Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 361 นางรักเขามากจริงๆ

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 361 นางรักเขามากจริงๆ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 361 นางรักเขามากจริงๆ

ท้องฟ้าแจ่มใสได้เพียงสองวัน สายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง

พอฝนต้นฤดูหนาวเริ่มตก ไอเย็นก็ยิ่งเพิ่มทวีขึ้น บ้านของฉินเหยาปิดประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา เมื่อได้จุดไฟถ่านจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง

พวกต้าหลางสี่พี่น้องพักผ่อนอยู่บ้านหลายวันก็มิได้ละเลยการเล่าเรียน นอกจากต้าหลางผู้บาดเจ็บที่มือแล้ว เอ้อร์หลาง ซานหลาง และซื่อเหนียง ทุกคนล้วนต้องฝึกคัดอักษรวันละหนึ่งชั่วยาม

ทุกรุ่งเช้า หลิวจี้ครั้นท่องตำราและกินมื้อเช้าเสร็จสิ้นก็จะสะพายหีบหนังสือใบหรูของเขาไปยังเรือนปทุม กงเหลียงเหลียวช่วงนี้กำลังสั่งสอนให้เขาคัดอักษร พอฝึกฝนจนบ่ายคล้อยจึงกลับมา ถือโอกาสสั่งสอนเด็กๆ ที่บ้านด้วย

ยามพลบค่ำ เขาก็จะไปถึงโรงงานเครื่องเขียนตามเวลานัดหมาย หลังจากจบชั้นเรียนสอนหนังสือแล้ว หากฉินเหยาอยู่ เขาก็จะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับนาง

เย็นวันนี้ฝนเริ่มตกหนักขึ้น ด้วยเกรงว่าเหล่าคนงานจะกลับบ้านค่ำมืดเกินไป ชั้นเรียนสอนหนังสือจึงมีเพียงแค่คาบเดียว

อาวั่งมาส่งร่ม เห็นได้ชัดว่านำร่มมาด้วยสองคัน หลิวจี้กลับเอาอกเอาใจกางคันหนึ่งขึ้น ยืนกรานจะกางเหนือศีรษะของฉินเหยาให้จงได้

หลายวันมานี้มีข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ แพร่มาจากในเมือง หลิวจี้ได้ฟังแล้วหัวใจก็รู้สึกคันยุบยิบ มีเรื่องอยากจะเอ่ยถามฉินเหยา ทว่าติดที่การงานรัดตัวนัก สองวันนี้ฟ้าฝนก็ไม่เป็นใจ งานก่อสร้างห้องหนังสือจึงต้องหยุดชะงักไป เขาจึงพอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง

หากใต้ฝ่าเท้าเป็นพื้นปูนซีเมนต์ ฉินเหยาคิดว่าการเดินเล่นกลางสายฝนก็คงจะพอมีอรรถรสอยู่บ้าง น่าเสียดายที่ถนนหนทางในหมู่บ้านล้วนเต็มไปด้วยหล่มโคลนและแอ่งน้ำ นางเพียงอยากจะรีบกลับถึงบ้านโดยเร็วเพื่อผิงไฟ สัมผัสไออุ่น

หลิวจี้จำต้องเร่งฝีเท้าไล่ตาม พยายามก้าวให้ทันนาง พอได้หยุดพักหายใจหอบหนึ่งก็เอ่ยถามด้วยเสียงอันเบา

“เมียจ๋า วันนั้นหลังจากกลับมาจากอำเภอแล้วเจ้าไปทำอะไรมาหรือ เหตุใดจึงกลับมาเสียดึกดื่นเลย”

ฉินเหยามองเขาปราดหนึ่ง “ถามเรื่องนี้ทำไม เรื่องราวก็ผ่านไปแล้วไม่ใช่หรือ”

“ใช่ ใช่แล้ว ผ่านไปแล้ว” หลิวจี้กล่าวอย่างตื่นเต้น “ทว่า! เหตุใดมันจึงผ่านไปอย่างราบรื่นถึงเพียงนี้เล่า”

เขายังไม่ลืมเลือนภาพของจินฉานฉูที่ถูกยัดอยู่ในถุงป่านร่างอาบไปด้วยโลหิต ฉินเหยากระทำกับเขาถึงเพียงนั้น เหตุใดยังไม่เห็นเขานำพากองกำลังทหารมาจับกุมพวกตน?

