Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 295 :นี่มันความเข้าใจผิดแบบไหนกัน?

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 295 :นี่มันความเข้าใจผิดแบบไหนกัน?
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 295 :นี่มันความเข้าใจผิดแบบไหนกัน?

    

    เรื่องการเข้าโรงเรียนของลูก เจียงเสี่ยวไป๋มีความคิดเป็นของตัวเอง

    

    เขาไม่เห็นด้วยกับการส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาลเร็วนัก เขาอยากให้ลูกอยู่ข้างกายเขาและใช้ช่วงเวลาวัยเด็กกับเขา

    

    พ่อแม่หลายคนใช้ข้ออ้างว่าอยากปักธงชัยที่เส้นสตาร์ทให้ลูกจึงส่งลูกไปโรงเรียนเร็ว แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาในการดูแลลูกและเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำงานมากกว่า

    

    สุดท้ายแล้ว หากให้เลือกระหว่างทำงานหาเงินกับดูแลลูก ๆ พวกเขาย่อมเลือกทำงานหาเงินอยู่แล้ว

    

    แน่นอนว่ายังมีพ่อแม่อีกหลายคนที่ไม่คิดเช่นนั้นด้วย

    

    แต่ความคิดของพวกเขาน่าสงสารมากกว่า

    

    เพราะบางคนส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลเพียงเพราะคิดว่าลูกบ้านอื่นต่างก็เข้าโรงเรียนอนุบาลกันหมดแล้ว ฉะนั้นลูก ๆ ของพวกเขาก็ควรต้องเข้าเรียนได้แล้วเช่นกัน

    

    พวกเขาไม่คิด แค่ทำตามคนอื่นเท่านั้น

    

    เขาคิดว่าหลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงก็น่าจะเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน

    

    “ที่จริงผมคิดว่าลูกเราไม่ต้องไปโรงเรียนเร็วขนาดนั้นก็ได้ เพราะพวกเขามีช่วยวัยเด็กแค่ช่วงเดียว และในวัยเด็กแบบนี้ เราควรปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไร้ความกังวลโดยไม่ต้องกดดันเรื่องการเรียน”

    

    “เมื่อเทียบกับเวลาที่เด็กคนหนึ่งจะต้องใช้ไปกับการเรียนแล้ว พวกเขาต้องใช้เวลาเรียนชั้นประถมรวมอนุบาล 7 ปี ชั้นมัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 3 ปี มหาวิทยาลัย 4 ปี รวมทั้งหมดเป็น 17 ปี”

    

    “ส่วนช่วงวัยเด็กของพวกเขา ดูเหมือนแทบจะไม่มีความทรงจำในช่วง 3 ขวบปีแรกเลย พออายุ 6 ขวบก็ต้องเข้าเรียนแล้ว”

    

    “ครั้งเดียวที่พวกเขาสามารถเล่นได้อย่างมีความสุขได้จริง ๆ คือเมื่อพวกเขาอายุได้ 4-5 ขวบเท่านั้น”

    

    “เวลาเล่นแค่ 2 ปีนั้นสั้นมากเมื่อเทียบกับที่พวกเขาต้องเรียน 17 ปี ! ”

    

    นี่มันความเข้าใจผิดแบบไหนกันนะ ?

    

    หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงได้ยินก็ตะลึงไปตาม ๆ กัน

    

    “หรือว่าเด็กไม่ควรเข้าโรงเรียนเร็ว ? ” หลินเจียอินถามย้อนอย่างไม่ยอม

    

    “นั่นน่ะสิ การที่เด็ก ๆ เข้าเรียนเร็ว พวกเขาก็จะได้เรียนความรู้มากมาย มันดีกับอนาคตของพวกเขานะ” เฝิงเยี่ยนหงช่วยแย้งเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “แน่นอนว่าเด็ก ๆ ควรไปโรงเรียนเมื่อถึงวัยเรียนตามกฎหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียนก่อนวัย”

    

    หลังจากพูดจบ เขายังกล่าวเสริมว่า “ในเมื่อกฎหมายกำหนดว่าเด็กควรเริ่มเรียนหนังสือเมื่ออายุ 6 ขวบ แสดงว่าทางการเขาต้องพิจารณาอย่างครอบคลุมแล้วว่าวัยนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปโรงเรียน”

    

    “ช่างเถอะ ฉันเถียงสู้คุณไม่ได้ ! ” หลินเจียอินพูดอย่างโมโห “กลับบ้านไปแล้ว ฉันจะพูดกับพ่อแม่ ดูสิว่าพวกเขาจะพูดอย่างไร”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

    

    ภรรยาของเขานี่ร้ายนัก เธอคิดแผนการแบบนี้มาได้อย่างไร

    

