พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 797 ไม่เชื่อฟัง
ตอนที่ 797 ไม่เชื่อฟัง
ฉินคั่วได้เข้ามาสร้างรากฐานที่มั่นคงในบริษัทแล้วและเขายังมีพรสวรรค์ด้านการบริหารธุรกิจอยู่มาก
หลังจากชนะการประมูลโครงการหลายโครงการติดต่อกัน เขาก็ได้รับอนุมัติเป็นเอกฉันท์จากผู้ถือหุ้นหลายราย
ดูเหมือนว่าเส้นสายที่กว้างขวางจะมีประโยชน์ในเมืองหนานที่ใหญ่โต
ความสำเร็จด้านธุรกิจของเขาสืบเนื่องมาจากเส้นสายของเพื่อนฝูงเหล่านี้ด้วย
ในที่สุดวันนี้เขาก็เลิกงานเร็วขึ้นมาหน่อย ฉินคั่วอยากจะรีบกลับไปคุยกับกู้ชิงเต็มทีแล้ว
ทว่าชายชรากลับโทรศัพท์มาตัดหน้า
บอกให้เขาไปกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านเก่า พ่อฉินกับผู้เฒ่าฉินกำลังรออยู่ที่นั่น
ฉินคั่วเริ่มหมดความอดทน ดูเหมือนว่าแผนการพูดคุยกับกู้ชิงในคืนนี้จะถูกทำลายลงอีกครั้ง
กว่าจะกลับมาอีกทีก็จะดึกแล้ว
ถึงตอนนั้นกู้ชิงก็อาจจะผล็อยหลับไป
พอตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้ยินเสียงกู้ชิงมานานแล้ว เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
บางวันเขาเลิกงานดึกมาก พอรู้ว่ากู้ชิงผล็อยหลับไป เขาก็ไม่กล้าโทรศัพท์ไปรบกวน
เขาอาศัยฟังข้อความเสียงที่กู้ชิงส่งมาให้เขา
รักทางไกลมันยากมากจริง ๆ
และไม่รู้ว่าไอเหลือขอเหยียนหมิงจะฉวยโอกาสแอบมาขายขนมจีบตอนที่เขาไม่อยู่หรือเปล่า
หลังจากไปถึงบ้านเก่า พ่อฉินกับผู้เฒ่าฉินก็นั่งอยู่ในที่นั่งประจำตำแหน่งของตนเอง
แม่ฉินเป็นเพียงแม่เลี้ยงของฉินคั่ว และโดยธรรมชาติไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะมานั่งที่โต๊ะแบบนี้
เมื่อพิจารณาจากปัญหาทางจิตของฉินคั่ว
พ่อฉินกับแม่เลี้ยงก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แม่เลี้ยงอาศัยอยู่อย่างสงบสุขมานานหลายปีแล้วจะไม่ได้ทำตัวมีปัญหาอะไร
“คุกเข่าลง!” ทันทีที่ฉินคั่วเดินเข้ามา เขาก็ได้ยินเสียงตวาดดังลั่น
ฉินคั่วตกตะลึง ช่วงนี้เขาบริหารจัดการบริษัทได้ดีมาก
อีกทั้งยังได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นหลายราย
เขาเพียงคิดว่าพ่อฉินเรียกเขาเข้ามาชมเชย แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะถูกสั่งให้คุกเข่าทันทีที่เข้ามาถึง
มันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง?
