Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 301 :ลูกสาวก็ฟ้องเป็นเหมือนกัน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 301 :ลูกสาวก็ฟ้องเป็นเหมือนกัน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 301 :ลูกสาวก็ฟ้องเป็นเหมือนกัน

    

    เจียงถิงส่ายหัวเล็ก ๆ ของเธอราวกับกลอง “ไม่ค่ะ หนูอยากไปหาพ่อกับแม่”

    

    หลินเจียอินยิ้มและส่ายหัว เด็กก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะใกล้ชิดกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นมากแค่ไหน แต่หากมีพ่อกับแม่อยู่ ก็ไม่มีใครสำคัญสำหรับพวกเขาอีกแล้ว

    

    เธอพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปส่งถิงถิงหาพ่อกับแม่ก่อนแล้วกัน ! ”

    

    “คุณว่ายังไง ผมก็ว่าอย่างนั้น ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ คำพูดของเขาช่างหวานราวกับน้ำผึ้ง

    

    หลินเจียอินแอบบ่นในใจว่า: คำพูดของเขาฟังดูดี แต่เมื่อต้องตัดสินใจจริง ๆ เขากลับให้ฉันตัดสินใจเองตลอด !

    

    นิคมอุตสาหกรรมเจี้ยนหยางตั้งอยู่ในเขตชานเมืองทางตะวันออก ในยุคนี้ไม่มีถนนวงแหวนรอบเมือง เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมืองจากทางใต้แล้วใช้เส้นทางไปทางทิศตะวันออก ไม่นาน เขาก็มาถึงที่ราบโล่งผืนใหญ่

    

    แม้ว่านิคมอุตสาหกรรมจะได้รับการวางแผนและถูกจัดสรรมาแล้ว แต่ในเวลานี้มีเพียงโรงงานเมล็ดแตงโมจินเคอเท่านั้นที่ตั้งอยู่ที่นี่ ตอนนี้ที่ดินผืนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยพืชผลของเกษตรกร รอให้การเก็บเกี่ยวในปีนี้เสร็จสิ้นแล้ว พื้นที่นี้จะไม่อนุญาตให้มีการหว่านเมล็ดพันธุ์อีก

    

    รถจี๊ปค่อย ๆ ขับไปตามถนนลูกรัง และไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงทางเข้าโรงงานเมล็ดแตงโมจินเคอ

    

    หลังจากดำเนินการก่อสร้างมาได้ 20 วัน ตอนนี้ได้มีการสร้างรั้วรอบที่ดินของโรงงาน และมีการติดตั้งประตูรั้วใหญ่แล้ว

    

    “พวกคุณมาหาใครครับ ? ”

    

    ยามเฝ้าประตูไม่รู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ เขาเดินช้า ๆ มาจากป้อมยามแล้วถามขึ้น

    

    “ผมมาหาผู้จัดการเจียง เขาเป็นน้องชายของผม ! ”

    

    ทันทีที่ยามได้ยิน เขาก็กระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ที่แท้ก็ประธานเจียงนี่เอง ! ผมจะเปิดประตูให้คุณเดี๋ยวนี้เลยครับ”

    

    จากนั้น เขาก็รีบวิ่งไปเปิดประตู

    

    “ประธานงั้นหรือ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาไม่คาดคิดว่ายามเฝ้าประตูจะเรียกเขาแบบนี้

    

    หลังจากขับรถเข้าไปในประตูแล้ว ยามก็รีบโทรหาเจียงเสี่ยวเฟิงทันที

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ลงจากรถและมองไปรอบ ๆ เขาก็เห็นว่ามีอาคารโรงงานหลายแห่งถูกสร้างขึ้น รวมถึงหอพักและโรงอาหารสำหรับพนักงาน

    

    แม้ว่าจะเป็นอาคารเรียบง่ายชั้นเดียว แต่การก่อสร้างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

    

    ไม่นาน เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ก็ออกมาพร้อมกัน

    

    “พ่อ แม่ ! ”

    

    เจียงถิงรีบวิ่งเข้าไปและโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของหลัวเจาตี้

    

    หลัวเจาตี้กอดลูกสาวของเธอไว้แน่นด้วยความดีใจ และหอมแก้มเธอด้วยความรัก

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงเหลือบมองลูกสาวของเขาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

    

    “พี่ ทำไมพี่ถึงพาถิงถิงมาที่นี่ด้วยหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันมาทำธุระเจี้ยนหยาง เลยพาเธอมาด้วย ครอบครัวนายจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไง”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงรู้สึกขอบคุณเขา แล้วถามอย่างเก้อเขินว่า “แล้วพี่จะอยู่นานแค่ไหน ? ”

    

    เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋วางแผนที่จะรับรถและกลับในช่วงบ่าย แต่หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็เปลี่ยนใจ “ค้างหนึ่งคืน แล้วพวกฉันจะออกเดินทางพรุ่งนี้”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงดีใจมากและอุทานว่า “เยี่ยมมาก ! ผมได้ใช้เวลากับลูกสาวตั้งหนึ่งคืน”

    

    เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวเฟิงมีความสุขเพียงใด เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกว่าการตัดสินใจของเขาถูกต้อง

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงไม่เพียงแต่ต้องการใช้เวลากับลูกสาวของเขาเท่านั้น แต่หลินเจียอินก็ต้องการอยู่กับพ่อแม่ของเธอเช่นกัน

    

    ในขณะนี้ จวงปี้เฉิงก็เดินเข้ามา

    

    “เถ้าแก่เจียง ทำไมคุณถึงมาที่นี่ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นบุหรี่ให้เขาแล้วพูดว่า “มารับรถจากฝั่งนี้เลยแวะมา ช่วงนี้คุณทำงานหนักหน่อยนะ”

    

    “ไม่มีปัญหาเลย ! ”

    

    จวงปี้เฉิงตอบอย่างสุภาพแล้วหยิบบุหรี่มาทัดไว้หลังหู จากนั้นเขาก็รายงานความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานเมล็ดแตงโมให้เจียงเสี่ยวไป๋ทราบ

    

    โครงการนี้ไม่ใหญ่นัก ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ได้พูดอะไรมาก

    

    หลังจากที่จวงปี้เฉิงเดินออกไป เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามเจียงเสี่ยวเฟิงว่ามีเมล็ดแตงโม 5 รสอยู่ในสต็อกเท่าไร เมื่อรู้ว่ามีอยู่ในสต็อกมากกว่าสองหมื่นชั่ง เขาจึงบอกว่าตอนบ่ายจะให้รถบรรทุก 3 คันเข้ามารับของ

    

    ถึงอย่างไรรถบรรทุกทั้ง 5 คันนี้ก็ต้องขับกลับไปที่ชิงโจวอยู่แล้ว ดังนั้นก็ให้นำเมล็ดแตงโม 5 รสกลับไปด้วย

    

    ช่วยประหยัดค่าขนส่งได้สองรอบ

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวเฟิงรู้ว่าพี่ชายของเขาซื้อรถบรรทุกขนาดใหญ่ 5 คัน เขาจึงขอพี่ชายว่า “พี่ พี่ช่วยทิ้งรถบรรทุกคันหนึ่งเอาไว้ที่นี่ได้ไหม เมล็ดแตงโมใกล้เก็บเกี่ยวเร็ว ๆ นี้แล้ว หากไม่มีรถบรรทุกคงจะไม่สะดวกในการขนส่ง”

    

    หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตอบว่า “เอาล่ะ ฉันจะทิ้งรถไว้คันหนึ่ง แต่ในพื้นที่เจี้ยนหยาง นายใช้รถบรรทุกคันเล็กจะดีกว่า ฉันจะส่งรถบรรทุกคันเล็กสองคันมาให้นายโดยเร็วที่สุด เพื่อเปลี่ยนกับรถบรรทุกคันใหญ่ไป”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงเห็นด้วยทันที

    

    หลังจากจัดการเรื่องนี้แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาหลินเจียอินและเจียงชานจากไป

    

    หลังจากเข้าไปในเมืองอีกครั้ง พวกเขาก็มุ่งตรงไปที่ถนนกู่หยา เพื่อไปบ้านพ่อแม่ของหลินเจียอินก่อน

    

    หลิวอี้ถิงรู้ว่าครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะมา ดังนั้นวันนี้เธอจึงไม่ไปทำงานและรอต้อนรับพวกเขาอยู่ที่บ้าน

    

    “ชานชาน หนูคิดถึงยายไหม ? ”

    

    เมื่อเห็นหลานสาวของเธอ หลิวอี้ถิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง

    

    “หนูคิดถึงคุณยายมาก ๆ เลยค่ะ ! ”

    

    เด็กน้อยตอบด้วยเสียงหวานและอ่อนโยน พร้อมกับหอมแก้มของหลิวอี้ถิง

    

    สิ่งนี้ทำให้หลิวอี้ถิงมีความสุขอย่างมาก

    

    “คุณยายคะ หม่าม๊าไม่รักหนูแล้ว ! ”

    

    ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากร่างเล็กหอมแก้มยายของตัวเองเสร็จแล้ว เธอก็เริ่มฟ้องทันที

    

    หลิวอี้ถิงชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กน้อยถึงพูดแบบนั้น จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หม่าม๊าของชานชานไม่กล้าหรอก ! เพราะยายจะช่วยชานชานเอง ยายรักชานชานมากที่สุด ! ”

    

    เด็กน้อยพยักหน้าซ้ำ ๆ แล้วพูดอย่างเสน่หาว่า “คุณยายรักชานชานที่สุด ตั้งแต่หม่าม๊าตั้งท้องน้องชายของหนู หม่าม๊าก็ไม่อยากเลี้ยงหนูแล้ว หม่าม๊าจะส่งหนูเข้าโรงเรียนอนุบาล คุณยายคะ หนูอยากโตอีกสักหน่อยค่อยเข้าโรงเรียน”

    

    อ่า ?