    ไม่จำเป็นต้องถามว่าพ่อแม่คิดอย่างไร เพราะพวกเขาจะต้องสนับสนุนให้ส่งชานชานไปโรงเรียนอนุบาลอย่างแน่นอน

    

    จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อับจนหนทางจะพูดโน้มน้าวหลินเจียอินแล้ว

    

    เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน ตอนแรกเขากะจะโทรหาพ่อตาเพื่อถามว่าโทรหาเขามีธุระอะไร แต่พอคิดดูแล้วก็ช่างมันดีกว่า

    

    ตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวัน พ่อตาของเขาน่าจะไปกินข้าวกลางวันแล้ว

    

    เขาหวังแค่ว่าพ่อตาจะโทรกลับหาเขาเร็ว ๆ เพราะไม่อย่างนั้นหากเขากลับบ้านในตอนเย็น เขาก็คงรับสายไม่ได้อยู่ดี

    

    แต่ยังดีที่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วง 14.00 น. หลินต้าเหว่ยก็ได้โทรมาหาเขาพอดี

    

    “พ่อ พ่อโทรหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับคำถามของเขา “ไม่มีธุระแล้วโทรหาไม่ได้หรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน “ไม่ใช่อย่างนั้น ๆ พ่อสามารถโทรหาผมได้ตลอด แต่ทุกทีพ่อก็จะโทรมาเฉพาะตอนมีธุระเท่านั้น ! ”

    

    หลินต้าเหว่ยทำเสียงฮึดฮัด “เราก็ไม่ต่างกันหรอก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดดูแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง เขาจึงพูดขอโทษว่า “พ่อ ผมผิดเอง ต่อไปนี้ผมจะไปเยี่ยมพ่อกับแม่บ่อย ๆ แล้ว ! ”

    

    เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด หลินต้าเหว่ยดีใจมาก “ให้มันได้แบบนี้สิ แม่ของพวกลูกบ่นอยู่หลายครั้งว่าพวกลูกไม่ได้มาเยี่ยมเธอนานมากแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขอโทษอีกครั้ง “อีก 2-3 วันผมจะไปเที่ยวหานะครับ”

    

    หลินต้าเหว่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะอย่างชอบใจ “ไม่ต้องอีก 2-3 วันหรอก มาพรุ่งนี้เลย เพราะรถบรรทุกที่ลูกต้องการมาถึงแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมาก ในใจเขาคิดว่าพ่อตาของเขาช่างมีเครือข่ายกว้างขวางจริง ๆ เพราะเขาขออนุมัติรถบรรทุก 10 คันในนามของโรงงานผลิตเมล็ดแตงโมจินเคอ แต่กลับได้รถเร็วกว่าของรองนายกเทศมนตรีจางเสียอีก

    

    “แต่มีแค่ 5 คันเท่านั้นนะ ! ”

    

    แต่หลังจากนั้นไม่นาน หลินต้าเหว่ยก็พูดมาอีกประโยคหนึ่ง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น เพราะเขาต้องการ 10 คัน แต่รถได้มาแค่ 5 คันเท่านั้น มันหายไปครึ่งหนึ่งเลยนะ

    

    “พ่อ ทำไมถึงได้มาแค่ 5 คันล่ะ ? ”

    

    หลินต้าเหว่ย: “เดิมทีอนุมัติได้ 10 คันนั่นแหละ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ รถก็ถูกโยกย้ายออกไป 5 คัน”

    

    ห๊ะ ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงทันที

    

    ถูกโยกย้ายออกไป ? นั่นหมายความว่ารถบรรทุกที่เดิมทีเป็นของเจี้ยนหยาง 5 คันได้ถูกโยกย้ายมาที่ชิงโจวแล้วใช่ไหม ?

    

    เพราะคราวก่อน รองนายกเทศมนตรีจางบอกว่ารอบนี้เขาอนุมัติได้ 60 คัน ทั้งยังไประดมขอโยกย้ายมาจากเขตอำเภอรอบนอกและเมืองอื่น ๆ ด้วย

    

    นี่มันไม่ต่างอะไรจากการออกจากมือซ้ายมาเข้ามือขวาเลย

    

    เขาจึงพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ได้ครับ งั้นพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปขับรถออกไป”

    

    “ขับออกไป ? ” หลินต้าเหว่ยรีบถามต่อทันที: “มันคือรถบรรทุกของโรงงานเมล็ดแตงโมจินเคอไม่ใช่หรือ ? จะขับไปไหน ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “เรื่องนี้ไว้คุยกันตอนเจอกันดีกว่าครับ ค่าโทรศัพท์มันแพง”

    

