ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 425 ควรกลับเมืองหลวงแล้ว
ตอนที่ 425 ควรกลับเมืองหลวงแล้ว
มู่หรงนี่อวิ๋นและเซียวเหยี่ยนยืนอยู่อีกด้านหนึ่งในบ้านชาวนา
ทั้งสองต่างมองหลิงอวี้จื้อ มู่หรงนี่อวิ๋นจิ๊ปากอย่างอัศจรรย์ใจ
“หลิงอวี้จื้อนี่พูดเก่งจริงๆ ขนาดข้าฟังแล้วยังเศร้าตาม ที่เมือง
ซูโจวคราวก่อนหลิงอวี้จื้อก็พูดโน้มน้าวพระชายาเช่นนี้ พูด
ประสบการณ์ชีวิตของท่านอ๋องเสียน่าเศร้าเหลือเกิน ราวกับตัวเอง
ไปยืนดูอยู่ข้างๆ อย่างนั้นแหละ”
“ผู้หญิงของข้าย่อมไม่เหมือนใครอยู่แล้ว นี่อวิ๋น เจ้าก็ควรกลับ
เมืองหลวงแล้ว”
“ท่านอ๋องไม่กลับหรือ”
มู่หรงนี่อวิ๋นคิดจะกลับเมืองหลวงจริงๆ เรื่องราวที่นี่จบลงแล้ว
หลิงอวี้จื้อและเซียวเหยี่ยนก็ควรจะต้องกลับแล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อได้
ยินคำนี้ เขาจึงตกใจมาก
“ข้างอยากจะกลับเมืองหลวงกับหลิงอวี้จื้อโดยลำพัง เจ้าตามมา
ด้วยไม่เหมาะ ข้าจะให้คนส่งเจ้ากลับเมืองหลวงไปก่อน มิเช่นนั้น
ท่านมหาเสนาบดีมู่หรงกับไทเฮาคงจะร้อนใจ”
เซียวเหยี่ยนเอ่ยปากเอง มู่หรงนี่อวิ๋นคงหน้าด้านตามไปไม่
สะดวก ประกอบกับการตามไปด้วยคราวนี้ จะต้องเห็นแต่ภาพน่า
รำคาญใจแน่นอน ถึงเวลานั้นต้องมองสองคนพลอดรักหวานซึ้งกัน
เขาดูไปก็คงทุกข์ใจ ไม่มองเสียก็ไม่ต้องเห็น
คิดถึงตรงนี้ มู่หรงนี่อวิ๋นก็รับคำ
“ท่านอ๋องพูดถูก ข้าควรกลับไปแล้วจริง ๆ”
พูดจบมู่หรงนี่อวิ๋นก็เตรียมจะไป เพิ่งหมุนตัวไป เสียงของ
เซียวเหยี่ยนก็แว่วมา
“นี่อวิ๋น หากวันใดมีโอกาส ข้าจะตอบแทนเจ้าแน่นอน”
ถึงแม้จะมิได้ชี้ชัดว่าเป็นเรื่องใด แต่ในใจมู่หรงนี่อวิ๋นกลับรู้ดีว่า
เซียวเหยี่ยนหมายถึงอะไร เขานึกว่าตนเองแอบซ่อนไว้ดีมาก นึกไม่
ถึงว่าเซียวเหยี่ยนจะมองออก แต่คนที่ควรจะรู้เรื่องที่สุดดันไม่รู้เรื่อง
อะไรเลย
มู่หรงนี่อวิ๋นหันมา เก็บซ่อนรอยยิ้มบนดวงตาลูกท้อของเขา
ตอบกลับอย่างจริงจัง
“คำที่ข้าจะพูดต่อไปนี้อาจจะฟังดูกระด้างกระเดื่องไปสักหน่อย
แต่ข้าก็ยังต้องพูด นางเป็นผู้หญิงที่ดี หวังว่าท่านอ๋องจะดูแลนาง
อย่างดี นี่เป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้วขอรับ”
พูดจบมู่หรงนี่อวิ๋นก็จากไป
เซียวเหยี่ยนไม่พูดอะไร เขาย่อมดูแลหลิงอวี้จื้อดีอยู่แล้ว นี่เป็น
ผู้หญิงที่เขายอมรับแล้ว
หลิงอวี้จื้อลงมาจากป้อมกำแพงเมือง ตายังคงแดงอยู่ เซียวเหยี่ยน
ยื่นมือออกมาจับมือเธอ หลิงอวี้จื้อยืนตากลมหนาวอยู่บนนั้นตั้งนาน
มือเย็นเฉียบ เห็นเซียวเหยี่ยนกุมมือเธอ เสียงยังคงขึ้นจมูก
“อย่างไรมือของท่านก็ยังอบอุ่นอยู่ดี”
“อวี้จื้อ เมื่อครู่ลำบากเจ้าแล้ว”
“ไม่ลำบากเพคะ สามารถเปลี่ยนจากสงครามเป็นสันติภาพได้
นั้นดีที่สุดแล้ว ตำบลเถาหยวนชำรุดทรุดโทรมสาหัสแล้ว ไม่อยาก
ให้ตำบลเถาหยวนเกิดเรื่องใดอีกแล้วจริงๆ เรื่องทำนองนี้เป็นเรื่องที่
ข้าถนัด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าดีที่สุดแล้ว เมื่อครู่ข้าไม่ได้แสดง
ละครทั้งหมดนะ ข้านึกถึงหนานเยียนจริงๆ เป็นความรู้สึกที่
แท้จริง”
“ข้าจะแก้แค้นให้หนานเยียน”
“อืม ข้ารู้”
“อวี้จื้อ พวกเราควรกลับเมืองหลวงแล้ว”
“ได้เพคะ”
“เชื่อฟังขนาดนี้เชียว”
หลิงอวี้จื้อเงยหน้า พูดว่า
“หากท่านรังเกียจที่ข้าเชื่อฟังเกินไป เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้อง
กลับแล้วกัน! อยู่ที่ตำบลเล็กๆ นี้จนตราบสิ้นดินฟ้า ข้าได้ทั้งนั้น
อย่างไรก็มีท่านอยู่ ข้าอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”
เซียวเหยี่ยนลูบจมูกหลิงอวี้จื้อ
“เชื่อฟังข้าดีกว่า”
หลิงอวี้จื้อยิ้ม กอดแขนเซียวเหยี่ยนแน่น เมื่อครู่ร้องไห้ไปยก
หนึ่ง รู้สึกสบายใจขึ้นพอสมควร หลายวันมานี้เธอคอยสะกด
อารมณ์ตนเองไว้ตลอด ทั้งตำบลเถาหยวนหดหู่อย่างยิ่ง บรรยากาศ
หดหู่ปกคลุมไปทุกหนแห่ง หวังว่าต่อไปตำบลเถาหยวนจะดีขึ้น
ฟื้นคืนสู่ความสงบสุขโดยเร็ว
ออกมานานขนาดนี้ พวกเขาควรจะกลับไปแล้วจริงๆ และไม่รู้
ว่าตอนนี้สถานการณ์ที่เมืองหลวงเป็นอย่างไร
…..
ณ วังฉางเล่อกง
มู่หรงกวานเย่ว์เอนกายบนเก้าอี้ไม้พะยูงแกะสลักฉลุลาย จุดไม้
จันทน์แดงในห้อง จื่ออียืนบีบนวดไหล่ให้มู่หรงกวานเย่ว์อยู่ข้าง
หลัง มู่หรงกวานเย่ว์หรี่ตาลง ผ่านไปนานถึงเอ่ยขึ้น
“ทางนั้นส่งข่าวคราวอะ