ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 472 จุมพิตแรกของฮ่องเต้น้อย
เฉินมั่วฉือพุ่งมาตรงหน้าหลิงอวี้จื้อ หากเป็นตอนปกติ หลิงอวี้จื้อ
ต้องถอยหลังไปแน่นอน ตอนนี้เธอขยับไม่ได้ ทำได้เพียงลืมตามอง
เฉินมั่วฉือเท่านั้น ในใจวิตกกังวลสุดขีด ฮ่องเต้น้อยจะทำอะไรกัน
แน่
“ฝ่าบาท หญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกัน พระองค์มีอะไรจะตรัสกับ
หม่อมฉันก็ไม่ต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็ได้เพคะ หูหม่อมฉันดี ได้ยิน
หมดเพคะ”
เฉินมั่วฉือโบกมือ กงกงและเหล่าสาวใช้ต่างถอยไปไกลกว่าสิบ
เมตร ทุกคนต่างก้มหน้า
หลิงอวี้จื้อไม่รู้ว่าเฉินมั่วฉือจะทำอะไร ในใจก็ยิ่งตื่นเต้นกังวล
เจ้าเด็กแสบนี่สมองเบลออีกแล้วใช่ไหม! หากรู้อย่างนี้ก่อนว่า
ตะโกนแล้วจะเรียกเฉินมั่วฉือเข้ามา เธอจะยอมทนไปสองสาม
ชั่วโมงแต่โดยดี
เฉินมั่วฉือมิได้ถอยห่างไปด้วยซ ้า แต่กลับประคองหน้าของ
หลิงอวี้จื้อโดยไม่สนใจใคร
“แม่สาวน้อย เจ้าจะแต่งงานกับท่านอ๋องแล้ว ต่อไปเราเห็นเจ้า ก็
ต้องเรียกเจ้าว่าพระชายา”
“ไม่มีอะไรผิดนี่เพคะ ฝ่าบาท จะทำอะไรเพคะ อย่าทำอะไร
เหลวไหลนะเพคะ พระองค์เป็นถึงประมุขของแคว้นนะเพคะ”
หลิงอวี้จื้อไม่ชินกับการถูกเฉินมั่วฉือลูบหน้าเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง
แต่ก็ขยับไม่ได้ บ้าบอแท้ๆ นึกไม่ถึงว่าจะมอบโอกาสเช่นนี้
ให้กับเฉินมั่วฉือ
“เราเป็นประมุขของแคว้นแล้วอย่างไร เรากลับมีเจ้าไว้ไม่ได้ แม่
สาวน้อย เจ้าว่าเราไม่เข้าใจว่าการรักคนคนหนึ่งเป็นอย่างไร
เรามิได้รั้งมิให้เจ้าแต่งงานกับอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน เรื่องที่เจ้า
ขอร้องเรา เราก็ทำให้ตามที่เจ้าปรารถนาหมดแล้ว เจ้ายังกล้ามาบอก
ว่าเราไม่เข้าใจว่าการรักคนคนหนึ่งเป็นอย่างไรอีกหรือ ตอนนี้เรา
ไม่ได้จะให้เจ้าทำอะไร แต่ให้เจ้าตอบแทนเราสักครั้ง”
“ฝ่าบาทคลายจุดให้หม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ ขอเพียงเป็นเรื่องที่
หม่อมฉันทำได้ หม่อมฉันทำให้แน่นอน ตอนนี้หม่อมฉันเป็นหญิง
ที่กำลังจะแต่งงาน ฝ่าบาทพูดคุยกับหม่อมฉันเช่นนี้ไม่เหมาะสม
อย่างยิ่งเพคะ หากมีคนเห็นเข้า ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงหม่อมฉันจะ
เสียหาย ฝ่าบาทก็จะเสียหายด้วยเพคะ”
“เราไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ที่นี่มีแต่คนของเรา ไม่มีใครกล้าพูด
อะไร”
เฉินมั่วฉือทำหน้าไม่ยี่หระ จู่ๆ ก็โน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากของ
หลิงอวี้จื้อ
หลิงอวี้จื้อมึนงงไปโดยสิ้นเชิง เหมือนโดนไฟช็อตไปทั้งตัว
รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าใส่หัวติดต่อกันห้าครั้ง พระเจ้า นึกไม่ถึงว่าจะโดน
เด็กแสบจูบ ซ ้ายังไม่คิดจะปล่อยเธอด้วย
ถึงแม้เมื่อก่อนเธอจะเคยถ่ายฉากจูบมาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยมีคู่
แสดงที่เด็กขนาดนี้
เฉินมั่วฉือดูเหมือนจะพอใจอย่างยิ่ง จูบหลิงอวี้จื้ออย่างเก้ๆ กังๆ
แต่ก็อ่อนโยน ราวกับว่านี่เป็นขนมหวานที่ถูกปาก ไม่อยากปล่อย
หลิงอวี้จื้อไปเลย หากเธอเป็นของเขาก็ดีสิ ความคิดนี้โผล่ขึ้นมาใน
สมองของเฉินมั่วฉือไม่หยุด
ในที่สุดเฉินมั่วฉือก็ผละจากริมฝีปากของหลิงอวี้จื้อ
หลิงอวี้จื้อเหม่อๆ ลอยๆ ราวกับเป็นก้อนประติมากรรม จ้องเฉินมั่ว
ฉือเขม็งด้วยความโมโห เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกว่าเฉินมั่วฉือล่วง
ละเมิดเธอ
เฉินมั่วฉือมองข้ามโทสะของหลิงอวี้จื้อ อารมณ์ดีสุดขีด ใบหน้า
มีรอยยิ้มพึงใจ
“ริมฝีปากเจ้านุ่มมาก”
หลิงอวี้จื้อโกรธจนแทบกระอักเลือด นุ่มกับผีสิ
“แม่สาวน้อย ข้าไม่เคยจุมพิตใครมาก่อน อยากจุมพิตเจ้าผู้เดียว
เท่านั้น จุมพิตแรกของเรามอบให้เจ้า เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจจริงๆ ว่า
การรักคนคนหนึ่งเป็นอย่างไร เจ้าสอนเรา ต่อไปเราจะเข้าใจเอง”
พูดจบเฉินมั่วฉือก็คลายจุดลมปราณให้หลิงอวี้จื้อ แล้วเดินจาก
ไปโดยไม่หันกลับมา
เฉินมั่วฉือเป็นฮ่องเต้ หลิงอวี้จื้อไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ได้แต่
แอบด่าเขาในใจ ยังดีที่เซียวเหยี่ยนไม่อยู่ มิเช่นนั้นเธอก็ไม่รู้จะ
อธิบายกับเซียวเหยี่ยนอย่างไร
เฉินมั่วฉือเองก็บ้าไปแล้ว ทำไมถึงมัวแต่ลุ่มหลงเธออยู่ได้ ช่าง
เป็นเด็กแก่แดดจริงๆ ไม่ได้ เธอต้องรีบออกจากวังไปห