ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 549 กล่องเครื่องใช้สตรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 549 กล่องเครื่องใช้สตรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ตอนที่ 549 กล่องเครื่องใช้สตรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ฉินเหยาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดแล้วมาหาข้าที่ห้อง”
“เอ่อ นี่ นี่…” หลิวจี้มองดูเด็กๆ อินเยว่และอาวั่งที่อยู่บนโต๊ะแล้วพูดกับฉินเหยาอย่างอิดออดเจือเขินอายว่า “เด็กๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พูดแบบนี้จะไม่ค่อยดีเท่าไรกระมัง”
สีหน้าของฉินเหยาเคร่งขรึมลง ใครบางคนรีบหุบปากทันที ยิ้มน้อยพลางพยักหน้า “เข้าใจแล้ว เมียจ๋ารีบกินข้าวเถอะ”
ถ้ายังไม่ได้กินอีก เขาคงจะหิวจนคลั่งแล้ว!
ฉินเหยาส่ายหน้า ขี้เกียจจะมองท่าทางซอมซ่อแบบชาวนาของเขา หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วเริ่มกิน
หลังอาหารเย็น ฉินเหยากลับเข้าห้องไปก่อน ทุกคนในบ้านจัดการธุระของตนเองเสร็จก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้องของตน
หลิวจี้เป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาจากห้องอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างพิถีพิถันแล้ว เขาก็รู้สึกว่าตัวเบาขึ้นสองเหลี่ยง
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ในที่สุดเจ้าหลิวสามคนนี้ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
เงยหน้าขึ้นมองเรือนหลักฝั่งตรงข้ามที่ยังเปิดไฟสว่างอยู่ หลิวจี้ก็ก้มหน้าลงจัดรอยยับบนชุดคลุมสีขาวให้เรียบร้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ดึงคอเสื้อให้เปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าวับๆ แวมๆ
จะสามารถง้อสตรีใจร้ายให้หายโกรธได้สำเร็จหรือไม่ จะได้สถานะเดิมกลับคืนมาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคืนนี้แล้ว
ด้วยความกล้าหาญที่พร้อมสละชีพล้นเต็มอก หลิวจี้ก้าวเดินไปยังหน้าประตูเรือนหลักแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ
“เมียจ๋า ข้าเข้าไปนะ”
“เข้ามา”
ประตูถูกผลักเปิดออกแล้วก็ปิดลงเบาๆ
ในห้องจุดเทียนไว้เพียงเล่มเดียว ส่องสว่างเพียงพื้นที่เล็กๆ บริเวณหน้าโต๊ะ
ฉินเหยานั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะ มือหนึ่งดีดลูกคิด อีกมือหนึ่งก็จดบันทึก บนโต๊ะวางโฉนดที่ดิน บ้านและร้านค้าที่ตระกูลเสิ่น ตระกูลเติ้งและตระกูลเฉียนส่งมาให้ไว้
รับของของคนอื่นมาแล้วก็ต้องจัดการเรื่องให้เรียบร้อย ฉินเหยาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลย ชี้ไปที่ที่นั่งว่างฝั่งตรงข้ามเป็นสัญญาณให้หลิวจี้นั่งลงแล้วกำชับว่า
“พรุ่งนี้เจ้าเข้าเมืองไป จัดการเรื่องของสามตระกูลนี้ให้เรียบร้อย ในเมื่อรับผลประโยชน์ของเขามาแล้วก็อย่าให้เขาต้องมาเร่งเรา”
พูดพลางยื่นรายการที่ดิน บ้าน และร้านค้าที่คำนวณไว้แล้วให้หลิวจี้ดู “ตระกูลเสิ่นให้เรือนเล็กสองตอนที่ชานเมืองหลังหนึ่งและร้านค้าติดถนนขนาดสิบห้าผิง
บนถนนสายตะวันออกในเมืองอีกหนึ่งห้อง”
“ตระกูลเติ้งให้นาชั้นดีสิบหมู่ ป่าเขาสามสิบหมู่ ทั้งหมดอยู่ที่เมืองหลานเซียง”
