Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 8 :คิดจะไปปล้นหรือ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 8 :คิดจะไปปล้นหรือ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 8 :คิดจะไปปล้นหรือ

    

    ในแปลงนา

    

    คนทั้งสี่คนแบ่งหน้าที่เป็นสองส่วน เจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิงใช้เสียม “ขุดหลุม” อยู่ด้านหน้า

    

    “การขุดหลุม” ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยพลางใช้เสียมเพื่อขุดหลุมที่มีขนาดและความลึกที่เหมาะสม “หลุม” ควรตรงและเว้นระยะห่างเท่า ๆ กันในแถวเดียว

    

    หวังซิ่วจวี๋และหลัวเจาตี้ทำหน้าที่โยนเมล็ดข้าวโพดลงใน “หลุม” ที่เตรียมไว้ นี่ถือเป็นงานด้านเทคนิคเช่นกัน เพราะพวกเธอต้องใช้สายตาที่เฉียบคมและมือที่ว่องไว เพราะพวกเธอต้องรีบโยนเมล็ดข้าวโพดลงใน “หลุม” อย่างรวดเร็วเมื่อหลุมถูกขุดขึ้น

    

    เพราะหากช้าเกินไปก็จะไม่ทันจังหวะของการ “ขุดหลุม” และอาจทำให้งานล่าช้าได้ และตอนโยนเมล็ดข้าวโพดก็ต้องโยนลงไปให้ตรงกลางหลุม เพราะจะทำให้ต้นข้าวโพดขึ้นเรียงเสมอกันเป็นระเบียบ ไม่สะเปะสะปะไปทั่ว

    

    และคนที่ขุดหลุมก็จะต้องใช้เสียมพลิกดินกลบเมล็ดข้าวโพดอย่างรวดเร็ว

    

    ทั้งสี่คนที่กำลังช่วยกันหยอดเมล็ดข้าวโพดอย่างขะมักเขม้นได้ยินเสียง “ตะโกนเรียก” อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้ ทำให้พวกเขาถึงกับพักงานในมือของตน

    

    และเมื่อเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ ทั้งสี่คนมองหน้ากัน ตอนแรกพวกเขานึกว่าตนเองเห็นผีเสียด้วยซ้ำ

    

    ไอ้อันธพาลคนนี้มาที่แปลงนากับเขาด้วย ?

    

    นี่เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์เชียวนะ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ที่กลับมาเกิดใหม่ได้เห็นพ่อ แม่ น้องสามและน้องสะใภ้อีกครั้ง ขอบตาของเขารื้นไปด้วยน้ำตา

    

    เมื่อชาติที่แล้ว เนื่องจากการตายของหลินเจียอินและชานชาน พ่อแม่ก็ไม่เคยให้อภัยเขาอีกเลย ต่อให้เขากลายเป็นเศรษฐีมีทรัพย์สินหลายหมื่นล้าน แต่พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมมาใช้ชีวิตอยู่กับเขา ยิ่งไม่ยอมใช้เงินของเขาเลยสักหยวนเดียว

    

    ส่วนพี่น้องในครอบครัวก็ถูกพ่อแม่สั่งสอนไม่ให้ไปมาหาสู่กับเขา

    

    โชคดีที่ตอนนี้เขากลับมาเกิดใหม่แล้ว อีกทั้งยังได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาโศกนาฏกรรมของหลินเจียอิน ชาตินี้เขาจะต้องผูกสัมพันธ์อันดีกับคนในครอบครัวทุกคนให้ได้

    

    “พ่อ แม่ ผมมารับชานชาน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยายามระงับความตื่นเต้นในใจขณะที่พูด

    

    เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างตกตะลึง พวกเขานึกว่าตัวเองได้ยินผิดไปด้วยซ้ำ

    

    “แกคิดจะทำอะไร ? ”

    

    ทันใดนั้นเอง เจียงไห่หยางราวกับคิดอะไรได้บางอย่าง เขายกเสียมขึ้นมาตั้งขวางไว้และถลึงตามองไปยังเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

    

    ตอนอยู่บ้านไม่เห็นไอ้อันธพาลคนนี้จะอุ้มลูกสาวเลยสักครั้ง แต่จู่ ๆ วันนี้กลับวิ่งมาที่แปลงนาแล้วบอกจะมารับชานชาน คงไม่คิดที่จะเอาลูกสาวตัวเองไปขายใช่ไหม ?

