Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 288 :ไปอิงซาน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 288 :ไปอิงซาน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 288 :ไปอิงซาน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า: “เดี๋ยวเราไปชวนประธานฟู่ให้ไปด้วยกัน ให้เขาไปเห็นบ้านเกิดของเจี่ยงจงฉือกับตาสักครั้ง ดูว่าเขาพอจะเขียนบทความประชาสัมพันธ์วีรกรรมอันกล้าหาญของเจี่ยงจงฉือได้หรือไม่”

    

    “อืม ฉันเห็นด้วย ! ”

    

    เหรินฉางเซี่ยตอบตกลงในทันที

    

    เมื่อมาถึงที่จอดรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินตรงไปยังรถตำรวจของเหรินฉางเซี่ย ในขณะที่เหรินฉางเซี่ยกลับเดินไปทางรถจี๊ปของเจียงเสี่ยวไป๋แล้วเรียกเขา “คุณเดินไปที่รถของฉันทำไม มานี่เร็วเข้า เดี๋ยวเราจะขับรถคุณไป”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชะงักไปเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แต่สำนักงานความมั่นคงสาธารณะของพวกคุณจะไปมอบเงินเยียวยาให้พวกเขาไม่ใช่หรือ ? เราก็ต้องขับรถตำรวจไปสิ จะขับรถผมไปทำไม ? ”

    

    เหรินฉางเซี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ขับรถนายไป ฉันก็ยังพอช่วยประหยัดน้ำมันให้กลับสำนักงานได้บ้าง”

    

    “มันใช่หรือ ! อธิบดีเหริน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋หมดคำจะพูด เขาไม่เคยเห็นอธิบดีตำรวจคนไหนที่ขี้เหนียวขนาดนี้มาก่อน

    

    “น้ำมันของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเป็นของรัฐ คุณไม่ได้เสียเงินจ่ายค่าน้ำมันเองเสียหน่อย แต่หากขับรถของผมไปก็ต้องใช้เงินของตัวเองจ่ายค่าน้ำมัน” เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “ใครใช้ให้คุณเป็นเศรษฐีล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “ผมไม่เคยเห็นใครเอาเปรียบเศรษฐีแบบคุณเลย ไม่อย่างนั้นก็ขับรถของตัวเองไป ผมไม่ยอมให้คุณมาเอาเปรียบผมหรอกนะ”

    

    เหรินฉางเซี่ยพูดอย่างไม่พอใจ “คุณให้เงินเยียวยาครอบครัวเจี่ยงจงฉือตั้ง 2,000 หยวนแบบไม่ต้องคิดมากเลย จะมาขี้เหนียวเงินเติมน้ำมันแค่ไม่กี่หยวนทำไม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เถียงกลับ “มันไม่เหมือนกัน วันนี้ต้องขับรถคุณไป”

    

    เหรินฉางเซี่ยจนปัญญาแล้ว เขาทำได้เพียงเดินกลับมายังรถประจำตำแหน่งของตัวเองแล้วขับออกไป

    

    “ฉันไม่เคยเห็นนักธุรกิจแบบคุณ ! ”

    

    ในรถ เหรินฉางเซี่ยกล่าวอย่างไม่พอใจ

    

    “ผมก็ไม่เคยเห็นอธิบดีแบบคุณมาก่อนเหมือนกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เถียงกลับแทบจะในทันที

    

    ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงสำนักข่าวรายวันชิงโจว เพื่อมาพบฟู่เต๋อเจิง

    

    “เฮอะ ๆ ลมอะไรหอบอธิบดีเหรินมาถึงที่นี่กัน ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงทักทายด้วยรอยยิ้ม

    

    เหรินฉางเซี่ยพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ประธานฟู่ คุณรู้เรื่องที่เจี่ยงจงฉือช่วยชีวิตคนไหม ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว ได้ยินมาว่าตอนนี้ยังหาร่างของเขาไม่พบเลยใช่ไหม ? ”

    

    เหรินฉางเซี่ยพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ใช่ ยังหาร่างเขาไม่พบเลย แต่วันนี้ทีมค้นหายังคงทำภารกิจค้นหาร่างของเขาอยู่ ผมก็หวังว่าจะหาร่างเขาพบโดยเร็ว วันนี้ผมอยากมาชวนคุณไปบ้านของเจี่ยงจงฉือพร้อมกับพวกเรา”

    

    ฟู่เต๋อเจิงเข้าใจทันทีและพูดว่า “คุณอยากให้ฉันเขียนเล่าวีรกรรมอันกล้าหาญของเจี่ยงจงฉือใช่ไหม ? ”

    

    เหรินฉางเซี่ยพยักหน้าแทนคำตอบ

    

    ฟู่เต๋อเจิงกล่าวว่า “เดิมทีฉันเองก็ตั้งใจจะเขียนเล่าวีรกรรมของเขาเหมือนกัน แต่ตอนนี้กำลังเกิดเหตุดินถล่ม อีกทั้งเรายังหาร่างของเจี่ยงจงฉือไม่พบ จึงยังไม่ได้เขียนจนถึงตอนนี้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แต่เรื่องนี้มันคนละเรื่องกันนะครับ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงไม่เถียง “ไม่ผิด มันคือคนละเรื่องกัน แต่การรายงานข่าวต้องเขียนตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์”

