Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 293 การต่อรอง

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
  3. บทที่ 293 การต่อรอง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 293 การต่อรอง

ข้อกำหนดเหล่านั้นไม่ใช่ว่าจะทำตามได้ง่าย ๆ แถมเงินกู้นั้นไม่ใช่ว่าอยากจะกู้เท่าไหร่ก็กู้ได้

ในขณะที่พูดถึงประเด็นสำคัญอยู่ จ้าวเหวินหลินลอบสังเกตสีหน้าของลี่หรงและสวีจิ้งตาน

พบว่าสีหน้าของทั้งสองฝ่ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มองไม่ออกเลยว่าทัศนคติของพวกเธอเป็นอย่างไรบ้าง?

แต่ในใจของจ้าวเหวินหลินมีคำตอบอยู่แล้ว เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ถามว่า “คุณต้องการกู้เงินจำนวนเท่าไหร่ครับ? เตรียมอะไรมาค้ำประกันบ้าง?”

ลี่หรงหันไปมองสวีจิ้งตาน เมื่อครู่พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วว่าจะใช้โรงงานค้ำประกัน ไม่ได้คิดจะใช้ที่ดิน เพราะที่ดินนั้นเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวของสวีจิ้งตาน

“ใช้โรงงานของพวกเราค้ำประกันค่ะ ธนาคารสามารถยอมรับสินทรัพย์ของบริษัทเองเป็นเครื่องค้ำประกันได้ใช่ไหมคะ?”

จ้าวเหวินหลินพยักหน้า “ได้ครับ แต่เรื่องนี้จะต้องหาผู้เชี่ยวชาญไปประเมินที่โรงงานของคุณ พอได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ถึงจะทราบว่าจะสามารถกู้ได้เป็นจำนวนเท่าไหร่ครับ”

ต้องรอให้ประเมิน กว่าจะได้คงใช้เวลานาน แต่โรงงานรอไม่ได้แล้ว

“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ?”

จ้าวเหวินหลินส่ายหน้า เขาให้เวลาที่แน่นอนไม่ได้

“ผู้จัดการจ้าว เรื่องนี้เร่งด่วนจริง ๆ นะคะ ไม่งั้นเราคงไม่มาธนาคารเพื่อขอกู้ยืมหรอก กำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว เราต้องรีบผลิตเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนค่ะ”

การหาคนมาประเมินไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แม้ว่าจ้าวเหวินหลินจะใจกว้างเพียงใด ก็ไม่อาจรับรองได้ แม้ต้องการเงิน แต่ก็โอนเงินให้โดยตรงไม่ได้อยู่ดี

จ้าวเหวินหลินต้องการเจรจาให้ความร่วมมือครั้งนี้สำเร็จ แต่หากไม่มีการประเมินแล้วให้กู้เงินไปก่อน หากเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาในภายหลัง จ้าวเหวินหลินรับผิดชอบไม่ไหวแน่

“คุณต้องการกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ใช่ไหมครับ?” จริง ๆ แล้ว การซื้อวัสดุอุปกรณ์นั้นสามารถจ่ายล่วงหน้าได้เป็นบางส่วน เมื่อผลิตเสร็จแล้ว จึงค่อยจ่ายส่วนที่เหลือก็ได้

“เปล่าค่ะ” คนที่พูดคือสวีจิ้งตาน “พวกเราต้องการซื้อเครื่องจักรสิ่งทอที่นำเข้า ผ้าบางชนิดหาผู้จำหน่ายไม่ได้ เราจึงตั้งใจจะทำเอง”

“เครื่องจักรสิ่งทอเหรอ?” จ้าวเหวินหลินครุ่นคิด “ผมรู้จักคนอยู่ เดี๋ยวผมจะช่วยนัดพวกคุณกับเขาให้ไปคุยกัน ถ้าเหมาะสมก็ซื้อเครื่องจักรจากเขาได้เลย หากของมาถึงพอดีจะได้ประเมินไปด้วยเลย”

“ดีเลยค่ะ ขอบคุณผู้จัดการจ้าวด้วยนะคะ”

หลังจากคุยกับลี่หรงและสวีจิ้งตานจบ ผู้จัดการจ้าวจึงลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เตรียมโทรศัพท์ แต่เดินออกไปได้เพียงสองก้าว เขาก็หันกลับมาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ “ดูผมสิ เพิ่งจะนึกได้เมื่อกี้เอง ไม่น่าคุยกับพวกคุณที่นี่เลย เราไปที่ห้องทำงานของผมกันเถอะครับ”