อีกทั้ง เขายังได้ยินจากคนที่กลับมาจากในเมืองว่า ตระกูลจินถูกทางการยึดทรัพย์สินแล้ว โรงรับจำนำก็ถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว เถ้าแก่คนใหม่ยังเป็นสตรีอีกด้วย

จินฉานฉูเพียงชั่วข้ามคืนก็ถูกถอดออกจากนามสามอธรรม ต่อแต่นี้ไปย่อมไม่มีจินฉานฉูอีกแล้ว มีเพียงนักโทษประหารนามจินขุยผู้รอการประหารในฤดูสารทปีหน้าเท่านั้น

นี่มันเพิ่งจะกี่วันกัน?

นับจากวันที่เขาบุกเข้าไปอาละวาดในโรงรับจำนำในเมือง เพิ่งจะผ่านไปเพียงสองวัน ฟ้าในอำเภอก็พลันเปลี่ยนสี แตกต่างจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้โดยสิ้นเชิง

อันที่จริง หลังจากกลับถึงบ้านในวันนั้น เมื่อความสะใจจากการแก้แค้นจางหายไป หลิวจี้จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจินฉานฉูนั้นมีอิทธิพลกว้างขวาง ต่อจากนี้ไปย่อมต้องใช้วิธีการที่เหี้ยมโหดยิ่งกว่าเดิมกลับมาแก้แค้นเป็นแน่

ต่อให้เขาถูกฉินเหยาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนอนนิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่เขาก็ยังมีบุตรชาย บุตรชายของเขาย่อมไม่มีทางละเว้นพวกตน

สองวันมานี้หลิวจี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดหวั่นใจอยู่ตลอดเวลา ด้านหนึ่งก็รู้ว่ามีฉินเหยาอยู่ที่บ้าน ต่อให้คนจากตระกูลจินบุกมาก็คงถูกนางจัดการจนล่าถอยไป

อีกด้านหนึ่งก็ยังคงหวาดหวั่นต่ออิทธิพลของตระกูลจิน เกรงว่าพวกเขาจะอาศัยอำนาจของทางการ เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้ฉินเหยามีกำลังมหาศาล วรยุทธ์ไร้ผู้ต้านทานก็คงมิอาจสังหารคนของทางการตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่างได้ทั้งหมดกระมัง

ผู้ใดจะคาดคิด เจ้าหน้าที่ของทางการที่จะมาจับกุมพวกเขามิได้มา บุตรชายของจินฉานฉูก็มิได้ปรากฏกาย ครั้นเขาไปสอบถามจากคนในขบวนรถม้าก็ให้ตกใจยิ่งนัก ศัตรูพ่ายแพ้ย่อยยับสิ้นแล้ว!

หลิวจี้ในยามนั้นถึงกับยืนตะลึงงัน

เมื่อคืนวานเขาครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมาว่าปัญหาคลี่คลายลงได้อย่างไร แต่ก็ยังคิดหาคำตอบมิได้

ทว่าเขาก็นึกถึงจุดสำคัญจุดหนึ่งขึ้นมาได้ นั่นคือหลังจากที่ตนเองจากไปในวันนั้น ฉินเหยาย่อมต้องลงมือทำบางสิ่งอีกเป็นแน่

มิใช่แค่การจับจินฉานฉูไปแขวนไว้ที่หน้าประตูโรงรับจำนำของเขาเองอย่างแน่นอน

ฉินเหยามองหลิวจี้ด้วยแววตาหยอกล้อ “เจ้าคิดว่าบทสรุปเช่นนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจอีกรึ”

หลิวจี้ส่ายศีรษะอย่างรุนแรง เขาไหนเลยจะกล้าไม่พอใจ “เมียจ๋า ขอพูดตามตรง ข้าคิดว่าวิธีการของเจ้านั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ จัดการเพียงครั้งเดียวก็จบสิ้นปัญหา!”

