ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 92 คัดเลือก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 92 คัดเลือก
บทที่ 92 คัดเลือก
อันจิ่วเม่ยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยวาจาคมกริบ “ในเมื่อเธอเก่งกาจปานนี้ ฉันคงไม่ต้องแบ่งงานให้ครอบครัวเธออีกต่อไป เชื่อว่าด้วยฝีมือของเธอ คงเลี้ยงดูทั้งครอบครัวได้สบาย ๆ ”
คำพูดนั้นทำเอาเพ่ยอิงถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอันจิ่วเม่ยจะกล้าประกาศตัดขาดทางอ้อมต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
ลี่เฟยที่เพิ่งจะรู้สึกภูมิใจในความเป็นญาติกับอันจิ่วเม่ยต้องช็อกไปตามๆ กัน ความหวังที่จะขายผักราคาดีพังทลายในพริบตา ทั้งหมดเพราะปากพล่อยของเพ่ยอิง
ด้วยความไม่พอใจลี่เฟยจึงเอ่ยขึ้น “น้องสะใภ้สาม เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ จำเป็นต้องคิดมากขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงเธอจะไม่ถูกกับเพ่ยอิง ก็ไม่ควรทำแบบนี้ เธอเป็นผู้ใหญ่จะไปจริงจังกับเด็กทำไมกัน?”
อันจิ่วเม่ยแทบจะหัวเราะร่าด้วยความขบขัน ก่อนจะตอบกลับอย่างเผ็ดร้อน
“พี่สะใภ้ใหญ่ คุณกล่าวหาฉันแบบนี้ไม่ยุติธรรมนะ ในเมื่อเธอเป็นคนแรกที่ไม่คิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกัน ญาติพี่น้องที่ไหนไม่ดีใจให้กันแล้วยังซ้ำเติมอีก? เธอเป็นเด็กยังไม่รู้จักเคารพฉัน ฉันเป็นผู้ใหญ่จะต้องคอยเกรงใจเธอด้วยเหรอ?”
“ยังไงเธอก็มีความสามารถจริง ๆ เป็นถึงเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนนของหมู่บ้าน มีฝีมือพอจะเลี้ยงดูทั้งครอบครัวได้ ฉันไม่อยากยุ่งมาก ขอเก็บโอกาสครั้งนี้ไว้ให้พี่รองกับพี่สะใภ้รองดีกว่า”
คำพูดของ อันจิ่วเม่ยตรงเป้าและไม่ไว้หน้าลี่เฟยเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศตึงเครียดราวกับมีดที่กำลังจะฟันลงมา
ส่วนหลี่ฉีหมิ่นและอวี้หลันกลับอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ!
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าครอบครัวที่สองของตนจะได้รับประโยชน์เช่นนี้ ทั้งที่ปกติมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดมา
แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น! อันจิ่วเม่ยได้ประกาศแผนการใหญ่เกี่ยวกับการผลิตถั่วงอกและแป้งถั่วรวมทั้งการทำซอสปรุงสำเร็จ โดยต้องคัดสรรทีมงานมือฉมังมารับผิดชอบโดยเฉพาะ พร้อมสัญญาว่าจะจ่ายค่าแรงเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้ทุกคน!
จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็ส่งสัญญาณลับให้เหวินฟู่ขึ้นมากล่าวปราศรัย และแล้วเสียงกึกก้องก็ดังขึ้น!
เสียงของผู้นำหมู่บ้านประกาศก้องว่าใครที่ทำงานดีจะได้รับรางวัล แต่ถ้าใครคิดจะก่อกวน ระวังจะโดนลงโทษหนัก!
เหวินฟู่ยังได้แบ่งงานอย่างชาญฉลาด โดยให้สาวๆ วัยใสและคุณย่ามากประสบการณ์ดูแลถั่วงอกและทำซอสปรุงสำเร็จ ส่วนหนุ่ม ๆ แข็งแรงและแม่บ้านมือฉมังรับหน้าที่ทำแป้งถั่ว ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของอันจิ่วเม่ย
สุดท้ายเหวินฟู่ก็ปิดท้ายด้วยคำขู่สุดเฉียบขาด ใครทำดีจะได้ฉลองปีใหม่อย่างสุขสันต์ แต่ถ้าใครคิดไม่ซื่อ ระวังจะถูกเตะออกจากหมู่บ้าน!