พวกผู้หญิงอย่างลี่หรงไม่มีอะไรต้องอ้อมค้อม หากเป็นลี่หรงมาคนเดียวคงต้องหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องไม่เกี่ยวข้องไปแล้ว

เมื่อไปถึงห้องทำงานของจ้าวเหวินหลิน ก่อนอื่นเขาได้รินชาร้อนคนละถ้วยให้กับพวกเธอ จากนั้นก็ยิ้ม “ฟังจากสำเนียงแล้วไม่น่าใช่คนท้องถิ่น นี่คือชาร้อนของเมืองหยาง ไม่ทราบว่าถูกปากไหมครับ?”

ไม่ว่าจะถูกปากหรือไม่ก็ต้องขอบคุณ หลังจากนั้นจ้าวเหวินหลินจึงโทรศัพท์หาอีกฝ่ายที่เขาพูดถึงก่อนหน้า

เมื่อวางสายแล้ว เขาก็พูดขึ้นเพื่อไม่ให้ทั้งสองต้องรออย่างน่าเบื่อหน่ายจนเกินไป

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมเห็นหญิงสาวทั้งสองมาสร้างโรงงาน เก่งจริง ๆ พวกคุณทำตลาดอะไรล่ะครับ?”

“ตลาดในประเทศค่ะ”

“อย่างนั้นคงต้องใช้เงินทุนไม่น้อยเลยนะ”

“ก็พอได้อยู่ค่ะ”

จ้าวเหวินหลินพยักหน้า ไม่ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องโรงงานต่อ แต่กลับเริ่มพูดคุยทั่วไป เริ่มจากถามว่าพวกเธอมาจากที่ไหน?

“เมืองหลวงค่ะ”

“โอ้โห…” จ้าวเหวินหลินรู้สึกราวกับยกย่องนับถืออย่างลึกซึ้ง บางทีชาวต่างถิ่นอาจจะรู้สึกพิเศษแบบบอกไม่ถูกกับเมืองหลวง โดยเฉพาะเมื่อเมืองหยางแห่งนี้ห่างจากเมืองหลวงมาก

“ว่าแต่ผู้จัดการจ้าวพวกเราเป็นญาติกันนะเนี่ย”

จ้าวเหวินหลินมองไปที่ลี่หรงด้วยความสงสัย ก่อนจะได้ยินเธอพูดพร้อมหัวเราะว่า “สามีของฉันแซ่จ้าวเหมือนกันเลยค่ะ”

“งั้นก็ครอบครัวเดียวกันจริง ๆ ครับ” จ้าวเหวินหลินหัวเราะออกมา

หลังจากวางสายโทรศัพท์ไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทางที่รีบร้อน

จ้าวเหวินหลินแนะนำพวกเขาทั้งสองให้รู้จักกัน “นี่คือเจ้าของกิจการที่ผมบอกว่าสนใจจะซื้อเครื่องจักร พวกคุณคุยกันได้เลยนะครับ”

จ้าวเหวินหลินไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวตรงกลาง เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจจะหลีกเลี่ยงข้อครหา เขาไม่ต้องการให้ลี่หรงและสวีจิ้งตานมองว่าเขาจะได้รับส่วนแบ่ง

ต้องบอกว่ากลยุทธ์ของจ้าวเหวินหลินนี้ ทำให้ลี่หรงและสวีจิ้งตานสบายใจขึ้นไม่น้อย

จ้าวเหวินหลินติดต่อหาคนที่ขายเครื่องจักรให้กับลี่หรงและสวีจิ้งตานโดยตรง มันย่อมน่าเชื่อถือมากกว่าให้ลี่หรงไปหาเอง

ชายที่ขายเครื่องจักรแซ่โม่ เครื่องจักรของพวกเขาเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ เฉพาะโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าหรือโรงงานที่ผลิตผ้าโดยเฉพาะเท่านั้นที่จะต้องการ

เครื่องจักรนี้มีการเปลี่ยนรุ่นช้า เครื่องจักรใหม่เอี่ยมเครื่องหนึ่ง ซ่อมแซมให้เรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้หลายปี

โดยทั่วไปแล้ว คือขายลูกค้าไปหนึ่งรายก็จะสูญเสียลูกค้าไปหนึ่งรายเช่นกัน ในอาชีพของสหายโม่ก็คิดเช่นนี้

