พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 992 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ตอนที่ 992
ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
“เราจะไปไหนกัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกกังวลและไม่สบายใจ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรเธอแต่ยังคงแสดงสีหน้าอ่อนโยนและทำตัวเป็นทางการเหมือนเดิม “ไม่ต้องห่วง แค่มากับผมก็พอ”
หลังจากเธอพูดอย่างนั้นก็ไม่มีประโยคคำถามอะไรหลุดออกมาอีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสับสนจนถามขึ้นอีกครั้ง “อวี้เฉิงอยู่ไหน?”
เธอถามและคอยสังเกตการแสดงออกของอีกฝ่าย
แต่กลับไม่มีอะไรผิดปกติเลย
อีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรและเธอก็ไม่ได้รับข้อมูลใด ๆ
เธอจึงจำใจเดินตามอีกฝ่ายไปทีละก้าว
พวกเขาเดินมาถึงร้านขายของเป็นอันดับแรกและพนักงานขายก็ส่งยิ้มมาให้เธอ “สวัสดีค่ะคุณหนู เริ่มถอดรหัสได้เลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจเลย มันเกี่ยวข้องกับการถอดรหัสได้ยังไง?
เธอไม่อยากให้ความร่วมมือ แต่สิ่งต่าง ๆ ยังไม่ปรากฏชัดเจน
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ก้าวไปข้างหน้าและดึงการ์ดหนึ่งแผ่นออกมา
มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดมากมายอยู่บนการ์ด รวมถึงตัวอักษรภาษาอังกฤษและอาหรับ
พนักงานขายขอให้เธอทายตัวเลขที่ผิดแปลก และได้ยินมาว่าถ้าเธอทายถูกเธอจะได้รับรางวัล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะฮึฮึในใจ เธอไม่ต้องการของรางวัลอะไรทั้งนั้น
เธอแค่อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ถ้าเธอไม่ทายตัวเลขพวกนี้ เธอก็จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ในที่สุดเธอก็บังคับตัวเองให้สงบสติลง เริ่มสังเกตการณ์และเดาตัวเลขปริศนา
ท้ายที่สุด สติปัญญาอันเฉลียวฉลาดของเธอทำให้เธอสามารถทายตัวเลขปริศนาได้
หลังจากตอบไปแล้ว พนักงานขายก็แสดงท่าทางดีใจ “ไอหยา ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ คุณทายถูก!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
เกมนี้ทำให้เธอนึกถึงใครบางคนและอดีตที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเธอกับมู่อวี้เฉิงจะเคยเล่นเกมนี้ด้วยกันมาก่อน
เธอทายตัวเลขปริศนาถูกและพบว่ามันคือเลขหกที่เป็นเลขนำโชค
ในตอนนั้นมู่อวี้เฉิงจับมือเธอและบอกเธอว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป ไม่มีวันทอดทิ้งเธอไปไหน
แต่ความทรงจำก็สิ้นสุดลงกะทันหัน
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงนึกถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมา และไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือความคิดถึงหรืออะไร…
เมื่อหวนนึกถึงสายตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงที่มีให้เธอในช่วงนี้ เปรียบเทียบกับความกระตือรือร้นของเขาในอดีต เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง
บางทีรหัสลับพวกนี้อาจจะเป็นสิ่งของที่ทำให้เธอหวนนึกถึงอดีต ไม่อย่างนั้นกล่องทายตัวเลขปริศนาจะเหมือนกับกล่องแหวนแต่งงานที่เขาเคยมอบให้เธอขนาดนี้เหรอ?
กลิ่นอายความเป็นตัวเขาปรากฏอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งจนไม่สามารถมองข้ามเขาได้เลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสีหน้าไม่พอใจ แต่ยังคงยื่นมือออกไปถือกล่องนั้นไว้ในมืออย่างแน่นหนา
“เอาล่ะ ฉันทายถูกแล้ว ทีนี้คุณจะบอกฉันได้หรือยังว่าคุณเป็นใครและกำลังทำอะไรกันอยู่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับกล่องมาถือขณะพูดถามพนักงานขาย
พนักงานขายไม่ตอบรับอะไร เพียงยิ้มและพูดว่า “ยังไม่จบนะคะคุณถง มันยังไม่จบแค่นี้ เรายังต้องไปต่อค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะปรี๊ดแตก แต่หลังจากเห็นท่าทางที่มีเลศนัยของพนักงานขาย เธอก็รู้สึกว่าต่อให้โมโหไปมันก็คงจะไร้ประโยชน์
ค้นหาบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คงจะเป็นประโยชน์มากที่สุด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็สูดลมหายใจและพูดว่า “ได้ ฉันจะไปกับคุณ”
สถานที่ถัดไปคือร้านกาแฟ
ตัวเลขปริศนาเป็นอีกตัวเลขหนึ่งและตัวเลขนั้นก็แสดงถึงสิ่งเดียวกัน
ถัดมาเป็นร้านขายเสื้อผ้า
จากนั้นเธอก็แวะชมสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งหมดหกแห่ง และเก็บกล่องมาได้ทั้งหมดหกกล่อง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้ามองดูกล่องในมือแล้วถอนหายใจยาว
เธอมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นฝีมือของมู่อวี้เฉิงแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอจะพบเจอสิ่งของต่าง ๆ มากมายที่ทำให้หวนนึกถึงอดีตระหว่างพวกเขาเหรอ
มู่อวี้เฉิง คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่?
