พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 964 ไม่ปฏิเสธ
ตอนที่ 964
ไม่ปฏิเสธ
“อยู่นี่เหรอ?”
กู้ชิงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพยักหน้า “ยังต้องกลับมาทำงานน่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ตามอุปนิสัยของฉินคั่ว เขาจะไม่มีทางปล่อยให้กู้ชิงมาทำงาน
แต่หลังจากเห็นฉินคั่วเดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอ เธอก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก
“เกิดอะไรขึ้น?”
ฉินคั่วรู้สึกประหม่า เขารู้ว่ากู้ชิงอยากจะกลับมาทำงาน และเมื่อวานนี้เขาก็ตื่นเต้นเกินไปจนลืมพูดเรื่องทุกอย่าง กู้ชิงกำลังท้องอยู่ การทำสิ่งต่าง ๆ ย่อมลำบากกว่าเดิมมาก
เธอยังคงยุ่งอยู่กับการทำงาน แต่ร่างกายของเธออ่อนแอลงมากและมันไม่เหมาะสมกับการทำงานระยะยาว เขาอยาก จะให้กู้ชิงลาออกแต่กลัวว่าเธอจะคัดค้าน
“ใช่ กู้ชิงท้องอยู่ ร่างกายของเธอไม่เหมาะจะมาทำงานหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วการทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นเป็นเรื่องปกติในบริษัทมาก แต่ตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องของเธอ เธอจึงไม่ควรทำงานหักโหมจนเกินไป
แต่สำหรับกู้ชิงมันไม่ง่ายเลย เพราะงานคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
“ฉันเข้าใจนายนะ แต่เรื่องการลาออกเนี่ย เราต้องฟังความคิดของคนที่เกี่ยวข้องก่อน”
เมื่อพูดเช่นนั้นก็ตระหนักได้ว่ากู้ชิงก็ชอบเด็กมากเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงไม่น่าจะปฏิเสธ
ขณะเดียวกัน กู้ชิงถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานจำนวนมาก และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถโทษพวกเธอได้ เพราะปกติแล้วพวกเธอต่างรับรู้ว่ากู้ชิงเป็นคนทำงานหนักแค่ไหน พอตั้งครรภ์ขึ้นมา บรรยากาศโดยรอบก็ดูอ่อนโยนขึ้นมาก คนส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความยินดีจากใจจริง และมีบางส่วนที่แค่เข้ามาดูความสนุกสนาน
“กี่เดือนแล้วคะ?”
กู้ชิงสัมผัสท้อง ก้มหน้าลงอย่างเคอะเขินและตอบกลับเบา ๆ ว่า “สามเดือนค่ะ”
พนักงานวัยรุ่นสาวทั้งหลายต่างแสดงความอิจฉา และหัวข้อบทสนทนาเกี่ยวกับเด็กก็ไม่เคยล้าสมัยในกลุ่มผู้หญิงเลย กลุ่มสาว ๆ เหล่านี้ล้วนถูกกระตุ้นความอยากจะเป็นแม่คนเหมือนกัน
ทว่ากู้ชิงกลับรู้สึกอึดอัดจากท่าทางอยากจะเป็นแม่คนที่อยู่รายล้อม เธอกำลังคิดหาวิธีการหลบหนีจากสถานการณ์นี้ และบังเอิญว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ออกมาเรียกหาเธอพอดี
“เกิดอะไรขึ้น?”
กู้ชิงมีความสุขมากที่ความอึดอัดจางหายไป แต่เมื่อเห็นว่าใครบางคนนั่งอยู่ในห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็หันไปให้ความสนใจทันที “ฉินคั่ว? มาทำอะไร?”
ฉินคั่วเห็นว่าภรรยาเดินก้าวเข้ามาอย่างยากลำบาก เขาก็วิตกกังวลมากรีบเข้าไปพยุงเธอให้นั่งลง
“เธอท้องอยู่ เราเลยอยากจะคุยเรื่องของเธอสักหน่อยน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทนไม่ไหวกับความรักหวานชื่นของสองคนนี้จึงรีบพูดขึ้น
กู้ชิงตกตะลึง เธอไม่เคยคิดถึงหัวข้อประเด็นนี้มาก่อน เธอจึงพูดด้วยความลังเลว่า “ฉันไม่ติดปัญหาอะไร…”
“คุณท้องอยู่ หลังจากนี้อาจจะแพ้ท้องได้ อีกอย่างหลายปีที่ผ่านมาคุณทำงานหนักมากจนแทบไม่ได้พักผ่อนเลย ใช้โอกาสนี้พักผ่อนดูแลร่างกายกินอาหารให้ครบห้าหมู่ก็ดีเหมือนกันนะ” ฉินคั่วกลายร่างเป็นผู้เชี่ยวชาญและพยายามพูดโน้มน้าวเธอ
คำพูดดังกล่าวไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกู้ชิงรู้ถึงสภาพร่างกายของตัวเองดีพอ ตอนแรกเธอเคยกังวลว่าลูกในท้องอาจจะไม่แข็งแรง แต่โชคดีที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีและไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ส่วนอาการแพ้ท้องก็เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกอยากจะอาเจียนบ้างแล้ว ถ้าเกิดอาการแบบนั้นขึ้นระหว่างทำงานล่ะก็…
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหวังว่ากู้ชิงจะหยุดพักผ่อน แต่เธอก็เคารพการตัดสินใจของกู้ชิงมากกว่าอยู่ดี ดังนั้นเธอจึงแค่ถามว่า “แค่เธอคิดได้ก็พอแล้ว อะไรดีที่สุดสำหรับเธอก็เอาตามนั้นเลย”
กู้ชิงลังเลอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะลูบท้องตัวเองและตัดสินใจว่า “เอาล่ะ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเลี้ยงลูก ฉันควรจะวางเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉินคั่วรู้สึกดีมากแค่ไหน เขายิ้มกว้างจนแทบจะทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตาพร่าไปเลย
