พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 719 รู้สึกไม่ปลอดภัย
ตอนที่ 719
รู้สึกไม่ปลอดภัย
ก่อนจะออกไปทำงาน กู้ชิงได้ทิ้งเงินจำนวนสองสามร้อยหยวนไว้ให้ฉินคั่ว “เดี๋ยวพี่จะพยายามกลับมาตอนพักเที่ยง แต่ถ้าพี่ไม่กลับมา นายออกไปซื้ออะไรกินเองได้มั้ย? ถ้าหิวก็ไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตกินเอา ส่วนนี่คือกุญแจ เอาออกไปแล้วต้องเอากลับมานะรู้มั้ย?”
กู้ชิงพูดเตือนอย่างระมัดระวังราวกับว่าเขายังเป็นเด็ก
“เข้าใจแล้วฮะพี่สาว” ฉินคั่วรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที
ไม่เคยมีใครใจดีกับเขาขนาดนี้มาก่อน
แน่นอนว่าหลังจากใช้เวลากับกู้ชิงมา เขาก็รู้สึกชอบกู้ชิงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาจะพยายามโกหกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเขาจะปล่อยให้กู้ชิงรู้ถึงการกระทำในอดีตของเขาไม่ได้
เมื่อคืนนี้เขาลองคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนดูแล้ว
การส่งข้อความไปถามถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นประมาทเลินเล่อเกินไป
เมื่อพิจารณาจากคำตอบของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็คาดเดาได้ว่ากู้ชิงน่าจะรู้จักกับเธอดี
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเขาอาศัยอยู่ที่นี่ เธอจะไม่เปิดโปงความลับของเขาเอาเหรอ?
โชคดีที่ตอนนี้กู้ชิงยังไม่รู้จักชื่อของเขา
ยังมีช่องว่างให้แก้ไขอยู่
“เอาล่ะ พี่ไปทำงานก่อนนะ” กู้ชิงลูบหัวฉินคั่วก่อนจะถือกระเป๋าเดินออกไป
ฉินคั่วสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมที่โชยลงมากระทบใบหน้า แต่มันหายวับไปกับตาจนทำให้เขาคิดถึง
พอเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาก็มองไม่เห็นแผ่นหลังของ กู้ชิงแล้ว
หนทางยังอีกยาวไหล ช่างมันเถอะ ใช้เวลาให้เต็มที่
ตราบใดที่ “อาการ” ของเขายังไม่หายดี เขาก็ยังมีโอกาสได้อยู่เคียงข้างกู้ชิง
เขาต้องหาทางขยายเวลาออกไป
กู้ชิงมาถึงบริษัทและถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียกพบในห้องทำงานทันที
ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณถง เกิดอะไรขึ้นคะ เอกสารเมื่อวานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
เนื่องจากเมื่อวานเกิดเหตุด่วนขึ้น กู้ชิงขอลางานกะทันหันจึงไม่มีเวลาส่งมอบงานให้พนักงานคนอื่น
อีกอย่างเธอเห็นว่าไม่มีเอกสารสำคัญอะไรจึงไม่ได้ดูแลเท่าที่ควร
แต่เมื่อได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียกพบเธอ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
หรือเอกสารบางอย่างจะเกิดข้อผิดพลาด?
“ไม่ มันไม่เกี่ยวกับงาน ฉันจะคุยเรื่องอื่น นั่งลงก่อนสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเมื่อได้รับข้อความจากฉินคั่วเมื่อคืนนี้
กู้ชิงมักจะวางตัวห่างจากผู้ชายอยู่เสมอ แต่ถ้าโดน เพลย์บอยอย่างฉินคั่วปั่นหัวขึ้นมาจริง ๆ เธอก็คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถือว่ากู้ชิงเป็นลูกน้องของเธอ
และแน่นอนว่าเธอจะต้องปกป้องคนของเธอให้ดี
กู้ชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและนั่งลงตรงข้าม ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“กู้ชิง ฉันอยากถามเธอว่าเธอรู้จักกับคนชื่อฉินคั่วมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอจะต้องพูดเตือนภัยกู้ชิงล่วงหน้า
“ฉินคั่ว?” กู้ชิงขมวดคิ้ว แต่หลังจากคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เธอกลับไม่พบร่องรอยของคนคนนี้เลย “ไม่รู้จักค่ะ ทำไมเหรอคะคุณถง”
“แน่ใจนะว่าไม่รู้จัก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากจะเชื่อเลย
หากทั้งสองไม่รู้จักกัน ทำไมฉินคั่วถึงสามารถถามชื่อของกู้ชิงได้อย่างระบุเจาะจงแบบนั้น?
