พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 504 เกลียดคุณ
ตอนที่ 504
เกลียดคุณ
เซเรน่าเข้าไปที่บริษัทของลู่ซีจวี๋หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยเห็นอินอวี่โหรวเลย
ต่อมาหล่อนก็รู้มาว่าอินอวี่โหรวกำลังเข้าโรงพยาบาล
หากไม่มีอินอวี่โหรว หล่อนก็จะได้ใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์
เซเรน่าขอให้ผู้ช่วยของหล่อนจัดหาความร่วมมือกับสตีเฟนกรุ๊ป เพราะตราบใดที่มีเรื่องความร่วมมือมาเกี่ยวข้อง หล่อนก็จะได้ไปพูดคุยเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว ดังนั้นช่วงนี้เซเรน่าจึงมาปรากฏตัวต่อหน้าลู่ซีจวี๋อยู่บ่อยครั้ง
อินอวี่โหรวคอยเล่าสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ ลู่ซีจวี๋ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังเป็นครั้งคราว
และข้อความนั้นก็กลายเป็นข้อความสุดท้ายของเธอกับ ลู่ซีจวี๋
ในเมื่อลู่ซีจวี๋ไม่สามารถทำตามคำข้อง่าย ๆ เช่นนี้ได้ อินอวี่โหรวก็ไม่มีอะไรจะเรียกร้องเพิ่มเติมอีก
เธอไม่อยากอ่อนข้ออีกต่อไป เธอจะต้องเข้มแข็งขึ้น
คราวนี้เซเรน่ามาทำหน้าที่ด้วยตัวเอง หากลู่ซีจวี๋ไม่เว้นระยะห่างหรือชี้แจ้งความสัมพันธ์ของเขากับเซเรน่า ไม่ช้าหรือเร็วเซเรน่าก็จะประสบความสำเร็จ
เซเรน่าพยายามจะจูบลู่ซีจวี๋แท้ ๆ เธอกลับไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงยังปกป้องเซเรน่าอยู่อีก?
เขาเอาเธอไปวางไว้ที่ไหน?
ตอนนี้ลู่ซีจวี๋แต่งงานมีครอบครัวแล้ว พูดซ้ำซากหลายครั้งก็เบื่อหน่ายเปล่า ๆ ถ้าลู่ซีจวี๋ไม่ยอมรับประกัน เธอก็ไม่อยากจะให้อภัยเขาอีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเห็นแนวคิดและความมุ่งมั่นของอินอวี่โหรวจากตัวหนังสือ
ครั้งนี้เธอค่อนข้างผิดหวังกับลู่ซีจวี๋ แต่เธอก็ไม่สามารถแสดงความไม่พึงพอใจออกไปได้ ได้แต่ขอให้อินอวี่โหรวดูแลลูกในท้องให้ดีและไม่ต้องคิดมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาพักผ่อนออกไปซื้ออาหารเสริมและไปเยี่ยมอินอวี่โหรว
เสี่ยวเถานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของอินอวี่โหรว เมื่อเธอเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวแวะมาเยี่ยมเธอก็เดินออกไปนอกห้อง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าซีดเผือดของอินอวี่โหรวด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ เธอจับมือของอินอวี่โหรวแล้วพูดว่า “อวี่โหรว โอเคมั้ย?”
“ฉันสบายดี หมอบอกว่าลูกฟื้นตัวดีแล้ว” อินอวี่โหรว เม้มปากซีดเซียวแล้วส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
การแสดงออกนี้ดูฝืนใจตั้งแต่แรกเห็น
มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับลูกและความคิดของสามีก็ยังไม่ชัดเจน มันไม่ง่ายเลยที่อินอวี่โหรวจะยืนกรานมาจนถึงตอนนี้
“ฉันเอาอาหารเสริมมาฝากเยอะเลย เธอกินพุทราจีนเยอะ ๆ นะจะได้บำรุงผิวพรรณ ไม่มีอะไรที่เธอเอาชนะไม่ได้หรอก เธอยังมีลูกที่ต้องดูแล อย่าปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมนักสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกอินอวี่โหรวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ตอนนี้อินอวี่โหรวเป็นเหมือนกับตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผาที่เปราะบาง ไม่สามารถทนลมทนฝนได้แม้แต่น้อย
มู่อวี้เฉิงนั่งลงบนโซฟา มองดูอินอวี่โหรวที่มีสีหน้าซีดเซียวแล้วถอนหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดเยาะเย้ยว่า “คุณป่วยมานานแล้ว ไม่มีคนจากตระกูลลู่มาดูแลเลยเหรอ?”
นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะทำตัวเลือดเย็นกับภรรยาของเขามาก
ในเมื่อไม่ชอบพอใจก็น่าจะปฏิเสธไปตั้งแต่แรก
ไปให้ความหวังแล้วทำตัวทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบนี้ได้ยังไง?
มู่อวี้เฉิงดูถูกดูแคลนคนอย่างลู่ซีจวี๋มากจริง ๆ
คำพูดที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของมู่อวี้เฉิงทำให้ อินอวี่โหรวตกตะลึง แต่ก่อนเธอจะพูดอะไรเธอก็ลดเปลือกตาลงและเงียบไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางหดหู่ของเธอแล้วหันไปจ้องเขม็งใส่มู่อวี้เฉิง พร้อมกับต่อว่าว่า “เงียบไปซะ!”
ไม่เห็นเหรอว่าอินอวี่โหรวเศร้ามากอยู่แล้ว ยังจะเอาเกลือไปโรยทับแผลเธออีก
“อวี่โหรว อวี้เฉิงก็ปากไม่มีหูรูดแบบนี้แหละ อย่าไปถือสาเลย เขาก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปลอบใจ อินอวี่โหรว
“ไม่เป็นไร” อินอวี่โหรวส่ายหัว ทว่าสีหน้าของเธอกลับดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด
คำพูดของมู่อวี้เฉิงค่อนข้างสมเหตุสมผล
อินอวี่โหรวรู้ว่าลู่ซีจวี๋ปิดซ่อนมันไว้เพราะกลัวว่าคุณปู่ลู่จะรู้เรื่องนี้
แต่ถ้าลู่วีจวี๋ใส่ใจเธอจริง ๆ เขาจะไม่แยแสเธอขนาดนี้เลยเหรอ?
อินอวี่โหรวรู้สึกอ้างว้างในใจเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าที่ยืนกรานแต่งงานในครั้งนี้มันมีประโยชน์อะไร
“ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ อาหารเสริมที่ฉันเอามาฝากนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนั้นเลย มีคุณค่าทางโภชนาการอาหารมาก มั่นใจว่ากินได้แน่นอน ไม่ต้องห่วง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เธอจึงมอบอาหารเสริมทั้งหมดนี้ให้อินอวี่โหรวกับมือของเธอ เธอไม่ต้องการให้มันผ่านมือใครอีก
“เธอเอามาให้ฉันทั้งทีฉันก็ต้องหายห่วงอยู่แล้ว เหมี่ยวเหมี่ยว ขอบคุณนะ เธอใจดีจัง” ตั้งแต่เธอเข้าโรงพยาบาลมาก็มีแค่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้นที่เข้ามาเยี่ยมเธอ
“ไม่ต้องเกรงใจพวกฉันหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแอบคิดว่าเธอควรจะใช้เวลาอยู่กับอินอวี่โหรวให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นหากปล่อยไว้คนเดียวนาน ๆ อีกฝ่ายก็อาจจะมีความคิดเตลิดไปไกลได้
“แล้ว… ซีจวี๋เป็นยังไงบ้าง?” อินอวี่โหรวพยายามยับยั้งตัวเองไม่ให้ถามถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกี่ยวกับลู่ซีจวี๋
“ช่วงนี้รุ่นพี่หมกมุ่นอยู่กับงานในบริษัททั้งวันเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าบอกว่าช่วงนี้ลู่ซีจวี๋กับเซเรน่าติดต่อกันอย่างใกล้ชิด
หากพูดแบบนั้นมันจะไม่แทงใจอินอวี่โหรวเอาเหรอ?
