Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 264 เจิ้งซื่อเผิง

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
  3. บทที่ 264 เจิ้งซื่อเผิง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 264 เจิ้งซื่อเผิง

“เหล่าจ้าว!”

“พี่จ้าว!”

……

เหล่าคนงานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นจ้าวชิงซงต่างก็เข้ามาทักทายเขาอย่างสนิทสนม เจิ้งซื่อเผิงได้ยินพวกเขาเรียกจ้าวชิงซงราวกับคุ้นเคยกันมาก จากคำที่พวกเขาเรียก เขาก็คิดว่าจ้าวชิงซงเป็นเพียงลูกจ้างธรรมดาในฟาร์มสุกร

เจิ้งซื่อเผิงยังคงยืนอยู่บนรถไถ เขาเห็นว่าการเดินของจ้าวชิงซงนั้นแตกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจน จึงเยาะเย้ยว่า “ฟาร์มสุกรนี้รับคนเข้าทำงานแบบไหนกันนะ? อย่างนายจะทำอะไรเป็น หรือว่าคอยยกของเดินเป็นคนสุดท้ายกันล่ะ?”

“เสี่ยวเจิ้ง…”

คุณลุงคนหนึ่งซึ่งท่าทางจิตใจดีที่อยู่ข้าง ๆ อยากจะบอกเจิ้งซื่อเผิงว่าจ้าวชิงซงไม่ใช่คนงาน แต่เขาเป็นเจ้าของฟาร์มสุกร

แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไร เจิ้งซื่อเผิงก็ดุว่า “เรียกอะไรกันนักหนา ต้อนหมูกันเรียบร้อยหรือยัง? เดี๋ยวจะทำให้ฉันส่งของไม่ทันเอา”

เจิ้งซื่อเผิงทำราวกับว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่าใคร มองไม่เห็นหัวใครในฟาร์มสุกร จากท่าทางของเหล่าคนงานแล้ว ดูเหมือนว่านี่คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับพวกเขา

จ้าวชิงซงคิดในใจ คนแบบนี้ถ้าอยู่ที่ฟาร์มสุกรต่อไป อนาคตต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาจะต้องทำให้ที่นี่เสียหาย

เขาหันไปทางเจิ้งซื่อเผิง “นายเพิ่งมาใหม่ใช่ไหม?”

เจิ้งซื่อเผิงดึงกางเกงของตัวเองขึ้น “ไม่ใหม่เท่าไหร่ ทำงานมาเป็นเดือนแล้ว”

“อ้อ แล้วชื่ออะไรล่ะ?”

เจิ้งซื่อเผิงกลอกตาไปมา “ฉันชื่อเจิ้งซื่อเผิง นายมาทำงานหรือเปล่า? หมูตัวหนึ่งวิ่งหนีไปแล้ว ทำไมไม่รีบไปต้อนมันกลับมา?”

“ทำไมนายไม่ไปเองล่ะ?”

“ถ้าฉันไปแล้วใครจะมาคอยดูพวกแกกันล่ะ? ถ้าไม่มีฉันมันจะยุ่งยากวุ่นวายแค่ไหนก็ไม่รู้” เจิ้งซื่อเผิงพูดด้วยความเย่อหยิ่ง

“ฉันว่าเพราะมีนายนั่นแหละถึงทำให้ที่นี่วุ่นวาย”

ก่อนที่เจิ้งซื่อเผิงจะโกรธ จ้าวชิงซงก็พูด “ตอนนี้ทุกคนยุ่งอยู่ ฉันจะไปคุยกับเหล่าซ่งหน่อย เสร็จแล้วฉันจะกลับมาคุยกับทุกคนอีกที”

พูดจบเขาก็เหลือบมองเจิ้งซื่อเผิงแวบหนึ่ง เจิ้งซื่อเผิงรู้สึกเย็นวาบที่หลังจากที่ถูกเขามอง เขาพึมพำด้วยเสียงเบาว่า “เจ้านั่นมันเป็นใครกัน?”

