พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 530 ฉันเข้าใจพี่
ตอนที่ 530
ฉันเข้าใจพี่
“แล้วคุณจะทำยังไง?” มู่อวี้เฉิงถาม
เซเรน่าเป็นคนที่โหดเหี้ยม ไม่แปลกใจเลยที่หล่อนสามารถทำเรื่องพรรค์นี้ได้
“เกรงว่าจะต้องให้รุ่นพี่จัดการเรื่องนี้เอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลง
เซเรน่าทำให้ลูกของพวกเขาจากไปและทำให้อินอวี่โหรวต้องมานอนอยู่บนเตียงสภาพนี้ เธอเชื่อว่าลู่ซีจวี๋จะไม่นั่งนิ่งเฉย
หากครั้งนี้ลู่ซีจวี๋ยังคงเข้าข้างเซเรน่า พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ต่อ
หากลู่ซีจวี๋ยังเข้าข้างหล่อน ลู่ซีจวี๋ก็ไม่คู่ควรกับ อินอวี่โหรว
“แล้วแต่คุณ” แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่อยากให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดต่อกับเขา แต่ครั้งนี้มู่อวี้เฉิงก็ไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอก็รีบติดต่อไปหาลู่ซีจวี๋ทันที
ทั้งสองนัดพบกันที่ร้านกาแฟ ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นธุรกิจของตระกูลมู่ พวกเขาจึงได้เข้าไปนั่งในห้องส่วนตัวที่รัดกุมมาก
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะนัดเจอลู่ซีจวี๋เขาจึงแนะนำร้านกาแฟนี้ให้เธอ
ช่วงสองวันมานี้สภาพของลู่ซีจวี๋ไม่ค่อยดีนัก ใต้ตาของเขาเป็นสีคล้ำเข้มขณะที่ใบหน้าซีดเซียว
“รุ่นพี่ พวกเราตามสืบสวนเรื่องของอวี่โหรวจนได้ข้อสรุปแล้วนะ แต่ฉันอยากจะให้พี่เตรียมใจกับคำพูดที่ฉันจะพูดต่อไปนี้สักหน่อย” สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเคร่งขรึม
แม้ว่าเซเรน่าจะมีข้อบกพร่องมากมาย แต่ลู่ซีจวี๋ก็ยังถือว่าเซเรน่าเป็นคนสำคัญ และเป็นเรื่องยากที่ลู่ซีจวี๋จะยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น
ท้ายที่สุดแล้วเด็กคนนั้นเป็นลูกของลู่ซีจวี๋เช่นกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ลู่ซีจวี๋จะไม่สนใจ
“ไม่เป็นไร พูดมาเถอะ ฉันรับได้” ลู่ซีจวี๋พูดพร้อมกับแสดงรอยยิ้มบิดเบี้ยว
หลายวันที่ผ่านมา เรื่องทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่อยู่เหนือการควบคุมของเขามาก
แล้วเรื่องนี้ยังจะรอดเหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมายเลขโทรศัพท์ให้ลู่ซีจวี๋ดู “ฉันกำลังสงสัยว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือเซเรน่า”
“ไม่มีทาง” ลู่ซีจวี๋เผลอตอบโต้โดยไม่รู้ตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูปฏิกิริยาของลู่เขาด้วยความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย และพบว่าเขาไม่คู่ควรกับอินอวี่โหรวจริง ๆ
“ไม่มีทางเหรอ? เซเรน่าถ่ายรูปส่งให้อวี่โหรวขนาดนั้นแล้ว หล่อนจะทำอะไรไม่ได้อีกล่ะ อีกอย่างอุบัติเหตุตอนงานวันเกิดของคุณสตีเฟนก็น่าจะเป็นฝีมือของเซเรน่าเหมือนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไร้ความเมตตาใด ๆ ทั้งสิ้น
เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ลู่ซีจวี๋กำลังคิดอะไรอยู่ อินอวี่โหรวได้รับบาดเจ็บหลายครั้งแล้วยังไม่พออีกเหรอ?
