ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 471 ขาทรุดกันพอดี
ตอนที่ 471 ขาทรุดกันพอดี
“หากข้าจะตาย ข้าก็จะต้องลากเจ้าลงหลุมไปด้วย มียานี้แล้ว ข้า
ไม่เชื่อว่าท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จะกล้าลงมือกับข้า
รับไปเสียดีๆ เถิด อย่างมากสุดเจ้าก็อวยพรให้ข้าอายุยืนร้อยปีแล้ว
กัน มิเช่นนั้นเจ้าก็จะตายเช่นกัน”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ มู่หรงกวานเสวี่ยก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ปล่อยให้หลิงอวี้จื้อยืนอยู่ที่เดิม
หรูเยียนสลบไปแล้ว เธอขยับตัวไม่ได้ หากรอให้จุดลมปราณ
คลายเอง อย่างน้อยต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมง ปล่อยให้เธอยืนตรง
นี้ไม่ขยับเขยื้อนสองสามชั่วโมง ขาคงทรุดพอดี
เมื่อครู่เพิ่งจะระบายความแค้นไปได้ ต่อมาดันเจอเรื่องแบบนี้เข้า
ไปอีก ซวยแท้ๆ
มู่หรงกวานเสวี่ย ไอ้คนจิตวิปริต นางเอาอะไรให้เธอกินกันแน่
เธอต้องกลับไปให้มั่วชิงดูให้เร็วที่สุด หากเป็นพิษปลุกเสกขึ้นมา
จะทำอย่างไร
ในภาพจำของเธอ สำนักอู๋จี๋ไม่มียาพิษที่ปกติทั่วไป ล้วนแต่เป็น
พิษที่ทำให้คนไม่เป็นคน ผีไม่เป็นผี เวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือนเธอก็จะ
ออกเรือนแล้ว ท่านเทวดาอย่างล้อเล่นกับเธออย่างนี้ได้ไหม นึกไม่
ถึงว่าจะแต่งงานสักทีทำไมถึงยากเย็นเพียงนี้ แทบจะไปอัญเชิญพระ
คัมภีร์จากชมพูทวีปได้แล้ว
“ใครก็ได้มาที มีคนบ้างหรือไม่”
หลิงอวี้จื้อแหกปากตะโกน
เพียงแต่ไม่มีใครสักคนตอบกลับมา เห็นได้ชัดว่ามู่หรงกวาน
เสวี่ยจัดการบริเวณนี้เรียบร้อยแล้ว
ไม่ไกลจากโถงทางเดิน เฉินปี้และซูฮว่าแอบอยู่หลังเสา เฉินปี้ได้
ยินบทสนทนาของทั้งสองคนเมื่อครู่นี้แล้ว เห็นหลิงอวี้จื้อถูกป้อน
ยาพิษ นางก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา ถือว่ามู่หรงกวานเสวี่ยได้ระบาย
ความแค้นให้นางแล้ว
“สมน ้าหน้าคุณหนูหลิงจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะไปหาเรื่องเจียงฮูหยิน
เข้า อย่างดีก็ถูกเจียงฮูหยินวางพิษจนตาย”
ซูฮว่าพูดด้วยความรู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
“นางตายไม่ได้หรอก เจียงฮูหยินมิได้มีเจตนาจะเอาชีวิตนาง นี่
จะกลายเป็นโอกาสของข้า”
หวนคิดอีกที ใจเฉินปี้ก็มีแผนการแล้ว
ซู่ฮว่าไม่เข้าใจที่ความหมายของเฉินปี้ ถามต่อ
“คุณหนู คุณหนูคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ หากคุณหนูหลิงเกิด
เรื่อง เช่นนั้นต่อไปพระชายาของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์ก็คือคุณหนูสิเจ้าคะ”
“ตอนนี้นางยังเกิดเรื่องไม่ได้ ยังไม่ได้ใจของท่านอ๋อง ข้าก็เป็น
พระชายาท่านอ๋องไม่ได้ ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง พวกเราไปเถิด! เดิน
อ้อมไป อย่าให้หลิงอวี้จื้อเห็นได้”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
ซู่ฮว่ารับคำ ประคองเฉินปี้เดินออกไปอีกทาง
หลิงอวี้จื้อตะโกนติดต่อกันเป็นสิบครั้งก็ไม่มีคนมา
เธอตะโกนจนเริ่มเหนื่อยแล้ว ปากคอแห้งผาก ขาก็เริ่มเมื่อยล้า
ขณะที่ใจสิ้นหวังแล้ว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาทางนี้ ความหวัง
ในใจเธอจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ตะโกนเสียงดัง
“ทางนี้ ทางนี้…”
ยิ่งเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เธอก็มองเห็นคนที่มาชัดเจนขึ้น ตะลึงงัน
ทันที เวรกรรม นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเฉินมั่วฉือ ช่างเถอะ ไม่ว่าเป็น
ใคร ให้คลายจุดลมปราณเธอก่อนค่อยว่ากัน
เฉินมั่วฉือเร่งฝีเท้าเดินมาตรงหน้าหลิงอวี้จื้อ ทำหน้าขรึม
“อยู่ไกลโพ้นก็ได้ยินเสียงเจ้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ฝ่าบาท ทรงศึกษาศิลปะการต่อสู้มาแล้วมิใช่หรือเพคะ คลายจุด
ลมปราณเป็นหรือไม่เพคะ รีบช่วยหม่อมฉันคลายจุดทีเถิดเพคะ”
หลิงอวี้จื้อปากคอแห้งผาก ไม่มีแรงแล้วจริงๆ กระหายน ้าแทบ
ทนไม่ไหวแล้ว
แต่เฉินมั่วฉือกลับไม่รีบคลายจุดให้หลิงอวี้จื้อ หน้าที่เดิมทีบึ้งตึง
กลับปรากฏรอยยิ้ม
“ใครทำเช่นนี้”
“พระมาตุจฉาของฝ่าบาทน่ะสิเพคะ”
“ครั้งนี้ท่านป้าทำสิ่งที่ตรงใจข้ายิ่งนัก”
หลิงอวี้จื้อด่าฮ่องเต้น้อยในใจหนึ่งยก สมกับเป็นคนครอบครัว
เดียวกัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะชอบเห็นเธอขายหน้า แต่ตอนนี้การคลาย
จุดสำคัญที่สุด หลิงอวี้จื้อยิ้มเอาใจ
“ฝ่าบาทช่วยหม่อมฉันคลายจุดลมปราณก่อนแล้วค่อยคุยเถิดเพ
คะ! หม่อมฉันเจ็บเท้าจะตายอยู่แล้ว”