“ยังมีของตระกูลเฉียนอีก ร้านผ้าของบ้านนี้เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอไคหยางของเรา ส่งผ้าไหมเนื้อดีมาสิบพับ ผ้าฝ้ายยี่สิบพับ ของพวกนี้ล้วนเป็นของที่สามารถคำนวณราคาออกมาได้ชัดเจนและยังเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายที่สุดด้วย”
แค่ใช้เองในบ้านก็ใช้ไม่หมดแล้ว ฉินเหยาจึงเตรียมผ้าไหมเนื้อดีห้าพับเพื่อส่งไปให้เรือนปทุมในนามของหลิวจี้
ผ้าฝ้ายให้เรือนเก่าไปห้าพับ ผู้เฒ่าทั้งสองคนละพับ ที่เหลือแบ่งกันบ้านละพับ
ร้านค้าและเรือนที่ตระกูลเสิ่นให้มา ฉินเหยาวางแผนจะปล่อยเช่าทั้งหมด สามารถเก็บค่าเช่าได้ไม่น้อยในแต่ละเดือน
ส่วนนาและที่ดินป่าเขาที่ตระกูลเติ้งให้มา ยังต้องไปสำรวจพื้นที่จริงก่อนถึงจะวางแผนได้
นานั้นจัดการง่าย ปล่อยเช่าไปเสียก็สิ้นเรื่อง ส่วนที่ดินป่าเขาผืนนั้นได้ยินว่าปลูกต้นผลไม้ไว้ หากสามารถให้ผลผลิตได้ ฉินเหยาวางแผนจะให้ซ่งอวี้หาเกษตรกรในท้องถิ่นมาช่วยดูแล
หลิวจี้ฟังเสียงลูกคิดที่ดังเปาะแปะอยู่ในห้องแล้วก็ยืนนิ่งไป ที่แท้เมียจ๋าให้เขามาหาที่ห้องตอนกลางคืน ไม่ใช่เพราะอยากจะทำเรื่องไม่ดีไม่งามอะไรหรอกหรือ
“ที่ข้าพูด เจ้าได้ยินชัดเจนแล้วหรือไม่ หรือว่าเจ้าอยากจะลงไปทำนาต่อ” ฉินเหยาเงยหน้าขึ้นถามอย่างอันตราย
หลิวจี้รีบรวบรวมสมาธิ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วสรุปเรื่องที่นางเพิ่งสั่งไปทีละเรื่องโดยไม่ตกหล่น
ฉินเหยาพยักหน้าอย่างพอใจ เก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย พอเห็นว่าหลิวจี้ยังไม่ไปจึงถามอย่างเย็นชาว่า “เจ้าอยากจะอยู่ต่อหรือ”
“ไม่ๆๆ เมียจ๋าพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” หลิวจี้รีบลุกขึ้น ก่อนจะออกจากประตูก็พูดอย่างประจบประแจงว่า “เมียจ๋าวางใจเถิด พรุ่งนี้เช้าข้าจะเข้าเมืองไปจัดการเรื่องที่เมียจ๋าสั่งให้เรียบร้อยทั้งหมด รับรองว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย”
พูดจบก็ค่อยๆ ถอยออกไปแล้วปิดประตูให้เรียบร้อยอย่างใส่ใจ
ลมยามค่ำคืนค่อนข้างแรง พัดจนคอของหลิวจี้เย็นวาบ เขารีบดึงคอเสื้อที่เพิ่งเปิดออกให้กระชับ กอดอกเดินไปยังห้องหนังสือ มุมปากก็ค่อยๆ ยกสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมียจ๋ามอบหมายงานให้เขาอีกแล้ว~ แสดงว่านางยังคงเชื่อใจเขาอยู่มาก!
พอคิดถึงตรงนี้ มุมปากของหลิวจี้ก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก อาการบาดเจ็บภายในที่เจ็บปวดอยู่ลึกๆก็ดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง
กลับมาถึงโลกส่วนตัวเล็กๆ ของตนเอง หลิวจี้หยิบกระจกออกมาส่อง เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ซูบซีดลงของตนเอง อารมณ์ก็ซับซ้อน
สตรีใจร้ายคนนี้ เวลาลงมือก็ช่างโหดเหี้ยมเหลือทน แต่ก็ยังรู้จักหลีกเลี่ยงใบหน้าที่หล่อเหลาล่มเมืองของเขา ไม่ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าคนอื่น ยังคงรักษาหน้าตาของจวี่เหรินไว้ให้ก็นับว่าใส่ใจเขาอยู่ใช่หรือไม่
อาศัยการมโนไปเอง อารมณ์ของหลิวจี้ก็กลับมาดีขึ้น นอนหลับเต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาก็เปลี่ยนจากสภาพที่ทรุดโทรมก่อนหน้านี้ไปเป็นสดชื่นแจ่มใสแล้วเข้าเมืองไปทำธุระ
ฉินเหยายืนอยู่ในลานหน้าบ้าน มองดูแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างสบายอารมณ์ คิ้วก็ขมวดเล็กน้อย
ฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ เป็นเพราะใจกว้าง หรือว่าไม่ได้จดจำบทเรียนครั้งนี้ไว้ในใจเลยกันแน่
