ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 415 รันเวย์
บทที่ 415 รันเวย์
ซ่งจู่หนิงจะคิดอย่างไร ลี่หรงไม่สนใจ ดาราที่มีนิสัยแบบนี้ ถึงจะมีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน เธอก็ไม่อยากร่วมงานด้วย
ลี่หรงกำลังคิดว่าตอนแสดงแฟชั่นโชว์ควรจะหาคนมาร้องเพลงดีหรือไม่?
การมีนักร้องมาร้องเพลงในงานแฟชั่นโชว์ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนใหญ่ผู้จัดชอบเชิญนักร้องที่มีความสามารถมาร้องเพลง ส่วนนางแบบก็เดินแบบไป หรืออาจจะออกแบบให้มีการมีส่วนร่วมอะไรบ้าง
การเชิญนักร้องย่อมมีค่าใช้จ่ายอีกก้อน ไม่ใช่ว่าลี่หรงเสียดายเงิน แต่ดูเหมือนว่าการเชิญนักร้องมาจะดึงดูดสายตาผู้ชมได้ง่าย ส่วนนางแบบก็เป็นนักศึกษา ไม่ใช่นางแบบมืออาชีพ หากมีอะไรมารบกวนคงจะเป็นผลเสียมากกว่า
เธอลังเลอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจไม่เชิญคนดัง แต่ไปเช่าชุดเครื่องเสียงดี ๆ จากสถานีโทรทัศน์แทน
เหลืออีกเกือบครึ่งเดือนจะถึงเวลาแสดงแฟชั่นโชว์แล้ว นอกจากช่างปักและช่างตัดเสื้อแล้ว คนอื่น ๆ ต่างพักงานในมือไว้ก่อน แล้วให้ความสำคัญกับแฟชั่นโชว์อย่างเต็มที่
ขณะนั้นเอง ลี่หรงได้รับสายต่างประเทศอย่างไม่คาดคิด เมื่อปลายสายแนะนำตัว ลี่หรงก็ประหลาดใจมาก “คุณเจนนี่เหรอคะ?”
“ใช่ครับ สวัสดีตอนบ่ายนะครับคุณลี่” เจนนี่หัวเราะเบา ๆ แล้วถามลี่หรงว่า “คุณลี่ยังจำผมได้ไหมครับ?”
“อ๋อ สวัสดีค่ะ ฉันจำคุณได้ค่ะ” ลี่หรงเคยกังวลอยู่พักหนึ่ง เพราะไม่มีข่าวคราวจากอีกฝ่าย จนเกือบจะทำให้ตัวเองหมดความมั่นใจไปแล้ว
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เจนนี่ “คุณลี่ ผมได้ดูงานออกแบบของสตูดิโอคุณแล้ว ดีมากเลยครับ ขอโทษด้วยที่ตอนนั้นไม่ได้ติดต่อคุณ ด้วยเหตุผลบางอย่าง จนกระทั่งวันนี้ผมถึงจะสามารถติดต่อคุณได้ ขอโทษด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณเจนนี่มีธุระอะไรเหรอคะ?”
“ผมมีข่าวดีมาบอกคุณครับ” ไม่รอให้ลี่หรงเอ่ยปากถาม เขาพูดเข้าประเด็นว่า “ผมได้ยินมาว่าพวกคุณจัดแฟชั่นโชว์ นั่นเป็นงานที่สตูดิโอของคุณจัดขึ้นเองใช่ไหมครับ?”
“แน่นอนค่ะ” ลี่หรงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย อีกฝ่ายถามเรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร?
