Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 180 ไม่เรียนหนังสือ ก็อยู่บ้านเลี้ยงหมู

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
  3. บทที่ 180 ไม่เรียนหนังสือ ก็อยู่บ้านเลี้ยงหมู
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 180 ไม่เรียนหนังสือ ก็อยู่บ้านเลี้ยงหมู

หมู่บ้านข้าง ๆ มีคนมาฉายหนัง หมู่บ้านของพวกเขามีการแบ่งที่ดินให้กับแต่ละครัวเรือนเร็วกว่าหมู่บ้านต้าเจียง

การจ้างคนมาฉายหนังก็จัดขึ้นที่ลานหน้าหมู่บ้าน ผู้คนจากหมู่บ้านอื่นที่อยากดูก็สามารถไปดูได้

จ้าวชิงซงถามลี่หรงว่าอยากไปไหม

ฟ้ามืดแล้ว แถมพื้นยังปกคลุมด้วยหิมะ ลี่หรงไม่อยากไป

ต้าหนิวอยากไปจึงพาเอ้อร์หนิวและเด็ก ๆ ที่โตกว่าในหมู่บ้านไปด้วย

อันอันไม่ได้ไปเพราะเขากลัวความหนาว และเขาก็ติดลี่หรงมาก ๆ พอเห็นแม่ไม่อยากไป เขาก็เลยไม่อยากไปด้วย

หนังฉายกันข้างนอก เหอซิ่งให้ต้าหนิวและเอ้อร์หนิวกินจนอิ่ม แล้วจึงบอกว่า “ดูหนังเสร็จก็รีบกลับ อย่าไปซุกซนที่อื่น”

ทุกคนในบ้านต่างอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นั่งล้อมวงสนทนากันบนเตียงเตา

ผู้ชายสามคนกำลังเล่นไพ่นกกระจอก

หลังจากที่มีนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศก็ไม่ค่อยมีข้อจำกัดมากนัก ประเพณีวัฒนธรรมหรือการละเล่นเก่า ๆ มากมายก็เริ่มได้รับความนิยม ไพ่นกกระจอกมีมานานแล้ว ปัจจุบันก็ได้นำมาเป็นกิจกรรมบันเทิงของผู้คนอีกครั้ง

ลี่หรงเล่นไม่เป็น เพราะสำหรับไพ่นกกระจอกนี้ เธอได้ดูวิธีเล่นมาหลายครั้งก็ยังไม่รู้ว่ามันเล่นอย่างไร

จ้าวชิงซงสอนเธอเล่นอยู่สองสามครั้ง ลี่หรงก็ยังไม่เข้าใจ เธอโบกมือให้จ้าวชิงซงเล่นเอง แล้วเธอก็ขยับตัวไปฟังแม่จ้าวและคนอื่น ๆ คุยกัน

เกือบสี่ทุ่ม แม่เจ้าก็เรียกให้ช่วยกันห่อเกี๊ยว

เกี๊ยวลงหม้อแล้ว ต้าหนิวและคนอื่น ๆ ก็กลับมา

ไม่รู้ว่าไปซุกซนอะไรกันอยู่ระหว่างทาง ขากางเกงของพวกเขาล้วนเปียกโชกไปหมด

ช่วงเทศกาลตรุษจีน เหอซิ่งไม่กล้าดุด่าว่ากล่าวพวกเขาด้วยซ้ำ แม้จะโมโหจนพูดไม่ออก แต่ก็ยังหาเสื้อผ้ามาให้พวกเขาเปลี่ยน

หลังจากกินเกี๊ยวและย่อยอาหารไปสักพัก ก็ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว

ไม่รู้ว่าใครจุดประทัดก่อน ไม่นานนัก เสียงประทัดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านพากันจุดประทัดอย่างพร้อมเพรียง เสียงนั้นดังจนหูแทบหนวก

ต้าหนิวบอกว่าจะจุดประทัด เอ้อร์หนิวดูท่าทางใจกล้า แต่ก็ยังไม่กล้าจุด

ต้าหนิวจุดไม้ขีดไฟแล้วจับที่ชนวนประทัด จุดไฟแล้วโยนทิ้งทันที

เสียงประทัดดังสนั่น อันอันตบมือด้วยความดีใจ

ลี่หรงกลัวว่าเสียงประทัดจะดังเกินไป เลยยื่นมือไปปิดหูของลูกชาย แล้วก็พูดที่ข้างหูเขาว่า “อันอันของเราโตขึ้นอีกปีแล้ว ขอให้เติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุขนะจ๊ะ”

ผ่านไปสิบกว่านาทีเสียงประทัดถึงค่อยเงียบลง

นั่นเพราะว่าเมื่อก่อนผู้คนไม่มีเงินมากนัก เลยไม่ซื้อประทัดมามากมาย

ชาติก่อนลี่หรงเป็นคนชอบออกไปเที่ยวช่วงตรุษจีน ปีหนึ่งเธอตามเพื่อนกลับบ้านเกิดเพื่อจะไปสัมผัสบรรยากาศของวันปีใหม่