คำพูดอันทรงพลังของเหวินฟู่ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง! แต่คนฉลาดต่างรู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาด พวกเขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น
ธุรกิจใหญ่ครั้งแรกของ อันจิ่วเม่ยกำลังเริ่มต้นขึ้น! หลังจากผู้นำหมู่บ้านพูดจบ เธอก็เริ่มคัดเลือกคนด้วยสายตาเฉียบคม ทั้งตรงตามเงื่อนไขและถูกใจตัวเอง
คนที่ได้เลือกกลับเป็นลูกชายลูกสะใภ้ของผู้นำหมู่บ้าน คู่สามีภรรยาบ้านรองตระกูลหลี่ เหล่าเพื่อน ๆ ของอันจิ่วเม่ย นอกจากนั้นยังมีคนแก่ ๆ ในหมู่บ้านที่ยังทำงานได้ก็ถูกเลือกด้วย!
คนอื่น ๆ ที่ได้รับเลือกล้วนเป็นมือฉมังทั้งนั้น ไม่มีใครมีปัญหากับอันจิ่วเม่ยเลยสักคน
ส่วนบ้านใหญตระกูลหลี่ และตระกูลกวนหรือแม้กระทั่งพวกพ้องของลี่เฟยกับเพ่ยอิง กลับไม่มีใครติดโผเลยสักราย!
แม้แต่หลี่เฉินฟู่กับชิวหรงก็ไม่ได้กินเศษกินเลย พวกเขาทั้งหมดจึงแยกเขี้ยวจ้องมองอันจิ่วเม่ยบนเวทีอย่างกินเลือดกินเนื้อ
สุดท้าย อันจิ่วเม่ยยังเลือกคนอีกสามคนเป็น ‘ผู้ตรวจสอบคุณภาพ’ คอยตรวจสอบผักสด ถั่วงอก ซอสปรุงสำเร็จและแป้งถั่ว
งานนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่ความรับผิดชอบสูงลิบ ผิดพลาดนิดเดียวอาจโดนลงโทษได้! เธอจึงเลือกคนที่ทำงานละเอียดรอบคอบโดยเฉพาะ ล้วนเป็นคนวัยกลางคนที่อายุมากหน่อยแต่ยังแข็งแรงดี
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ไม่ได้อะไรเลย
พวกเขาโกรธจัดจนเดินออกไปทันที! แม้แต่คนที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ก็ไม่กล้าเสียงดัง กลัวว่าอันจิ่วเม่ยจะโกรธหนัก แล้วครั้งหน้าจะไม่ได้ลิ้มรสโชคดีอีก
ระหว่างทางกลับบ้านเจียงอิงบ่นด่าไม่หยุดปาก แน่นอนว่าเธอไม่ได้ด่าอันจิ่วเม่ยแต่ด่าเพ่ยอิงสุดฤทธิ์
“ถ้าไม่ใช่เพราะเพ่ยอิงไปก่อนเรื่องไว้ บ้านเราจะไปเป็นศัตรูกับลูกสาวตระกูลอันเหรอ? ทำไมครอบครัวของพวกเราถึงไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย!”
กวนอู๋เจี๋ยและซินอี้ต่างคิดในใจว่า ‘ช่างเป็นสะใภ้ปากร้ายเสียจริง!’ แต่ด้วยความเป็นพ่อแม่ พวกเขาจึงได้แต่กลืนน้ำลายเงียบ
ทว่าเจียงอิงกลับทำเป็นไม่สังเกตสีหน้าของคนรอบข้าง พูดจาไม่หยุดปาก จนกวนอู๋เจี๋ยทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ออกมา
“พอได้แล้ว! เจียงอิง เพ่ยอิงยังไงก็เป็นลูกสาวฉัน เป็นน้องสามีเธอ ทำไมถึงได้ใจร้ายนัก?”
