ท่านบัณฑิตเจ้าขา... ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน! - บทที่ 218 สาวใช้คนนี้ต้องการทำอะไร
- Home
- ท่านบัณฑิตเจ้าขา... ข้ามาแต่งแทน พร้อมระบบสุดป่วน!
- บทที่ 218 สาวใช้คนนี้ต้องการทำอะไร
บทที่ 218 สาวใช้คนนี้ต้องการทำอะไร
“ท่านแม่ มีคนงานบางส่วนที่ว่างงานอยู่ ไม่สู้เราจะปลดพวกเขาออกไปเสียเลย อย่างแรกคือจำนวนคนจะได้ลดลง มองดูลานเรือนก็จะสบายตาขึ้น อย่างที่สองเราก็จะได้จ่ายเงินเดือนน้อยลง ไม่ทราบว่าท่านแม่คิดเห็นอย่างไรบ้างคะ”
หลี่เก๋อเฟยค่อยๆ พยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าแค่บอกคุณยายตระกูลซูก็พอ อีกอย่างเรื่องมันยาวเกินไปที่จะอธิบายให้ชัดเจน หลี่เก๋อเฟยก็เลยขี้เกียจที่จะอธิบายให้คุณยายตระกูลซูฟัง
เมื่อคุณยายตระกูลซูได้ฟังเช่นนั้น ใบหน้าก็ไร้อารมณ์ ตอบกลับหลี่เก๋อเฟยอย่างเรียบเฉย
“งั้นก็ทำตามที่เธอว่ามา ปกติเธอก็ทำอะไรไม่ค่อยเด็ดขาด แต่ฉันเชื่อใจเธอ”
ขณะที่พูดประโยคนั้น คุณยายตระกูลซูก็มองหลี่เก๋อเฟย ราวกับต้องการพิสูจน์ให้หลี่เก๋อเฟยเห็นว่าคำพูดนี้เป็นความจริง
ที่จริงคุณยายตระกูลซูก็มีความคิดนี้อยู่แล้ว แต่เพราะช่วงนี้บ้านกำลังยุ่ง คุณยายตระกูลซูจึงไม่ได้พูดออกมา วันนี้เมื่อหลี่เก๋อเฟยเสนอขึ้นมา คุณยายตระกูลซูก็รู้สึกปลื้มใจที่ลูกสะใภ้คนนี้รู้จักดูแลบ้าน
ดังนั้นเรื่องที่คุณยายตระกูลซูคาดการณ์ไว้แล้ว เพียงแต่หลี่เก๋อเฟยเป็นคนพูดออกมาก่อน จึงไม่แสดงสีหน้าอะไรและเห็นด้วยกับที่หลี่เก๋อเฟยพูด
“ดี งั้นคืนนี้ฉันจะทำรายชื่อออกมา พรุ่งนี้เช้าฉันจะรีบจัดการส่งพวกเขากลับไป ส่วนค่าแรงก็จะคำนวณให้พวกเขาเพิ่มอีกสักสองสามวัน”
หลี่เก๋อเฟยมีการวางแผนเรื่องพวกนี้ไว้ในใจนานแล้ว เธอจึงรายงานตรงไปที่คุณยายตระกูลซูเลย
“อืม ดี เธอไม่ต้องมารายงานฉันแล้ว ยังไงก็จัดการตามที่เธอเห็นสมควรก็แล้วกัน”
คุณยายตระกูลซูกำลังรับประทานอาหารอย่างสงบและตอบกลับคำพูดของหลี่เก๋อเฟย ในใจก็คิดถึงเรื่องนี้มานานแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ
“คุณยาย คุณยาย อย่านะคะ”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสาวใช้ข้างๆ คุกเข่าลงและร้องเสียงดังว่า “คุณยายอย่านะคะ”
คุณยายตระกูลซูรู้สึกสงสัยมาก พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นสาวใช้คนที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังชมว่าขยันนั่นเอง
ทำไมตอนนี้ถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนี้
หลี่เก๋อเฟยก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน เธอตกใจ ทำไมสาวใช้คนนี้ถึงได้หุนหันพลันแล่นขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีความประทับใจว่าสาวใช้คนนี้ขยันดี ถ้าให้อยู่ดูแลคุณยายตระกูลซูหลี่เก๋อเฟยก็รู้สึกวางใจมาก
แต่ตอนนี้กลับมาตะโกนแบบนี้ทันที กลับทำให้สาวใช้คนนี้ดูไม่มีมารยาท ทำไมถึงได้ไม่รู้จักกาลเทศะขนาดนี้
“อะไรกัน เธอคิดว่าฉันจะไล่เธอออกงั้นเหรอ ทำไมถึงรีบร้อนตกใจเรียกขนาดนี้ หรือว่าเธออยากออกไปมากนักล่ะ”
สาวใช้คนนั้นเงยหน้าขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว มองไปที่หลี่เก๋อเฟย ดูเหมือนจะกลัวมาก หลังจากมองหลี่เก๋อเฟยแล้ว สาวใช้คนนั้นก็รีบก้มหน้าลงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น”
“หึ งั้นเธอหมายความว่ายังไง หรือว่าเธอคิดว่าฉันไล่สาวใช้ออกแบบสุ่มเลือกไม่กี่คน และอาจจะเลือกเธอด้วยงั้นเหรอ”
