ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 423 ไม่มีกำรแยกนำยบ่ำว
ตอนที่ 423 ไม่มีกำรแยกนำยบ่ำว
ครั้นจัดวางชามกับตะเกียบเรียบร้อยแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ให้มั่วชิง
กับอู่จิ้นมากินด้วยกัน เรียกอย่างกระตือรือร้น
“วันนี้เป็นวันสิ้นปี พวกเรามีเงื่อนไขจำกัดก็กินเท่าที่มีนะ กับข้าว
พวกนี้เป็นฝีมือของท่านอ๋อง ทุกคนกินเยอะๆ หน่อย อย่าให้เสีย
ของ”
อู่จิ้นกล้ากินอาหารที่เซียวเหยี่ยนทำเสียที่ไหน นั่งตรงนี้ก็ไม่ค่อย
สะดวกใจ ยืนขึ้นทันที
“ท่านอ๋อง คุณหนู ข้าน้อยจะไปเฝ้าข้างนอก พวกท่านทานเถิด!”
“ไปเฝ้าข้างนอกก็ต้องกินข้าวนะ เราอยู่นอกเมืองหลวงกัน มี
พิธีรีตองมากมายเสียที่ไหน นั่งลงกินด้วยกัน พวกเจ้าก็ลำบากมา
มากแล้ว”
หลิงอวี้จื้อเห็นอู่จิ้นลุกขึ้น ก็ส่งเสียงห้ามทันที
“อู่จิ้น นั่งลงเถิด! ตอนนี้เราอยู่ข้างนอกกัน ไม่มีการแยกนาย
บ่าว”
“ขอรับ นายท่าน”
อู่จิ้นตอบรับด้วยความตกตะลึง เหตุใดวันนี้รู้สึกว่าเจ้านายของ
เขาพูดง่ายเช่นนี้ ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เพียงแต่ให้พวก
เขามากินข้าวร่วมโต๊ะ ซ ้ายังเข้าครัวเองด้วย เรื่องที่แม้แต่ในฝันก็ไม่
มีทางเกิดขึ้น นึกไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริง หลิงอวี้จื้อมีอิทธิพล
ต่อเซียวเหยี่ยนมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
แม้มั่วชิงกับอู่จิ้นจะนั่งลงแล้ว แต่มีเซียวเหยี่ยนนั่งอยู่ข้างๆ ทั้ง
สองคนระมัดระวังกิริยาเป็นอย่างยิ่ง ไม่พูดจาอะไร หลิงอวี้จื้อกลาย
เป็นผู้รักษาบรรยากาศ คุยทักพวกเขาไม่หยุด ข้าวมื้อนี้ เมื่ออยู่ใต้
อิทธิพลของเธอ ก็สามารถกินกันได้อย่างมีความสุข ทำให้อู่จิ้นกับ
มั่วชิงลืมฐานะของตัวเองไปชั่วครู่
กินข้าวเสร็จแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ยกข้าวชามใหญ่มาที่ห้องเก็บของ
เมื่อหมาป่าผีได้รับบาดเจ็บแล้วก็อาการไม่ค่อยดีมาตลอด จิตใจก็
ย ่าแย่มาก อยู่รักษาแผลในห้องเก็บของตลอดมา หลิงอวี้จื้อกลัวว่า
มันจะเป็นอะไรไปอีก จึงไม่ได้ไปรบกวนมัน
เห็นหลิงอวี้จื้อเข้ามา หมาป่าผีก็ร้องเอ๋งหนึ่งครั้ง หลิงอวี้จื้อยื่น
มือไปลูกหัวหมาป่าผี
“เจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง วันนี้เป็นวันสิ้นปี ที่นี่เราไม่มีเนื้อ เจ้ามาร่วม
กินสักหน่อยนะ”
หมาป่าผีเลียมือหลิงอวี้จื้ออย่างสนิทสนม สองสามวันมานี้
หลิงอวี้จื้อส่งข้าวให้มันตลอด ด้วยเหตุนี้หมาป่าผีจึงสนิทกับ
หลิงอวี้จื้อมากขึ้นเยอะ
หลิงอวี้จื้อเอากับข้าววางบนพื้น นั่งยองๆ กับพื้นมองหมาป่าผี
“เจ้ารีบดีขึ้นไวๆ นะ ข้าอยากพาเจ้ากลับเมืองหลวงด้วย เจ้าอยาก
ไปกับข้าและมั่วชิงหรือไม่”
หมาป่าผีร้องเอ๋งอีกครั้ง มุมปากของหลิงอวี้จื้อมีรอยยิ้ม ยื่นมือ
ออกไปลูบหัวหมาป่าผีอีกครั้ง
“รีบกินเข้า ข้าเข้าใจความหมายของเจ้าแล้ว”
หลิงอวี้จื้อจึงนั่งลง อยู่เป็นเพื่อนหมาป่าผีขณะมันกินข้าว ยิ้มร่า
ขณะมองหมาป่าผี มันเป็นผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตเธอ ที่สำนักอู๋จี๋ครั้ง
นั้น ยังดีที่หมาป่าผีช่วยชีวิตเธอไว้ มิเช่นนั้นป่านนี้เธอคงไปพบ
ยมบาลแล้ว
เดิมทีเธอกลัวหมาป่ามาก ตั้งแต่ได้คลุกคลีกับเจ้าหมาป่าผี เธอก็
พบว่าหมาป่าผีน่ารักมาก สิ่งที่น่ากลัวอย่างแท้จริงคือความวิปริต
วิตถารของเจียงสือต่างหาก
การเดินทางมาอำเภอฉางหนิงคราวนี้ คงจำได้แม่นยำไปตลอด
ชีวิต
จางผิงวางยาพิษแก่ชาวบ้านที่ติดเชื้อแล้ว ก็จุดไฟจัดการศพ การ
กระทำเด่นชัดเช่นนี้ อย่างไรก็แพร่กระจายไปในหมู่ชาวบ้านอยู่ดี
คนไม่น้อยเริ่มมีอารมณ์ โวยวายจะไปหาเซียวเหยี่ยน
เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเซียวเหยี่ยน จางผิงย่อมเตรียมการ
ปราบปรามอย่างรุนแรง พวกเขาต่างเป็นคนหยาบ ไม่รู้ว่าควรจะ
ปลอบขวัญชาวบ้านที่ประสบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ใน
ชีวิตอย่างไร หลิงอวี้จื้อกลัวว่าจะเกิดเรื่อง จึงให้จางผิงพาชาวบ้าน
มารวมตัวกัน
เธอสวมชุดเจี๋ยอ่าวสีขาวครีม ผมแค่ปักปิ่นเงินธรรมดาหนึ่งเล่ม
ไม่ลงแป้งที่หน้า ใบหน้าสะอาดเรียบง่าย ท่าทางเคร่งขรึม ยืนอยู่บน
ประตูเมืองตำบลเถาหยวน ตะโกนเสียงดัง
“พ่อแม่พี่น้อง ขอโทษด้วย เรื่องนี้เดิมทีควรบอกพวกเจ้าให้เร็ว
กว่านี้ แต่เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่ พวกเราอยากให้พวกเจ้าผ่านปีใหม่
ไปอย่างสงบสบายใจ ดังนั้นจึงปิดพวกเจ้าไว้ ความรู้สึกของพวกเจ้า
ข้าเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะข้าเองก็เคยเผชิญกับความรู้สึกเช่นนี้มา
ก่อน”
พูดไปหลิงอวี้จื้อก็แทบจะพูดต่อไปได้ยาก เธอสะอื้นเสียงต ่าๆ ดู
แล้วทุกข์ใจอย่างยิ่ง