ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 455 รับกำรมีหนึ่งผัวหลำยเมียไม่ได้
“ถึงกัดไม่ได้แต่ก็เปื้อนขี้หนูไปแล้ว”
“ปัดๆ สักหน่อยก็ได้แล้ว”
“…”
หลิงอวี้จื้อรู้สึกหมดคำพูดจะมาต่อเถียง จูจิ่นนี่ใจกว้างใช้ได้
ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ใจกว้าง แต่ขาดการไตร่ตรอง หากพอจะทำได้อย่างที่
จูจิ่นพูด เธอก็คงไม่เป็นทุกข์เช่นนี้ ก็เพราะทำไม่ได้ ถึงได้หงุดหงิด
รำคาญใจอย่างไรเล่า
ขนมแป้งอบรูปดอกเหมยชิ้นนี้ถูกหลิงอวี้จื้อกัดไปคำใหญ่แล้ว
จูจิ่นไม่คิดจะกินต่อ วางขนมแป้งอบรูปดอกเหมยในมือลง กำลังจะ
หยิบชิ้นใหม่
เพิ่งวางลงบนโต๊ะ มู่หรงนี่อวิ๋นก็หยิบขนมแป้งอบรูปดอกเหมย
ชิ้นนั้นไปกินอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองคนมองมู่หรงนี่อวิ๋นอย่าง
ค่อนข้างประหลาดใจ โดยเฉพาะจูจิ่น มองมู่หรงนี่อวิ๋นตาไม่
กะพริบ ตกใจจนพูดไม่ออก
มู่หรงนี่อวิ๋นมองข้ามสายตาของทั้งสองคน เคี้ยวขนมแป้งอบรูป
ดอกเหมยในปากอย่างสำราญใจ
“ขนมแป้งอบนี่ไม่เลว กินไม่เสร็จก็อย่าให้เสียของ มิเช่นนั้นทิ้ง
ไปแล้วเสียดาย”
“ข้าอยู่เมืองหลวงมาตั้งหลายปี ไม่เคยได้ยินเลยว่าคุณชายมู่หรง
เป็นคนมัธยัสถ์ถึงเพียงนี้ แม้แต่ขนมแป้งอบชิ้นเดียวที่คนอื่นกินไป
แล้วก็ยังทำใจทิ้งไม่ได้”
น ้าเสียงของจูจิ่นเจือความประชดประชัน
“เรื่องที่เจ้าไม่เคยได้ยินยังมีอีกมากมาย เรื่องนี้มีอะไรน่าแปลก
หรือ ก่อนนี้ข้าไปอยู่ที่ตำบลเถาหยวนระยะหนึ่ง ช่วงนั้นแม้แต่
เนื้อสัตว์ก็ไม่มีจะกิน ทุกวันกินโจ๊กใสๆ กับผักเล็กน้อย ข้ารู้สึก
ลึกซึ้งเลยว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเห็นใครทำเสียของไม่ได้”
มู่หรงนี่อวิ๋นก็ถือว่าเป็นคนรักสะอาดเช่นกัน ปกติไม่กินของที่
คนอื่นกินแล้วแน่นอน
แต่นั่นเป็นของที่หลิงอวี้จื้อกินไปแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็น
อะไรไป ไม่ทันได้คิดด้วยซ ้า หยิบขึ้นมาก็กินเลย จนกระทั่งพบว่า
สองคนนั้นต่างก็จ้องมองตน เขาถึงได้รู้สึกว่าเสียมารยาทแล้ว เมื่อ
ครู่ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น แทบจะเป็นสัญชาตญาณ
เหตุผลนี้สมเหตุสมผล หลิงอวี้จื้อก็นึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นได้
ชีวิตแต่ละวันลำบากลำบนจริงๆ
มู่หรงนี่อวิ๋นแทบไม่เคยกินอาหารแย่ๆ อย่างนั้นมาก่อน แต่
อย่างไรจูจิ่นก็ยังมีท่าทีแปลกๆ เหมือนมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่เกินไป
หน่อย คล้ายว่ารังเกียจการกระทำของมู่หรงนี่อวิ๋นมาก
เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ นางจึงลุกขึ้นมา ยกไหสุราขึ้นมารินให้
พวกเขาเอง
“ช่วงเวลานั้นลำบากนี่อวิ๋นแล้ว ตอนนี้เจ้าดื่มสุราได้หรือยัง”
“แผลแค่นี้จะไปมีอะไร ดีขึ้นตั้งนานแล้ว รินมา”
จูจิ่นก็เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าตนเองแสดงปฏิกิริยาตอบโต้เกินควร
ไม่นานก็หัวเราะคิกๆ ออกมา สามคนชนจอกกันแล้ว จูจิ่นก็ยิ้ม
พลางพูดว่า
“อวี้จื้อ เรื่องนี้เจ้าก็อย่าโทษอาเหยี่ยนเลยนะ ใจเขาไม่ยินยอม
แน่นอน
หากแตกหักกับไทเฮาตอนนี้ก็ล้วนไม่เป็นผลดีต่อพวกเรา เขาทำ
เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าทำเพื่อเจ้า พวกเราไม่ได้กลัวไทเฮาจะทำอะไร
หรอก แตกหักกันแล้วนางก็ไม่เอาพวกเราไปเชือดเป็นคนแรก แต่
จะเอาเจ้าไปเชือดน่ะสิ”
หลิงอวี้จื้อไม่ได้พูดอะไร เธอรู้ว่าจูจิ่นพูดมีเหตุผลมาก หาก
แตกหักกันแล้ว เธอต้องเป็นกังวลเรื่องชีวิตแน่นอน คนเราล้วนกลัว
คนแกร่ง รังแกคนอ่อนแอ บรรดาคนเหล่านี้ กำลังของเธออ่อนแอ
ที่สุด จะมุ่งเข้ามาจัดการเธอก็เป็นเรื่องปกติ
เหตุผลเหล่านี้เธอไม่เคยคิดถึงมาก่อน เธอมั่นใจมากว่าเมื่อเซียว
เหยี่ยนสู่ขอเฉินปี้กลับจวนมาแล้ว ก็จะให้นางเป็นแค่เครื่องประดับ
จะไม่ทำอะไรนาง
แต่อย่างไรเธอก็ยังอึดอัดใจอยู่ดี ยอมรับคำพูดนั้นทั้งใจ เหตุผล
เข้าใจหมด แต่ทำได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง
เธอจนปัญญาที่จะโน้มน้าวตนเองไม่ให้ถือสา พวกเขาทุกคน
ล้วนรู้สึกว่าเธอทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนี้ก็ไม่โทษพวกเขา
ในเมื่อเธอกับพวกเขาไม่ใช่คนจากโลกเดียวกัน
การมีภรรยาหลายคนในยุคนี้เป็นเรื่องที่นิยมกันมาก และพบเห็น
ได้เป็นประจำ เซียวเหยี่ยนทำได้อย่างที่เขาพูดเช่นนั้น ก็นับว่าเป็น
ผู้ชายที่หาไม่ได้แล้วในยุคนี้ บางทีเธออาจจะโลภเกินไป อย่างไร
เธอก็ยังรับการมีหนึ่งผัวหลายเมียไม่ได้