Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 139 ยามลำบากยังคงเคียงข้าง

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
  3. บทที่ 139 ยามลำบากยังคงเคียงข้าง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 139 ยามลำบากยังคงเคียงข้าง

อันจิ่วเม่ยรู้เรื่องราวในนิยายต้นฉบับ ในนิยายหลังจากที่เจ้าของร่างเดิมตายอยู่ใต้สะพานลอย ฉีหลิวเหว่ยลูกของป้าซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าของร่างเดิม เขาก็เป็นคนจัดการศพให้

ครอบครัวของป้าอยู่ที่หมู่บ้านไป๋หยุน อยู่อีกฝั่งของภูเขา สภาพความเป็นอยู่ลำบากกว่าที่นี่มาก อันจิ่วเม่ยกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กตอนนั้นญาติทางบ้านเกิดฝืนใจช่วยเหลือหลายครั้ง แต่ต่อมาก็ดูแลตัวเองไม่ไหว จึงไม่ได้ช่วยเหลือฝั่งอันจิ่วเม่ยอีก

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ญาติคนนี้มาเยี่ยมไม่กี่ครั้ง ทุกครั้งที่มาก็จะนำผักที่ปลูกเองมาฝาก ไม่ได้พูดอะไรมาก นั่งสักพักก็กลับไป

เนื้อเรื่องในนิยายต้นฉบับเดิมไม่ได้เขียนรายละเอียดมากนัก ไม่รู้ว่าที่ป้ามาครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร สุดท้ายอันจิ่วเม่ยก็คิดว่าเป็นการมาเยี่ยมย่าตามปกติ ไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าบ้านทักทายแล้วก็เข้าห้องไปเก็บของก่อนจะออกมา

อันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าป้าคนนี้เป็นคนดีและเป็นญาติฝ่ายแม่ของคุณย่าอันที่เหลืออยู่ เธอจึงชงนมข้าวบาร์เลย์ให้อย่างใจกว้าง และหยิบขนมออกมาต้อนรับ

“ป้าหนิงเหอเดินทางมาตั้งไกลเหนื่อยไหมคะ ดื่มนมข้าวบาร์เลย์ก่อนเถอะค่ะ”

ตอนที่เอันหนิงเหอเพิ่งเข้าหมู่บ้านมา เธอเองก็ได้ยินชาวบ้านพูดว่าอันจิ่วเม่ยตอนนี้มีความสามารถมาก ช่วยพัฒนาหมู่บ้าน และมีตำแหน่งสูงในหมู่บ้าน ในตอนแรกเธอเองก็ยังสงสัยอยู่

ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ติดต่อกับเด็กคนนี้ แต่ก็รู้ว่าเป็นเด็กขี้อายและอ่อนแอ แต่ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไปเหมือนคนละคนได้

เมื่ออันหนิงเหอเห็นอันจิ่วเม่ยต้อนรับเธออย่างอบอุ่น ทั้งเรียกขานด้วยคำว่า ‘ป้า’ อย่างไพเราะ และยังชงนมข้าวบาร์เลย์มาให้ด้วยความใส่ใจ เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งจนดวงตาเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา

ครอบครัวของอันหนิงเหอเห็นใจสองย่าหลานคู่นี้มาตลอด โดยเฉพาะแม่สามีของเธอที่สงสารน้องสาวของตัวเองอย่างสุดหัวใจ

ย่าอันมีชีวิตที่ลำบากเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ตั้งแต่วัยสาวที่ต้องสูญเสียสามีไปในขณะที่ยังอายุน้อย พอลูกชายเติบโตจนมีครอบครัว ชีวิตก็เหมือนจะดีขึ้นบ้าง แต่กลับต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายอีกครั้ง

เมื่อภรรยาคนแรกของลูกชายเสียชีวิตไป ลูกชายแต่งงานใหม่กลับได้ลูกสะใภ้ที่ไม่ดี ไม่นานนักลูกชายก็จากไป ทิ้งให้ย่าอันเผชิญหน้ากับการถูกลูกสะใภ้คนหลังรังแก ซ้ำร้ายสุขภาพของตัวเองก็อ่อนแอและเจ็บป่วยอยู่เสมอ แต่ยังต้องเลี้ยงหลานสาวตามลำพัง

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากเช่นนี้ หากเป็นคนอื่นคงทนไม่ไหว แต่ย่าอันกลับกัดฟันสู้มาโดยไม่ยอมแพ้