เจนนี่ไม่ได้พูดถึงหัวข้อนี้ต่อ แต่เขาเปลี่ยนเรื่องคุยไปอีกไม่กี่ประโยค แล้ววางสายไป
สิ่งนี้ทำให้ลี่หรงยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้น แต่เนื่องจากมีเรื่องมากมาย ความสงสัยเล็กน้อยนี้จึงถูกโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่ได้รับเชิญมางานแฟชั่นโชว์ล้วนเป็นคนรวยหรือมีอำนาจ ส่วนใหญ่จะมีรถมารับส่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจราจรติดขัดในตรอกของเมืองฝูเจี้ยน และสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น ลี่หรงจึงแจ้งให้พวกเขาทราบล่วงหน้า
เธอวางเมล็ดแตงโม ขนม และลูกอมไว้ที่ทางเข้า พร้อมแจ้งล่วงหน้าสองวันว่าสตูดิโอของเธอจะจัดงานแฟชั่นโชว์ ซึ่งอาจจะสร้างความไม่สะดวกให้กับทุกคน นอกจากนี้เธอยังได้แจ้งคณะกรรมการชุมชนและผู้อาวุโสในตรอกล่วงหน้าไว้ด้วย
บางคนไม่รู้ว่าแฟชั่นโชว์คืออะไร เมื่อเห็นลี่หรงและทีมงานทำถึงขนาดนี้ พวกเขาคิดว่าเป็นงานมงคลอะไรสักอย่าง จึงคว้าลูกอมไปโดยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
การเตรียมงานแฟชั่นโชว์ใช้เวลาเวลาเกือบห้าเดือน
วันนี้เป็นวันที่ฝูหรงจัดแสดงแฟชั่นโชว์ ลี่หรงตื่นตั้งแต่ตีสี่
จ้าวชิงซงเห็นแบบนั้น เลยดึงตัวเธอเข้ามากอด “ทำไมตื่นเช้าจังครับ?”
“ฉันคิดถึงเรื่องแฟชั่นโชว์ค่ะ เตรียมตัวมาตั้งหลายเดือน พอถึงวันจริงเลยตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะค่ะ”
เมื่อรู้ว่าลี่หรงจะจัดแสดงแฟชั่นโชว์ จ้าวชิงซงจึงกลับมาจากเมืองหยาง เพื่อมาให้กำลังใจลี่หรง
ลี่หรงไม่รู้ว่าเขาจะช่วยอะไรได้ แต่ช่วงนี้การใช้เขาเป็นกรรมกรก็สะดวกดี
กรรมกรจ้าว “นอนต่ออีกหน่อยเถอะครับ อีกหนึ่งชั่วโมงเดี๋ยวผมจะปลุกคุณเอง”
ลี่หรงนอนไม่หลับแล้ว เธอจึงผลักจ้าวชิงซงออก “ถ้าคุณจะนอนต่อก็นอนเถอะค่ะ ฉันจะไปดูเวทีสักหน่อย”
“อะไรนะครับ? คุณไม่ได้เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
ลี่หรงอุทานเบา ๆ พลางเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วยพูดไปด้วย “ฉันจะไปดูอีกรอบค่ะ เผื่อว่ามีอะไรตกหล่น คุณนอนต่อได้เลยนะคะ”
“นอนอะไรล่ะครับ?” จ้าวชิงซงลุกขึ้นนั่ง “ฟ้ายังไม่สว่างเลย ถ้าคุณจะไป ผมก็จะไปด้วย!”
ทั้งสองคนไม่ได้กินอาหารเช้า พวกเขาเพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ววิ่งไปที่สตูดิโอทันที
ด้านนอกดูธรรมดา แต่ภายในลานมีดอกไม้สดและโต๊ะวางอยู่มากมาย เก้าอี้ยังไม่ได้จัดวาง เพราะกลัวน้ำค้างลง จึงเก็บไว้ใต้ระเบียงก่อน โต๊ะและเก้าอี้เป็นแบบสานด้วยหวาย โดยจะจัดวางไว้ใกล้กับรันเวย์
ลี่หรงเข้าไปในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกจัดแบ่งขึ้นมาชั่วคราว เพื่อให้นางแบบเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้า เสื้อผ้าสำหรับการแสดงแฟชั่นโชว์ถูกรีดและแขวนไว้ด้านในเรียบร้อยแล้ว
ลี่หรงตรวจสอบทีละชุดอย่างละเอียด เมื่อไม่พบปัญหาอะไร เธอจึงไปตรวจสอบสิ่งอื่น ๆ ต่อ
จ้าวชิงซงที่อยู่ด้านนอก เห็นว่าฟ้าเริ่มสว่างแล้ว เขาเลยถือเก้าอี้ไปจัดวางไว้ เมื่อเห็นลี่หรงออกมา จ้าวชิงซงชี้ไปที่พื้นที่ว่างข้าง ๆ แล้วถามว่า “ทำไมตรงนี้ถึงปล่อยว่างไว้ขนาดนี้ล่ะครับ?”
