Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 664 ดูเรือน

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 664 ดูเรือน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 664 ดูเรือน

ตะวันสายโด่ง ทั้งครอบครัวก็ออกจากประตูใหญ่ในที่สุด

ฉินเฟิงอดที่จะถอนหายใจอย่างมีความสุขไม่ได้ “ไม่ได้นอนหลับสนิทเช่นนี้มานานแล้ว”

คณะเดินทางเก้าคน ผู้ใหญ่ห้าคน เด็กสี่คน

อินเยว่และอาวั่งกับเด็กสี่คนนั่งรถม้า สองสามีภรรยาฉินเหยาและฉินเฟิงขี่ม้าคนละตัว ดูเหมือนเร่งรีบแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสบายๆ มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันตกอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

ในเมืองหลวง ตลาดเช่าซื้อบ้านเติบโตเต็มที่มาก มีคนที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ บางคนที่ทำจนใหญ่โตก็เปิดร้านเอง รับผิดชอบติดต่อเจรจาให้ทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายโดยเฉพาะ

ร้านค้าตกแต่งอย่างดี ไม่ว่าแขกแบบไหนมาที่ร้าน ลูกจ้างก็จะต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ตั้งแต่การเช่าคอกวัวเล็กๆ ไปจนถึงการขายเรือนหลังใหญ่ ขอเพียงมีคนมาก็ไม่ปฏิเสธ

เรื่องที่ใช้เงินจัดการได้ ฉินเหยาย่อมไม่เปลืองสมองให้มากความ ตามฉินเฟิงเข้าไปในร้านเช่าซื้อบ้านที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกโดยตรง

ร้านใหญ่ก็มีข้อดีของร้านใหญ่ พอฟังความต้องการของฉินเหยาจบก็รีบหยิบแบบร่างรือนที่ประกาศขายปึกหนึ่งออกมาให้นางทันที

บนภาพมีแผนผังเรือนที่จ้างจิตรกรมาวัดและวาดโดยเฉพาะ ระบุที่อยู่และขนาดพื้นที่ และยังระบุว่าอยู่ใกล้กับสำนักศึกษาเอกชนหรือร้านค้ามีชื่อเสียงแห่งใดบ้าง

หากละแวกเรือนมีคนดังอาศัยอยู่ก็จะระบุไว้ด้วย

หากอ่านหนังสือไม่ออกก็จะมีลูกจ้างช่วยดูให้ได้ หากถูกใจก็จะพาคนไปดูเรือนจริงทันที

หากรู้สึกพอใจแล้ว ฝ่ายซื้อฝ่ายขายก็นัดเจรจากัน เมื่อตกลงราคากันได้ก็สามารถทำสัญญาซื้อขายให้เสร็จสิ้นได้ทันที ณ ที่นั้น

กระบวนการทั้งหมดนี้ แทบไม่ต่างจากบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในยุคปัจจุบันเลย

กระทั่งบริเวณใกล้ๆ ร้านยังมีร้านแลกเงินที่มีลูกจ้างมานั่งรออยู่ด้วย การกู้ยืมเงินหรือถอนเงินล้วนจัดการได้ในที่เดียว ประสิทธิภาพสูงมาก

แน่นอนว่า พวกปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดก็จะมาเฝ้าจับตาแถวนี้โดยเฉพาะเช่นกัน หลายคนที่รีบร้อนขายเรือนก็จะถูกหลอกไป ใช้เรือนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกู้ยืมเงินก้อนโตไปพร้อมดอกเบี้ยโหด

ฉินเหยาและฉินเฟิงกำลังคัดเลือกเรือนอยู่ในร้าน หลิวจี้และอาวั่งอินเยว่ก็พาลูกทั้งสี่คนเดินเล่นเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก ดูความคึกคัก

เห็นคนต่างแดนคนหนึ่งกำลังขายเครื่องเทศ หลิวจี้ก็นึกถึงหม้อไฟขึ้นมาทันที

อีกทั้งยังเป็นแบบที่เมียจ๋าเคยบ่นถึง หม้อไฟที่ทั้งหอมทั้งเผ็ดร้อน เอาไว้ลวกเนื้อ กินคู่กับเหล้าอุ่นๆ สักกา ไม่ต้องพูดเลยว่าจะสุดยอดขนาดไหน!