หลังจากกู้ชิงกับฉินคั่วจากไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็คือการส่งมอบงานให้คนอื่นทำแทน กู้ชิงบอกว่าจะจัดการงานที่ค้างคาเอาไว้ให้เสร็จในเวลาที่เธอสะดวก แต่คำถามคือใครจะมาทำงานแทนเธอล่ะ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าประมาท งานของกู้ชิงต้องการคนที่มีประสบการณ์เพียงพอ เธอหวนนึกถึงพนักงานหลายคนที่เข้าตาแต่สุดท้ายก็คัดออก เธอย้ำคิดย้ำทำอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็คัดเลือกใครสองสามคน
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เธอก็เรียกแต่ละคนเข้ามาพูดคุย โดยมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่างานที่ตนเองทำในตอนนี้เหมาะสมกับเธอมากกว่า ไม่อยากเปลี่ยนตำแหน่ง ขณะที่คนอื่น ๆ ต่างดูพึงพอใจเป็นอย่างมาก
คนในบริษัทส่วนใหญ่รู้ถึงการตั้งครรภ์ของกู้ชิงและบางคนก็รู้ว่าเธอกำลังจะหยุดพักงานชั่วคราว ดังนั้นการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งนี้จึงดุเดือดมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยุ่งมากจนแทบจะไม่มีเวลาลุกขึ้นมาดื่มน้ำในตอนกลางคืนด้วยซ้ำ เธอนั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ กวาดสายตามองดูข้อมูลผู้สมัครแต่ละคนจนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีเด็กน้อยแอบย่องเข้ามา
“หม่ามี้!”
เจ้าลูกชายยื่นมือออกมาเหมือนจะขอกอดจากเธอ แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับสะดุ้งโหยง จนกระทั่งเห็นว่าเป็นลูกชายของตัวเอง เธอก็อุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาและถามว่า “มาทำอะไร?”
เจ้าลูกชายเบ้ปากด้วยความไม่พอใจแล้วถามว่า “ผมจะคิดถึงหม่ามี้บ้างไม่ได้เหรอฮะ?”
แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน เธออุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้เจ้าตัวเล็กหนักขึ้นมาก ดูเหมือนว่าจะข้าวอร่อยทุกวันจริง ๆ
“ใครพาลูกมาที่นี่?”
“แด๊ดดี้”
ลูกชายกอดคอถงเหมี่ยวเหมี่ยวแน่น เดิมทีเขานั่งบ่นอยู่ที่บ้านว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ยอมกลับมาสักที แด๊ดดี้จึงไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบขับรถยนต์พาเขามาที่นี่
“หม่ามี้กินข้าวหรือยังฮะ?” ตอนนั้นเองที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตระหนักได้ว่าลูกชายของเธอถือกล่องข้าวเล็ก ๆ เอาไว้ในมือ มันเป็นซุปที่เพิ่งทำสดใหม่เมื่อตอนเย็นและเขาก็นำมันมาให้หม่ามี้ลองชิมดู
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประทับใจมากและจูบแก้มลูกชายครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าเจ้าลูกชายจะไม่มีทางทำแบบนี้ถ้าไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง เขาหยิบชามใบเล็กและตะเกียบมาวางลง จากนั้นก็พูดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “กินหน่อยนะฮะหม่ามี้ ผมอยากมีน้องสาว”
หัวข้อบทสนทนาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน โชคดีที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ได้ดื่มซุป เธอเงยหน้าขึ้นและพบว่าเจ้าตัวเล็กดูคาดหวังกับซุปถ้วยนี้มาก ดูเหมือนว่าถ้าแค่เธอดื่มมันเธอก็จะต้องให้น้องสาวกับเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อาจทำลายความปรารถนาอันงดงามของเขาได้ ดังนั้นเธอจึงกลั้นรอยยิ้มเอาไว้แล้วพูดว่า “ป้ากู้ชิงกำลังท้อง บางทีตอนนี้กำลังจะอุ้มท้องน้องสาวอยู่ก็ได้”
เจ้าเด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราว รีบกระโดดขึ้นมาจากพื้นทันที เด็กน้อยเต็มไปด้วยพละกำลังและความกระฉับกระเฉง ความสนใจถูกเบี่ยงเบนได้ง่ายจนอยากจะวิ่งออกไปหาป้ากู้ชิงทันที
“ป้ากู้ชิงจะมีน้องเหรอฮะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าขณะที่เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความปีติยินดีราวกับอยากจะวิ่งออกไปดูน้องสาวทันที แม้ว่าเธอจะพยายามพูดเปลี่ยนหัวข้อ แต่ดูเหมือนว่าลูกชายของเธอจะฉลาดขึ้นมาก เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลับมาพูดกับเธออีกว่า “แต่หม่ามี้ ผมก็อยากให้หม่ามี้มีน้องสาวด้วยนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าเธอไม่คุยเรื่องนี้กับพ่อของเขาก่อน เธอคงจะทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ
ถึงอย่างนั้นมันก็ยากที่จะพูดอธิบายรายละเอียด เธอจึงตอบรับอย่างคลุมเครือว่า “จ้า ๆ”
แต่ลูกชายยังคงรั้นเอาคำตอบ “จ้าหมายความว่ายังไงฮะ?”
คราวนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถหลอกเขาได้อีกต่อไป เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “หม่ามี้จะทำน้องสาวให้ แต่ลูกต้องดูแลน้องให้ดีนะ”