พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 883 หล่อนยังกล้ามา
ตอนที่ 883
หล่อนยังกล้ามา
ตอนที่เสี่ยวเป่าตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกราวกับว่าก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ในใจได้หล่นลงมา
ทว่าเรื่องนี้กดดันอยู่ในใจเธอมานานแสนนาน แม้ว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลงแล้วแต่เธอก็ยังไม่ค่อยรู้สึกสบายใจเสียเท่าไหร่
“เหมี่ยวเหมี่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมา “หือ?”
แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อ มู่อวี้เฉิงก็ก้มลงมาจูบเธออย่างเร่าร้อน
ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่สถานที่สำหรับการเล่นสนุก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามดิ้นรนออก แต่กลับถูกมู่อวี้เฉิงจับเอาไว้แน่น
ความคิดในหัวของเธอเริ่มฟุ้งซ่านและไม่สามารถกลับมามีสติได้
กระทั่งสติของเธอกลับคืนมา ทั้งสองก็กอดกันกลมเกลียวแล้ว
เธอนั่งอยู่บนตักเขา
แววตาของมู่อวี้เฉิงเปล่งประกายไปด้วยแสงระยิบระยับ สีหน้าของเขาทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าแดงไม่ไหว
“นี่โรงพยาบาลนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกวาดสายตามองรอบข้าง
“จนถึงตอนนี้ยังคิดเรื่องพวกนั้นอยู่อีกเหรอ?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงยั่วยวนมากจนยากจะเกินต้าน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางยั่วยวนของเขา และจู่ ๆ จิตใจของเธอก็ว่างเปล่า
เธอหลุบสายตาลงต่ำ “ฉันกลัว ครั้งนี้ฉันกลัวมากจริง ๆ ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย”
แค่นึกถึงภาพนั้นก็ทำให้ใจของเธอสั่นสะท้านแล้ว
ถ้าพวกเขาดำน้ำค้นหาเสี่ยวเป่าไม่เจอขึ้นมาจริง ๆ เธอจะทำยังไง
มู่อวี้เฉิงกอดเธอแน่น ดวงตาสีนิลจ้องมองอย่างลึกซึ้งและลูบผมเธออย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวลนะ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”
“ส่วนพวกนั้นน่ะ ผมจะไม่ปล่อยมันไว้สักคนเลย” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงเต็มไปด้วยความเย็นชา มุมปากที่คลี่ยิ้มอยู่ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นพิเศษ ร่างกายแผ่ซ่านความอำมหิตออกมาจนสัมผัสได้
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทษตัวเองมาโดยตลอด และคิดว่าจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
แม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงออกต่อหน้าเสี่ยวเป่า แต่จิตใต้สำนึกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
อารมณ์ของมู่อวี้เฉิงก็เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน
จนลูกน้องทำงานลำบากขึ้น
…
หลายวันต่อมา ข่าวลือที่กล่าวหาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวทารุณกรรมลูกชายกลายเป็นกระแสร้อนแรงบนอินเทอร์เน็ต
เรื่องเกี่ยวกับเด็กเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนอยู่แล้ว พอมีข่าวว่าแม่แท้ ๆ ทรมานลูกชายตัวเองออกมาก็ยังทำให้คนสนใจมากขึ้น
เธอถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์สองครั้งติดต่อกัน และยังมีอีกหลายคนที่จำจดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้
ชื่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดอันดับค้นหายอดนิยมในทันที
ส่วนใหญ่เป็นถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์และการด่าทอ ที่ถาโถมเข้ามา
ขณะนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังอยู่ในโรงพยาบาล คอยดูแลเสี่ยวเป่าอยู่ข้าง ๆ
ร่างกายของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งก็ยังไม่มีเรี่ยวแรง
“หม่ามี้ วันนี้ผมอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก ผมไม่ได้ออกไปข้างนอกหลายวันแล้ว อยู่ในห้องพยาบาล มันน่าเบื่อจะตาย” เสี่ยวเป่าบ่นอุบอิบ โดยปกติเด็กเล็กจะไม่ชอบอยู่ในห้องเป็นเวลานาน ๆ
วันนี้ข้างนอกอากาศดีมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ลูกรัก ตอนนี้ยังไม่หายดี ยังออกไปวิ่งเล่นข้างนอกไม่ได้นะ”
“หม่ามี้ พาผมออกไปข้างนอกเถอะ ผมไม่อยากอยู่ในโรงพยาบาลแล้วจริง ๆ หญ้าจะขึ้นหัวผมอยู่แล้วเนี่ย” เสี่ยวเป่าพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมินเฉยต่อท่าทางออดอ้อนของเขา
ไม่ว่าเขาจะพูดยังไง เธอก็จะไม่ยอมให้เขาออกไปข้างนอก
เสี่ยวเป่าโกรธจนหันหน้าหนี ท่าทางของเขาน่ารักมากจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเผลอหัวเราะออกมา
“ตอนนี้ยังออกไปไม่ได้หรอกนะ รอให้หายดีก่อน เดี๋ยวหม่ามี้กับแด๊ดดี้จะพาไปเที่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไว้ตอนนั้นอยากไปไหน หม่ามี้จะตามใจทุกอย่างเลย”
เสี่ยวเป่ากะพริบตาปริบ ๆ “จริงเหรอฮะ?”
เขาแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาแต่จากนั้นก็หรี่ตาลง “แต่หม่ามี้กับแด๊ดดี้ยุ่งมาก ไม่เคยมีเวลาเลย ต่อไปจะมีเวลาเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกขมขื่นทันที เขาคงจะเข้าใจแบบนี้มาตลอดสินะ
ช่วงนี้เธอมัวยุ่งกับงานและให้ความสำคัญกับปัญหาของลิ่นอวี๋เหยียนเป็นหลัก จนลืมให้ความสำคัญกับลูก ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการทำแบบนี้มันผิดพลาดแค่ไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือเขา “ไม่ต้องห่วง หม่ามี้สัญญากับหนูแล้ว รอให้หนูหายดีก่อนนะ และจากนี้จะไปไหน หม่ามี้จะพาไปหมดเลย”
เสี่ยวเป่าจูบแก้มเธอเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้น ผมก็จะยอมหายโกรธหม่ามี้ก็ได้ แต่ห้ามมีครั้งหน้าอีกนะ ห้ามทำงานจนลืมผมอีก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าพูดปฏิเสธ หัวใจของเธออ่อนยวบลงและตอบตกลงตามใจเขาทุกอย่าง
เธออยู่กับเสี่ยวเป่าในห้องเป็นเวลานาน จนกระทั่งเขาหลับจึงกลับออกมาข้างนอก
ขณะเดียวกันสายเรียกเข้าจากกู้ชิงก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล มีอะไรหรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
กู้ชิงมองดูข่าวบนอินเทอร์เน็ตด้วยสายตาแน่วแน่ “ตอนนี้คุณอยู่ไหนคะ?”
“ตอนนี้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักชั่วคราว “ตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาลกับเสี่ยวเป่าน่ะ เกิดอะไรขึ้น?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีลางสังหรณ์ว่ามันจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
หลังจากกู้ชิงรู้ว่าเสี่ยวเป่าเข้าโรงพยาบาล อีกฝ่ายจะไม่โทรศัพท์หาเธอเว้นแต่จะมีเรื่องสำคัญ
“คุณอยู่โรงพยาบาลไปนะคะ อย่าไปไหน เดี๋ยวฉันไปหา”
“ได้ งั้นมานะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเบา ๆ
กู้ชิงมาถึงเร็วมาก
กู้ชิงกอดเธอแล้วพูดว่า “ช่วงนี้ลำบากแย่เลยนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้พูดอะไร แต่มองเธอด้วยสายตาสงสัย
“ว่ามา มาหาฉันมีเรื่องอะไร เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
กู้ชิงรู้ว่าเธอเป็นคนอ่อนไหว จึงจับแขนเธอแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีเห็นว่าเสี่ยวเป่าเข้าโรงพยาบาล และฉันเองก็ว่างช่วงบ่ายพอดี เลยแวะมาเยี่ยมสักหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปครู่หนึ่งและคิดได้ว่าวันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์พอดี
เรื่องราวเกี่ยวกับสวี่เฉิงถิงกำลังจะจบลงและเธอก็ไม่จำเป็นต้องคอยจับตาดูอีก
โดยปกติกู้ชิงจะงานยุ่งมาก จะลางานออกมาครึ่งวันไม่ใช่เรื่องง่าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงรู้สึกสงสัยอยู่
“ทำไมมองแบบนั้นล่ะคะ ไม่เชื่อฉันเหรอ?”
กู้ชิงพูดพลางกลอกตามอง “คุณถง ฉันไม่ได้ใจร้ายไส้ระกำขนาดนั้นหรอกนะคะ ตอนเสี่ยวเป่าเจอเรื่องแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดมากที่แวะมาหาเขาไม่ได้ ตอนนี้ฉันก็เลยแวะมาหา คุณยังไม่เชื่อฉันอีกเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “…”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อ
แต่งานที่บริษัทยุ่งมากจริง ๆ และไม่ใช่ว่าจะลางานได้ตลอดทุกครั้งที่มีเวลา
“เอาล่ะ ๆ แต่ตอนนี้เสี่ยวเป่าหลับไปแล้ว”
“หลับแล้วเหรอคะ?” กู้ชิงพูดด้วยท่าทางตกใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและดึงเธอออกไปข้างนอก “ค่อยแวะมาอีกทีเถอะ ตอนนี้เขากำลังพักผ่อนอยู่”
“ออกไปเดินเล่นกัน เรื่องของเสี่ยวเป่าน่ะ ฉันคิดมานานแล้ว และครั้งนี้ก็เป็นความผิดของฉันเอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลงและยิ้มเบา ๆ
ก่อนหน้านี้ก็เป็นเรื่องงานออกแบบกับงานที่บริษัท ตอนนี้ก็ยังเป็นเรื่องของลิ่นอวี๋เหยียนอีก
สุดท้ายแล้วเธอกลับไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
เสี่ยวเป่าต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เพราะความประมาทของเธอ
ถ้าเธอสังเกตเห็นเร็วกว่านี้ เธอคงจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
“คุณถง ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ มีคนตั้งใจทำร้ายคุณ และเราเองก็ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ตลอดเวลาหรอกจริงมั้ยคะ?”
กู้ชิงมองดูเธอด้วยความทุกข์ใจ
พวกเธอทั้งสองคนมีนิสัยคล้ายกัน พออีกฝ่ายพูดแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทนฟังไม่ไหว
เรื่องที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างจะหนักหน่วง
และในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอก็ไม่รู้จะปลอบโยนยังไง
“โห่ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเป็นเรื่องจริง ไม่นึกเลยว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะอยู่โรงพยาบาลจริง ๆ”
“ใช่มั้ยล่ะ เกิดเรื่องขนาดนี้แล้วหล่อนยังกล้ามาโรงพยาบาลอีกเหรอ?”