พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 623 อะไรที่ได้มาง่ายก็มักจะไม่มีคุณค่า
ตอนที่ 623
อะไรที่ได้มาง่ายก็มักจะไม่มีคุณค่า
อินอวี่โหรวรู้อยู่เสมอว่ารอยยิ้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความหมายพิเศษ ราวกับกำลังสื่อถึงอะไรบางอย่าง
เธอระงับความรู้สึกผิดในใจและถือซุปเข้าไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันเดาว่าคุณมู่น่าจะเตรียมอาหารไว้ให้เธอแล้ว ฉันก็เลยซื้อซุปมาให้เธอ”
“ขอบใจนะ” ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงซีดเซียวเล็กน้อย
เธอยังคงดูอ่อนแอหลังจากป่วยหนัก
เพียงแต่ว่ามันเป็นแค่ไข้ และไม่น่ามีอะไรร้ายแรง
“ไม่เป็นไร เธอเคยดูแลฉัน ตอนนี้ถึงคราวฉันดูแลเธอบ้างแล้ว แต่คุณมู่ดูแลเธอดีมากจนฉันหาโอกาสเข้ามาแทรกไม่ได้เลย” อินอวี่โหรวพูดเบา ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เป็นสิ่งที่คนอื่นพากันอิจฉามากจริง ๆ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกต้องการ มู่อวี้เฉิงก็จะอยู่เคียงข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสมอ
ทว่าเธอกลับแตกต่างออกไป ในวันที่เธอต้องการลู่ซีจวี๋ มีเพียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเธอ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงสนิทกัน
เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต อินอวี่โหรวก็หรี่ตาลง
ลู่ซีจวี๋รู้สึกอึดอัดเมื่อได้ยินเช่นนั้น
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดไปครู่หนึ่ง แม้แต่มู่อวี้เฉิงยังรู้สึกไม่ดี
เพราะความรอบคอบในอดีต ทำให้เขากับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเสี่ยวเป่าต้องแยกจากกัน
ส่งผลให้สภาพร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่ำแย่แบบนี้
ลู่ซีจวี๋กัดฟันและกำลังจะเดินเข้าไปใกล้อินอวี่โหรว แต่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับยกมือขึ้นมาตบมืออินอวี่โหรวเบา ๆ ก่อนแล้วพูดว่า “เรื่องเลวร้ายพวกนั้นมันผ่านไปแล้ว อย่าพูดถึงมันอีกเลย หลังจากนี้พวกเราทุกคนจะต้องดีขึ้น”
น้ำเสียงแผ่วเบาช่วยบรรเทาความไม่สบายของ อินอวี่โหรว
เธอจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า “ใช่ หลังจากนี้พวกเราจะต้องดีขึ้น”
มู่อวี้เฉิงยังต้องการป้อนอาหารถงเหมี่ยวเหมี่ยว ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงนั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง
หากไม่มีใครมาเยี่ยมก็ไม่เป็นอะไร เพราะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าอาการของเธอไม่ได้ร้ายแรงมาก นอกจากนี้ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวอยู่ที่นี่ แต่มู่อวี้เฉิงยังอยากจะป้อนข้าวเธอไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่เด็กเล็กแล้วนะ
เธอกระซิบบอกมู่อวี้เฉิงว่า “ฉันกินเองได้”
เธอแค่เป็นไข้ ไม่ได้พิการมือพิการเท้าสักหน่อย
นับตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมา มู่อวี้เฉิงทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ ตลอด
“นอนลงแล้วพักผ่อนให้สบายซะ ผมจะดูแลคุณเอง” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูอ่อนโยนก็จริง แต่มันกลับเป็นน้ำเสียงที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูก
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ป้อนซุปให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อ และมื้ออาหารอันแสนทรหดก็จบลง
เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว อินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มาคุยกันที่เตียง
ลู่ซีจวี๋กับมู่อวี้เฉิงตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้จึงไม่ได้เข้าไปแทรก พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้ปลายเตียงโดยเว้นระยะห่างระหว่างกัน
พวกเขาไม่คุ้นเคยกันตั้งแต่แรก
จึงไม่จำเป็นต้องพูดคุยโต้ตอบกัน
มู่อวี้เฉิงเอนหลังบนเก้าอี้แล้วหลับตาพักผ่อน
“เหมี่ยวเหมี่ยว เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?” หลังจากมู่อวี้เฉิงไม่อยู่ใกล้ ๆ แล้ว อินอวี่โหรวก็ถือโอกาสถามถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉันสบายดี แค่เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ” เมื่อคืนนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกราวกับติดอยู่ในนรก
เหมือนมีคนเอาเธอยัดใส่ตะแกรงและย่างเธอ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับถูกไฟไหม้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เธออายุมากแล้วจริง ๆ ร่างกายของเธอไม่ดีเท่าตอนสมัยวัยรุ่นอีกต่อไป แค่นั่งรับลมแป๊บเดียว ใครจะคิดว่าเป็นไข้
