ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 504 เขาก็ไม่สามารถรังแกเจ้าเช่นนี้ได้
มู่หรงนี่อวิ๋นเดาออกแล้วว่าทำไมหลิงอวี้จื้ออารมณ์ไม่ดี ต้องเป็น
เรื่องเกี่ยวข้องกับเฉินปี้แน่นอน
เขาอยากบอกหลิงอวี้จื้อ ความกังวลของเธอจะคลายลงในไม่ช้า
แต่เขาไม่สามารถพูดตรงเกินไปได้ หากหลิงอวี้จื้อรู้ทั้งหมดนี้
จะต้องห้ามปรามแน่ ดังนั้นตอนนี้เขายังไม่สามารถให้หลิงอวี้จื้อรู้
ได้
“เพราะเฉินปี้ใช่หรือไม่ อวี้จื้อ ข้ารู้จักเจ้ามาตั้งนานแล้ว ไม่เคย
เห็นเจ้าก้มหน้าสลดใจเช่นนี้มาก่อน แค่เฉินปี้คนเดียวจะไปสนใจ
อะไร เจ้าจำต้องเอานางมาใส่ใจด้วยหรือ ข้าว่านางไม่มีดวงจะได้เข้า
จวนท่านอ๋องหรอก”
ไม่สามารถพูดอะไรตรงๆ ได้ มู่หรงนี่อวิ๋นได้แต่เตือนหลิงอวี้จื้อ
อ้อมๆ เท่านั้น
วันนี้เขาอยากหาโอกาสลงมือ ทำอย่างไรเฉินปี้ก็ไม่อยู่ในจวน
เดิมทีกะว่าจะเฝ้าตอรอกระต่าย [1] ต่อไป พอมั่วชิงวิ่งมาหา รู้ว่าหลิ
งอวี้จื้ออยากเจอเขา มู่หรงนี่อวิ๋นก็ไม่สนใจอย่างอื่นแล้ว รีบมาทันที
อย่างไรเสียเรื่องนั้น เขาก็ไม่สามารถยืดเวลานานเกินไป สอง
วันนี้ก็จะคลี่คลายได้ ตอนนี้อีกไม่ถึงสิบวันก็จะถึงวันแต่งงานของ
หลิงอวี้จื้อแล้ว เขาต้องรีบทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
หลิงอวี้จื้อหยิบกาน ้าชาจากโต๊ะขึ้นมา รินชาหนึ่งถ้วย เธอหลบ
สายตาลง มองถ้วยชาของตัวเอง ไม่ดื่มและไม่พูดอะไร เนิ่นนานถึง
ได้เอ่ยปากออกมา
“นี่อวิ๋น ข้าถามเจ้า หากถ้วยชานี้มีขี้หนูตกลงไป ชาถ้วยนี้เจ้าจะ
ดื่มหรือไม่ดื่ม”
“ไม่ดื่มแล้ว รินใหม่อีกถ้วย”
มู่หรงนี่อวิ๋นพูดจบก็อดใจไม่ไหว ถามว่า
“เฉินปี้ไม่ถือว่าเป็นขี้หนูที่ตกลงไปในถ้วยชาหรอก อย่างมากก็
เป็นแค่ขี้หนูที่ติดอยู่ข้างถ้วยชา
อยากจะตกลงไปก็ตกลงไปไม่ทัน เช็ดออกก็จบแล้ว ถ้วยชานี้ยัง
ไม่ถูกทำลาย”
ครั้งที่แล้วหลิงอวี้จื้อก็เคยเปรียบเปรยเช่นนี้ ด้งนั้นมู่หรงนี่อวิ๋น
จึงเข้าใจความหมายของหลิงอวี้จื้อ เธอกำลังพูดถึงเฉินปี้ เห็นเธอ
คอยพะวงเรื่องเฉินปี้ จึงยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่นที่จะลงมือช่วยหลิงอวี้จื้อ
หลิงอวี้จื้อหัวเราะอย่างขมขื่น
“ตกลงไปแล้ว”
“นางยังไม่ได้เข้าจวนท่านอ๋องมิใช่หรือ”
หลิงอวี้จื้อถือถ้วยชาในมือแน่นขึ้น จนข้อนิ้วขาวซีด ราวกับจะ
บีบถ้วยให้แตกเป็นผุยผงอย่างไรอย่างนั้น
“วันนี้ข้าไปหาอาเหยี่ยนที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เห็นอาเหยี่ยนกับเฉินปี้กำลัง… อย่างไรเจ้าก็มิใช่หนุ่มน้อยไร้เดียงสา
ควรจะเข้าใจความหมายของข้า”
เรื่องนี้หลิงอวี้จื้อจะไม่บอกคนอื่น แต่มู่หรงนี่อวิ๋นเป็นเพื่อน
สนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันมา ต่อหน้าเขา หลิงอวี้จื้อไม่ต้อง
กังวลอะไรมาก หากไม่พูดออกมาอีก หลิงอวี้จื้อรู้สึกว่าตัวเองคงจะ
อกแตกตาย
มู่หรงนี่อวิ๋นตกใจอย่างยิ่ง เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร เขาอุตส่าห์มี
ความคิดเช่นนั้นแล้ว เฉินปี้กลับชิงนำเขาไปหนึ่งก้าวโดยการมี
ความสัมพันธ์ทางกายกับเซียวเหยี่ยน หรือว่าที่หลิงอวี้จื้อมีปฏิกิริยา
โต้ตอบรุนแรงเช่นนี้ ที่แท้เพราะเกิดเรื่องนี้ขึ้น
“ท่านอ๋องทำกับเจ้าเช่นนี้ได้อย่างไร”
เมื่อมู่หรงนี่อวิ๋นมีสติกลับมาก็รู้สึกโมโหมาก ไม่สนใจสถานะ
ของเซียวเหยี่ยน อ้าปากมาก็ด่าทันที
“เดิมทีเจ้าก็คอยพะวงเรื่องเฉินปี้อยู่แล้ว ท่านอ๋องยังจะร่วมห้อง
กับเฉินปี้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้อีก ทำเกินไปแล้วจริงๆ ถึงแม้
จะเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็ไม่สามารถรังแกเจ้า
เช่นนี้ได้”
“เรื่องนี้ก็โทษเขาไม่ได้ เฉินปี้วางยา มิเช่นนั้นเซียวเหยี่ยนจะแตะ
ต้องตัวนางได้อย่างไร”
ถึงแม้จะหัวร้อน แต่ต่อหน้าคนอื่นหลิงอวี้จื้อก็ปกป้องเซียวเห
ยี่ยนเองโดยไม่รู้ตัว นี่แทบจะกลายเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งแล้ว
“นึกไม่ถึงว่าเฉินปี้จะมีแผนร้ายเช่นนี้ เดิมทีนึกว่านางเป็นถึงกุล
สตรี เข้าใจเรื่องมารยาท จรรยา มีความละอายแก่ใจ นึกไม่ถึงว่าจะ
ไม่รู้จักยางอายถึงเพียงนี้”
ได้ยินเรื่องนี้แล้ว มู่หรงนี่อวิ๋นก็แทบอยากจะบีบคอเฉินปี้เสีย
เดี๋ยวนั้น เดิมทีเขาคิดจะช่วยหลิงอวี้จื้อ คราวนี้แผนของเขาไม่มีทาง
ทำสำเร็จแล้ว สองคนมีความสัมพันธ์ทางกายแล้ว เฉินปี้ได้เข้าไป
อยู่ในจวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลง
อะไรไม่ได้แล้ว