“ตรงนี้เป็นพื้นที่สำหรับนักข่าวค่ะ เพื่อให้พวกเขาสะดวกในการตั้งกล้องถ่ายวิดีโอหรือเดินถ่ายภาพ”
“มีนักข่าวมากมายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
ลี่หรงยิ้มบาง ๆ “แน่นอนสิคะ”
เวทีหรือพื้นที่รันเวย์นั้น ลี่หรงได้ให้คนจัดเตรียมโครงเหล็กยาวไว้ล่วงหน้า วางแผ่นไม้ด้านบน แล้วปูทับด้วยพรมสีฟ้าอมเขียว
ที่ปลายสุดนั้นเป็นฉากหลังที่ทำจากโครงเหล็ก โครงสีดำดูไม่สวย ลี่หรงจึงใช้ผ้าสีอ่อนคลุมทับ โดยมีตัวอักษรคำว่าฝูหรง ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นด้วยดอกไม้ปลอม
นอกจากดอกไม้ปลอมบนแผ่นป้ายนี้แล้ว บนโต๊ะและริมเวทีล้วนประดับด้วยดอกไม้สด ตอนนี้ยังมีน้ำค้างเกาะอยู่เล็กน้อย ทำให้กลีบดอกดูชุ่มชื่น หากมองอย่างใกล้ชิดจะเห็นว่าสวยงามมาก กลิ่นหอมของดอกไม้ที่สะสมมาตลอดทั้งคืนในสวนนั้นหอมฟุ้งเป็นพิเศษ
ประมาณเจ็ดโมงเช้า พนักงานที่รับผิดชอบงานแฟชั่นโชว์มาถึงเกือบครบแล้ว พร้อมกับนางแบบอีกยี่สิบกว่าคน
ครั้งนี้มีนางแบบจำนวนมาก ลี่หรงจึงเชิญช่างแต่งหน้ามาสองคน
ช่างแต่งหน้าคิดเงินตามจำนวนคนที่แต่งหน้า ถือว่าไม่ได้แพงมาก การแต่งหน้านางแบบได้กำหนดไว้แล้วในการซ้อมสองวันก่อน
เฉาเหลียงอวี้และโจวลี่ลี่รับผิดชอบการเปลี่ยนเสื้อผ้าของนางแบบ คนอื่น ๆ ก็มีงานของตัวเอง สวีเหมียนและลี่หรงแยกกันจัดการ คนแรกรับผิดชอบการจัดสถานที่ ส่วนลี่หรงดูแลภาพรวมทั้งหมด
บนโต๊ะมีการจัดวางชาและขนมไว้เรียบร้อยแล้ว ลี่หรงไม่ได้ทำเพียงแค่การแสดงแฟชั่นเท่านั้น แต่ผู้ชมยังสามารถเพลิดเพลินกับชาและขนมไปพร้อม ๆ กัน เหมือนกับการเดินเล่นและดื่มน้ำชายามบ่าย ทำให้พวกเขาสามารถชื่นชมเสื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น
“คุณลี่/เสี่ยวหรง”
“ป้าสวี คุณนายเหยียน พวกคุณมาพร้อมกันเหรอคะ?” ลี่หรงกล่าว พลางเชื้อเชิญทั้งคู่ “เชิญทางนี้ค่ะ ที่นั่งของพวกคุณอยู่ตรงนี้”
ป้าสวีมองไปรอบ ๆ ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นดอกไม้มากมายขนาดนี้คือในงานแต่ง จึงอดยิ้มไม่ได้ “นี่มันโชว์เสื้อผ้าหรือว่ายังไงกัน? ทำไมรู้สึกเหมือนงานแต่งงานล่ะ?”
ลี่หรงหัวเราะตาม “ถือเป็นงานมงคลเหมือนกันแหละค่ะ ไม่ใช่ว่าต้องเชิญพวกคุณมาเป็นประธานของงานหรอกเหรอคะ?”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
คุณนายเหยียนเอ่ยขึ้น “พวกเราเป็นแค่คนมาดูแฟชั่นโชว์ ฉันรู้ว่าคุณลี่ต้องมีไม้เด็ดของตัวเองอยู่แล้ว จะต้องใช้พวกเราทำไมกัน?”