“จัดการเพียงครั้งเดียวก็จบสิ้นหรือ” ฉินเหยายิ้มพลางพยักหน้า “ถูกแล้ว หากไม่ทำก็คือไม่ทำ แต่หากจะลงมือทำก็ต้องทำให้มันจบสิ้นไปเลยทีเดียว”

“อันที่จริงวันนั้นข้าก็มิได้ทำอันใดมากนัก เพียงแค่ใช้ข้อมูลที่แลกมาจากหลินเอ้อร์เป่า ไปยังบ้านพักเชิงเขาชานเมืองของตระกูลจิน ค้นหาบัญชีที่ไม่สามารถเปิดเผยได้สองสามเล่มเท่านั้น” ฉินเหยากล่าวอย่างเรียบง่ายและสบายๆ

หลิวจี้เผลอเออออไปว่าทำได้ดีแล้ว จากนั้นก็ชะงักไป ถามด้วยความประหลาดใจ “บัญชีพวกนั้นหาง่ายถึงเพียงนั้นเชียวรึ”

ฉินเหยายิ้มพลางพยักหน้า “หาง่ายสิ ก็หาอย่างเปิดเผยไปเลย กำแพงขวางอยู่ก็พังกำแพงทิ้งเสีย มีกลไกก็ทุบทำลายมันเสีย บ้านพักบนเขาทั้งหมดมีพื้นที่เพียงเท่านั้น บัญชีก็มิใช่ของชิ้นเล็ก ข้าก็แค่คุ้ยเขี่ยหาในซากปรักหักพังแล้วก็พบมันเข้า”

หลิวจี้และอาวั่งเบิกตากว้าง ทั้งสองสบตาและกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกันอย่างหาได้ยาก ตกอยู่ในความเงียบอันน่าประหลาด

หยาดฝนโปรยปรายลงกระทบผิวร่มกระดาษเคลือบน้ำมัน เกิดเสียงเปาะแปะดังต่อเนื่อง สองนายบ่าวที่นิ่งเงียบไปนั้นราวกับมองเห็นภาพของคฤหาสน์บนหุบเขาอันโอ่อ่ากำลังถูกสตรีผู้หนึ่งทุบทำลาย กำแพงพังทลาย เรือนทั้งเรือนล้มครืน พังพินาศลงในชั่วพริบตา กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง

หยาดฝนเม็ดหนึ่งหล่นลงบนศีรษะของฉินเหยา พอนางเงยหน้าขึ้นมอง ร่มที่กางอยู่เหนือศีรษะก็หายไปอย่างลึกลับ

เมื่อหันกลับไปมอง ผู้ที่กางร่มให้กลับยืนนิ่งตะลึงงันอยู่ด้านหลัง มิได้ขยับเขยื้อน

“เจ้าหลิวสาม!” ฉินเหยาตะโกนเสียงดังฟังชัด

หลิวจี้ผู้กำลังตกตะลึงกับภาพที่ตนเองจินตนาการขึ้นนั้นจึงได้สติกลับคืนมาแล้วรีบไปกางร่มให้นางโดยเร็ว

นึกถอนใจในใจ ข้าช่างสมควรตายนักที่ปล่อยให้เมียจ๋าผู้องอาจสง่างามถึงเพียงนี้ต้องเปียกฝน!

“เมียจ๋า เจ้าเจ็บมือหรือไม่” หลิวจี้จับมือนางขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากตน “ข้าจะเป่าให้เจ้านะ กำแพงนั่นมันช่างต่ำช้านัก กล้าดีอย่างไรมาทำให้เมียจ๋าต้องลำบากลงหมัดใส่มัน…”

เขาพร่ำพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก สลับกับเป่าลมฟู่ๆ ลงบนมือนางเป็นระยะ

ภาพนั้นช่างงดงาม งามเสียจนอาวั่งมองดูแล้วรู้สึกปวดมวนในท้องยิ่งนัก หากเป็นไปได้ เขาอยากจะควักลูกตาตนเองทิ้งเสีย!

ฉินเหยาไอ “แค่ก! แค่ก!” เป็นเชิงเตือนสองครั้ง หลิวจี้ก็เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยแววตาจริงใจอย่างถึงที่สุด “เมียจ๋า เจ้าเป็นหวัดหรือ”

ฉินเหยาสะบัดมือเขาออก ใช้หลังมือเช็ดกับเสื้อผ้าของเขาอย่างรังเกียจ “ไม่ต้องเป่าแล้ว ข้าไม่ได้ใช้หมัดทลายกำแพง”

หลิวจี้ “หา”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามนุษย์กับสัตว์เดรัจฉานแตกต่างกันอย่างไร” ฉินเหยาเอ่ยถามด้วยท่าทีจริงจัง

หลิวจี้ส่ายหน้าอย่างงุนงง

นางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของเขาที่กำลังยืนนิ่งอึ้งแล้วกล่าวเน้นทีละคำ “เพราะมนุษย์รู้จักใช้และประดิษฐ์เครื่องมืออย่างไรเล่า เจ้าหมูโง่!”