“หนูน่ะเหรอใจร้าย? ฮึ!”เจียงอิงหัวเราะเยาะ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ในใจคิดแผนการณ์ไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้านเกิด เตรียมพร้อมญาติพี่น้องให้ได้ผลประโยชน์จากแผนความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านที่อันจิ่วเม่ยกำลังปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านอยู่
ขณะเดียวกันอันจิ่วเม่ยก็พาย่าอันตรงดิ่งไปบ้านผู้นำหมู่บ้าน เพื่อหารือเรื่องสถานที่เพาะถั่วงอกและโรงบดแป้งถั่ว ซึ่งสำคัญยิ่งต่อแผนการของพวกเธอ
เหวินฟู่พอใจกับความคิดของอันจิ่วเม่ยมาก รีบสั่งลูกสะใภ้ให้เตรียมอาหารต้อนรับแขกสำคัญทั้งสอง
อันจิ่วเม่ยตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี ส่วนย่าอัน ก็นั่งเลือกผักคุยเรื่องชาวบ้านกับภรรยาผู้นำหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน
เหวินฟู่เรียกลูกชายทั้งสองมาร่วมวงสนทนาอันจิว่เม่ยรีบฉวยโอกาสถามความเห็นเรื่องความร่วมมือกับหมู่บ้านข้างเคียง พลางคิดในใจว่าหากถูกผู้นำหมู่บ้านปฏิเสธ จะต้องโน้มน้าวอย่างไรดี
เหวินฟู่ ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ แต่ก็อยากลองทดสอบความคิดของสาวน้อยอัจฉริยะตรงหน้าให้แน่ใจ จึงถามด้วยน้ำเสียงกระตุ้น
“เอาล่ะ จิ่วเม่ยลองเล่าแผนของเธอให้ลุงฟังหน่อยสิ ว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”
ดวงตาของอันจิ่วเม่ยป็นประกายวาววับ รู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้โชว์ฝีมือ เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มพรั่งพรูความคิดออกมาอย่างมั่นใจ
“มันง่ายนิดเดียวค่ะ ลุงเหวินเราต้องเป็นฝ่ายรุกก่อน ชิงลงมือก่อนที่คนอื่นจะมาแย่งชิงโอกาสทองนี้ไป”
เธอพูดพลางทำท่าประกอบ “เราควรเชิญหมู่บ้านอื่น ๆ มาร่วมวงด้วย แบบนี้เราก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งงานไป แถมยังการันตีได้ว่าจะมีผักสดๆ ส่งให้สหกรณ์ร้านค้าตลอดเวลาด้วยนะคะ”
อันจิ่วเม่ยหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเสริมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“แต่เราไม่ได้ทำฟรี ๆ นะคะ เราจะเก็บค่าบริการแปดเฟินต่อผักหนึ่งจิ่น เงินทั้งหมดจะเข้าบัญชีของหมู่บ้านเรา พอถึงสิ้นปีก็แบ่งกันตามกฎที่ตั้งไว้ เป็นไงคะ?”
เหวินฟู่ถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความทึ่ง “เยี่ยมไปเลย! ฉันเองก็คิดอยู่ว่าไม่ควรช่วยฟรี ๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะคิดเงินยังไงดี แผนของเธอนี่ดีมาก ๆ เอาตามนี้แหละ!”
อันจิ่วเม่ยสาวน้อยหน้าแดงก้มหน้างุด พูดถ่อมตัวว่า “ทั้งหมดนี้เพราะลุงเหวินใจดีให้โอกาสหนูค่ะ ไม่งั้นหนูคงไม่มีโอกาสได้ทำแน่ ๆ ”
แต่เธอก็ไม่ลืมเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ “แต่ผลผลิตต้องเข้มงวดนะคะ! ส่งคนไปเจรจาก็ต้องให้เขาเลือกผู้ตรวจสอบด้วย ส่วนพวกชอบโกงห้ามรับเด็ดขาด อย่าให้มาทำลายมิตรภาพของเรา”
เหวินฟู่พยักหน้าหงึก ๆ สั่งลูกชายทั้งสอง “พวกนายไปจัดการนะ อย่าลืมบอกเรื่องกำไรแปดเฟินต่อจิ่นให้ชัด ๆ ”
อันจิ่วเม่ยรีบเสริมทันควัน “อย่าลืมทำสัญญาลงนามประทับนิ้วมือด้วยนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”
เหวินฟู่พยักหน้าอีกครั้ง “ใช่แล้ว! ทุกคนต้องรับผิดชอบคุณภาพผักด้วย ถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ การร่วมมือนี้ก็จบกันทันที ไม่ขาดแคลนหมู่บ้านหรอก”
ลูกชายทั้งสองของเหวินฟู่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะรับปากว่าจะรีบออกไปจัดการทุกอย่างแต่เช้าตรู่
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz