Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง - บทที่ 596 สวีซิ่งอี้กับการกินหม้อไฟครั้งแรก

  1. Home
  2. หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
  3. บทที่ 596 สวีซิ่งอี้กับการกินหม้อไฟครั้งแรก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 596 สวีซิ่งอี้กับการกินหม้อไฟครั้งแรก

ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่หรูหราที่สุดของภัตตาคารแปดเซียน หลี่เยว่หานพาแม่นางน้อยอย่างสวีอวิ้นเอ๋อร์มานั่งเผชิญหน้ากับเวินเทียนเหล่ย และสวีซิ่งอี้ที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด

เสี่ยวเอ้อทยอยยกผักและเนื้อที่สดใหม่ขึ้นมาวางบนโต๊ะ หลี่เยว่หานคีบเนื้อลงไปแกว่งในน้ำซุปให้สวีอวิ้นเอ๋อร์อย่างคล่องแคล่ว ส่วนเวินเทียนเหล่ยนั้นก้มหน้าก้มตากินอย่างสำราญใจโดยไม่สนใจใคร

สวีซิ่งอี้ไม่เคยย่างกรายมากินหม้อไฟที่ภัตตาคารแปดเซียนเลยสักครั้ง เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เขาเข้าใจผิดคิดว่า ‘หม้อไฟ’ คือการเอาหม้อไปวางย่างไว้บนกองไฟ แม้เขาจะเป็นพวกชอบจุดประทัดเล่นพิเรนทร์ใส่ชาวบ้านไปทั่ว แต่พอต้องมากินอะไรที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟลุกเช่นนี้ เขากลับรู้สึกขยาดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหม้อทองแดงเป็นครั้งแรก สวีซิ่งอี้ก็ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เขาคอยดึงรั้งเวินเทียนเหล่ยเพื่อถามนู่นถามนี่ไม่หยุดหย่อน

“เจ้าเลิกทำตัวเหมือนพวกไม่เคยพบเคยเห็นโลกจะได้หรือไม่” เวินเทียนเหล่ยที่ถูกสวีซิ่งอี้ฉกเนื้อที่เพิ่งลวกเสร็จไปนับครั้งไม่ถ้วน แถมยังถูกแย่งถ้วยน้ำจิ้มไปต่อหน้าต่อตา ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนหน้าดำคร่ำเครียด “อยากกินอะไรก็ใส่ลงไปเอง! อยากได้น้ำจิ้มรสไหนก็ไปปรุงเอาเอง! อย่ามาแย่งของข้า แล้วก็เลิกถามได้แล้วว่านี่คืออะไรนั่นคืออะไร!”

พูดจบ เวินเทียนเหล่ยก็คว้าถ้วยน้ำจิ้มของตนกลับมา แล้วขยับหนีไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งทันที

สวีซิ่งอี้ได้แต่นั่งแหง็กอยู่ที่เดิม เขาหันไปมองสวีอวิ้นเอ๋อร์ที่กำลังมีหลี่เยว่หานคอยดูแลเอาใจใส่คีบเนื้อให้ด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเศร้า “อวิ้นเอ๋อร์ พี่ชายก็อยากกินบ้าง”

“ท่านก็มีมือมีเท้ามิใช่รึ!” สวีอวิ้นเอ๋อร์ยังคงเคืองเรื่องที่สวีซิ่งอี้ขัดขวางไม่ให้นางไปเที่ยวหอฝานเทียนกับหลี่เยว่หาน เมื่อสบโอกาสนางจึงตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

สวีซิ่งอี้หันไปหาหลี่เยว่หานด้วยสายตาละห้อย “เยว่หาน อย่างไรเจ้าก็ช่วยสอนข้าหน่อยเถิด ว่าของพวกนี้มันต้องกินอย่างไร!”

หลี่เยว่หานทั้งขำทั้งระอา นางชี้มือไปยังเคาน์เตอร์เครื่องปรุงที่วางเรียงรายอยู่ตรงระเบียงทางเดินนอกห้องซึ่งมีพนักงานคอยดูแลอยู่ “เจ้าหยิบถ้วยออกไปปรุงน้ำจิ้มตามรสชาติที่เจ้าชอบมาก่อนเถิด”

สิ้นคำ สวีซิ่งอี้ก็รีบคว้าถ้วยวิ่งออกจากห้องรับรองไปอย่างรวดเร็ว

เวินเทียนเหล่ยหันมองตามหลังพลางถอนหายใจ “จบกัน ข้าไม่อยากจะนึกเลยว่าประเดี๋ยวเขาจะตักเครื่องปรุงอะไรกลับมาบ้าง”

“ทำไมรึ?” หลี่เยว่หานถามพลางคีบเนื้อหมูลวกใส่ถ้วยให้น้องสาวตัวน้อย

“อวิ้นเอ๋อร์เป็นสตรี อย่างไรก็น่าจะพอรู้จักเครื่องปรุงรสบ้าง แต่สวีซิ่งอี้น่ะรึ… แม้แต่ประตูห้องครัวเขายังไม่เคยเหยียบเข้าไปเลยด้วยซ้ำ” เวินเทียนเหล่ยพูดอย่างไม่วางใจ ก่อนจะวางตะเกียบแล้วลุกเดินตามออกไปดู