ทำไมถึงไม่เชื่อว่าเซเรน่าเป็นคนลงมือทำ และทำไมเขาถึงมองไม่เห็นความโอบอ้อมอารีที่อินอวี่โหรวมีให้เขาสักที?
ลู่ซีจวี๋รู้สึกว่าเซเรน่าจะไม่ทำสิ่งที่ชั่วร้ายพรรค์นี้
แต่เมื่อมองดูสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็พูดอะไรไม่ออก
“แล้วจะให้พี่ทำยังไง?” ลู่ซีจวี๋ถาม
“ไปที่บ้านของเซเรน่า หาดูว่ามีเบาะแสสำคัญอะไรหรือเปล่า ส่วนจะต้องทำยังไงต่อ ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องบอกพี่นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหน้านิ่ง
การทำเช่นนั้นจะถือว่าเซเรน่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างแท้จริง
หากเซเรน่าไม่ได้ทำเรื่องนี้ การกระทำดังกล่าวก็จะย้อนกลับมาทำร้ายเธอ
ดังนั้นลู่ซีจวี๋จึงลังเลเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเช่นนั้นจึงตวาดว่า “รุ่นพี่ ถึงพี่จะไม่ได้ชอบอวี่โหรว แต่พี่ก็มีลูกด้วยกัน พี่เคยรู้สึกเสียใจกับเธอบ้างมั้ย? เบาะแสกับหลักฐานมากมายชี้ไปทางเซเรน่าขนาดนี้แล้ว พี่ยังอยากจะปล่อยฆาตกรที่ทำร้ายอวี่โหรวกับลูกให้ลอยนวลอยู่อีกเหรอ?”
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดด้วยถ้อยคำหนักแน่น แต่เธอก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เธอแค่อยากจะกระตุ้นลู่ซีจวี๋ให้รับรู้ถึงความเป็นจริงสักที
เดิมทีลู่ซีจวี๋ไม่อยากทำแต่เมื่อนึกถึงอินอวี่โหรวที่นอนหน้าซีดอยู่ในโรงพยาบาล และขอให้เขากลับมาอธิบายให้ลูกฟัง เขาก็กัดฟันและพยักหน้าเห็นด้วย “ได้ ฉันจะลองดู”
“รุ่นพี่ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พี่คิดเลย พี่สามารถทำได้โดยที่เซเรน่าไม่รู้ตัว ถ้าหล่อนไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหล่อนทำ พี่คงจะไม่ปล่อยหล่อนไปหรอกใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความกดดัน
ถูกต้อง เธอกำลังบีบบังคับลู่ซีจวี๋
เมื่อพวกเขาตกลงกันแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็คิดหาทางไปเยี่ยมบ้านของเซเรน่าโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว
ลู่ซีจวี๋คิดวิธีการออกในตอนเย็น
เขาหอบวัตถุดิบต่าง ๆ กับไวน์รสเข้มสองขวดที่เพิ่งซื้อมาตรงไปยังบ้านของเซเรน่า
เซเรน่ารู้สึกตกใจมากเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู แต่กลับนึกไม่ถึงว่าหลังจากเปิดประตูออกมาแล้วจะเจอลู่ซีจวี๋
เซเรน่ามองดูลู่ซีจวี๋ด้วยแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ “พี่ซีจวี๋ มาทำอะไรเหรอ?”