หลานสาวของเธอเองก็ไม่ได้ต่างกัน ในวัยเด็กอันจิ่วเม่ยถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเสมอ เธอเติบโตมาอย่างหวาดกลัวและขาดความมั่นใจ เป็นคนที่ไม่กล้ายืนหยัดเพื่อตัวเอง

แต่เมื่อไม่ได้พบกันระยะหนึ่ง อันหนิงเหอกลับพบว่าหลานสาวคนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ย่าหลานสองคนไม่เพียงแต่มีชีวิติดีขึ้น แต่ยังมีส่วนช่วยพัฒนาหมู่บ้านจนเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สิ่งที่พวกเธอทำทำให้อันหนิงเหอรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบคุณนะอันจิ่วเม่ย ป้าเห็นพวกเธอมีชีวิตที่ดีขึ้นแบบนี้ ป้าดีใจด้วยจริง ๆ นะ”

นมข้าวบาร์เลย์นี้ครอบครัวของเธอไม่มีปัญญาซื้อ รู้ว่าเป็นของมีค่า เธอไม่กล้าทำกิน หลังจากรับมาก็วางไว้ข้าง ๆ คิดว่าเมื่อเธอกลับไปแล้วอันจิ่วเม่ยจะได้เอาไปอุ่นให้ร้อนแล้วเก็บไว้ดื่มได้

อันจิ่วเม่ยไม่รู้เลยว่าป้าของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เธอเร่งให้ป้าลองชิมนมข้าวบาร์เลย์อย่างกระตือรือร้น “ตอนนี้น้ำกำลังอุ่นกำลังดี ถ้าปล่อยให้เย็นจะไม่อร่อยนะคะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

อันหนิงเหอที่ถูกหลานสาวรบเร้าอยู่หลายครั้งก็ปฏิเสธไม่ออก จึงยอมยกถ้วยขึ้นจิบเล็กน้อย

ทันทีที่รสชาติหอมหวานของนมข้าวบาร์เลย์แตะปลายลิ้น ความรู้สึกอบอุ่นก็ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วกาย หัวใจที่เคยขมขื่นพลันรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มด้วยความหวานละมุนของเครื่องดื่มแก้วนี้อย่างน่าประหลาด

อันหนิงเหอเลียริมฝีปากอย่างละโมบ แต่ไม่ยอมดื่มอีกอึกเลยมือทั้งสองประสานกัน ท่าทางของเธอดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ย่าอันเดาว่าหลานสาวเธออาจจะเจอปัญหาอะไรสักอย่าง หัวใจกระตุก มองอันจิ่วเม่ยอย่างกังวล กลัวว่าหลานสาวจะโกรธที่ตนเองอยากช่วยเหลือญาติทางบ้านเกิด แต่ก็เป็นห่วงว่าครอบครัวของพี่สาวจะมีเรื่อง ท่าทางกระวนกระวายและอยากพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด

อันจิ่วเม่ยจะมองไม่ออกความคิดของคนทั้งสองได้อย่างไร ในใจถอนหายใจ เธอดูเหมือนคนใจร้ายเหรอ?

หัวใจที่แข็งกร้าวของเธอมีไว้สำหรับซื่อหงและตระกูลหลี่เท่านั้น ส่วนญาติอย่างป้าอันหนิงเหอที่หวังดีกับพวกเธอจริง ๆ และสามารถคบหากันต่อไปได้ ถ้าช่วยได้เธอก็ควรช่วยสักหน่อย

คิดแบบนี้แล้ว เธอจึงเอ่ยปากพูดว่า “ป้าค่ะ ที่บ้านเจอเรื่องยากลำบากอะไรหรือเปล่าคะ?”

เมื่อเธอพูด เธอก็ยังคำนึงถึงความรู้สึกของป้าน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นมาก แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“จิ่วเม่ย ป้าหมดหนทางจริง ๆ ถึงได้มาขอความช่วยเหลือจากเธอ…”

อันหนิงเหอพูดพลางเช็ดน้ำตา เสียงสะอื้น แทบจะคุกเข่าให้หลานสาวแต่อันจิ่วเม่ยรีบพยุงเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พูดว่า

“ป้าพูดอะไรอย่างนั้นคะ? พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ตั้งแต่เด็กคุณป้าช่วยเหลือฉันกับย่ามากกว่าใคร ฉันจำความดีนี้ได้เสมอ ตอนนี้หนูกับย่ามีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าครอบครัวมีปัญหา การช่วยเหลือก็เป็นสิ่งที่ควรทำ”