แต่ฉินคั่วไม่ได้คุกเข่าลงทันที
เขาไม่ได้คุกเข่าต่อหน้าพ่อฉินมานานแล้วและไม่อยากคุกเข่าเช่นกัน
ฉินคั่วแคะขี้หูด้วยท่าทางเกียจคร้าน “จะให้คุกเข่าลงก็บอกเหตุผลมาก่อนสิ มาให้คุกเข่าไม่มีที่มาที่ไปแบบนี้มันขัดกับสามัญสำนึกเอานะ”
“แกอยากให้ฉันสาธยายเรื่องดี ๆ ที่แกทำหรือไง? แกแอบเปลี่ยนศูนย์กลางบริษัทไปที่เมืองเป่ยใช่มั้ย? ฉันว่าแกโดนแม่นั่นเล่นของใส่เข้าแล้วล่ะ มนต์อะไรทำให้แกทำเพื่อเธอขนาดนี้?” หน้าอกของพ่อฉินกระเพื่อมขึ้นลง บ่งบอกว่าเขากำลังโกรธมากจริง ๆ
ตระกูลฉินมีรากฐานยาวนานนับศตวรรษอยู่ในเมืองหนานมาโดยตลอด
ชายชราทั้งสองยังอยู่ที่นี่ แต่ฉินคั่วกลับโอนถ่ายบริษัทไปที่อื่นทันทีที่เข้ามาจัดการ
เมินเฉยต่อการมีอยู่ของพวกเขา
“ก็พ่อพูดเองนะว่าจะให้ผมเข้ามาจัดการบริษัทแทน ส่วนพ่อจะลามือ ตอนนี้คิดจะกลับคำพูดหรือไง?” ฉินคั่วทำอย่างนั้นจริง ๆ
เขาเปลี่ยนศูนย์กลางของบริษัทไปที่เมืองเป่ยเพื่อที่เขาจะได้อยู่กับกู้ชิงตลอดไป
และเขาจะได้ไม่ต้องกังวลว่ากู้ชิงจะถูกคนอื่นทำร้าย
นอกจากนี้ที่เมืองเป่ยยังไม่มีอดีตคู่นอนของเขาอยู่ด้วย
เหมาะสมที่จะไปตั้งหลักปักฐานกับกู้ชิงที่สุด
“เหลวไหล! ตระกูลฉินตั้งหลักอยู่ในเมืองหนานมาตลอด แกย้ายไปเมืองเป่ยแล้วจะพึ่งพาใครได้? ตระกูลของเรา รากฐานของเราอยู่ที่นี่ แกยังจะอยากได้อะไรอีก? พาแฟนแกมานี่ซะ ฉันจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง” พ่อฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พ่อคิดจะทำอะไร?” กู้ชิงเปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอมังกรของฉินคั่ว ไม่มีใครสามารถแตะต้องหรือกล่าวถึงได้
นอกจากนี้ยังไม่รู้ว่าพ่อฉินจะใช้วิธีการใด
ท้ายที่สุดกว่ากู้ชิงจะยอมตกลงคบหากับเขานั้นไม่ง่าย เขาจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำลายความสัมพันธ์เด็ดขาด
“แกนี่มันมีมารยาทบ้างมั้ย? คุยกับพ่อทำท่าทำทางแบบนี้เหรอ? พอมีผู้หญิง แกก็ไม่เอาพ่อไม่เอาครอบครัวเลยนะ” พ่อฉินชี้นิ้วไปทางฉินคั่วอย่างเศร้าสลด
“ผมไม่รู้ว่าคำว่าครอบครัวของพ่อมีความหมายว่ายังไง แม่ตายไปนานแล้ว และในสายตาของพ่อก็ไม่เคยมีผมอยู่เลย พอตอนนี้รู้สึกว่าผมมีประโยชน์เข้าหน่อยก็ชี้นิ้วสั่งลูกเดียว นี่น่ะเหรอที่พ่อเรียกว่าครอบครัว กู้ชิงต่างหากที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน พ่อไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีความหมายกับผมยังไง พ่อไม่เคยเข้าใจอะไรเลย!” ฉินคั่วตะโกนใส่พ่อฉิน
พ่อฉินยกมือกุมหน้าอก ใบหน้าซีดเซียวลง
แต่ดั้งเดิมหัวใจของพ่อฉินไม่ค่อยแข็งแรงนัก เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกโกรธจัดเขาจะเริ่มเจ็บหน้าอก
โดยปกติฉินคั่วจะรีบวิ่งเข้าไปตรวจสภาพร่างกายของพ่อฉิน แต่ตอนนี้เขาหยุดนิ่งและยืนเผชิญหน้ากับพ่อฉินเงียบ ๆ
เขาตอบรับสัญญาและเข้ามาบริหารบริษัทให้พวกเขาแล้ว
ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยังไม่พอใจอะไรอีก
กู้ชิงคือเส้นตายของเขาจริง ๆ ไม่มีใครสามารถแตะต้องเธอได้ แม้แต่พ่อบังเกิดเกล้าของเขา
กระทั่งเหตุการณ์หยุดชะงัก ผู้เฒ่าฉินก็พูดขึ้นว่า “พวกแกทำอะไรกัน? ให้มากินข้าวดี ๆ จะเถียงกันทำไมนัก? ฉินคั่ว ตัดสินใจจะไปเมืองเป่ยแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย?”