คนอื่น ๆ เบื่อหน่ายเจิ้งซื่อเผิงมานานแล้ว เขาใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน ทำตัวราวกับเป็นเจ้านายแล้วใช้อำนาจข่มเหงรังแกคนอื่น ๆ เพียงเพราะว่าเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับซ่งเซียนผิง ทุกคนต่างโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร

ในที่สุดวันนี้เจิ้งซื่อเผิงก็มาถึงจุดจบแล้ว

จ้าวชิงซงเป็นคนที่ซื่อสัตย์และยุติธรรม เมื่อเขารู้เรื่องที่เจิ้งซื่อเผิงทำในฟาร์มสุกร ทุกคนก็ต่างรอคอยที่จะดูผลลัพธ์ และไม่มีใครเตือนเจิ้งซื่อเผิงสักคน

เจิ้งซื่อเผิงกระโดดลงจากรถไถ แล้วถีบคนงานที่อยู่ใกล้ ๆ คนงานคนนั้นอายุไล่เลี่ยกับเขา เขาเพิ่งจะได้งานในฟาร์มสุกร เขาอดทนกับเจิ้งซื่อเผิงมาตลอด ทั้งที่ในใจรู้สึกดูถูกที่อีกฝ่ายที่ใช้เส้นสาย แต่ก็จำใจต้องยิ้มเอาใจเมื่ออยู่ต่อหน้า พูดกับเจิ้งซื่อเผิงว่า “นั่นคือเจ้าของฟาร์มสุกรของพวกเรา เขารู้จักกับเถ้าแก่ซ่ง คุณไม่รู้เหรอ?”

เจิ้งซื่อเผิงถึงกับตะลึง เขารู้ว่าฟาร์มสุกรแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ซ่งเซียนผิงเป็นเจ้าของคนเดียว แต่เขาไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงเป็นหนึ่งในเจ้าของด้วย

ตอนที่ซ่งเซียนผิงให้เขามาทำงานก็บอกกับเขาว่าให้ระมัดระวัง อย่าทำตัวโอ้อวดจนเกินไป

ช่วงแรกเจิ้งซื่อเผิงก็ทำตัวเรียบร้อย แต่พอเวลาผ่านไป เขาก็พบว่าแค่เอ่ยชื่อซ่งเซียนผิงออกไป คนในฟาร์มสุกรก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา ชีวิตเขาก็สุขสบายขึ้นเรื่อย ๆ จนลืมคำเตือนของซ่งเซียนผิงไปเสียสนิทแล้ว

ตอนนี้ที่เขาเจอจ้าวชิงซง เขาถึงได้นึกขึ้นได้ เขาจำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาเคยบอกว่า เจ้าของฟาร์มสุกรที่ร่วมลงทุนกันไม่ได้มาที่นี่บ่อย ๆ มีคนหนึ่งแซ่จ้าวห้ามไปหาเรื่องเป็นอันขาด

คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอเขา และยังไปหาเรื่องเขาอีกด้วย

เจิ้งซื่อเผิงนึกถึงตอนที่เขาเพิ่งไปล้อเลียนร่างกายของจ้าวชิงซงเมื่อครู่แล้ว เขาก็กลืนน้ำลายดังเอื้อก!

เขามีสีหน้าทุกข์ใจ หวังเพียงแต่ว่าจ้าวชิงซงจะไม่เอาเรื่องเขา ไม่เช่นนั้น งานดี ๆ ของเขาคงต้องหายไปแน่

ทว่าจ้าวชิงซงก็ยังไม่ได้มาหาเขา เจิ้งซื่อเผิงได้ยินข่าวว่าจ้าวชิงซงกลับไปแล้วรอช้าไม่ได้เขารีบวิ่งไปที่สำนักงานเพื่อหาซ่งเซียนผิง

“พี่!”

“เอะอะโวยวายอะไร!” ซ่งเซียนผิงเกือบสำลัก จ้องมองเจิ้งซื่อเผิง

เจิ้งซื่อเผิงจัดทรงผมของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปหาซ่งเซียนผิงแล้วยิ้มอย่างประจบ “พี่ คนที่เพิ่งไปเมื่อกี้ที่แซ่จ้าว เขาพูดอะไรไหม?”

ซ่งเซียนผิงเคาะศีรษะของเจิ้งซื่อเผิง “นั่นคือเหล่าจ้าว นายต้องเรียกว่าพี่จ้าว แซ่จ้าวอะไร สอนไปตั้งกี่ครั้งยังจำไม่ได้อีก?”

เจิ้งซื่อเผิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “รู้แล้ว รู้แล้ว พี่รีบบอกได้ไหมว่าเขาพูดอะไรบ้าง?”

ท่าทีที่มีพิรุธทำให้ซ่งเซียนผิงฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที เขาก็ว่าอยู่ว่าจ้าวชิงซงที่ไม่เคยซักถามเรื่องฟาร์มสุกรวันนี้ทำไมถึงถามมากเป็นพิเศษ

“นายได้ทำอะไรบางอย่างไปรึเปล่า?”