    

    “พ่อ ผมมาเป็นเพื่อนเจียอินรับชานชานกลับบ้าน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน ภาพจำความเป็นคนเลวของเขาคงฝังลึกอยู่ในจิตใจผู้เป็นพ่อมากเกินไป พ่อของเขาถึงได้คิดแต่ด้านแย่ ๆ ไปเสียหมด

    

    เขาจึงรีบพูดขึ้นว่า: “เมื่อก่อนผมเลวเกินไป แต่ตอนนี้ผมตัดสินใจจะไม่ทำตัวเหมือนในอดีตอีกแล้ว ผมจะเป็นคนดี”

    

    “เฮอะ ! ”

    

    เจียงไห่หยางสบถอย่างไม่พอใจ เขาไม่เชื่อหรอก

    

    หวังซิ่วจวี๋กลับเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ แววตาของเธอฉายแววความคาดหวังขึ้นมา

    

    สุดท้ายต้องให้หลินเจียอินเอ่ยปาก พวกเขาถึงพาเจียงชานกลับบ้านได้

    

    กว่าจะมาถึงบ้านก็เป็นช่วงเที่ยงวันแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงพูดขึ้นว่า “ที่รัก คุณดูชานชานไปนะ ผมจะไปทำอาหาร”

    

    พอได้ยินว่าเขาจะไปทำอาหาร ท้องของเจียงชานน้อยก็ร้อง “โครก~” ขึ้นมาทันที หนูน้อยเงยหน้าบอกหลินเจียอิน “หม่าม๊า หนูหิวแล้ว”

    

    หลินเจียอินหยิบเอาซาลาเปาที่เธอเก็บไว้ก่อนหน้านี้ออกมา แล้วแกว่งมันตรงหน้าลูกสาว “ชานชาน ลูกดูสิว่านี่คืออะไร ? ”

    

    “ซาลาเปา ! ”

    

    เจียงชานตะโกนตอบอย่างตื่นเต้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

    

    แม้ว่าเธอจะไม่เคยกินซาลาเปามาก่อน แต่เธอเคยเห็นหูหย่งที่บ้านอยู่หลังถัดไปกินมัน ตอนนั้นเขาดูกินอย่างเอร็ดอร่อยมาก

    

    หนูน้อยมองดูซาลาเปาในมือของผู้เป็นแม่จนน้ำลายเกือบไหลออกมา เธอยื่นมือน้อย ๆ ออกไปเพื่อรับซาลาเปา

    

    “ชานชาน อีกเดี๋ยวค่อยกินนะ เดี๋ยวแม่จะไปอุ่นให้ก่อน”

    

    ตอนนี้ซาลาเปาเย็นแล้ว เปลือกหุ้มด้านนอกเริ่มแข็ง ถ้ากินแบบนี้จะทั้งแข็งและไม่อร่อย

    

    หลินเจียอินพูดแล้วก็เดินไปในครัว

    

    แม้จะบอกว่ามันคือครัว แต่อันที่จริงมันไม่ได้เป็นห้องที่แยกตัวออกไปแต่อย่างใด มันเป็นเพียงเพิงมุงจากใต้ชายคาข้างตัวบ้าน ซึ่งสั้นและแคบ

    

    ที่บ้านมีเตาสองเตา มีถังน้ำและตู้ไม้ แค่นี้ก็เหลือที่ว่างไม่มากแล้ว

    

    หลินเจียอินตักน้ำหนึ่งกระบวยใส่หม้อ ใส่ตะแกรงไม้ไผ่ทรงกลมลงไป วางซาลาเปาลงบนตะแกรง แล้วปิดฝาหม้อด้วยไม้ จากนั้นถึงจุดไฟ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตามเข้าไปหาอยู่นานก็ไม่พบวัตถุดิบอะไรสักอย่าง

    

    ส่วนเครื่องปรุงนั้นก็เหลือแค่เกลือเพียงเล็กน้อย น้ำมันพืชในหม้อเหลือแค่ก้นหม้อจนเริ่มมีกากสีดำแล้ว

    

    “ที่บ้านไม่มีวัตถุดิบทำอาหาร ถ้าคุณหิว ฉันจะไปเด็ดแตงที่แปลงผักมาทำอาหารให้คุณกิน”

    

    หลินเจียอินพูดเสียงเศร้า

    

    ตอนนี้ที่บ้านของพวกเขาไม่มีอะไรเหลือแล้วจริง ๆ หากไม่ใช่เป็นเพราะก่อนหน้านี้เธอปลูกแตงเอาไว้ และคอยหาเด็ดผักจับปลากิน ป่านนี้เธอกับลูกคงหิวตายไปแล้ว

    

    “ผมขอโทษ……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตาแดง พูดอย่างสะอื้น

    

    ปกติเขาจะออกไปกินดื่มกับเพื่อนอันธพาลพวกนั้นทุกวัน เขาแทบไม่ได้กินข้าวที่บ้านเลยสักมื้อ เขาไม่เคยคิดว่าหลินเจียอินและชานชานจะต้องอดทนต่อความลำบากใช้ชีวิตแบบนี้

    

    หลังจากสูดลมหายใจเข้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินไปข้าง ๆ หลินเจียอิน

    

    “คุณจะทำอะไร ? ”

    

    หลินเจียอินที่นั่งยองอยู่ตรงหน้าเตาเพื่อเติมฟืนหดตัวลงและถามอย่างประหม่า

    

    เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะมาช่วยเธอจุดไฟ

    

    “เอามีดพร้ามาให้ผม” เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    คนในชนบททำอาหารด้วยการจุดฟืน เตาฟืนมีขนาดไม่ใหญ่นัก ดังนั้นฟืนจึงเป็นไม้ขนาดเล็กที่มีความยาวไม่เกิน 1 ฟุต พวกเขาจึงวางมีดพร้าไว้ข้างเตาฟืนอยู่ตลอดเวลา

    

    “อ้อ ๆ ”

    

    หลินเจียอินรีบเอามีดพร้ายื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋

    

    “ตอนกลางวันคุณกับชานชานกินข้าวก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงผม เดี๋ยวเย็นนี้พวกเรามากินเนื้อกัน” เจียงเสี่ยวไป๋หยิบมีดพร้าเดินออกไปทางประตูหลังขณะพูด

    

    กินเนื้อ ?