    

    นักข่าวต้องมีจรรยาบรรณของนักข่าว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นจึงกล่าวว่า “แบบนั้นก็หมายความว่า วีรกรรมอันกล้าหาญของเจี่ยงจงฉือไม่สามารถนำมาเป็นข่าวได้ใช่ไหม ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงโบกมือแล้วกล่าวว่า “ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการนำเสนอข่าวไป เพราะเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่ชัด แต่ตอนนี้อธิบดีเหรินยืนยันให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเจี่ยงจงฉือคือวีรบุรุษที่สละชีพเพื่อช่วยชีวิตคน ดังนั้นทางสำนักข่าวจึงสามารถเขียนข่าวเรื่องนี้ได้แล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่ามีกฎเกณฑ์มากมายภายในระบบของสำนักข่าว เขาขี้เกียจจะเถียงกับฟู่เต๋อเจิงแล้ว ถึงอย่างไรก็ขอแค่ให้เขียนยกย่องวีรกรรมของเจี่ยงจงฉือก็พอ

    

    ฟู่เต๋อจิงถือกล้องและสมุดไว้จดบันทึกคำสัมภาษณ์ แล้วทั้งสามก็ออกจากออฟฟิศไป

    

    เมื่อเดินผ่านแผนกโฆษณา ฟู่เต๋อเจิงพูดว่า “หัวหน้าเจียง พาพนักงานของคุณไปด้วยไหม เขาจบวารสารศาสตร์มา ตั้งแต่เขาไปทำงานในแผนกของคุณ เขาก็ไม่เคยออกไปสัมภาษณ์เลย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดแล้วจึงไปเรียกเย่กวงโต้วให้ไปด้วยกัน

    

    ทั้งสี่คนขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านอิงซาน

    

    หมู่บ้านอิงซานมีทางลูกรังตัดผ่าน รถตำรวจมาถึงทางเข้าหมู่บ้านอิงซานอย่างรวดเร็ว ทว่าพวกเขาทั้งสี่คนต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าบ้านของเจี่ยงชุ่ยซานอยู่ตรงไหน

    

    “เย่กวงโต้ว ไปหาคนถามทางสิ” เจียงเสี่ยวไป๋พูด เขาคิดว่าการพาเย่กวงโต้วมาด้วยก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคนที่ต้องออกไปถามทางจากชาวบ้านคงเป็นเขาอย่างแน่นอน

    

    เย่กวงโต้วพาชาวบ้านคนหนึ่งมาด้วยอย่างรวดเร็ว

    

    “เกิดเรื่องขึ้นที่บ้านครอบครัวเจี่ยง ได้ยินมาว่าเจี่ยงจงฉือตายเพราะช่วยชีวิตคน ตอนนี้ครอบครัวเจี่ยงกำลังจัดงานศพ พวกคุณจะไปที่นั่นทำไมล่ะ ? ”

    

    เมื่อชาวบ้านคนนั้นเห็นว่าเป็นรถตำรวจ จึงถามด้วยความสงสัย

    

    “ผมเป็นคนจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะประจำเมือง เจี่ยงจงฉือเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น พวกเรามาเพื่อร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเขา”

    

    เหรินฉางเซี่ยพูดออกไปตามตรง

    

    ชาวบ้านคนนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดและพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ถนนลูกรังไปไม่ถึงบ้านของเจี่ยงชุ่ยซาน ตรงนี้ต้องเดินเท้าเข้าไปตามถนนเล็ก ๆ อีก 2 ลี้กว่า เดี๋ยวผมจะพาพวกคุณไปเอง มันมีตรอกซอกซอยเยอะระหว่างทางไปบ้านของเขา เดี๋ยวพวกคุณจะเดินหลงได้ง่าย”

    

    เหรินฉางเซี่ยขอบคุณชาวบ้านคนนั้น ทั้งสามลงจากรถแล้วตามชาวบ้านไปที่บ้านของเจี่ยงชุ่ยซาน

    

    “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร ? ”

    

    ระหว่างทาง ฟู่เต๋อเจิงได้เอ่ยถาม

    

    ชาวบ้านคนนั้นแนะนำตัว “ผมชื่อหลี่ชวงฉวน ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงกล่าวว่า “คุณอายุน้อยกว่าฉัน งั้นฉันเรียกคุณว่าเสี่ยวหลี่แล้วกัน คุณรู้จักเจี่ยงจงฉือไหม ? ”

    

    หลี่ชวงฉวนพยักหน้า “เราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ทำไมจะไม่รู้จักกันล่ะ ? เขาแก่กว่าผม 2 ปี เมื่อก่อนเราเคยทำงานด้วยกัน ตอนเขาแต่งงานมีลูก ผมยังมาร่วมงานเลี้ยงเหล้าของเขาอยู่เลย”

    

    พูดไป หลี่ชวงฉวนก็ถอนหายใจออกมา “เขาเป็นคนดี ไม่คิดว่าเขาจะจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ ! ”