เขาหยิบเอกสารที่นำมาด้วยออกมา ถามลี่หรงและสวีจิ้งตานว่าพวกเธอต้องการเครื่องจักรสำหรับทอผ้าแบบไหน

ลี่หรงพูดคร่าว ๆ ว่า “อยากได้เครื่องจักรที่สามารถทอผ้าลายดอก รวมถึงผลิตผ้าบาง ๆ ที่ระบายอากาศได้ดีด้วย…”

เครื่องจักรในโรงงานใช้สำหรับตัดกางเกงและเสื้อผ้าอื่น ๆ เอาไว้แล้ว จึงไม่สามารถนำมาใช้ทอผ้าที่ลี่หรงต้องการได้ เธอจึงจำเป็นต้องซื้อ

สหายโม่หยิบเอกสารสองแผ่นจากเอกสารที่เขานำมาให้ลี่หรงดู

กระดาษไม่ได้เคลือบพลาสติกไว้ และเป็นเพราะว่าสหายโม่ชอบหยิบไปเปิดดู บนกระดาษจึงมีรอยต่าง ๆ มากมาย แต่สามารถมองออกได้ว่าเป็นรูปถ่ายสีของเครื่องทอผ้า

เห็นได้ชัดว่าสหายโม่นั้นลงทุนไปพอสมควร

ตอนนั้นมีรูปถ่ายสีแล้ว แต่ราคาแพงกว่าขาวดำมาก

ในยุคที่เครื่องพิมพ์ยังไม่พัฒนา คงไม่ต้องคิดเลยว่าอีกฝ่ายต้องจ่ายเงินก้อนโตเพื่อทำรูปถ่ายสี

แต่เงินนี้สหายโม่จ่ายเอง หรือเป็นของโรงงานเครื่องจักรของสหายโม่ ลี่หรงไม่อาจรู้ได้

ลี่หรงและสวีจิ้งตานปรึกษากัน และตัดสินใจซื้อสองเครื่อง

สหายโม่ถูกโชคใหญ่หล่นทับจนมึน เขาเดินทางมาที่นี่ไม่ได้คาดหวังว่าจะขายสินค้าออก แค่ขายได้เครื่องเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว แต่ไม่คิดว่าลี่หรงจะซื้อถึงสองเครื่อง!

ข้างเครื่องจักรมีการติดป้ายราคา เครื่องจักรที่พวกเธอตัดสินใจจะซื้อนั้นเขียนราคาไว้ว่าสองหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยแปดสิบยวน

เมื่อเห็นคนขายเครื่องจักรกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่ ลี่หรงก็เปิดปากถามว่า “ถ้าเราซื้อสองเครื่องพร้อมกัน จะลดราคาได้เท่าไรคะ?”

“ลดเครื่องละสี่ร้อยแปดหยวน เอาเลขกลม ๆ ให้คุณเลย” สหายโม่หัวเราะ “แทบจะเป็นต้นทุนของเราแล้ว สองเครื่องคิดเป็นสี่หมื่นสามพันหยวน”

ก็ยังไม่ถูก

ก่อนหน้านี้ลี่หรงไม่เคยซื้อของแพงขนาดนี้ เธอจึงบอกว่า “เอาเลขกลม ๆ เป็นสี่หมื่นได้ไหมคะ?”

สีหน้าสหายโม่ดูลังเล แน่นอนว่าเขาไม่เต็มใจที่จะลด เพราะเงินที่เขาจะได้จะน้อยลงด้วย

ลี่หรงทำธุรกิจในเมืองหลวงมาเป็นเวลานาน ย่อมไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ในช่วงเวลาที่สหายโม่ลังเล ลี่หรงก็รู้ว่าสี่หมื่นย่อมเป็นไปได้ แต่อีกฝ่ายแค่อยากได้กำไรมากกว่านี้เท่านั้น

ลี่หรงรีบเปลี่ยนคำพูด “สามหมื่นแปด”

การต่อรองราคานั้นไม่กลัวที่จะตั้งราคาสูง แต่กลัวนายจ้างจะเรียกข้อเสนอเพิ่ม!

สหายโม่อึ้งไปสักพัก รีบร้อนตามไปตกลงกับลี่หรง

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อราคาไปมาอยู่นาน ในที่สุดก็ตกลงกันที่สี่หมื่น

ลี่หรงโอนเงินมัดจำให้ก่อนห้าพันหยวน และเมื่อเครื่องจักรมาถึงโรงงานแล้วเธอจะชำระเงินที่เหลือทั้งหมดอีกที

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 293 การต่อรอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
02/11/2023
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.