    พูดจบเขาก็รีบวางสายทันที เขาเองก็ไม่คิดว่าพ่อตาของเขาจะเป็นคนที่ตั้งใจฟังคำพูดของคู่สนทนาขนาดนี้ เขาแค่พูดคำว่า ‘ขับออกไป’ คำเดียวก็ทำให้พ่อตาจับพิรุธได้แล้ว

    

    เพราะเขายังไม่ได้บอกพ่อตาเรื่องการเปิดบริษัทโลจิสติกส์ และการจัดการใช้รถในนามของบริษัทโลจิสติกส์

    

    เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดกับหลินเจียอินว่า “เมียจ๋า ผมจะไปดูโรงงานฟิล์มพลาสติกหน่อยนะ”

    

    หลินเจียอินมุ่ยปาก “คุณอยากไปก็ไปสิ”

    

    เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงโกรธที่เขาไม่ให้ลูกสาวเข้าโรงเรียนอนุบาลในตอนนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เฮ้อ คืนนี้ค่อยกลับไปโน้มน้าวเธอที่ห้องแล้วกัน !

    

    เมื่อมาถึงโรงงานฟิล์มพลาสติก เขาก็ไปที่ห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย แต่แล้วเขาก็บังเอิญพบเฉินอันผิงที่โถงทางเดินพอดี

    

    “สวัสดีครับผู้ช่วยเจียง ! ”

    

    เฉินอันผิงเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มทันที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ แล้วถามว่า “คุณกลับมาเมื่อไร ? ”

    

    เฉินอันผิงยิ้มตอบ “กลับมาถึงเมื่อวานตอนบ่ายครับ เมื่อเช้านี้ผมเขียนรายงานที่ไปออกนอกพื้นที่มา กำลังเตรียมนำไปส่งให้รองผู้จัดการเมิ่ง”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พอดีเลย ฉันกำลังจะไปหาเธออยู่เหมือนกัน”

    

    เฉินอันผิงพยักหน้ารับ เขาเปิดแฟ้มในมือแล้วหยิบรายงานที่เขียนออกมา พลางพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณอ่านดูก่อนสิ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อยากรู้สถานการณ์ที่พวกเขาออกนอกพื้นที่ก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงโบกมือปฏิเสธ “ให้รองผู้จัดการเมิ่งอ่านก่อน แล้วค่อยเล่าสถานการ์คร่าว ๆ ให้ฉันฟังทีหลังก็ได้”

    

    “ครับ งั้นรอให้คุณคุยธุระกับรองผู้จัดการเมิ่งเสร็จแล้ว คุณไปที่ห้องทำงานผมนะ ผมจะรายงานให้ฟังอย่างละเอียดเลยครับ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีห้องทำงานส่วนตัวที่โรงงานฟิล์มพลาสติก เขาจึงพยักหน้ารับ

    

    ทั้งสองมาถึงประตูห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้ว เฉินอันผิงก็ก้าวไปเคาะประตู

    

    “เชิญเข้ามาค่ะ ! ”

    

    เสียงใสไพเราะราวกับเสียงนกขมิ้นดังมาจากในห้องทำงาน

    

    ทั้งสองผลักประตูเดินเข้าไป เมิ่งเสี่ยวเป่ยเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋และเฉินอันผิงเดินเข้ามาด้วยกัน เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียงมีตาลับอยู่ในโรงงานแน่ ๆ พอหัวหน้าเฉินกลับมา คุณก็มาทันที”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ ผู้หญิงคนนี้ถึงกับคุยล้อเล่นกับเขาแล้ว

    

    ไม่เลว อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้มองเขาเป็นคนนอก

    

    เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นรองผู้จัดการเมิ่งก็ต้องระวังแล้ว อย่าให้ฉันเห็นในสิ่งที่ฉันไม่ควรเห็นเข้าล่ะ”

    

    “ผู้ช่วยเจียงล้อฉันเล่นแล้ว”

    

    เมิ่งเสี่ยวเป่ยหน้าแดง เธอไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะพูดล้อเล่นเก่งแบบนี้ จากนั้นเธอก็รีบเชิญให้ทั้งสองนั่งลง แล้วไปต้มชามาให้

    

    คราวนี้แก้วชาที่ใช้ไม่ใช่แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้งจากโรงพิมพ์ของสำนักข่าวรายวันแล้ว

    

    แต่ใช้เป็นถ้วยชาพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งแทน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจ ไม่คิดว่าโรงงานจะผลิตแก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งได้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้วก็ตาม

    

    หวังชิ่งซีทำงานได้รวดเร็วดีมาก !

    

    ในขณะที่กำลังรู้สึกทึ่งอยู่ในใจนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าใบชาที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยนำมาต้มคือใบชาหลงจิ่ง ทำให้เขาตกตะลึงอีกครั้ง

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 295 :นี่มันความเข้าใจผิดแบบไหนกัน?"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023
6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.