หลิวจี้ลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก หยุดยืนอยู่หน้าแผงเครื่องเทศจนขยับขาไปไหนไม่ได้ ให้คนตักยี่หร่า โป๊ยกั๊ก พริกไทยเสฉวนอะไรพวกนั้นให้ตน

คนต่างแดนผู้นั้นมีใบหน้าแบบชาวต่างชาติ แต่กลับพูดภาษาทางการได้คล่องแคล่ว ตะโกนอยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่มีใครเข้าร้าน ในที่สุดก็เจอลูกค้าคนหนึ่ง เขาห่อเครื่องเทศอย่างคล่องแคล่วพลางเอ่ยชมห้าพ่อลูกว่าหน้าตาดี

คำพูดฟังรื่นหูใครบ้างจะไม่ชอบฟัง หลิวจี้เคลิ้มขึ้นมาทันที เห็นบนแผงยังมีของแห้งอยู่จึงพูดอย่างร่าเริงว่า

“เอาเห็ดหูหนูดำๆ แห้งๆ นี่ให้ข้าอีกหนึ่งชุด ข้าจะเอากลับไปชิมดูว่าอร่อยเหมือนที่เจ้าคุยโม้ไว้หรือไม่”

เจ้าของแผงยิ้มหน้าบาน ชมหลิวจี้มากกว่าเดิม

“ทั้งหมดสี่ตำลึงแปดเฉียนขอรับ” เจ้าของแผงยื่นห่อเครื่องเทศที่ห่อแล้วให้หลิวจี้พลางบอกราคาทั้งหมดด้วยรอยยิ้ม

หลิวจี้รับของมาพลางตบไหล่อาวั่งอย่างเป็นธรรมชาติ “เอาเงินให้เขา”

อาวั่ง “ข้าไม่มีเงิน”

หลิวจี้จิ๊ปากใส่เขาครั้งหนึ่ง ก็ได้ ข้านายท่านผู้นี้จ่ายเอง

ยื่นมือไปคลำถุงเงินที่เอว เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เพื่อสืบข่าววางท่าเป็นเศรษฐีเลยเอาเงินไปเลี้ยงน้ำชาคนอื่นหมดแล้ว

เขาหยิบเศษเงินสองตำลึงออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่งสัญญาณให้เจ้าของแผงรอสักครู่ ฝากลูกไว้ให้อินเยว่และอาวั่งดูแลแล้วก็ก้าวฉับๆ เข้าไปในร้านนายหน้าแห่งนั้น

“เมียจ๋า ข้าซื้อเครื่องเทศมาหน่อยหนึ่ง ตอนเย็นพวกเรามาต้มหม้อไฟหม่าล่ากินกัน แต่ยังขาดเงินอีกห้าตำลึง”

หลิวจี้อาศัยจังหวะที่ฉินเหยากำลังดูแบบแปลน ใช้มือบังหน้ากระซิบข้างหูนางอย่างอาจหาญและมั่นใจ

ฉินเหยาไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เพียงเปล่งเสียงออกมาจากปากเบาๆ คำหนึ่งว่า “ไสหัวไป”

หลิวจี้ “ได้เลย”

ผู้รู้จักกาลเทศะคือยอดคน!

ฉินเฟิงมองตามหลิวจี้เดินออกจากร้านไปยังแผงเครื่องเทศแล้วมองฉินเหยาอย่างสงสัย “มีอะไรหรือ”

ฉินเหยายิ้มบางๆ “ไม่มีอะไร พวกเขาซื้อเครื่องเทศ ตอนเย็นพวกเรากินหม้อไฟกัน รสหม่าล่า”

พูดจนนางชักจะอยากกินขึ้นมาบ้างแล้ว หลิวจี้ปรุงน้ำซุปหม้อไฟได้ดีมาก ไม่ต่างจากที่นางเคยกินที่ร้านหม้อไฟในชาติก่อนเลย

นางชี้ไปที่แบบแปลนเรือนสองหลังที่เพิ่งเลือกออกมาแล้วพูดกับลูกจ้างในร้าน “เอาสองหลังนี้แล้วกัน ตอนนี้ไปดูได้เลยหรือไม่”

ลูกจ้างรับภาพมาดู เป็นเรือนสามลานเรือนขนาดเล็กสองหลัง หลังหนึ่งตั้งอยู่ที่ตรอกซิวสิง อีกหลังหนึ่งตั้งอยู่ที่ตรอกควานเจิ้ง

แห่งแรกอยู่ติดกับตรอกเจิ้งผิงซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักกั๋วจื่อเจี้ยน ส่วนอีกหลังอยู่บนถนนสายหลักที่เข้าเมืองทางประตูเป่ยติ้ง อยู่ทางทิศตะวันตกของตรอกเจิ้งผิง ทั้งสองแห่งคั่นกันเพียงตรอกเดียว

พอมองไปนอกร้านอีกครั้ง เห็นห้าพ่อลูกที่พาลูกสี่คนเดินเตร่ไปมาอยู่บนถนน ลูกจ้างก็พอจะคาดเดาในใจได้

ครอบครัวนี้มีลูกมาก เรือนที่เลือกไม่ดูราคา ดูเพียงทำเลที่ตั้งและผังเรือนว่าถูกต้องตามแบบแผนหรือไม่ ดูแล้วก็น่าจะมีทรัพย์สินอยู่พอสมควร สิ่งเดียวที่ใส่ใจก็น่าจะเป็นทรัพยากรด้านสถานศึกษา

