ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 503 อวี้จื้อผู้ผิดหวัง
ตอนที่ 503 อวี้จื้อผู้ผิดหวัง
เฉินปี้ไปแล้ว มั่วชิงก็เห็นว่าสีหน้าของหลิงอวี้จื้อยังดูไม่ดี ถาม
ว่า
“คุณหนู พวกเรากลับจวนหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่กลับแล้ว ข้างหน้ามิใช่มีโรงเตี๊ยมหรอกหรือ คืนนี้พวกเรา
พักแรมที่โรงเตี๊ยมสักคืน มั่วชิง ข้าอยากอยู่เงียบๆ เจ้าไม่ต้องบอก
เบาะแสของข้าให้ท่านอ๋องทราบ”
หลิงอวี้จื้อรู้ว่าเซียวเหยี่ยนจะต้องมาหาเธอแน่นอน หากกลับ
จวนไปก็จะเจอเซียวเหยี่ยน ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะพบหน้าเซียวเหยี่ยน
อย่างไร หลบหน้าไปเลยแล้วกัน อยากให้ตัวเองสงบสติอารมณ์สัก
หน่อย
มั่วชิงเข้าใจความหมายของหลิงอวี้จื้อ พยักหน้า
“ข้าน้อยรับทราบ”
“เช่นนั้นไปเถิด! ใช่แล้ว เจ้าไปจวนมู่หรงหน่อย ข้าอยากเจอ
นี่อวิ๋น”
มั่วชิงรู้ว่าหลิงอวี้จื้อกับมู่หรงนี่อวิ๋นมีความสัมพันธ์ดีต่อกันมาก
เวลานี้ให้มู่หรงนี่อวิ๋นช่วยเธอคลายเศร้าก็ดี จึงพยักหน้า
สองคนไปโรงเตี๊ยมต้องการห้องห้องเดียว หลิงอวี้จื้อกลับห้อง
แล้ว มั่วชิงก็ไปจวนมู่หรง จากนั้นนางยังต้องไปจวนมหาเสนาบดี
เพื่อไม่ให้หรูเยียนเป็นห่วง
หลิงอวี้จื้อล้างหน้า ล้างแป้งบนใบหน้าออกไปหมด ดีที่
เครื่องสำอางสมัยโบราณล้างออกง่าย ไม่ต้องใช้น ้ายาล้าง
เครื่องสำอางก็สามารถล้างออกไปได้อย่างสบายๆ มิเช่นนั้นตอนนี้
เธอคงกลายเป็นหมีแพนด้าไปแล้ว
ทำเสร็จเรียบร้อย เธอก็ไปนอนเหยียดบนเตียง มองตรงดิ่งไปบน
เพดาน หวนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เผชิญมาทั้งหมด เธอเพียงแต่รู้สึกว่า
เหมือนฝันไป มิหนำซ ้ายังเป็นฝันที่น่ากลัว
ผู้ชายที่เธอรักที่สุดเกลือกกลิ้งบนเตียงกับคนอื่น ซ ้ายังเจอเข้ากับ
ตัวเองอย่างจัง ฝ่ามือยังคงเจ็บเนืองๆ ถึงแม้จะตบเฉินปี้ไปแล้วสอง
ฉาด ใจเธอก็ยังคงไม่เป็นสุข
ดังนั้นปัญหาต่อไปที่เธอต้องเจอคือ ยังต้องการแต่งงานกับเซียว
เหยี่ยนอีกหรือไม่
ถึงแม้เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเซียวเหยี่ยน เป็นเฉินปี้เองที่ฉวย
โอกาสในช่วงที่อ่อนแอ ต่อไปเฉินปี้อยู่ต่อหน้าเซียวเหยี่ยนก็พูด
อะไรไม่ได้อีก
แต่เธอไม่สามารถมั่นใจได้ว่าตัวเองจะรู้สึกโล่งใจกับเรื่องนี้
หรือไม่ หากเฉินปี้ดันโชคดีท้องขึ้นมา ตัวเองจะเผชิญกับเด็กคนนั้น
อย่างไร นั่นจะเป็นหนามยอกอกที่ถอนไม่ออกไปตลอดชีวิต
สุดท้ายก็เลื่อนกำหนดแต่งงานก็ไปแล้วกัน ตอนนี้เธอไม่มีทาง
ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วแต่งงานกับเซียวเหยี่ยนได้ แต่งงาน
ตรงตามเวลาแล้ว ใจเธอก็ไม่สามารถมีความสุข ถึงขนาดไม่
สามารถร่วมหอกับเขาได้ คราใดที่เป็นเช่นนี้ ก็จะนึกถึงฉากที่เพิ่ง
เห็นเมื่อครู่
ขณะที่คิดเพ้อไปต่างๆ นานา เสียงเคาะประตูจากข้างนอกก็ดัง
ขึ้น หลิงอวี้จื้อรู้ว่ามู่หรงนี่อวิ๋นมาแล้ว เธอนอนบนเตียงอย่างไร้
เรี่ยวแรง ตอบรับไปหนึ่งประโยค
“ประตูมิได้ลงกลอน เข้ามาเองได้”
มู่หรงนี่อวิ๋นผลักประตูเข้ามา เห็นหลิงอวี้จื้อนอนอยู่บนเตียง ก็
หยอกล้อว่า
“นี่หมายความว่าอย่างไร นอนบนเตียงแล้วเรียกข้ามาโรงเตี๊ยม
อวี้จื้อ เจ้าคงไม่ได้คิดจะให้ท่าคุณชายท่านนี้หรอกกระมัง! คุณชาย
ท่านนี้มิได้มีสนใจหรอกนะ”
“สมภารยังไม่กินไก่วัดเลย ข้าจะลงมือกับเพื่อนรักได้อย่างไร”
หลิงอวี้จื้อคิดๆ ดูว่านี่เป็นสมัยโบราณ แม้ตนเองกับมู่หรงนี่อวิ๋น
จะเป็นเพื่อนรักกัน แต่ชายหญิงแตกต่าง ตัวเองก็ต้องระวังหน่อย
ด้วยเหตุนี้จึงลุกขึ้นมา นั่งตัวตรง
“เจ้าช่างรวดเร็วเสียจริง กำลังภายในขายอดเยี่ยม”
“ข้าเห็นมั่วชิงสีหน้าไม่ค่อยดี ถามนางก็ไม่บอก เกรงว่าเจ้าจะเกิด
เรื่อง จึงขี่ม้ามา”
มู่หรงนี่อวิ๋นนึกถึงสีหน้าตึงเครียดของมั่วชิง ตอนนั้นจึงรู้สึกว่า
เกิดเรื่องแล้ว ทำอย่างไรมั่วชิงก็ไม่ยอมพูด เขาก็ทำได้เพียงตามมา
ให้เร็วที่สุด
พอมาถึงก็รู้สึกได้ว่าหลิงอวี้จื้อผิดปกติ ปกติหลิงอวี้จื้อจะยิ้มอยู่
เสมอ มีชีวิตชีวามาก ไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้เสียที่ไหน ตอนนี้ขาดก็แค่
ไม่ได้เขียนอักษรว่า ‘อารมณ์ไม่ดี’ บนหน้าเท่านั้น
“พี่สาวอารมณ์ไม่ดี เหม่ออยู่คนเดียวเกรงว่าจะคิดไม่ได้ ดังนั้น
จึงเรียกเจ้ามา สุราก็ไม่ดื่มแล้ว คราวที่แล้วดื่มเมาแล้ว เราดื่มชากัน
สักหน่อยเถิด”