“…ไม่ได้ทำอะไรเลย” เจิ้งซื่อเผิงเบนสายตา

ซ่งเซียนผิงตบไปที่ตัวของเจิ้งซื่อเผิง บอกให้เขาพูดความจริงออกมา

เมื่อกี้จ้าวชิงซงคุยกับเขาสองสามประโยค แล้วก็ถามซ่งเซียนผิงว่าทำไมถึงไล่ซ่งเสี่ยวซานออก

ซ่งเซียนผิงพูดคำที่เตรียมไว้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อเห็นจ้าวชิงซงพยักหน้ารับ โดยที่ไม่ซักถามต่อซ่งเซียนผิงก็นึกว่าเรื่องนี้จบแล้ว

เพราะในความคิดของเขาจ้าวชิงซงก็ไม่ได้สนิทกับซ่งเสี่ยวซานมากนัก

เจิ้งซื่อเผิงมองท่าทีโมโหของซ่งเซียนผิง จึงไม่กล้าปิดบัง เล่าคำพูดของจ้าวชิงซงให้ฟัง แต่เขาฉลาดพอที่จะไม่พูดถึงส่วนที่เขาแอบอ้างชื่อของซ่งเซียนผิงออกไป

ซ่งเซียนผิงเคยเตือนเขามากกว่าหนึ่งครั้งว่าทำตัวให้สุภาพเมื่อมาทำงานที่นี่ แต่เขากลับทำตัวเหลิงจนลืมคำเตือนไปชั่วขณะ

“อะไรนะ?” ซ่งเซียนผิงมองหน้าเจิ้งซื่อเผิงด้วยความหงุดหงิด “แกนี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง?”

เจิ้งซื่อเผิงรู้สึกเสียใจอย่างมาก “พี่ เราจะถูกไล่ออกไหม?”

ซ่งเซียนผิงเตะเขา “ไป!”

เขาไม่พูดอะไร เจิ้งซื่อเผิงก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่กล้าทำให้ซ่งเซียนผิงโกรธ รีบปิดปากและออกไป

แต่ซ่งเซียนผิงก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่

หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เจิ้งซื่อเผิงก็ยังคงขับรถไถในฟาร์มสุกรอย่างสบายใจ

เขาคิดว่าซ่งเซียนผิงคงจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเก็บหางไว้สักพัก เจิ้งซื่อเผิงก็เริ่มคันไม้คันมืออีกครั้ง

วันนี้หลังจากส่งหมูเสร็จ เขาก็ไปรับเพื่อน ๆ มาดื่มด้วยกัน

เพื่อน ๆ เหล่านั้นนิสัยเหมือนเจิ้งซื่อเผิง ทั้งขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวเล่น และเพราะว่าเจิ้งซื่อเผิงเป็นลูกคนเดียวในบ้าน ก็เลยค่อนข้างเอาแต่ใจและชอบโอ้อวด

ตอนนี้ได้งานดี ๆ มาเพราะซ่งเซียนผิงก็เลยต้องโอ้อวดให้เพื่อน ๆ ฟัง

“นายโชคดีจังเลยนะที่มีพี่ชายแบบนี้”

“วันนี้ต้องเลี้ยงพวกเราสักหน่อยแล้วล่ะนะ”

“ใช่แล้ว! รวยแล้วก็อย่าลืมเพื่อนนะ พวกนายว่าจริงไหม ฮ่า ๆ ๆ~”

สีหน้าที่ยโสโอหังของเจิ้งซื่อเผิงก็แข็งค้างลง เขานำเงินไปใช้หมดแล้ว เพื่อน ๆ เหล่านี้กินก็ต้องกินเนื้อ ดื่มก็ต้องดื่มหนัก ๆ เหล้ากับแกล้มก็ต้องแพง ๆ ไม่งั้นต้องเสียหน้าแน่นอน

แต่ก็โอ้อวดไปแล้ว เจิ้งซื่อเผิงก็เลยล้วงเงินที่เพิ่งได้มาจากค่าหมูออกมา ซึ่งมีอยู่ตั้งหลายร้อยหยวน เขาตัดสินใจเอาเงินนี้ไปเลี้ยงเพื่อน

เรื่องแบบนี้เขาไม่ได้ทำเป็นครั้งแรกแล้ว หลังจากกินจนอิ่มหนำ ราคาก็แค่ไม่กี่สิบหยวน ก็สามารถทำให้พวกเขาเมาจนอาเจียนได้ แล้วพอถึงเวลาต้องกลับบ้านก็แค่หาข้ออ้างกับครอบครัวเพื่อขอเงิน แล้วก็เอาเงินที่ได้มาไปจ่าย แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 264 เจิ้งซื่อเผิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
84
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
12/06/2026
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
hImag
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
20/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.