“ครั้งที่แล้วอาหารเรียกน้ำย่อยสองจานที่เธอมาทำให้ที่บ้านอร่อยมาก พี่อยากจะลองชิมอีกสักครั้ง” ลู่ซีจวี๋พยายามแสดงท่าทางอ่อนโยน และดวงตาที่อ่อนโยนลงก็ทำให้คนมองดูรู้สึกหลงใหลมาก
เซเรน่าหลงใหลในดวงตาคู่นั้นทันที
หล่อนก้าวออกไปเชิญลู่ซีจวี๋ให้เข้ามาและแสร้งทำเป็นพูดด้วยความเขินอาย “พี่ซีจวี๋ ฉันเรียนทำอาหารสองจานนี้มาเพื่อพี่โดยเฉพาะเลยนะ ฉันดีใจมากที่พี่ชอบ หลังจากนี้ฉันจะทำอาหารให้พี่อีกเยอะ ๆ เลย ขอแค่พี่ให้โอกาสฉันก็พอ”
คำพูดของหล่อนตรงไปตรงมาแต่ลู่ซีจวี๋กลับไม่ได้ตอบรับอะไร เขาหันหลังกลับและพูดว่า “สองวันมานี้พี่ไม่ค่อยอยากกินอะไรเลย รีบไปทำมาให้หน่อยสิ”
“ได้ พี่ซีจวี๋รอฉันก่อนนะ ฉันจะไปรีบทำมาให้อร่อย ๆ เลย” เซเรน่าแอบมีความสุขลึก ๆ ในใจ ตอนนี้อินอวี่โหรวยังอยู่ในโรงพยาบาล แต่ลู่ซีจวี๋กลับมาหาหล่อนแทนแบบนี้หมายความว่าลู่ซีจวี๋เลือกหล่อนแล้วใช่ไหม?
เขาควรจะรู้ว่ามีเพียงหล่อนเท่านั้นที่สามารถมอบชีวิตที่เขาต้องการให้ได้
หล่อนดีกว่าอินอวี่โหรวมาก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เซเรน่าก้มหน้าก้มตาทำอาหารและเร่งความเร็วให้เร็วขึ้น
ในไม่ช้าอาหารสองจานก็พร้อมเสิร์ฟ เซเรน่าอยากจะทำอาหารอย่างอื่นเพิ่ม แต่อาหารสองจานนี้ทำง่ายที่สุด หล่อนกลัวว่าหล่อนจะเผลอดูโง่เขลาในสายตาของลู่ซีจวี๋ หล่อนจึงไม่ทำอาหารอย่างอื่นเพิ่ม
ขณะที่หล่อนกำลังนำอาหารสองจานออกมาเสิร์ฟ ลู่วีจวี๋ที่นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหารก็รินไวน์แดงใส่แก้วสองแก้ว
หล่อนรู้สึกราวกับว่าหล่อนอาศัยอยู่กับลู่ซีจวี๋มายาวนาน พวกเขาดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด
นี่คือชีวิตที่เซเรน่าใฝ่ฝันมาโดยตลอด
“พี่ซีจวี๋ เสร็จแล้ว” เซเรน่าถอดผ้ากันเปื้อนออกและเข้ามาลงตรงข้ามลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋คีบอาหารขึ้นมากัดกิน “อร่อยเหมือนเดิมเลยนะ พี่อารมณ์เสียมาสองวันแล้ว เพิ่งจะมาอารมณ์ดีเพราะอาหารพวกนี้นี่แหละ”
เซเรน่าจงใจพูดว่า “พี่อวี่โหรวก็จริง ๆ เลย ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุแบบนี้หรอกค่ะ มาตำหนิพี่ได้ยังไง? แบบนี้ใช่ไม่ได้เลย พี่ซีจวี๋ ฉันเข้าใจพี่นะ”
ลู่ซีจวี๋เล่นตามน้ำและตอบรับคำพูดของเซเรน่า “ใช่ โยนความผิดมาให้ฉันซะงั้น แค่นี้ฉันก็ไม่ไหวแล้ว”
เซเรน่ามีความสุขมาก
แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีเด็กแล้ว ความรู้สึกของลู่ซีจวี๋ที่มีต่ออินอวี่โหรวก็คงจะเปราะบางลง
หล่อนสามารถใช้ช่วงเวลานี้ปลอบใจลู่ซีจวี๋และฉวยโอกาสจากเขาได้
เซเรน่าอารมณ์ดีมากและต้องการทำอะไรบางอย่างเพื่อปิดบังความตื่นเต้นของหล่อน
หล่อนจับแก้วไวน์แดงอย่างเป็นธรรมชาติและก้มหน้าจิบไวน์อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นท่าทางของหล่อน ลู่ซีจวี๋ก็หรี่ตาลง
หลังจากคุยกับเซเรน่าต่อไปได้สักพัก เซเรน่าก็เริ่มไม่ได้สติและล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนโต๊ะ