หากใช้มือทลายกำแพงจริงๆ นางจะไม่รู้สึกเจ็บหมัดของตนเองเลยรึ

“เพียงแค่ใช้ท่อนไม้ใหญ่ๆ ฟาดลงไปทีเดียวก็สิ้นเรื่องแล้ว” ฉินเหยาอธิบายอย่างราบเรียบ

หลิวจี้สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ในมโนภาพพลันปรากฏภาพของฉินเหยาที่กำลังยกท่อนไม้ซึ่งใหญ่กว่าร่างของนางเสียอีก จากนั้นก็กวาดทำลายคฤหาสน์ของตระกูลจินจนราบเป็นหน้ากลองอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก

กล่าวตามตรง รู้สึกว่านางน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!

“เมียจ๋า ข้าขอถามอย่างเสียมารยาทสักคำถาม เพื่อให้แน่ใจว่าเรือนของเราจะไม่พังทลาย ถ้วยชามจะไม่แตกละเอียด เครื่องมือเกษตรจะไม่บิดเบี้ยว ยามปกติเจ้าจำต้องสะกดกลั้นพลังมหาศาลของตนเองอย่างยากลำบากมากใช่หรือไม่” หลิวจี้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

ฉินเหยาไม่นึกว่าเขาจะคิดไปถึงจุดนั้นได้จึงมองเขาเพิ่มอีกสองสามครั้งอย่างหาได้ยากแล้วพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ใช่แล้ว”

อันที่จริงแล้ว นั่นเป็นเพียงคำโกหก นางมิเคยต้องสะกดกลั้นตนเองเลยสักครั้งเดียว เพียงแต่ปุถุชนเช่นพวกเจ้า ไม่ได้ล่วงรู้ถึงการควบคุมพลังแม้เพียงกระผีกริ้น

นางผ่านการฝึกฝนการใช้พลังมาอย่างมืออาชีพ การควบคุมพลังของนางนั้นบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบมานานแล้ว

ทว่าในช่วงต้นๆ ของชาติที่แล้ว ยามที่เพิ่งปลุกพลังพิเศษขึ้นมาใหม่ๆ นางมักจะเผลอทำลายบ้านของตนเองอยู่บ่อยครั้ง นี่เป็นเรื่องจริง

แต่ความผิดพลาดระดับต่ำเช่นนี้ บัดนี้นางย่อมไม่ทำพลาดซ้ำอีกเป็นอันขาด

หลิวจี้ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตนเอง รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อย

นางไม่เคยคิดที่จะสังหารเขาจริงๆ เลยนี่นา!

เพราะหากนางคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ ด้วยพลังของนาง เขาคงตายสนิทไปนานแล้ว

และเพื่อที่จะให้เขามีชีวิตรอดอยู่ได้ ทุกวันทุกคืนนางล้วนต้องพยายามอย่างยากลำบาก คอยสะกดกลั้นพลังของตนเองอยู่ตลอดเวลา

นั่นคงจะทรมานมากเลยกระมัง

เพียงแค่คิดดู หลิวจี้ก็น้ำตาไหลอาบหน้าแล้ว…นางรักข้าจริงๆ! รักมากเหลือเกิน!

ฉินเหยายกนิ้วขึ้น ปาดหยาดน้ำตาใสที่รินไหลบนใบหน้าของเขาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี

นางมักจะสงสัยอยู่บ่อยครั้งว่าในสมองของเขากำลังคิดเรื่องไร้สาระอันใดอยู่กันแน่ ถึงได้มีปฏิกิริยาประหลาดๆ ที่ไม่ถูกกาลเทศะเช่นนี้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 361 นางรักเขามากจริงๆ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023
6f5-77d5b (1)
เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
10/07/2026
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.