“ครับปู่ ผมอยากไป” ฉินคั่วพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล
“เอางั้นก็ได้ ปู่พอจะมีเส้นสายในเมืองเป่ยอยู่บ้าง ถ้าแกมีปัญหาอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาล่ะ” หลังจากคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ผู้เฒ่าฉินก็ตัดสินใจพูดเรื่องนี้ออกมา
“พ่อ!” พ่อฉินขมวดคิ้วแล้วจ้องมองไปทางผู้เฒ่าฉิน
เขาไม่เห็นด้วยที่พ่อคอยตามใจฉินคั่ว
ผู้เฒ่าฉินเลี้ยงดูฉินคั่วมาตั้งแต่เล็กจนโต และเป็นเพราะผู้เฒ่าฉินตามใจเขาจนเคยตัว ทำให้ฉินคั่วมีนิสัยไม่เชื่อฟังแบบนี้
“แกอย่าเพิ่งพูด” ผู้เฒ่าฉินตวัดสายตามองพ่อฉินคั่วอย่างเย็นชา
พ่อฉินยังคงหวาดกลัวผู้เฒ่าฉินอยู่มาก
พอเห็นผู้เฒ่าฉินพูดแบบนี้ ต่อให้เขาจะรู้สึกไม่พอใจมากแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าปริปากพูดออกไป
“ขอบคุณครับปู่” ฉินคั่วมองดูพ่อฉินด้วยสายตาหยิ่งผยอง
แม้ว่าพ่อฉินจะไม่ชอบหน้าเขา แต่ตอนนี้มันแสดงให้เห็นแล้วว่าการมีผู้สนับสนุนนั้นเป็นอย่างไร
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังมีผู้เฒ่าฉินอีกคนให้พึ่งพา
“แต่ปู่มีเงื่อนไข” ผู้เฒ่าฉินหยุดชั่วคราวแล้วพูดต่อ
รอยยิ้มของฉินคั่วหุบลงทันทีก่อนจะได้ยิ้มกว้างแสดงความสุข “ปู่ ตอนพูดเลิกหายใจเสียงดังสักทีได้มั้ย?”
“เอาล่ะ เงื่อนไขนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับแกหรอก” ผู้เฒ่าฉินย่อมตามใจฉินคั่วอยู่เสมอ
ท้ายที่สุดเพราะว่าเขามีหลานชายเพียงคนเดียว
“ว่ามา” ฉินคั่วรู้ว่าเรื่องที่ผู้เฒ่าฉินร้องขอจะต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
“ที่เมืองเป่ยมีสาขาลูกอยู่ ถ้าแกขยายประสิทธิภาพของสาขานั้นให้ติดห้าร้อยอันดับแรกภายในสองปีได้ ปู่ก็จะตกลงย้ายฉินกรุ๊ปไปที่นั่น ฉินกรุ๊ปไม่ใช่แค่ของพวกเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำงานหนักของทุกคน แกจะย้ายไปเฉย ๆ ไม่ได้ แกต้องแสดงผลงานให้เห็นก่อนแล้วเราค่อยมาพูดเรื่องนี้กันอีกที” ผู้เฒ่าฉินพูดอย่างอารมณ์
ในขณะที่พ่อฉินคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้
ในเมืองเป่ยเป็นเพียงสาขาย่อยเล็ก ๆ จะขยายให้ติดอันดับห้าร้อยแรกภายในสองปีได้ยังไง?
นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเหรอ?
ฉินคั่วรู้สึกว่าคำพูดของผู้เฒ่าฉินสมเหตุสมผล
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินคั่วก็พยักหน้า “ได้”
เขาจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่ออยู่เคียงข้างกู้ชิง
ตราบใดที่พวกเขาสองคนได้อยู่ด้วยกัน เขาก็เชื่อว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ
“อีกอย่างถ้ามีเวลาก็พาแฟนมาแนะนำให้รู้จักหน่อย ปู่ก็เป็นญาติแกนะ ไม่ได้เจอหน้ากันนานคงไม่ดีมั้ง?” ผู้เฒ่าฉินพูดด้วยน้ำเสียงแกมให้คำปรึกษา