“ฮูหยินอยากได้เรือนที่อยู่ใกล้กับสำนักศึกษาและทำเลที่ตั้งก็ยังเงียบสงบด้วยใช่หรือไม่ขอรับ” ลูกจ้างยิ้มถามหยั่งเชิง

เห็นฉินเหยาพยักหน้าก็ชมนางว่าสายตาดี เรือนสองหลังที่เลือกมาล้วนตรงตามความต้องการของนาง

แต่ลูกจ้างกลับแนะนำตรอกควานเจิ้งมากกว่า

“ทำไมหรือ” ฉินเหยาเอ่ยถาม

ลูกจ้างกล่าว “หนึ่งคือเรือนที่ตรอกควานเจิ้งค่อนข้างใหม่กว่า สองคือเพื่อนบ้านที่ตรอกควานเจิ้งคบหาง่ายกว่า สามคือในย่านนี้มีสำนักศึกษาเอกชนดีๆ อยู่แห่งหนึ่ง ราคาก็คุ้มค่ากว่าด้วย”

ต่อให้ลูกค้าไม่ขาดเงิน แต่หากประหยัดเงินได้สักหน่อยใครบ้างจะไม่ยินดี?

ข้อแรกกับข้อสามฉินเหยาไม่มีอะไรจะพูด ข้อมูลนี้มีเขียนไว้บนแบบเรือนอยู่แล้ว ที่นางคัดเลือกมาก็เพราะสองข้อนี้

แต่ข้อสองนั้น หมายความว่าอย่างไร

ลูกจ้างในร้านไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เพียงแค่พาพวกนางไปดู ดูแล้วก็จะรู้เอง

หลิวจี้ซื้อเครื่องเทศเสร็จแล้ว เพราะเงินไม่พอจึงคืนเห็ดหูหนูดำไป ยังขาดอีกสามเฉียน ต้าหลางทนดูไม่ได้ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกระทุ้งแขนเอ้อร์หลาง

เอ้อร์หลางมองค้อนบิดาบังเกิดเกล้าอย่างไม่พอใจนักแล้วควักเงินสามเฉียนที่ขาดไปออกมา

หลิวจี้กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “เดี๋ยวข้าคืนให้ ทำเป็นขี้เหนียวไปได้!”

เอ้อร์หลางจึงแค่นเสียง ไม่มองค้อนเขาอีก อย่างไรเสียหม้อไฟลวกเนื้อหอมกรุ่นนั้น เขาเองก็อยากกินเหมือนกัน

เรือนสองแห่งที่ฉินเหยาเลือกอยู่ไม่ไกล อยู่แถวนี้เอง ทั้งครอบครัวจึงตามลูกจ้างไปดูเรือนที่ตรอกซิวสิงก่อน

ระหว่างทางผ่านประตูใหญ่ของสำนักกั๋วจื่อเจี้ยน หลิวจี้กับลูกทั้งสี่คนมองอยู่นาน นี่คือสถานศึกษาชั้นสูงสุดของแคว้นเซิ่ง

บัณฑิตทั่วใต้หล้า ไม่มีใครไม่โหยหา

เดินจากหน้าประตูใหญ่สำนักกั๋วจื่อเจี้ยนไปทางเหนือ ไม่นานก็ถึงจุดหมาย

เพื่อนบ้านต่างก็รู้ว่าเรือนนี้จะขาย พอเห็นมีคนมาดูก็พากันยื่นหน้าออกมาดูอย่างใคร่รู้

แต่การแต่งกายของคนเหล่านี้ ดูแล้วหากไม่ใช่หญิงรับใช้ก็เป็นบ่าวชาย ไม่มีเจ้านายปรากฏตัวเลยสักคน

อาวั่งรออยู่ข้างนอกเพื่อเฝ้ารถม้าและม้าก็มีบ่าวชายสองคนเดินเข้ามาสอบถามเขา

“นี่ นายท่านของพวกเจ้าทำงานอะไรหรือ”

“นี่เป็นเรือนของชุยป๋อซื่อ นายท่านของพวกเจ้าก็รับตำแหน่งในสำนักกั๋วจื่อเจี้ยนด้วยใช่หรือไม่”

มีหญิงรับใช้ส่ายหน้าอยู่ไกลๆ “ข้าดูแล้วไม่น่าใช่ สำเนียงของครอบครัวพวกเขาเหมือนคนต่างถิ่น…”

“เห็นเด็กเล็กๆ พวกนั้นหรือไม่ ข้างกายก็ไม่มีบ่าวรับใช้คอยรับใช้ ไม่เหมือนคุณหนูคุณชายอะไรเลย จะซื้อเรือนหลังใหญ่เช่นนี้ไหวหรือ จิ๊จิ๊จิ๊~”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 664 ดูเรือน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
20/06/2026
6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.