เมื่อได้ยินว่าอันจิ่วเม่ยไม่ปฏิเสธที่จะช่วย อันหนิงเหอถอนหายใจด้วยความโล่งอก นั่งลงแล้วเช็ดน้ำตาพูดว่า “เมื่อวานซืนลูกพี่ลูกน้องของเธอไปล่าสัตว์บนภูเขา พลาดท่าหักขา ตอนนี้ยังนอนหมดสติอยู่ที่สถานีอนามัย หมอบอกให้ส่งไปโรงพยาบาลในเมืองรักษา ไม่งั้นขาจะพิการ… พวกเราอยากส่งเขาไปรักษาในเมือง แต่เงินในมือไม่พอ…”

หมู่บ้านไป๋หยุนห่างไกลกว่าหมู่บ้านหนานเทียนมาก อยู่ห่างไกลและอันตราย บนภูเขามักมีสัตว์ร้ายออกมา ชาวบ้านจึงไม่ออกจากหมู่บ้านถ้าไม่จำเป็น ไม่สะดวกในการเดินทาง บางครั้งต้องรวมกลุ่มกันหลายคนถึงจะกล้าออกไป

ด้วยเหตุนี้ อันจิ่วเม่ยจึงรู้สึกจากใจว่าหลายปีมานี้ ป้าหนิงเหอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถออกจากภูเขามาส่งอาหารให้ย่าหลานของพวกเขา แม้จะเป็นของเล็กน้อย แต่น้ำใจก็มากมาย

การคมนาคมไม่สะดวก จึงพัฒนาไม่ได้ ผู้คนที่นั่นแทบจะพึ่งพาตนเองทั้งหมด มีโอกาสหาเงินน้อยมาก การไปทำงานในทุ่งนาก็แลกได้แค่ธัญพืชเท่านั้น แทบไม่มีการจ่ายเป็นเงิน เพราะถึงให้เงินไปพวกเขาก็ซื้ออะไรไม่ได้ ยังไม่ดีเท่าธัญพืชที่ทำให้สบายใจกว่า

ด้วยเหตุนี้ เมื่อลูกชายป้าได้รับบาดเจ็บและต้องเข้าเมืองเพื่อรักษา ครอบครัวจึงไม่มีเงินพอ

อันจิ่วเม่ยคิดสักครู่ แม้ในเนื้อเรื่องเดิมจะไม่มีเหตุการณ์ที่ป้าหนิงเหอจะมาขอยืมเงิน แต่ในตอนหลังที่กล่าวถึง ลูกชายของป้าก็มีการเขียนว่าเขาเป็นคนขาเป๋ เดินกะเผลก ๆ ดูลำบากมาก แต่ยังสามารถอุ้มศพของเธอเดิมกลับไปฝังได้อย่างมั่นคง

คิดดูแล้ว ตามเส้นเวลาของเรื่องเดิม ตอนนี้เจ้าของร่างเดิมแต่งงานกับคนโง่แล้ว ถูกลี่เฟยกับชิวหรงรังแกทุกวัน แม้ว่าป้าหนิงเหอมาก็คงไม่กล้าไปยืมเงินที่บ้านตระกูลหลี่ ทำให้ลูกชายป้าหนิงเหอพลาดโอกาสรักษาที่ดีที่สุด จึงกลายเป็นคนขาเป๋

คิดถึงตรงนี้ อันจิ่วเม่ยถอนหายใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความยากจน

เห็นป้าหนิงเหอไห้จนหน้าเปื้อนน้ำตา อันจิ่วเม่ยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาให้เธอ แล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เกิดเรื่องต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองแน่ ๆ ป้าน่าจะมาเร็วกว่านี้นะคะ”

อันจิ่วเม่ยลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องแล้วหยิบธนบัตรสองใบกลับมา จากนั้นเธอส่งเงินให้ป้าหนิงเหอด้วยความนุ่มนวล พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย

“ป้าคะ เงินนี้ป้ารับไปใช้ก่อนนะคะ พอกลับไปแล้ว บอกลุงให้พาพี่ใหญ่ไปโรงพยาบาลในเมืองแต่เช้าพรุ่งนี้เลยค่ะ หนูจะไปเมืองพอดี ตอนนั้นหนูจะไปช่วยเฝ้าที่โรงพยาบาลด้วย แล้วเราค่อยดูสถานการณ์กันอีกทีว่าจะหาทางช่วยยังไงต่อไป”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 139 ยามลำบากยังคงเคียงข้าง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
02/11/2023
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.