เมื่อมองตามหลังเขาไป หลี่เยว่หานก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาซึ่งมันดูจะตลกอยู่ไม่น้อย

“พี่เยว่หาน ท่านหัวเราะอะไรหรือเจ้าคะ?” สวีอวิ้นเอ๋อร์ที่กำลังกลืนน้ำลายรอเนื้อสุก หันมาเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เยว่หานจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” หลี่เยว่หานตอบพลางใส่ผักปวยเล้งลงไปในหม้อ “กินหม้อไฟมันร้อนในง่าย เรากินผักใบเขียวสลับบ้างจะได้เปลี่ยนรสชาติ”

สวีอวิ้นเอ๋อร์ตั้งท่าจะถามต่อ แต่พอหลี่เยว่หานคีบเนื้อใส่ถ้วยให้ นางก็รีบสงบปากสงบคำแล้วก้มหน้าก้มตากินต่อทันที

เดิมทีหลี่เยว่หานตั้งใจจะใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมในห้องรับรอง แต่เพราะโต๊ะสี่เหลี่ยมจุคนได้น้อยเกินไป สุดท้ายนางจึงเปลี่ยนเป็นโต๊ะกลมทั้งหมด และหม้อทองแดงในห้องรับรองก็มีขนาดใหญ่กว่าหม้อในห้องโถงทั่วไปหนึ่งเท่าตัว

ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี เกษตรกรจำนวนมากจะนำวัวแก่ที่หมดแรงทำนาไปขายยังสถานที่เฉพาะ เนื่องจากวัวเป็นแรงงานสำคัญทางการจึงสั่งห้ามฆ่าแกงหรือซื้อขายเพื่อการบริโภคโดยพละการ ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่เคยมีความคิดที่จะกินเนื้อวัวเลย

อีกทั้งสำหรับชาวนาแล้ว วัวคือเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก พวกเขาจึงทำใจต้มเพื่อนกินไม่ลง

ทว่าวัวที่ชราภาพจนไม่มีกำลังทำงานแต่ยังไม่ได้เจ็บป่วยนั้น หากเลี้ยงไว้ที่บ้านก็รังแต่จะเป็นภาระ ชาวนาจะไปแจ้งความประสงค์กับทางการ เมื่อมีสัตวแพทย์ตรวจสอบว่าวัวตัวนั้นมีสุขภาพดีจึงจะอนุญาตให้นำไปขายในตลาดเฉพาะได้

ภัตตาคารแปดเซียนส่งคนไปซุ่มรอที่ตลาดวัวทุกวัน วัวตัวหนึ่งสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้เพียงสองวันเท่านั้น และนั่นคือปริมาณที่หลี่เยว่หานพยายามควบคุมไว้แล้ว

แม้จะเป็นวัวแก่ เนื้อไม่นุ่มเท่าเนื้อวัวหนุ่มฉกรรจ์ แต่มันกลับชนะขาดด้วยรสชาติที่เข้มข้น!

นางใช้ไขมันวัวที่เจียวจนหอมมาผัดเป็นเบสของน้ำซุป เคี่ยวกับน้ำสต๊อกเข้มข้นนานหลายวัน เสริมด้วยพริก โป๊ยกั๊ก อบเชย และเครื่องเทศอื่น ๆ ที่เมื่อก่อนผู้คนมักมองว่าเป็นยาสมุนไพรมาผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ใครได้กลิ่นเป็นต้องอดใจไม่ไหว!

สวีอวิ้นเอ๋อร์เองก็เพิ่งเคยกินหม้อไฟเป็นครั้งแรก แม่นางน้อยผู้นี้ใจใหญ่แต่กระเพาะเล็ก นางอิ่มตื้อในเวลาไม่นาน

นางพิงพนักเก้าอี้พลางลูบท้องแล้วรำพึง “หม้อไฟอร่อยถึงเพียงนี้ ข้าดันไปเชื่อพี่ชาย กว่าจะได้มากินก็เสียเวลาไปเนิ่นนาน!”

หลี่เยว่หานได้ยินดังนั้นก็สงสัย “สวีซิ่งอี้รึ? เขาว่าอย่างไรบ้าง?”