ปีนั้นเลยเที่ยงคืนไปแล้ว เสียงประทัดดังอยู่เป็นชั่วโมง มีดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่เต็มท้องฟ้า ส่องสว่างจนพื้นดินสว่างไสว

วันขึ้นปีใหม่ ต้องไปไหว้เจ้า

แต่ปีนี้พ่อจ้าวไม่ได้ไป

จ้าวชิงซงกับจ้าวชิงหยางพาลูก ๆ ไปไหว้แทน

วันที่สองของปีใหม่ลี่หรงได้เจอกับจ้าวชิงหลิวที่กลับมาบ้านแม่จ้าว เธอยังพาลูกชายคนเล็กมาด้วย บ้านตระกูลจ้าวคึกคักอยู่พักใหญ่

เมื่อถึงวันที่ห้าของวันปีใหม่ จ้าวชิงซงก็เริ่มทำงานแล้ว

ลี่หรงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมปรึกษากับจ้าวชิงซงเรื่องอันอัน

คืนนั้นหลังอาบน้ำเสร็จก็กลับห้อง

ลี่หรงพูดว่า “กลับไปเรียนครั้งนี้ฉันอยากพาเจ้าตัวเล็กไปเมืองหลวงด้วยค่ะ เพราะไม่นานเขาก็จะห้าขวบแล้ว ในเมืองมีโรงเรียนถ้าให้เขาไปเตรียมความพร้อมก่อนน่าจะดีกว่านะคะ”

เรื่องการศึกษาของลูกชาย จ้าวชิงซงไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว แต่เมื่อคิดว่าลี่หรงไม่อยู่บ้านและลูกชายก็ต้องตามไปด้วยในใจก็รู้สึกโหวงเหวง

หลังจากที่เขาเงียบอยู่นาน “อีกสองปีค่อยไปไม่ได้เหรอครับ?”

ในหมู่บ้านไม่มีโรงเรียนอนุบาล มีแค่ชั้นเตรียมอนุบาล และชั้นเตรียมอนุบาลก็รับเด็กเข้าเรียนเมื่ออายุประมาณเจ็ดแปดขวบ

ดังนั้นจ้าวชิงซงจึงคิดว่าช้าไปอีกสองปีก็คงไม่เป็นไร

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าคิดผิดและเสียดายที่ตนเลือกปลูกผลไม้ที่นี่ เพราะสิ่งนี้เขากับลี่หรงเลยต้องอยู่ห่างกัน เมื่อก่อนในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องทำมาหากิน แต่ตอนนี้กลับเศร้าใจขึ้นมา

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขายังไม่ได้เริ่มเก็บผลผลิตจากการปลูกต้นแพร์ คนอื่นต่างรอคอยที่จะดูว่าเขาจะทำเงินได้หรือไม่ แม้เขาจะขายต้นแพร์บนภูเขาไปก็ไม่มีใครอยากได้

ลี่หรงเห็นสีหน้าหม่นหมองของเขา ในใจก็ไม่สบายเช่นกัน แต่เธอให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก ที่หมู่บ้านอาจช้าไปสองปี แต่ในเมืองหลวงมีพร้อมทุกอย่าง เธอจึงคิดจะให้ลูกชายได้เรียนหนังสือเร็ว ๆ

เธอพูดว่า “เด็ก ๆ ในเมืองอายุสี่ห้าขวบก็ส่งเข้าโรงเรียนแล้ว อันอันของเราจะต้องไม่ช้ากว่าคนอื่น”

เธอเพิ่งรู้เรื่องนี้จากการพูดคุยกับพี่สะใภ้ของเธอที่เมืองหลวง ที่นั่นหลังจากการเปิดรับนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เรื่องการศึกษาในช่วงวัยเด็กก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นมา

ว่ากันว่าเริ่มต้นก่อนก็ได้เปรียบก่อน

ถ้าไม่ใช่ว่าเด็กอายุต่ำกว่าสี่ขวบไม่รับเข้าเรียน พวกเขาก็คงจะส่งไปแล้ว

ลี่หรงรู้สึกว่าเด็กสี่ห้าขวบก็สามารถส่งไปเรียนหนังสือได้แล้ว

“ส่งไปเมืองหลวงใครจะดูแลล่ะครับ พ่อแม่คุณจะดูแลเหรอ?”

