Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 68 :ปรากฏว่าเป็นเขา

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 68 :ปรากฏว่าเป็นเขา
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 68 :ปรากฏว่าเป็นเขา

    

    พ่อและลูกชายเดินทางต่อไปยังอำเภอชิงซาน แต่ก็ยังไม่พบเจียงเสี่ยวไป๋

    

    ท่ามกลางแสงไฟที่ริบหรี่ ใบหน้าของเจียงไห่หยางแสดงออกถึงความกังวล เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ไอ้ลูกชายหัวดื้อคนนี้ ฉันบอกแล้วว่าช่วงนี้อย่าเข้าเมือง แต่เขาก็ไม่ฟัง”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงและเจียงเสี่ยวเหลยไม่กล้าพูดอะไร พวกเขาเพียงแค่เดินไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ

    

    หลังจากเดินไปอีก 2 ลี้กว่า พวกเขาก็เห็นแสงไฟฉายส่องมาไกล ๆ และเห็นร่างที่คลุมเครือกำลังปั่นจักรยานเข้ามาใกล้พวกเขา

    

    เจียงเสี่ยวเหลยจึงตะโกนออกไปอย่างกระวนกระวายใจ “พี่รอง นั่นพี่หรือเปล่า ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กำลังปั่นจักรยานบนถนน เมื่อได้ยินเสียงที่ฟังดูเหมือนน้องชายของตน เขาก็ยกไฟฉายขึ้นเพื่อส่องไปข้างหน้า ก็เห็นเป็นเจียงไห่หยางและน้องชายของเขาถือคบไฟอยู่ไม่ไกล

    

    “พ่อ เสี่ยวเฟิง เสี่ยวเหลย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ? ”

    

    เมื่อได้ยินเสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงไห่หยางและอีกสองคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    

    “ไอ้ลูกชายตัวดี แกกลับบ้านช้าแล้วยังกล้ามาถามอีกว่าทำไมพวกฉันถึงมาอยู่ที่นี่ ? ”

    

    เมื่อความกังวลของเขาคลายลง ความโกรธของเจียงไห่หยางก็ปะทุขึ้น

    

    ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยอมรับการดุอย่างเชื่อฟัง ทว่าภายในใจกลับความรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไหลผ่านหัวใจของเขา

    

    ‘ตีเพราะรัก ดุด่าเพราะเอาใจใส่’ วลีนี้อาจมีความแตกต่างออกไปหากนำไปใช้กับคู่รัก แต่เมื่อใช้ในบริบทของพ่อแม่ที่มีต่อลูก นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง

    

    จากคำพูดของพ่อ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกได้ถึงความห่วงใยและความรักอย่างสุดซึ้ง

    

    “พ่อ ผมขอโทษ วันนี้มีเรื่องบางอย่างทำให้ผมต้องกลับบ้านช้า ผมขอโทษที่ทำให้พ่อเป็นห่วง”

    

    “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงด้วย” เจียงไห่หยางปฏิเสธอย่างดื้อรั้น แล้วพูดต่ออีกว่า “ที่ฉันมาตามหา แกเพราะเห็นเจียอินเป็นกังวลต่างหาก”

    

    “ปากไม่ตรงกับใจ ! ” เจียงเสี่ยวเหลยทำปากมุ่ย “ไม่รู้ว่าใครกันที่บ่นเป็นกังวลมาตลอดทาง”

    

    เมื่อลูกชายคนเล็กของเขาเปิดโปง เจียงไห่หยางก็อดกลั้นความอับอายไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นตีลูกชายคนเล็ก ๆ และพูดว่า “เจ้าเด็กตัวแสบ ไม่เคยทำให้พ่อวางใจเลยสักวัน”

    

    ขณะที่เขาพูด เขาก็ยกมือขึ้นเตรียมจะตีอีกครั้ง

    

    เจียงเสี่ยวเหลยหลบอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาว่องไวเหมือนแมว

    

    หลังจากหยอกล้อกันเล่นแล้ว ทั้งสี่คนก็กลับบ้านด้วยกัน

    

    เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาอย่างปลอดภัย หลินเจียอิน หวังซิ่วจวี๋ และคนอื่นก็โล่งใจในที่สุด

    

    หลังจากที่ครอบครัวเจียงกลับบ้าน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตำหนิตัวเองและพูดว่า “ที่รัก ผมขอโทษที่กลับมาช้า ทำให้คุณเป็นกังวล”

    

    ดวงตาของหลินเจียอินเป็นสีแดงเล็กน้อย เธอพูดว่า “ดีจังที่คุณกลับมา”

    

    เมื่อเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของหลินเจียอิน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น เขาอยากจะโอบกอดเธอและปลอบโยนเธออย่างสุดหัวใจ

    

    แต่เมื่อเขามองไปที่เจียงชานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

    

    อืม ลืมมันไปซะดีกว่า

    

    “ป่าป๊า ทำไมกลับมาช้าจังเลยคะ ? ”

    

    “หนูคิดถึง”

    

