Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 429 โบตั๋น

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
  3. บทที่ 429 โบตั๋น
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 429 โบตั๋น

ลี่หรงหรี่ตามองด้วยความระแวง โชคดีที่จ้าวชิงซงไม่ได้มีท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ แม้แต่ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นจงใจเข้ามาใกล้ เขายังถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันที

ลี่หรงตั้งใจจะรออีกสักพัก แต่ไม่คาดคิดว่าจ้าวชิงซงจะเห็นรถเสียก่อน อีกทั้งจ้าวซีก็เห็นจ้าวชิงซงแล้ว จึงโบกมือเรียกพ่อ

จ้าวชิงซงเดินมาเปิดประตูรถ เขายิ้มแล้วพูดว่า “เด็กดี พวกคุณรอนานไหมครับ?”

ลี่หรงมองจ้าวชิงซงด้วยสายตาล้อเลียนโดยไม่พูดอะไร อันอันก็นั่งนิ่งเช่นกัน จ้าวชิงซงสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างว่องไว จึงเอามือลูบท้ายทอยตัวเองโดยไม่รู้ตัว แล้วถามว่า “ทำไมถึงมองผมแบบนี้ล่ะครับ?”

อันอันพูดขึ้นว่า “คุณป้าประหลาด ๆ คนนั้นน่ะครับ…”

ผู้หญิงคนนั้นยืนห่างออกไปประมาณสองเมตร แต่สายตากลับชำเลืองมองทางนี้ตลอดเวลา

เธอไม่เห็นลี่หรงจึงไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่สงสัยว่ารองผู้จัดการโรงงานคนนี้มีลูกด้วยเหรอ?

เมื่อเห็นอันอันมอง หญิงคนนั้นก็ยิ้มอย่างเป็นมิตร แต่อันอันกลับทำหน้าล้อเลียนใส่เธอ ทำให้รอยยิ้มของหญิงคนนั้นแข็งค้างทันที

จ้าวชิงซงบอกว่า “นั่นเป็นคนงานแผนกบรรจุภัณฑ์ของโรงงานน่ะครับ”

ลี่หรงไม่พูดอะไร จ้าวชิงซงคิดครู่หนึ่งแล้วเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะคนขับ “คืนนี้เรากินข้าวข้างนอกกันนะครับ คุณจะได้ไม่ต้องกลับไปทำอาหาร” เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง จ้าวชิงซงจึงเปลี่ยนคำถาม “อันอัน ตอนเย็นอยากกินอะไร?”

อันอันบอกว่าอยากกินเนื้อตุ๋นน้ำแดงที่ลี่หรงทำ จ้าวชิงซงจึงพูดว่า “แม่ของลูกทำอหารเหนื่อยมาก แถมยังต้องทำงานอีก ไปกินข้าวเย็นข้างนอกกันเถอะ ถ้าอยากกินเนื้อตุ๋นน้ำแดงก็รอให้ย่าหายป่วยก่อนนะ อ้อ! แล้วคุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ?”

ประโยคหลังนั้นแน่นอนว่าถามลี่หรง เมื่อถูกถามเช่นนี้ ลี่หรงไม่อาจทำเป็นไม่ได้ยิน เธอจึงตอบว่า “ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเพราะคุณแม่ยังไม่อยากออกมาเอง”

คุณแม่จ้าวติดโรคระบาดชนิดหนึ่ง อยู่โรงพยาบาลสองสามวันแล้วกลับมาอยู่บ้าน แต่ก็ยังแยกตัวอยู่ห่างจากลี่หรงและคนอื่น ๆ โดยมีคุณพ่อจ้าวคอยดูแล

ลี่หรงเพียงแค่ต้องทำอาหารให้ตัวเอง ตอนไปซื้อของก็ซื้อเผื่อคุณแม่จ้าวและคนอื่น ๆ ด้วย อีกทั้งยังต้องดูแลจ้าวซี และไปรับอันอันกลับจากโรงเรียนเอง

เธอเคยคิดจะให้คุณแม่ลี่ช่วยดูแลสักพัก เพราะคุณแม่ลี่ดูแลเจียรั่วอยู่แล้ว หากดูแลเพิ่มอีกคนคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ลี่หรงคิดดูแล้วว่าตั้งแต่จ้าวซีเกิดมาจนถึงตอนนี้ เธอมีเวลาอยู่กับลูกน้อยเหลือเกิน เลยตัดสินใจพาลูกไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด…