    

    ข้าวสารยังไม่มีกรอกหม้อ แล้วจะเอาเนื้อที่ไหนมากิน ?

    

    หลินเจียอินไม่เชื่อคำพูดของเขา

    

    แต่เมื่อเธอมองมีดพร้าในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกกังวล จึงตะโกนถามเขาเสียงสั่น “เจียงเสี่ยวไป๋ คุณคิดจะไปปล้นหรือ ? ”

    

    ผู้ชายคนนี้ไม่มีความสามารถอื่นใด นอกจากเรื่องชกต่อยที่เขาถนัดที่สุด มันไม่แปลกเลยหากเขาจะออกไปขโมยของคนอื่นเพราะไม่มีอะไรกิน

    

    “ที่รัก เมื่อก่อนผมอาจจะเลวมาก แต่ตอนนี้ผมกลับตัวกลับใจได้แล้ว ผมจะไม่มีวันไปขโมยของใครอีก คุณวางใจได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รับปากแล้วรีบเดินออกไป

    

    วางใจงั้นหรือ ?

    

    หลินเจียอินยิ้มอย่างขมขื่น หากเธอวางใจเขาได้ ชีวิตก็คงไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้

    

    เพียงแต่ว่าวันนี้เจียงเสี่ยวไป๋แตกต่างจากที่ผ่านมาเล็กน้อย กล่าวได้ว่าเขาทำให้หลิวเจียอินอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

    

    ปกติหลังบ้านในชนบทจะมี “ร่องน้ำ” แทบทุกหลัง

    

    มีสวนไผ่ขนาดใหญ่ข้างร่องน้ำด้านหลังบ้านครอบครัว แนวไผ่ในนั้นมีความหนาและสูง มีสวนไผ่ขนาดใหญ่คอยปกคลุมให้ความร่มรื่นแบบนี้ ทำให้บรรยากาศบ้านครอบครัวเจียงดูเงียบสงบมาก

    

    “ยอมไม่มีเนื้อกิน ดีกว่าอยู่โดยไม่มีไม้ไผ่”

    

    เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนึกถึงคตินี้ขึ้นมา เขายิ้ม เพราะนี่มันคือคำสอนใจปลอม ๆ ของคนมีความรู้ เพราะอย่างน้อยสำหรับหลินเจียอินและชานชานแล้ว พวกเธอต้องใช้คติ “ยอมอยู่โดยไม่มีไม้ไผ่ ดีกว่าอยู่โดยไม่มีเนื้อกิน”

    

    “ถ้าอยากกินเนื้อ คงต้องพึ่งแกแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เลือกไผ่แก่ในสวน เขายกมีดพร้าขึ้นฟัน “ฉวับ ฉวับ” อย่างแรง

    

    ฟันเพียงไม่กี่จังหวะ ต้นไผ่ก็ถูกโค่นลง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ฟันต่อ เขาเลาะกิ่งไผ่ออก แล้วเหลาปลาย จากนั้นก็ลากลำไผ่ออกจากสวน

    

    ลำไผ่ยาวประมาณ 10 เมตร หากลากจากบ้านไปลานใกล้ร่องน้ำคงไม่สะดวก เจียงเสี่ยวไป๋จึงแบกลำไผ่เดินอ้อมไปยังถนนเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงลานบ้านเพื่อไปยังลานใกล้ร่องน้ำตนเอง

    

    ในเวลา นี้หลินเจียอินนึ่งซาลาเปาเสร็จแล้ว เจียงชานกำลังกินซาลาเปาอยู่ริมร่องน้ำ

    

    อื้ม ถึงแม้จะไม่ใช่ซาลาเปาไส้หมู แต่ซาลาเปาไส้หวานก็อร่อยมากเหมือนกัน

    

    หนูน้อยชอบซาลาเปาไส้หวานมาก หนูน้อยกัดซาลาเปาไปหนึ่งคำ ก็ยื่นให้หม่าม๊ากินหนึ่งคำเช่นกัน

    

    นี่เป็นซาลาเปาที่เธอตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกกินโดยเฉพาะ หลินเจียอินจะทำใจกินลงได้อย่างไร

    

    “แม่กินตอนอยู่ในเมืองไปแล้ว อันนี้เอาไว้ให้ลูกกิน”

    

    หลินเจียอินยิ้มแล้วพยักหน้าให้ชานชานกิน ระหว่างที่คุยอยู่นั้น เธอก็เห็นเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาพร้อมไม้ไผ่บนหลัง หญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 8 :คิดจะไปปล้นหรือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
22/06/2026
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
22/06/2026
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.