“ถ้างั้นก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะ ต่อให้ไข้ไม่รุนแรงก็ต้องระวังไว้ก่อน อีกอย่างเธอคงไม่รู้ว่าตอนเธอยังไม่ฟื้นขึ้นมาคุณมู่กังวลมากแค่ไหน ตอนฉันมาหาเธอที่โรงพยาบาล เขายังอยู่ในชุดนอนอยู่เลย” อินอวี่โหรวโน้มตัวลงไปกระซิบกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอเดาว่ามู่อวี้เฉิงคงไม่อยากให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้เรื่องนี้
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มู่อวี้เฉิงรู้เรื่อง เธอจึงแอบกระซิบบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบ ๆ
“ฉันก็ไม่คิดว่าจะเป็นไข้เหมือนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพอจะรู้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นกังวล
วันนี้เขาปฏิบัติต่อเธอราวกับวัสดุที่เปราะบาง ทำราวกับกลัวว่าชนเธอแล้วเธอจะแตกสลาย
เธอไม่เคยเห็นมู่อวี้เฉิงเป็นแบบนี้มาก่อน
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณมู่ใจดีกับเธอมากเลย น่าอิจฉาจัง” อินอวี่โหรวพูดขึ้นจากใจจริง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนดีมากและสมควรจะได้เจอ คนดี ๆ เช่นนี้
“ฉันคิดว่ารุ่นพี่ก็ดูแลเธอดีนะ เธอสองคนคืนดีกันหรือยังล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคาดเดาจากการที่ทั้งสองคนตัวติดกัน
“ยังไม่ได้คืนดีหรอก ฉันแค่ให้เขาเป็นแฟนก่อน ทดลองดูสักพักน่ะ” อินอวี่โหรวยังคงชอบอีกฝ่ายมาก
แค่อีกฝ่ายจะต้องผ่านกระบวนการก่อน
ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเอาชนะอุปสรรคไม่ได้ และลูกของเธอก็คงจะไม่ให้อภัยเธอด้วย
“แบบนั้นน่ะดีแล้ว พวกผู้ชายจะได้ไม่ชิน อะไรที่ได้มาง่ายก็มักจะไม่มีคุณค่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแบ่งปันประสบการณ์ของเธอกับอินอวี่โหรว
“เพราะงั้นปล่อยให้เขาลิ้มรสความเจ็บปวดก่อน” เธอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวประสานเสียงเป็นหนึ่งเดียวกัน
นั่นคือสิ่งที่เธอวางแผนไว้เช่นกัน
อินอวี่โหรวพูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่สักพัก ก่อนที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยา
อินอวี่โหรวจะอยู่ที่นี่ต่อก็ไม่มีประโยชน์ เกรงว่าจะรบกวนโลกของมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปล่า ๆ
เธอกับมู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก หลังจากมองดูใบหน้าที่หลับใหลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่พักหนึ่ง อินอวี่โหรวก็ออกซื้อของ โดยมีลู่ซีจวี๋เดินตามหลังไปติด ๆ
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว อินอวี่โหรวไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป แต่ฉินคั่วยังอยู่ที่นี่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจเมื่อบังเอิญหันไปเห็นใบหน้าของฉินคั่ว
มู่อวี้เฉิงดึงฉินคั่วออกไปและนั่งลงตรงหน้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “หิวมั้ย? เย็นนี้กินอะไรดี?”
เขาลูบไล้แก้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว “ฉันไม่หิว”
“ทำไมล่ะ? หรือว่ารู้สึกไม่สบายอีกแล้ว? เดี๋ยวผมไปตามหมอให้” มู่อวี้เฉิงลุกขึ้น เตรียมจะออกไปข้างนอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคว้าเขาไว้ทันเวลาและพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่รู้สึกไม่ค่อยอยากกินอะไร”
เธอไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด
“ไม่ได้ หมอบอกว่าร่างกายคุณอ่อนแอมาก คนเก่ง กินสักหน่อยนะ” มู่อวี้เฉิงจูบใบหน้าด้านข้างของเธอ
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงซีดเซียว
มู่อวี้เฉิงจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้แน่น ราวกับว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะจากเขาไปในไม่ช้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองออกว่ามู่อวี้เฉิงรู้สึกไม่สบายใจ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมู่อวี้เฉิงถึงไม่สบายใจ
เธอยกมือที่ว่างขึ้นมาลูบไล้ผมของมู่อวี้เฉิงเบา ๆ
ราวกับพยายามทำให้ผมเรียบเนียน
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พูดว่า “ฉันอยากกินอาหารที่คุณทำ”
“ได้ คุณรออยู่นี่นะ ผมจะไปทำมาให้” ตราบใดที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มใจจะกินข้าว เขาก็ไม่สนใจว่าเขาจะเหนื่อยแค่ไหน
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
“ฉินคั่ว” ฉินคั่วยังคงมองดูพวกเขาแสดงความรักกันด้วยความสับสน แต่หลังจากได้ยินมู่อวี้เฉิงเรียกชื่อ เขาก็เด้งตัวขึ้นทันที
“พาฉันไปบ้านแกที…” มู่อวี้เฉิงหยุดชั่วคราวแล้วพูดต่อ “ขอฉันใช้ห้องครัวหน่อย”
ฉินคั่วตกใจมู่อวี้เฉิงตรงหน้าจนพูดอะไรไม่ออกสักคำ ทว่าเขาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่อีกด้านหนึ่งหันมามอง ฉินคั่วจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ ไม่มีปัญหา ใช้ได้เต็มที่เลย”