“งั้นก็ดี” อินอวี่โหรวพยักหน้า และทั้งห้องก็เงียบไป
หลังจากอยู่กินข้าวกับอินอวี่โหรวในโรงพยาบาลแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็ขอตัวกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันไปมองมู่อวี้เฉิงแล้วบ่นว่า “อวี้เฉิง ทำไมไปพูดแบบนั้นกับอวี่โหรว? คุณไม่รู้เหรอว่าเธอกำลังอารมณ์แปรปรวนอยู่?”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้จริงจังนักและเดินเข้าไปโอบกอด ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “แล้วคุณคิดว่าผมพูดผิดเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักแล้วพึมพำว่า “ที่คุณพูดก็ถูก แต่คุณไม่ควรไปพูดในเวลานั้น เราควรไปปลอบอวี่โหรว ให้กำลังใจเธอ เธอจะได้รู้สึกดีขึ้น”
“เพื่อนแท้ควรทำให้เพื่อนอยู่กับความเป็นจริงนะ ไปสร้างจินตนาการที่ไม่สมเหตุสมผลให้เธอแบบนั้นมันจะมีประโยชน์อะไร?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงค่อนข้างจริงจัง
“คุณไม่เข้าใจความรู้สึกของอวี่โหรวที่มีต่อรุ่นพี่เลย” ความจริงก็ยังเป็นความจริง แต่จะไปบอกให้เธอปล่อยมือและยอมแพ้ได้อย่างไร?
“แล้วทำแบบนั้นมันจะไปชัดเจนอะไร? ไม่ใช่เราที่ชัดเจน แต่เป็นลู่ซีจวี๋ต่างหากที่ควรชัดเจน คุณคิดว่าถ้าพวกเขาทำแบบนี้ต่อไปแล้วเรื่องมันจะจบจริง ๆ เหรอ?” คำพูดของมู่อวี้เฉิงเฉียบคมมาก และทุกประโยคก็ชี้ไปถึงสาเหตุสำคัญ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกมู่อวี้เฉิงขัดขวางจนไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้อีก ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเขากำลังทำเกินไป เขาจึงลดระดับเสียงลงและกระซิบว่า “ผมบอกคุณนานแล้วว่าเรื่องของความรู้สึกไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ ถ้าคนที่คุณจับคู่ให้ไม่ใช่อินอวี่โหรวแต่เป็นคนอื่น พวกเขาคงจะเกลียดคุณไปนานแล้ว”
“ก็ใช่ แต่พวกเขาก็น่าจะเข้ากันได้ดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโน้มตัวเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงและพูดตอบด้วยเสียงอู้อี้
“พอเป็นเรื่องของความรู้สึกใครจะรับประกันได้บ้างล่ะ? แต่ผมบอกไว้ก่อนว่าผู้ชายอย่างลู่ซีจวี๋ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้นะ คุณลองคิดดู อินอวี่โหรวอยู่กับเขาแล้วต้องทุกข์ทรมานมากแค่ไหน? อินอวี่โหรวมาจากตระกูลที่ร่ำรวย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา ลู่ซีจวี๋เลย ผมจะพูดแค่นี้แหละ ที่เหลือคุณก็ไปคิดเอาเอง” มู่อวี้เฉิงพูดตามความคิดเห็นของเขา
ส่วนวิธีการนั้นมีเพียงฝ่ายที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่รู้
“ถ้าเกิดรักใครสักคนจริง ๆ ก็ควรจับมือไว้ให้แน่นและดูแลอย่างดี ไม่ควรปล่อยให้เธอทุกข์ใจขนาดนี้ อินอวี่โหรวต้องมีสติได้แล้ว และคุณก็ควรคิดพิจารณาด้วย อย่าไปช่วยลู่ซีจวี๋สุ่มสี่สุ่มห้าอีก คุณรู้สึกเป็นหนี้ลู่ซีจวี๋ก็จริง แต่เรายังมีวิธีอื่นที่สามารถตอบแทนเขาได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งเสียงพึมพำ เธอตระหนักรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้
แต่ใครใช้ให้อินอวี่โหรวชอบลู่ซีจวี๋ล่ะ? หากไปบอกให้เธอยอมแพ้ เธอคงจะไม่เต็มใจปล่อยมืออย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่ยืนกรานจนถึงตอนนี้