    “กอดหนูหน่อย ! ”

    

    เด็กน้อยเห็นป่าป๊ามองมาก็คิดว่าป่าป๊าคงคิดถึงเธอเหมือนกันกัน เธอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง จากนั้นวิ่งไปหาเจียงเสี่ยวไป๋พร้อมอ้าแขนออกกว้าง

    

    “โอ้ เด็กดีของพ่อ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยกเจียงชานขึ้นเหนือหัวและหมุนเธอไปรอบ ๆ ทำให้เจียงชานหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน

    

    เฮ้อหยา การมีลูกสาวมันดีจริง ๆ เพราะสามารถกอดเธอได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

    

    “คุณกินอะไรมาหรือยัง ? ”

    

    หลังจากที่พ่อลูกเล่นกันอย่างสนุกสนาน หลินเจียอินก็ถามขึ้น

    

    เมื่อพูดถึงเรื่องกินข้าว จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกหิวและพูดว่า “ผมยุ่งมาทั้งวัน ยังไม่ได้กินข้าวเลย”

    

    “ยังมีอาหารอุ่น ๆ อยู่ในหม้อ ฉันจะเอามาให้”

    

    หลังจากพูดเช่นนั้น หลินเจียอินก็เดินเข้าไปในครัว

    

    สมัยนี้ ตามชนบทเวลาจะเหลืออาหารไว้ให้ใคร มักจะทำโดยใช้ตะแกรงวางตรงกลางหม้อที่ตั้งบนเตา และเติมน้ำเล็กน้อยที่ก้นหม้อ แล้ววางชามอาหารบนตะแกรงและปิดฝาหม้อ ความร้อนที่หลงเหลืออยู่ในเตาจะทำให้อาหารยังอุ่นอยู่ตลอด

    

    เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้กินอาหารฝีมือหลินเจียอิน แม้ว่ามันจะเป็นของเหลือ แต่เขาก็มีความสุขที่จะได้กินมัน

    

    หลังจากกินอาหารเสร็จ เขาบอกให้หลินเจียอินไปนอนก่อน ในขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและรวบรวมละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบในวันนี้ เขายังคงยุ่งอยู่จนถึงหลังเที่ยงคืน ก่อนที่จะเข้านอนในที่สุด

    

    วันต่อมา…

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยังไม่อนุญาตให้หลินเจียอินและเจียงชานเข้าไปในเมืองกับเขา หลังจากที่เขามาถึงร้านคนเดียว หวังผิงก็แจงรายได้จากเมื่อวานให้กับเขา

    

    เนื่องจากเมื่อวานนี้ไม่มีหลิวซือกั๋วมาแย่งลูกค้า ยอดขายรวมจึงสูงถึง 1,633 หยวนโดยไม่คาดคิด สร้างสถิติใหม่ในการขายของทุกวัน

    

    หลังจากฝากเงินในธนาคารแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็มุ่งหน้าไปยังสำนักความมั่นคงสาธารณะประจำเมืองพร้อมกับเอกสารที่เขาเขียนไว้เมื่อคืนนี้

    

    ในชาติที่แล้ว เขาไม่ได้ไปมาหาสู่กับสำนักความมั่นคงสาธารณะชิงโจวเลย แต่จากข่าวที่เขาจำได้ ผู้ที่ทำคดีการจับกุมหม่าตงหลายคือรองอธิบดีที่มีชื่อว่า เหรินฉางเซี่ย

    

    อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเศร้าที่รองอธิบดีเหรินต้องสละชีวิตอย่างกล้าหาญในระหว่างปฏิบัติการนั้น เมื่อเขาต้องปะทะกับหวงฟู่ไห่ที่มีอาวุธปืน

    

    “หวังว่าครั้งนี้มันจะไม่เหมือนชาติที่แล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แสดงความชื่นชมรองอธิบดีเหรินผู้เสียสละอย่างสุดซึ้ง และไม่ต้องการให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีก

    

    สำนักความมั่นคงสาธารณะไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทางเข้า ซึ่งแตกต่างจากสำนักงานหนังสือพิมพ์รายวัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เดินตรงเข้ามา ผ่านลานกว้างซึ่งมีรถจี๊ปตำรวจจอดอยู่สามคัน พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์สามล้อและมอเตอร์ไซค์สองล้ออีกหลายคัน ด้านหลังลานกว้างเป็นอาคารสำนักงาน 2 ชั้น

    

    ขณะที่เขาไปถึงทางเข้า เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะสอบถามเกี่ยวกับห้องทำงานของเหรินฉางเซี่ย จู่ ๆ ก็มีคนมายิ้มให้เขาและถามว่า “สหาย อะไรพาคุณมาถึงที่นี่ได้ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ ไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่

    

    เรียกเขาว่าคนรู้จักอาจไม่ถูกต้อง คนที่เข้ามาทักทายเขาคือนายตำรวจคนเดียวกับที่เขาพบเมื่อเช้าวานนี้นอกอำเภอชิงซาน นายตำรวจที่รีบพาแม่ไปโรงพยาบาล