ตอนนี้หลี่เก๋อเฟยมองสาวใช้คนนั้นด้วยความไม่พอใจอย่างมาก แต่เดิมคิดว่าสาวใช้คนนี้ขยันขันแข็งดี สามารถเก็บไว้ดูแลคุณยายตระกูลซูได้ แต่กลับมาทำเรื่องหุนหันพลันแล่นแบบนี้ ต่อไปคงไม่ตั้งใจทำงานแล้วสินะ
แต่คุณยายตระกูลซูกลับมีความประทับใจที่ดีต่อสาวใช้คนนี้ ตอนนี้ถึงกับยื่นมือทั้งสองข้างออกไปเตรียมจะพยุงสาวใช้คนนั้นให้ลุกขึ้น
“เธอทำอะไรน่ะ คุณนายใหญ่บ้านของพวกเธอจะไล่สาวใช้ออก ก็แค่ไล่พวกที่ว่างไม่มีอะไรทำหรอก เธอขยันขนาดนี้ จะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะถูกไล่ออก รีบลุกขึ้นเร็วเข้า พื้นเย็น เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้นะ”
คุณยายตระกูลซูปลอบสาวใช้คนเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แต่สาวใช้คนเล็กตอนนี้กำลังสะอื้นไห้จนแทบจะพูดไม่ออก
เมื่อเห็นมือของคุณยายตระกูลซูยื่นมา สาวใช้คนเล็กก็ยื่นมือออกไปคว้ามือทั้งสองข้างของคุณยายตระกูลซูทันที
“คุณยายคะ ฉัน…ฉัน ฉันอยากขอร้องให้คุณนายใหญ่ของบ้านเราเก็บน้องสาวของฉันไว้ วันนี้น้องสาวของฉันทำตัวหุนหันไปหน่อย แต่ที่พูดลับหลังคุณนายใหญ่ก็ไม่ได้ตั้งใจ หวังว่าคุณนายใหญ่จะใจกว้างให้อภัยเธอด้วย เธอก็แค่สาวใช้ตัวน้อยที่อายุยังน้อยนัก ขอร้องคุณนายใหญ่ได้โปรดละเว้นเธอด้วยเถิดค่ะ”
สาวใช้คนเล็กพูดยาวเหยียด ตอนแรกยังสะอื้นไห้พูดติดๆ ขัดๆ จนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอพูดไปเรื่อยๆ เสียงก็ชัดเจนขึ้น คงเพราะต้องการวิงวอนขอความเมตตาให้น้องสาว เธอจึงต้องฝืนพูดให้ชัดเจน
ตอนนี้หลี่เก๋อเฟยถึงได้รู้ว่าสาวใช้คนเล็กต้องการจะพูดอะไร หลี่เก๋อเฟยขมวดคิ้วทันที เรื่องแบบนี้มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนขึ้นหรอกหรือ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เก๋อเฟย เธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”
คุณยายตระกูลซูฟังแล้วงงงวย แต่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับลูกสะใภ้ของตัวเองแน่ๆ จึงหันไปถามหลี่เก๋อเฟยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่หลี่เก๋อเฟยจะพูดอย่างไรดี คำพูดของสาวใช้คนเล็กฟังดูเหมือนว่าตัวเธอในฐานะเจ้านายกำลังรังแกพวกคนรับใช้
หลี่เก๋อเฟยรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้เธอออกมาพูดเองโดยตรง คุณยายตระกูลซูคงจะทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก และกลายเป็นบุญคุณของสาวใช้คนนี้ที่ยอมเก็บคนที่พูดจาใส่ร้ายเธอไว้
หลี่เก๋อเฟยจะยอมให้สาวใช้ที่พูดลับหลังใส่ร้ายเธอมาทำงานรับใช้ได้อย่างไร แบบนี้มีแต่จะเป็นภัยในภายหน้า ถ้าบ้านมีปัญหาอะไรขึ้นมา ก็คงเป็นเพราะพวกสาวใช้พวกนี้ก่อเรื่อง
หลี่เก๋อเฟยได้แต่นิ่งเงียบไม่รู้จะพูดอะไร
“คุณยายคะ ที่จริงแล้วน้องสาวของสาวใช้คนนี้แอบนินทาเรื่องของคุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่อยู่ข้างหลังค่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่เก๋อเฟยรู้สึกเหมือนเจอผู้ช่วยชีวิต จึงหันไปดูว่าใครเป็นคนพูด
พบว่าเป็นสาวใช้ของเธอเอง คนที่ชื่ออวิ่นเอ๋อร์ และเป็นคนเดียวกับที่คืนก่อนไปตามตัวซูจิ่งหยางมาช่วยสถานการณ์
หลี่เก๋อเฟยยิ่งชอบสาวใช้คนนี้มากขึ้นไปอีก
“พูดอะไรบ้างเป็นการเฉพาะ”
“ก็…เขาด่าคุณหนูใหญ่ว่าเป็นคนอ้วนตายซาก แล้วยังบอกว่าคุณชายใหญ่ออกไปครั้งนี้เพราะทะเลาะกับคุณหนูใหญ่ จะออกไปหาอนุภรรยากลับมาค่ะ”
เมื่ออวิ่นเอ๋อร์พูดประโยคสุดท้ายจบ เธอก็ก้มหน้าลงอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่กล้าสบตากับคุณยายตระกูลซู
“อะไรนะ”