    

    คำพูดนี้เต็มไปด้วยความเสียใจ

    

    “งั้นคุณช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเขาให้เราฟังได้ไหม ! ”

    

    ฟู่เต๋อจิงพูดขณะหยิบสมุดสัมภาษณ์ออกมา

    

    หลี่ชวงฉวนนำทางไปด้วย พลางเล่าเรื่องราวของเจี่ยงจงฉือไปด้วย

    

    “เมื่อเจี่ยงจงฉืออายุได้ 5 ขวบ แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยอาการป่วย เขาและน้องสาววัย 2 ขวบเลยอาศัยอยู่กับลุงเจี่ยงกันสามพ่อลูก”

    

    “เพราะครอบครัวยากจน ทั้งพี่ชายและน้องสาวจึงไม่เคยได้ไปโรงเรียน”

    

    “แต่เขาฉลาดและรู้เรื่องรู้ราวมาตั้งแต่เด็ก พออายุ 7-8 ขวบก็เริ่มเข้าป่าไปหาส้มผด น้ำเต้า น้ำผึ้งป่า ไปขุดกวาวเครือขาวมาขาย หาเงินมาช่วยพ่อจุนเจือครอบครัว”

    

    “ในตอนนั้น พ่อกับแม่ของผมก็มักจะเปรียบเทียบความขยันของเขาให้พวกเราฟังอยู่เป็นประจำ”

    

    “เมื่อปี 1979 ป้าหวังในหมู่บ้านถูกงูพิษกัดที่เท้า เจี่ยงจงฉือใช้ปากดูดพิษงูออกให้เธอ”

    

    “ในปี 1980 ผู้เฒ่าเซี่ยงถูกวัวเหยียบขาหัก เป็นเจี่ยงจงฉือที่อุ้มเขาไปส่งที่โรงพยาบาลเมืองชิงซาน”

    

    “เมื่อปีก่อน ลูกของครอบครัวหวังเอ้อร์โก่วตกลงไปในบ่อน้ำ เจี่ยงจงฉือบังเอิญมาเห็นเข้าพอดี เขาจึงกระโดดลงไปช่วยเด็กขึ้นมาได้”

    

    “……”

    

    เขาเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต แต่สามารถฟังออกเลยว่าเขารู้จักและชื่นชมเจี่ยงจงฉือมากแค่ไหน

    

    ฟู่เต๋อเจิงถามด้วยความตกใจ “เมื่อปีที่แล้วเขาเคยช่วยชีวิตเด็กที่ตกน้ำหรือ ? ”

    

    หลี่ชวงฉวนพยักหน้า “ใช่แล้ว เจี่ยงจงฉือลงน้ำจับปูจับปลามาตั้งแต่เด็ก เขาว่ายน้ำเก่งมาก”

    

    ฟู่เต๋อเจิงและเหรินฉางเซี่ยต่างก็ตกตะลึงอย่างมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดว่าชาวนาธรรมดาอย่างเจี่ยงจงฉือจะทำสิ่งดี ๆ ได้มากมายขนาดนี้

    

    ชีวิตของเขาช่างโชคร้าย แต่เขาไม่ทำให้ตัวเองจมอยู่กับการใช้ชีวิตที่ทุกข์ยากนั้น เขากลับมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นและนำแสงสว่างและความอบอุ่นมาสู่ผู้คนรอบตัวเขา

    

    และเมื่อคนรอบข้างตกอยู่ในอันตราย เขาก็จะยืนหยัดคอยช่วยเหลือคนเหล่านั้นเสมอ

    

    คนแบบนี้สมควรแล้วที่ถูกเรียกว่า ‘คนดี’ !

    

    หลี่ชวงฉวนกล่าวว่า “ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเขามั่นใจว่าตัวเองว่ายน้ำเก่ง ครั้งนี้เขาก็คงไม่……”

    

    เขาพูดไม่ออกแล้ว ได้แต่ถอนหายใจลึก ๆ เพื่อกลั้นน้ำตาไว้

    

    ฟู่เต๋อเจิงปิดการสัมภาษณ์และไม่ถามคำถามอะไรอีก เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องราวของเจี่ยงจงฉือช่างบีบคั้นจิตใจของเขาเหลือเกิน

    

    ไม่นานนัก พวกเขาก็เห็นบ้านดินทรุดโทรมอยู่ข้างหน้าไม่ไกล มีกระดาษสีขาวติดโคลงกลอนไว้อาลัย มีดอกไม้สีขาวแขวนอยู่ที่ลานบ้าน และมีผู้คนมากมายอยู่ในลานรั้ว

    

    “นั่นก็คือบ้านของเจี่ยงจงฉือ”

    

    “ร่างของเขายังหาไม่พบ ลุงเจี่ยงเลยมอบโลงไม้ของตนเองให้เขา ด้านในนั้นใส่เสื้อผ้าชุดฤดูหนาวของเขาเอาไว้”

    

    หลี่ชวงฉวนกล่าว

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 288 :ไปอิงซาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfrh4
ท่านบัณฑิตเจ้าขา… ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
22/06/2026
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.