เธอได้แต่บ่นอุบอิบเบา ๆ แต่ในใจก็เฝ้ารอคอยเช่นกัน
เมื่อมองดูสิ่งที่พวกเขาเคยมีความทรงจำร่วมกัน แววตาของเธอก็เริ่มลึกซึ้งขึ้นทีละน้อย
แม้ว่าเกมทายปริศนาจะจบลงแล้ว แต่เรื่องก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้
พนักงานขายลากเธอมาที่ห้างสรรพสินค้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่านี่น่าจะเป็นจุดสำคัญ
หลังจากพาเธอมาถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว พนักงานก็จากไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิตกกังวลเล็กน้อย แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่านี่เป็นฝีมือของมู่อวี้เฉิง
พอคิดได้แบบนั้น เธอก็สงบลงชั่วคราว
ไม่นานนัก คนกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมายืนออกันอยู่ตรงหน้าเธอ
กลุ่มคนที่พากันถือตุ๊กตาหลากหลายรูปแบบ บางคนก็แต่งตัวแปลก ๆ และสวมหน้ากากอยู่
แต่โดยรวมคือเธอไม่เห็นหน้าใครเลย
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังรู้สึกแปลกใจ เสียงของ มู่อวี้เฉิงก็ดังมาจากลำโพงวิทยุ
“เหมี่ยวเหมี่ยว…” เสียงของเขาฟังดูแตกต่างจากครั้งก่อน มันเป็นเสียงที่อ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
และเสียงที่อ่อนโยนนี้ก็ทำให้ความวิตกกังวลและความไม่สบายใจของเธอหายไป
ดูเหมือนว่าความวิตกกังวลที่สะสมมาหลายวันจะถูกบรรเทาลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกถึงบางอย่างในหัวใจ ทั้งรู้สึกเสียใจ น้อยใจและอารมณ์บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
มู่อวี้เฉิงทำตัวเย็นชาและเฉยเมยกับเธอมาก แต่ทำไมจู่ ๆ น้ำเสียงของเขาถึงได้ฟังดูอ่อนโยนขึ้น?
เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่?
บางทีเขาอาจจะได้ยินความคิดของเธอและมองเห็นความหงุดหงิดของเธอ
หลังจากนั้นไม่นานมู่อวี้เฉิงก็พูดต่อว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว มาเล่นเกมกันเถอะ ท่ามกลางผู้คนมากมายพวกนี้ มาตามหาผมให้เจอนะ”
น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย เหมือนจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่กลับแฝงไปด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
ปกติแล้วเสียงประกาศควรจะจบลงตรงนี้
แต่มู่อวี้เฉิงกลับอดใจไม่ไหวและพูดเสริมว่า “ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ใช่มั้ย?”
ใช่เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามตัวเองในใจและหัวเราะฮ่าฮ่า
เธอไม่คิดอย่างนั้น มันยากที่จะบอกว่าคนเหล่านี้หน้าตาเป็นอย่างไรและส่วนสูงรูปร่างของพวกเขาก็ใกล้เคียงกัน
ผสมผสานกันแบบนี้จะแยกออกได้ยังไงว่าใครเป็นใคร?
นอกจากนี้พวกเขายังสวมหมวกคลุมหน้าจนเธอมองไม่เห็นรูปลักษณ์ของพวกเขาด้วยซ้ำ
เธอรู้สึกว่าการให้ตามหามู่อวี้เฉิงท่ามกลางคนกลุ่มมากจะต้องเป็นเรื่องที่ล้อเล่นแน่ ๆ
เธอไม่เข้าใจเลยว่าหลังจากวนเวียนไปมาแบบนี้ มู่อวี้เฉิงคิดจะทำอะไร?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน และมู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าถึงแม้เธอจะประท้วงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
เธอจำเป็นต้องหามู่อวี้เฉิงท่ามกลางคนเหล่านี้ให้เจอ และเธอก็รู้สึกว่ามันยากมาก
ไม่มีทาง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเธอไม่ได้เก่งเกินตัวขนาดนั้น
ในเมื่อเธอไม่สามารถแยกแยะพวกเขาจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ เธอจึงถอดหน้ากากเขาออกทีละคน
นี่เป็นวิธีเดียวที่จะได้เห็นใบหน้าของพวกเขาชัดเจน
“ไม่ใช่ คนนี้ก็ไม่ใช่…”
หน้ากากถูกเปิดออกทีละอัน แต่กลับไม่ใช่คนที่เธอตามหาเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกท้อแท้อยู่ชั่วขณะ ส่วนคนที่ถูกเธอกอดหน้ากากออกแล้วก็จะถูกผลักออกไปทันที
“หลบไป อย่ามาขวางทางฉัน” เธอผลักคนเหล่านี้ออกและเริ่มมองหาเขาคนนั้นต่อ
มู่อวี้เฉิง รอก่อนเถอะ หาตัวเจอเมื่อไหร่ถูกลงโทษแน่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพึมพำกับตัวเองและเผลอเหยียบหน้ากากที่หล่นอยู่บนพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เธอเซเล็กน้อยและกำลังจะล้มไปข้างหลัง
แต่ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามาประคองเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึง เธอทรงตัวนิ่งและคว้ามือของชายคนนั้น “อวี้เฉิง คุณหรือเปล่า?”
แต่ตอนที่เธอคว้ามือเขาเขาก็รีบเอามือออกทันที
ไม่ใช่ ความรู้สึกของเธอบอกว่าไม่ใช่