    

    “คุณเองนี่เอง ! ผมมาที่นี่เพื่อมาเยี่ยมเยียนรองอธิบดีเหรินฉางเซี่ย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    นายตำรวจคนนั้นดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด และประเมินเจียงเสี่ยวไป๋ตั้งแต่หัวจรดเท้า

    

    หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ถามว่า “คุณรู้จักเหรินฉางเซี่ยอย่างนั้นหรือ ? แล้วคุณมีธุระอะไรกับเขาล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือและพูดว่า “ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวหรอก แต่ผมได้ยินมาว่าเขาเป็นคนดี และผมมีเบาะแสบางอย่างที่ต้องการจะมอบให้เขา”

    

    นายตำรวจคนนั้นหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “พวกเราทุกคนในกองกำลังตำรวจเป็นคนดี คุณน่าสนใจทีเดียว แถมยังมาที่นี่เพื่อให้เบาะแสกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ”

    

    หลังจากหยุดครู่หนึ่ง เขาพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นมากับผม”

    

    หลังจากพูดจบ เขาก็พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่สำนักงานที่ชั้นหนึ่ง

    

    เป็นสำนักงานขนาดใหญ่แบบเปิดโล่ง มีชายหญิงหลายคนทำงานที่โต๊ะต่างกัน บางคนอยู่ในเครื่องแบบตำรวจ ในขณะที่บางคนแต่งกายด้วยชุดธรรมดา บนผนังด้านหน้ามีตัวอักษรสีแดงตัวหนาแขวนอยู่ซึ่งเขียนว่า “กองพลสืบสวนอาชญากรรมแห่งสำนักความมั่นคงสาธารณะเมืองชิงโจว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ผงะเล็กน้อย เหรินฉางเซี่ยเป็นรองอธิบดีไม่ใช่หรือ ?

    

    นายตำรวจคนนั้นพาเขามาที่กองบังคับการสืบสวนคดีอาญาทำไมกัน ?

    

    อย่างไรก็ตาม เขาก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว

    

    ในชาติที่แล้ว คดีของหม่าตงหลายได้เกิดขึ้นในอีกหลายปีต่อมา ในเวลานั้นเป็นความจริงที่เหรินฉางเซี่ยเป็นรองอธิบดี ตอนนี้เป็นเพียงปี 1983 และเหรินฉางเซี่ยอาจยังเป็นแค่ตำรวจคนหนึ่งเท่านั้น

    

    ไม่ทันคิด นายตำรวจคนนั้นก็ได้พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปยังพื้นที่กั้นเล็ก ๆ ข้างใน ซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักงานขนาดเล็ก ภายในมีเพียงตู้โลหะสองตู้สำหรับเก็บเอกสาร โต๊ะทำงานเก่า ๆ และเก้าอี้ไม้ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดอยู่

    

    นายตำรวจคนนั้นนั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองหน้าเจียงเสี่ยวไป๋ พลางถามว่า “เริ่มเลย คุณต้องการคุยกับผมเรื่องอะไร ? ”

    

    อ่า ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้ตัว

    

    “สหาย คุณคือเหรินฉางเซี่ยอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยท่าทางเก้กัง

    

    คุยกันตั้งนาน ปรากฏว่าคนที่เขาตามหากลับอยู่ตรงหน้าเขานี้เอง แต่เขากลับจำไม่ได้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงรู้สึกอายเล็กน้อย

    

    เหรินฉางเซี่ยหัวเราะเบา ๆ “เฮ้ ก่อนหน้านี้คุณเพิ่งเรียกผมว่ารองอธิบดีไม่ใช่หรือ ? ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนเป็นเรียกสหายแล้วล่ะ หรือหลังจากเห็นกองพลสืบสวนอาชญากรรม คุณก็เลยเรียกผมว่าสหายอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    เหรินฉางเซี่ยเปลี่ยนเรื่องพูดติดตลกว่า “สหาย คุณไม่รู้ว่าผมเป็นใครด้วยซ้ำ แต่คุณได้เลื่อนขั้นให้ผมแล้ว เมื่อผมได้ยิน ผมยังคิดว่ามีรองอธิบดีที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับผมในสำนักงานอีกหรือ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “การที่คุณจะได้เป็นรองอธิบดีล้วนเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น”

    

    เหรินฉางเซี่ยหัวเราะเสียงดัง “คุณคิดว่าคุณบริหารสำนักความมั่นคงสาธารณะอยู่หรือเปล่า ที่แค่บอกว่าใครจะได้เป็นรองอธิบดี คนนั้นก็จะได้เป็นน่ะ”

    

    หลังจากพูดจบ เขาก็โบกมือ “เอาล่ะ ผมจำชื่อคุณได้ คุณคือเจียงเสี่ยวไป๋ ถ้าอย่างนั้นบอกผมสิ คุณต้องการให้เบาะแสอะไรกับผม คุณไปรู้อะไรมา ? ”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 68 :ปรากฏว่าเป็นเขา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
17/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.