ๆ สำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว และแม้แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ยังไม่แสดงท่าทีจะดำเนินการใด ๆ

    

    ขนาดเขายังเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงเจียงเสี่ยวไป๋ !

    

    “ผมตกลงกับคำขอของคุณ ! ”

    

    รองนายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการจ่ายค่าจ้างของพนักงานที่มีอยู่ในโรงงานฟิล์มพลาสติกและจ่ายค่าธรรมเนียมสัญญารายปีให้ตรงเวลา มิฉะนั้นคุณจะต้องรับผิดชอบ”

    

    “ไม่มีปัญหาครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วยโดยไม่ลังเล

    

    ด้วยค่าธรรมเนียมสัญญารายปีเพียง 100,000 หยวน มันไม่ต่างอะไรจากการรับโรงงานฟิล์มพลาสติกเมืองชิงโจวขนาดใหญ่มาฟรี ๆ เลย

    

    เขาไม่กลัวที่จะเผชิญกับปัญหาของโรงงานฟิล์มพลาสติกเลย

    

    ถ้าสินค้าไม่ดี เขาก็จะเปลี่ยนสินค้า

    

    ถ้าบริหารจัดการไม่ดี เขาก็จะนำระบบการจัดการของตัวเองไปใช้

    

    ถ้าช่องทางการขายไม่ดี เขาก็จะหาช่องทางใหม่ ๆ

    

    แม้แต่คนงาน เขาก็ไม่กลัว ด้วยระบบใหม่และแรงจูงใจด้านเงินเดือน เขามั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นความกระตือรือร้นของคนงานได้ ในอนาคต คนมีความสามารถจะสูงขึ้น และผู้ที่ตามไม่ทันก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    

    สำหรับผู้ที่ยังไม่ปฏิบัติตาม เขาก็มีวิธีแก้ไขอยู่ในใจเช่นกัน

    

    พวกเขายังคงได้รับค่าจ้างและค่าชดเชยตามสมควร แล้วลาออกกลับบ้านไปใช้ชีวิตบั้นปลายได้เลย

    

    ปัจจุบัน ค่าจ้างแรงงานต่ำมากจริง ๆ ปกติเงินเดือนของแรงงานแต่ละคนจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 หยวนเท่านั้น แม้ว่าคนงานทั้งหมดในโรงงานฟิล์มพลาสติกจะไม่ยอมทำงาน อยากเอาแต่กลับบ้าน แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็จะอยู่ที่เพียงไม่กี่พันหยวนต่อเดือนเท่านั้น

    

    เขาสามารถแบกรับต้นทุนนี้ได้อย่างสบาย ๆ

    

    แต่เขาเชื่อว่าด้วยระบบการจัดการขั้นสูงและโครงสร้างเงินเดือนที่สูงขึ้นตามลำดับ พนักงานส่วนใหญ่สามารถเปลี่ยนมุมมองและนิสัย เปลี่ยนจากการเป็นภาระให้กับบริษัทไปสู่การเป็นผู้มีความสามารถที่สร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้

    

    ดังนั้น เขาจึงไม่กังวลเลย

    

    สำหรับพื้นที่อุตสาหกรรม 500 หมู่นั้นง่ายกว่ามาก

    

    ยังคงตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองชิงโจว ติดกับที่ดินของโรงงานผลิตเครื่องปรุงรส

    

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพื้นที่นั้นได้รับการวางแผนให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเมืองชิงโจว นอกเหนือจากโรงงานผลิตเครื่องปรุงรสของเขาแล้ว ยังไม่มีบริษัทอื่นใดตั้งถิ่นฐานที่นั่น เขาสามารถเลือกสถานที่ใดก็ได้ที่เขาต้องการ

    

    ต่อไปคือขั้นตอนการทำเรื่องขอใบอนุญาตและโอนกรรมสิทธิ์ รองนายกเทศมนตรีจางจึงให้ติงจวิ้นเจี๋ยและเจียงเสี่ยวไป๋จัดการร่วมกัน และทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่น

    

    เหมือนทุกครั้งไม่มีผิด สัญญาและกรรมสิทธิ์ทั้งหมดเป็นชื่อของหลินเจียอิน

    

    ……

    

    “เสี่ยวไป๋ ขอบคุณนะ ! ”

    

    เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ได้จดทะเบียนธุรกิจทั้งหมดภายใต้ชื่อของเธอ นี่เป็นความไว้วางใจและความเสน่หาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผู้ชายคนนี้สามารถแสดงต่อคนเป็นภรรยาได้ หลินเจียอินจึงขอบคุณเขาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

    

    “เรียกผมว่าสามี ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบแก้คำเรียกให้เธอ

    

    ใคร ๆ ก็สามารถเรียกชื่อเขาได้ แต่มีเพียงภรรยาเท่านั้นที่สามารถเรียกเขาว่า ‘สามี’ ได้

    

    “สามี ! ”

    

    หลินเจียอินเรียกเขาเสียงเบา สีหน้าของเธอดูเขินอายจนแก้มแดงหูแดง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีความสุขและขบขันอยู่ในใจ ภรรยาของเขาขี้อายจริง ๆ นี่มันก็แค่เรียกเขาว่า “สามี ! ” เท่านั้นเอง !

    

    แต่ท่าทางขี้อายของภรรยาเขาช่างสวยงามจริง ๆ !

    

    เขาชอบมาก !

    

    ตั้งแต่นี้ไป คุณควรเรียกผมแบบนั้น ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างเอาแต่ใจ

    

    เขาไม่เชื่อหรอกว่าถ้าพูดซ้ำ ๆ แล้วเธอจะยังไม่ชินกับมัน

    

    “อื้ม ! ”

    

    หลินเจียอินพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมาก รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา “เอาล่ะ ไหนเมียจ๋าลองพูดอีกครั้งซิ ! ”

    

    หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เจียงเสี่ยวไป๋ ผู้ชายคนนี้หน้าหนามาก ทำไมเขาถึงแสดงความรักได้ประเจิดประเจ้อขนาดนี้นะ ?

    

    เธอไม่ได้มีผิวหน้าที่หนาขนาดนั้น และจะไม่ยอมเรียกเขาแบบนั้นแน่นอน หญิงสาวจึงกระทืบเท้าแล้ววิ่งหนีไปด้วยความเขิน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ระเบิดหัวเราะทันที

    

    เฮอะ ตอนนี้คุณอาจวิ่งหนีได้ แต่มาดูกันว่าคืนนี้คุณจะวิ่งหนีผมไปไหนได้

    

    ทุกวันนี้ ทั้งเจียงชานและเจียงถิงต่างนอนด้วยกันในตอนกลางคืน ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขที่ได้ใช้เวลาสองต่อสองกับหลินเจียอินมาหลายวันแล้ว

    

    คืนนี้เขาตั้งใจจะเพิ่มโปรเจกต์ใหม่

    

    ฝึกภรรยาให้เรียกเขาว่า ‘สามี’ !

    

    เมื่อคิดถึงภาพที่ยอดเยี่ยมนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกว่ากระดูกของเขาลั่นกร็อบขึ้นมาทันที

    

    เขากำหมัดแน่น วันนี้เขาจะสู้ !

    

    เขาต้องจัดให้หนัก !

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 189 :มีคำขออะไรอีกไหม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
17/06/2026
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.