อีกทั้งยังดูมีจุดมุ่งหมายมาก และเขายังรู้ว่ากู้ชิงเป็นพนักงานของสตีเฟนกรุ๊ป
หากจะบอกว่าเป็นแค่คนชื่อเหมือนก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะในสตีเฟนมีกู้ชิงแค่คนเดียวเท่านั้น
“ไม่รู้จักจริง ๆ ค่ะคุณถง ฉันเป็นคนความจำดี ถ้าเคยเจอเขามาก่อนจริง ๆ ก็ไม่มีทางที่จะจำเขาไม่ได้” กู้ชิงยิ้ม
แม้ว่าภายในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายเธอก็ยังเลือกเชื่อกู้ชิง
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กู้ชิงจะไม่มีทางปิดบังจากเธอ
กู้ชิงจะไม่ทำแบบนั้น
“ไม่รู้จักก็ดีแล้ว ฉินคั่วไม่ใช่คนดี ชอบเปลี่ยนสาวไปเรื่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วกลอกตาด้วยความหงุดหงิด
ประวัติศาสตร์อันมืดมิดของฉินคั่วคงต้องใช้เวลาถึงสามวันถึงจะสาธยายเสร็จ
คนรักเขามีเยอะเกินไปจนนิ้วมือสองไม่พอนับด้วยซ้ำ
เพียงแต่ตอนนี้เริ่มควบคุมตัวเองได้บ้างแล้ว
กู้ชิงที่ได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่ จะหัวเราะ “คุณถง คนที่คุณพูดถึงไม่น่ามาอะไรกับฉันหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วง”
เธอเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว ทั้งแก่ทั้งเหลือง คนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังพูดถึงอยู่น่าจะมุ่งเป้าไปที่เด็กสาวมากกว่าไหม?
“งั้นก็ดี กู้ชิง ที่ขอลางานเมื่อวานนี้จัดการแล้วเหรอ? ทุกอย่างโอเคมั้ย? แม่เธออาการกำเริบอีกแล้วเหรอ?” น้ำเสียงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความกังวล
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ แม่ฉันสบายดี ขอบคุณค่ะคุณถง เมื่อวานฉันไปทำธุระส่วนตัวมาค่ะ จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรอีก” กู้ชิงพูดถึงเรื่องเมื่อวานแล้วรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกฉันนะ เอาล่ะ กลับไปทำงานเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือบอกให้กู้ชิงออกไป
กู้ชิงโค้งคำนับเล็กน้อยและกลับออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบคาง
รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
กระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง กู้ชิงก็เดินออกไปข้างนอก
โชคดีที่อพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่ไม่ใกล้จากบริษัท ดังนั้นจึงไม่ลำบากอะไรมาก
เธอแพ็คอาหารสองกล่องจากโรงอาหารบริษัทและตั้งใจจะกลับไปกินข้าวกับฉินคั่ว
เธอกังวลว่าฉินคั่วจะไม่กล้าออกไปซื้ออาหารกินเอง
ในอพาร์ตเมนต์
ฉินคั่วกำลังนอนเล่นเกมอยู่บนโซฟา เสียงเอฟเฟกต์ของเกมก็ดังสนั่นไปทั่วห้องนั่งเล่น
แต่จู่ ๆ หูของเขาก็ขยับ
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาด้วยเสียงปลดล็อคบานประตู
กู้ชิงน่าจะกลับมาแล้ว
เขากดปิดเกมทันทีและดีดตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยสีหน้าเหม่อลอย
หัวใจของกู้ชิงอ่อนยวบลงทันทีเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของฉินคั่ว เธอเดินเข้าไปแล้วพูดเบา ๆ “นั่งคิดอะไรอยู่?”
“คิดว่าเมื่อไหร่พี่สาวจะกลับมา” ฉินคั่วเขยิบเข้าไปกอดแขนของกู้ชิงด้วยท่าทางออดอ้อน และทำเสียงงุ่มง่ามเล็กน้อย
“พี่จะกลับมาหลังเลิกงาน” ในขณะเดียวกันกู้ชิงเหลือบเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่ข้าง ๆ ฉินคั่วจากหางตา จากนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้น “ในโทรศัพท์มีข้อมูลอะไรบ้างมั้ย?”
หัวใจของฉินคั่วเต้นแรงจนส่งเสียง “ตึกตัก”
เขารู้ว่ากู้ชิงต้องพูดแบบนี้เมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือ
โชคดีที่เมื่อคืนนี้เขาคิดการณ์ไกล
ฉินคั่วส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา “พี่สาว ไม่มีเลย ไม่มีเบอร์โทรอะไรเลย พี่สาว พี่ไม่ชอบผมเหรอ จะรีบขับไล่ผมออกไปใช่มั้ย?”
“พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่นายไม่อยากรีบกลับไปหาครอบครัวเหรอ?” กู้ชิงวางอาหารลงตรงหน้าฉินคั่ว
หากสูญเสียความทรงจำไป คนเรามักจะอยากจะเรียกคืนความทรงจำก่อนหน้าไม่ใช่เหรอ?
แต่ทำไมฉินคั่วดูไม่สนใจเลย จนมันทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ผมคิดว่าครอบครัวน่าจะทำให้ผมไม่มีความสุข ดูสิพี่สาว ไม่มีบันทึกเบอร์โทรสักคน ผมหายมานานแล้ว จนป่านนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย” ฉินคั่วกะพริบตาและพูดโกหกหน้าตาย
อันที่จริงโทรศัพท์เขาลั่นจนแทบจะระเบิดตลอดสองวันที่ผ่าน
คำพูดดังกล่าวค่อนข้างสมเหตุสมผล
ทำให้กู้ชิงตกอยู่ในห้วงความคิด
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงเงียบ ฉินคั่วก็พูดต่อว่า “ตรงกันข้าม พอได้อยู่กับพี่สาวมันทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยมาก ผมอยากอยู่กับพี่สาว”
เขาทำท่าทางโศกเศร้า รวมถึงใบหน้าก็ดูเศร้าหมอง
กู้ชิงถอนหายใจเบา ๆ และลูบหัวเขา ช่างเถอะ ค่อย ๆ ใช้เวลา เป็นเรื่องปกติที่คนสูญเสียความทรงจำจะรู้สึกไม่ปลอดภัย