    

    คำพูดของเด็กน้อยทำให้หลิวอี้ถิงตกตะลึง

    

    ลูกสาวของเธอกำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง ทำไมเธอไม่รู้เรื่องนี้

    

    หลิวอี้ถิงไม่มีเวลาคุยเรื่องโรงเรียนกับเด็กน้อย เธอรีบหันไปมองหลินเจียอิน

    

    หลินเจียอินเพิ่งกลับมาถึงบ้านและยังไม่มีโอกาสคุยกับแม่ของเธอเลย ไม่คาดคิดว่าลูกสาวของเธอจะเปิดเผยเรื่องการตั้งครรภ์ของเธอแล้ว ทำให้เธออยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจไม่น้อย

    

    “แม่ อย่าไปฟังที่ชานชานพูด ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากดูแลเธอ แค่เธออายุห้าขวบแล้ว และควรจะไปโรงเรียนได้แล้ว”

    

    “เราพักเรื่องโรงเรียนไว้ก่อนเถอะ ลูกท้องจริง ๆ หรือ ? ท้องได้กี่เดือนแล้ว ? ” หลิวอี้ถิงถามด้วยความเป็นห่วง

    

    “ท้องมาเกือบสองเดือนแล้วค่ะ หนูเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ เลยยังไม่มีโอกาสบอกแม่เลย” หลินเจียอินอธิบาย

    

    หลิวอี้ถิงมองด้วยสายตาเคร่งขรึม “เด็กคนนี้ ทำไมไม่บอกเรื่องสำคัญให้เร็วกว่านี้เล่า ? ”

    

    หลินเจียอินรู้สึกเขินอายและไม่กล้าตอบ

    

    จากนั้น เธอก็หันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างคาดโทษ ราวกับโทษเขาที่ตามใจลูกสาวเกินไป ตอนนี้ลูกรู้จักฟ้องคนอื่นแล้ว !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดในใจว่า: มันเกี่ยวอะไรกับผม ? ลูกสาวของเราฟ้องเก่งเหมือนคุณต่างหากล่ะ !

    

    หลังจากสบตากันอย่างเงียบ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดกับหลิวอี้ถิงว่า “แม่ครับ ผมจะไปหาพ่อเพื่อจัดการเรื่องบางอย่างก่อน เดี๋ยวผมกลับมานะครับ”

    

    หลิวอี้ถิงเข้าใจว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีงานสำคัญที่ต้องทำ ดังนั้นเธอจึงตอบว่า “ตามสบาย แต่กลับมาเร็ว ๆ นะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ผมจะรีบกลับมาครับ รอผมกลับมาทำอาหารนะครับ”

    

    หลิวอี้ถิงยิ้มและพูดว่า “กลับมาไม่ต้องทำอาหารหรอก แม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว กลับมาถึงก็พร้อมกินได้เลย”

    

    ความรู้สึกอบอุ่นแล่นเข้ามาในหัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋ แม่ยายของเขาใจดีกับเขาจริง ๆ

    

    แต่เมื่อนึกถึงว่าเขาและหลินเจียอินอยู่ที่ชิงโจวเป็นหลัก ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่เจี้ยนหยาง เขารู้สึกว่าเขาควรแสดงความกตัญญูต่อพ่อตาแม่ยายบ้าง จึงพูดว่า “แม่ เดี๋ยวขากลับผมจะซื้อปลากลับมาด้วย เดี๋ยวผมจะทำหัวปลาหม้อไฟให้กิน ! ”

    

    หัวปลาหม้อไฟ ?

    

    มันคืออะไร ?

    

    หลิวอี้ถิงไม่เพียงแต่ยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจ แต่หลินเจียอินก็ตกตะลึงเช่นกัน เธอไม่เคยลิ้มรสหัวปลาหม้อไฟฝีมือของเจียงเสี่ยวไป๋มาก่อน และเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็นด้วยความตื่นเต้น

    

    “เยี่ยมเลย ! ป่าป๊ากำลังจะทำเมนูใหม่ ! ”

    

    เจียงชานปรบมือ จากนั้นเธอก็พูดอ้อนหลิวอี้ถิงว่า “คุณยายคะ ป่าป๊าทำหัวปลาหม้อไฟให้คุณยายและคุณตากินเท่านั้น ไม่ให้หม่าม๊ากิน เพราะหม่าม๊าใจร้ายจะส่งหนูไปโรงเรียน”

    

    หลินเจียอินรู้สึกโมโหเข้าแล้วจริง ๆ ลูกคนนี้กำลังพูดจาไร้สาระอะไร

    

    อย่างไรก็ตาม หลิวอี้ถิงไม่ได้สนใจอะไรมาก เธอแค่หัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ยายจะไม่ให้หม่าม๊าหนูกินหรอก ยายและชานชานจะกินด้วยกันสองคนดีไหมจ๊ะ”

    

    “คุณยายดีที่สุดเลย ! ”

    

    เด็กน้อยซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของหลิวอี้ถิงอย่างมีความสุข ราวกับว่าเธอได้พบที่หลบภัยแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดูสองยายหลานที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เขาก็หัวเราะ แล้วไปขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอ

    

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 301 :ลูกสาวก็ฟ้องเป็นเหมือนกัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
23/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.