พอลี่หรงมีงานที่ต้องทำมากขึ้น นักข่าวจึงหาเวลาสัมภาษณ์เธอไม่ได้ เมื่อเห็นว่าอีกยี่สิบกว่าวันจะถึงงานแฟชั่นโชว์แล้ว นักข่าวบางคนจึงมาดักรออยู่ที่ฝูหรงเลย

ลี่หรงเพิ่งส่งอันอันเสร็จเลยพาลูกสาวมาที่ฝูหรง เธอจูงมือลูกน้อยแล้วกำลังจะเดินเข้าไป จู่ ๆ ก็มีนักข่าวสองสามคนกระโดดออกมาจากที่ซ่อนข้าง ๆ ทำเอาลี่หรงตกใจ ส่วนจ้าวซีก็ตกใจกับลุงแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นมาทันที จึงร้องเรียกแม่ด้วยความกลัว

ลี่หรงอุ้มจ้าวซี ใช้มือประคองศีรษะของจ้าวซีให้พิงไหล่ของตัวเอง แล้วถามด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “พวกคุณเป็นใครคะ?”

พวกนักข่าวตระหนักว่าการกระทำของตนแปลกประหลาดเกินไปจนทำให้คนตกใจ เขายิ้มแหย ๆ พลางกล่าวว่า “ขอโทษครับคุณลี่ พวกเราเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวหรงหัว อยากจะ…”

ลี่หรงไม่คิดว่าการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการและการบุกเข้ามาแบบนี้ของนักข่าวจะเป็นเรื่องดี อีกทั้งจ้าวซียังตกใจกลัวอยู่ ลี่หรงจึงอุ้มลูกน้อยเข้าไปในสตูดิโออย่างรวดเร็ว

ก่อนจะเดินเข้าไป ลี่หรงยังตัดความหวังในการสัมภาษณ์ของพวกเขาอีกด้วย “ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฝูหรงกำลังยุ่งมาก และไม่สะดวกที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแฟชั่นโชว์ค่ะ… เชิญคุณกลับไปก่อนนะคะ”

พวกเขาไม่กล้าขัดขวาง ทำได้แต่มองดูลี่หรงเดินเข้าไปอย่างเสียดาย

เมื่อกลับมาที่สตูดิโอ ลี่หรงยังเล่าเรื่องนี้ให้เฉาเหลียงอวี้และคนอื่น ๆ ฟัง “ไม่คิดว่าฉันจะมีวันที่ถูกดักรอหน้าประตูเหมือนดาราแบบนี้ด้วย…”

เฉาเหลียงอวี้เล่นกับจ้าวซี พลางพูดขึ้นว่า “รอให้ฝูหรงใหญ่โตขึ้น คงเกิดเรื่องแบบนี้บ่อย ๆ พวกเราไม่ได้ด้อยไปกว่าดาราหรอกค่ะ แม้แต่ดาราก็อาจจะไม่เก่งเท่าพวกเราด้วยซ้ำ”

“ก็จริงนะ” ลี่หรงพึมพำ

เฉาเหลียงอวี้เตรียมแฟชั่นโชว์กับสวีเหมียน แต่รายชื่อแขกที่เชิญ ลี่หรงเป็นคนกำหนดทั้งหมด เฉาเหลียงอวี้จึงมาหาเธอเพื่อยืนยันรายชื่อ “ฉันเห็นในรายชื่อไม่มีการเชิญดารา เลยจะมาถามว่าครั้งนี้เราไม่เชิญดาราแล้วเหรอคะ? หรือว่าพี่จะเชิญแยกต่างหาก?”

“พวกเราจะไม่เชิญดาราแล้วล่ะ ครั้งนี้พวกเราจะไม่ทำเหมือนเดิม” รายชื่อแขกมีกว่าร้อยคน แต่ลี่หรงไม่ได้เชิญนักข่าวเลยสักคน เพียงแต่ตกลงกับสถานีโทรทัศน์กลางเท่านั้น

การแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นก็สร้างความคาดหวังให้กับผู้คน จนถึงตอนนี้ยังคงรักษาความลึกลับเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ลี่หรงต้องการทำให้ฝูหรงเติบโตและมีชื่อเสียง แต่ปีที่แล้วเธอใช้เงินไปไม่น้อยกับฝูหรง เธอจึงนึกถึงจุดประสงค์แรกเริ่มของตัวเองคือการทำเงินก้อนใหญ่!