ไม่ทันให้ฉินเหยาได้คิดมาก หลิวไป่ก็นำจดหมายที่ส่งมาจากเมืองหลวงของมณฑลมาให้ถึงบ้าน
เป็นจดหมายจากชิวเยี่ยน ฉินเหยาเปิดอ่านเนื้อหาในจดหมายคร่าวๆ มุมปากก็ยกสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
หลิวไป่ถามอย่างสงสัย “มีเรื่องดีอะไรหรือ”
ฉินเหยายื่นจดหมายให้เขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “กล่องเครื่องใช้สตรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่าที่เมืองหลวง ชิวเยี่ยนถามข้าว่าก่อนสิ้นปีจะส่งของให้เขาได้เท่าไร ยิ่งเยอะยิ่งดี”
หลิวไป่ได้ยินดังนั้นก็ดีใจอย่างยิ่ง รีบรับจดหมายมาอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ชั้นเรียนสอนหนังสือที่ไปเรียนมาไม่เสียเปล่า ตอนนี้เขาสามารถอ่านเข้าใจได้ถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว
เขาส่งจดหมายคืนให้ฉินเหยาแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เช่นนั้นต้องรีบไปบอกข่าวนี้กับผู้จัดการซ่ง จะได้ให้โรงงานเร่งผลิตเต็มกำลัง ตามความเร็วปกติของเราแล้ว สองสามพันชิ้นก็ผลิตออกมาได้”
ฉินเหยายกมือขึ้น “ไม่ต้องมากขนาดนั้น”
ไม่ได้มองสีหน้างุนงงของหลิวไป่ ฉินเหยาก็สั่งว่า “พี่ใหญ่ท่านกลับไปที่โรงงานก่อนแล้วบอกเรื่องนี้กับซ่งอวี้ ให้เขาเรียกเหล่าผู้จัดการไปที่ห้องประชุม เดี๋ยวข้าตามไป”
หลิวไป่รีบตอบรับแล้ววิ่งเหยาะๆ จากไป
ฉินเหยากลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะสม บอกหลี่ซื่อที่อยู่ที่บ้านว่าไม่ต้องเผื่ออาหารกลางวันให้ตนแล้วก้าวยาวๆ ไปยังโรงงานเครื่องเขียน
การปรับปรุงโรงงานใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ที่ดินทั้งหมดถูกโรงงานเครื่องเขียนซื้อไว้แล้ว ตอนนี้โรงงานใหม่ก็สร้างอยู่ข้างๆ โรงงานเครื่องเขียนเดิม
โรงงานเก่าส่วนใหญ่ถูกทุบไปแล้ว แผนกต่างๆ ก็ย้ายเข้าไปในโรงงานใหม่แล้ว เหลือเพียงโรงอาหารเท่านั้น
สถานที่แห่งนี้ฉินเหยาไม่ได้วางแผนจะทุบทิ้ง การแยกโรงอาหารออกมาก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเสียระยะห่างระหว่างโรงงานเก่ากับโรงงานใหม่ก็ห่างกันไม่ถึงห้าสิบเมตร
อีกทั้งพื้นที่ว่างที่เกิดจากการทุบทิ้ง ยังต้องสร้างเรือนใหญ่สองแถวเพื่อทำเป็นหอพักรวมเพื่อให้คนงานที่อยู่ไกลได้เช่าอาศัยในอนาคต
รูปแบบของโรงงานใหม่คล้ายกับของเดิม แต่สายการผลิตแบ่งออกเป็นสองสาย
สายหนึ่งเป็นขนาดเล็ก ใช้สำหรับผลิตหีบหนังสือพลังเซียนและกล่องของขวัญแบบเดิม
อีกสายหนึ่งเป็นขนาดใหญ่และยังเป็นสายที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ด้วย ใช้สำหรับผลิตกล่องเครื่องใช้สตรี
นอกจากนี้ ยังมีแผนกวัตถุดิบที่สำคัญอีกสองแห่งคือโรงปักผ้าและโรงงานหยกซึ่งตั้งอยู่นอกหมู่บ้านตระกูลหลิว
โรงปักผ้าดูแลผลิตภัณฑ์ผ้าทั้งหมด โรงงานหยกจะดูแลการผลิตชิ้นส่วนหยกทั้งหมด หลังจากผลิตเสร็จที่นั่นแล้วก็จะถูกส่งมาที่โรงงานเครื่องเขียนหมู่บ้านตระกูลหลิวเพื่อทำการประกอบและจัดส่งสินค้าในทีเดียว
มีซ่งอวี้และอวิ๋นเหนียงสองคนดูแลกิจการภายในโรงงาน ฉินเหยาแทบไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพียงแค่ควบคุมทิศทางที่สำคัญเท่านั้น
เช่นจดหมายของชิวเยี่ยนในวันนี้ นางก็ต้องมาประกาศภารกิจการผลิตต่อไปด้วยตนเอง
เกี่ยวข้องกับการสร้างชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต ฉินเหยาจึงต้องมาคอยกำกับดูแลเหล่าผู้จัดการให้ดำเนินการด้วยตนเองถึงจะวางใจได้