“เขาบอกว่าหม้อไฟคือการเอาหม้อไปวางบนกองไฟ แล้วยังต้องโยนไฟลงไปในหม้อด้วย!” สวีอวิ้นเอ๋อร์พูดพลางทำหน้าเหยียดหยาม “ทีตัวเองเล่นประทัดล่ะไม่ยักจะกลัว พอได้ยินคำว่าหม้อไฟกลับมโนไปได้ไกลเชียว”

“เขาพูดแบบนั้นจริง ๆ รึ?” หลี่เยว่หานหัวเราะออกมาทันที มิน่าล่ะ ตอนเพิ่งเข้ามาในห้อง สวีซิ่งอี้ทำเหมือนมองไม่เห็นหม้อตรงหน้า เขาเอาแต่หันซ้ายแลขวา คอยถามเวินเทียนเหล่ยไม่หยุดว่าหม้อไฟจะมาเมื่อไหร่ แล้วเราต้องหลบไปทางไหนหรือไม่

ตอนแรกนางนึกว่าเขาแกล้งเล่น ที่ไหนได้ เขาไม่รู้เรื่องจริง ๆ!

แถมตอนเริ่มลวกเนื้อ สวีซิ่งอี้ก็เลียนแบบท่าทางของเวินเทียนเหล่ย เขาใช้ตะเกียบกลางคีบเนื้อใส่ลงไปในหม้ออย่างระมัดระวังประหนึ่งกลัวหม้อจะระเบิดใส่หน้า แล้วรีบถอยกรูดไปข้างหลัง

เวินเทียนเหล่ยคงทนดูไม่ได้จริง ๆ ถึงได้ยอมลวกเนื้อให้แถมยังแบ่งน้ำจิ้มให้ครึ่งหนึ่ง

ใครจะไปคิดว่าพ่อตัวดีคนนี้จะถือโอกาสเกาะติดเวินเทียนเหล่ยไม่ปล่อย

ตอนนี้หลี่เยว่หานเองก็ชักอยากจะเห็นแล้วว่า น้ำจิ้มที่สวีซิ่งอี้ไปปรุงมาด้วยตัวเองนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

คิดยังไม่ทันไร สวีซิ่งอี้ก็เดินตามหลังเวินเทียนเหล่ยกลับเข้ามาในห้อง

เวินเทียนเหล่ยเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะโดยไม่พูดไม่จา เขาคีบเนื้อยัดเข้าปากไปสองคำใหญ่ด้วยท่าทางฉุนเฉียว

แต่หลี่เยว่หานและสวีอวิ้นเอ๋อร์ไม่มีเวลาไปถามอะไรเขา เพราะสายตาของพวกนางถูกตรึงอยู่ที่ถ้วยน้ำจิ้มขนาดใหญ่ยักษ์สองถ้วยในมือของสวีซิ่งอี้…

ถ้วยหนึ่งเต็มไปด้วยพริกขี้หนูสีแดงระลานตา ส่วนอีกถ้วยถูกโปะด้วยพริกเขียวซอยจนมิด…

ที่สำคัญคือ มันเป็นชามแกง มิใช่ถ้วยน้ำจิ้มเล็ก ๆ…

“หึ ๆ คุณชายอย่างข้าก็เป็นคนกินหม้อไฟเป็นเหมือนกันนะ!” สวีซิ่งอี้เอ่ยอย่างภูมิใจพลางทรุดตัวลงนั่ง เขาหยิบตะเกียบกลางคีบเนื้อลงหม้อแล้วเริ่มร่ายคำคล้องจองพึมพำในปาก

“หม้อไฟ หม้อใจ ใครก็รัก… เริ่มที่เนื้อเน้นหนัก แล้วตามด้วยผักเอย!”

“เนื้อบางลงหม้อ นับต่อสิบเสียง… สีจางไล่เรียง รสชาติเยี่ยมยอด!”

“หม้อไขมันวัว อร่อยเหลือล้ำ… น้ำจิ้มเผ็ดล้ำ ดั่งขึ้นสวรรค์!”

…

คราวนี้หลี่เยว่หานไม่ต้องถามเวินเทียนเหล่ยแล้วว่าเหตุใดเขาถึงทำหน้าบอกบุญไม่รับเช่นนั้น

เพราะนางเป็นคนสอนคำกลอนพวกนี้แก่พวกเด็กรับใช้ในร้านด้วยตัวเอง เพื่อเอาไว้แนะนำลูกค้าที่เพิ่งเคยกินครั้งแรกจะได้จำวิธีที่ถูกต้องได้ง่าย ๆ โดยการใช้คำกลอนคล้องจองบอกต่อกันไป

แต่ทว่า… ภัตตาคารแปดเซียนขายหม้อไฟมานานเท่าใดแล้ว พวกนักกินทั้งหลายต่างก็ช่ำชองกันหมดแล้ว บางคนยังสนุกกับการคิดค้นวิธีปรุงน้ำจิ้มสูตรใหม่ ๆ เสียด้วยซ้ำ ในตอนนี้แทบจะไม่มีใครยอมมาร่ายคำกลอนพวกนี้กลางร้านให้เสียหน้าอีกแล้ว…

สวีซิ่งอี้คนนี้… ไปร่ำเรียนตำราเล่มนี้มาจากไหนกันเนี่ย?

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 596 สวีซิ่งอี้กับการกินหม้อไฟครั้งแรก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.