การจะสร้างแบรนด์ใหญ่ออกไปต่างประเทศและเข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นนานาชาติเป็นเรื่องในอนาคต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับลี่หรงตอนนี้คือการทำเงินให้ได้ การทำธุรกิจต้องลองผิดลองถูก ถ้าเดินผิดทางก็ต้องเดินกลับมาใหม่

นี่คือเหตุผลหลักที่ลี่หรงไม่หาช่องทางการตลาดต่อ อีกเหตุผลหนึ่งคือเธอได้ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์กลางแล้ว

หลังจากที่ลี่หรงและสวีเหมียนตกลงเรื่องแฟชั่นโชว์ทั้งหมดเสร็จไม่นาน ทางไห่ซื่อก็ประกาศจัดแฟชั่นโชว์ของสตูดิโอออกแบบเสื้อผ้าแบรนด์ในประเทศเช่นกัน ข่าวที่ครอบคลุมทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ทำให้ลี่หรงรู้ข่าวสารได้โดยปริยาย

ชื่อสตูดิโอของคู่แข่งก็น่าสนใจทีเดียว

สตูดิโอโบตั๋นมีจุดเด่นคล้ายกับฝูหรง เน้นการตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่งสำหรับลูกค้าส่วนตัว แถมราคาก็ไม่ได้ถูกไปกว่ากัน

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เวทีแฟชั่นโชว์ของโบตั๋นเหมือนกับเวทีของฝูหรงเมื่อปีที่แล้วเกือบทุกอย่าง

ถ้าเป็นในยุคหลังทุกคนก็ทำแบบนี้กัน คงไม่มีใครคิดอะไรมาก แต่ในช่วงเวลานี้ยังไม่มีคนที่ทำอะไรแบบนี้มากนัก

ฝูหรงเป็นคนแรกที่ทำ โบตั๋นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบ ทั้งยังมีนักข่าวสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งโบตั๋นว่า “เวทีของโบตั๋นเหมือนกับของฝูหรงมาก พวกคุณตั้งใจเลียนแบบหรือเปล่า?”

ผู้ก่อตั้งโบตั๋นตอบว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะการใช้ดอกไม้สดตกแต่งรันเวย์ในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติมาก และอีกอย่าง พวกเราโบตั๋นเป็นราชาแห่งดอกไม้ ส่วนดอกไม้อื่น ๆ เกิดมาเพื่อเป็นฉากหลังให้พวกเราอยู่แล้ว”

คำพูดนี้ไม่รู้ว่าหมายถึงดอกไม้สดบนเวทีที่เป็นฉากหลังให้โบตั๋น หรือว่าฝูหรงที่เป็นดอกไม้ฉากหลังให้โบตั๋นกันแน่!

ลี่หรงอ่านบทสัมภาษณ์จบ เมื่อได้ยินประโยคนี้เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ พลันรู้สึกถึงความเป็นศัตรูที่มุ่งเป้ามาที่เธอโดยเฉพาะ

แต่ลี่หรงไม่รู้จักกับผู้ก่อตั้งสตูดิโอโบตั๋นเลย ลี่หรงจึงคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะมีจิตใจแบบคู่แข่ง ประมาณว่าไม่มีใครดีเท่าบ้านของตัวเองหรอก

ลี่หรงสั่งซื้อนิตยสารและหนังสือพิมพ์ เพื่อดูคอลเลกชันเสื้อผ้าของสตูดิโอโบตั๋น หากพูดอย่างยุติธรรมแล้ว การออกแบบของอีกฝ่ายถือว่าไม่เลวเลย อย่างน้อยก็ไม่มีชิ้นไหนที่คล้ายกับของฝูหรง

ไม่แปลกที่ผู้ก่อตั้งคนนั้นจะหยิ่งผยอง และดูถูกคนอื่นแบบนี้

แม้ว่าฝูหรงจะเป็นสตูดิโอแห่งแรกในประเทศที่จัดแฟชั่นโชว์ ผู้ก่อตั้งโบตั๋นก็ยังไม่คิดว่าลี่หรงเก่งกาจ เมื่อให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ผู้ก่อตั้งคนนั้นถึงกับพูดว่า “เราเพียงจัดแฟชั่นโชว์ช้ากว่าปีเดียว แต่ที่จริงแล้วสตูดิโอของเรามีประวัติยาวนานมาถึงเจ็ดแปดปี นับตั้งแต่เป็นร้านตัดเสื้อเล็ก ๆ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเร็วกว่าพวกเขามาก พวกเขาเพียงแค่เก่งเรื่องการตลาดเท่านั้น อีกไม่กี่วันพวกเขาจะมีแฟชั่นโชว์แล้ว ฉันขอเชิญชวนให้ทุกคนใช้สายตาอันแจ่มชัดของพวกคุณ ชื่นชมความแตกต่างระหว่างพวกเขากับเราแล้วกัน”

…………………………………………………………………………………………………………………

M7K44UGY

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 429 โบตั๋น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025
c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.