พ่อแม่ที่ว่าก็คือพ่อของลี่หรงและแม่ของลี่หรงนั่นเอง

ลี่หรงส่ายหน้า “ฉันอยากให้พ่อจ้าวกับแม่จ้าวไปเมืองหลวงด้วย ที่บ้านทำนาเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วแต่ก็เก็บเงินได้ไม่มาก อีกอย่างท่านก็อายุมากแล้วค่ะ ส่วนคุณกับพี่ชายก็ยุ่งกับงานของตัวเอง ฉันเลยคิดว่าจะให้ท่านไปเมืองหลวง แค่ให้พวกท่านเฝ้าร้านขายผลไม้ชั่งกิโลก็พอ ไม่เหนื่อยมากแถมยังได้เงินด้วย ร้านผลไม้ที่คุณเคยเช่าไว้เมื่อก่อน จำได้ไหมคะ เจ้าของร้านคืออาจารย์หยวน ร้านนั้นยังไม่ได้ปล่อยให้เช่านะ”

จ้าวชิงซงอดหัวเราะไม่ได้ “ที่รักนี่คุณวางแผนไว้หมดเลยเหรอเนี่ย”

“ตอนนั้นลืมบอกคุณไปน่ะค่ะ”

“แล้วพ่อกับแม่ว่ายังไงครับ ท่านยินดีจะเข้าเมืองหลวงไหม”

ลี่หรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ลืมถามแม่เลย เห็นท่านบอกว่าจะปรึกษากับพ่อก่อน พรุ่งนี้ฉันจะลองถามดูอีกที”

พ่อแม่เข้าเมืองไปขายผลไม้ก็สบายกว่าทำนาที่บ้านนอกจริง ๆ

แต่จ้าวชิงซงก็ไม่รู้ว่าพ่อที่เป็นชาวนาแก่ ๆ เคยทำนามาตั้งหลายสิบปี จะยอมทิ้งที่นาที่เพิ่งได้แบ่งปันมาเพื่อเข้าเมืองไปทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเปล่า

ถ้าพ่อแม่ยินดี จ้าวชิงซงก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะขัดขวาง

เหมือนกับว่าเขานึกภาพตัวเองที่โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในหมู่บ้าน เลี้ยงหมู ปลูกผลไม้ไปจนแก่เฒ่า เขาก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าใจแล้ว

“ทำหน้าแบบนั้นทำไมคะ”

จ้าวชิงซงถอนหายใจอีกครั้ง “ภรรยากับลูกก็จะหนีไปกันหมดแล้ว ผมก็ต้องอยู่คนเดียวในหมู่บ้านน่ะสิครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูคุณพูดเข้าสิ”

เจ้าตัวเล็กเหมือนจะได้ยินที่พ่อกับแม่พูดถึงเขา ของเล่นในมือก็ไม่เล่นแล้ว โยนทิ้งลงไปดื้อ ๆ เบียดตัวเองเข้ามาตรงกลางพ่อกับแม่ “คุยอะไรกันเหรอครับ”

ลี่หรงบีบจมูกเขาเบา ๆ “แม่จะพาอันอันไปเมืองหลวง อันอันอยากไปไหมจ๊ะ?”

“ไปบ้านยายเหรอครับ?”

“ก็ประมาณนั้นจ๊ะ แต่ว่าอันอันอยากอยู่กับแม่ที่เมืองหลวงตลอดเลยไหมล่ะจ๊ะ?”

“อยาก!” อันอันหันไปมองจ้าวชิงซงทันที “พ่อไปด้วยกันไหมครับ”

“พ่อไม่ได้ไป แต่พ่อจะตามไปทีหลังจ้ะ” ลี่หรงตอบ “พาอันอันไปเรียนในเมืองดีไหม?”

เจ้าตัวเล็กมองต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวที่ไปเรียน กลับบ้านมาก็ต้องทำการบ้าน เขารู้ว่าเรียนหนังสือคืออะไร เขารู้สึกว่าเรียนหนังสือค่อนข้างดี สามารถไปโรงเรียนและเล่นกับเพื่อน ๆ ได้มากมาย

แต่เขาไม่ชอบทำการบ้าน พอเห็นพี่ชายทั้งสองทำการบ้านก็ออกไปเล่นไม่ได้

แต่เหมือนว่าถ้าไม่เรียนหนังสือก็จะไม่ได้ไปอยู่กับแม่ที่เมืองหลวง เจ้าตัวเล็กคิดอยู่นาน

จ้าวชิงซงเห็นดวงตาสีดำของเขามีความสับสน ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จึงลูบหัวเขาและพูดแซว “ไม่อยากเรียนหนังสือก็ไม่ต้องไปเมืองหลวง อยู่บ้านกับพ่อไปเลี้ยงหมูด้วยกันดีไหม?”

……………………………………………………………………………………………………………………..

WG5Q8JTH

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 180 ไม่เรียนหนังสือ ก็อยู่บ้านเลี้ยงหมู"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62660ef8FEnVUUGD
สำรับมนตราของชายาอ๋อง [戏精王妃的魔力美食屋]
04/12/2022
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
03/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.