พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่ 10 เกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงใหญ่
บทที่ 10 เกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงใหญ่?
บุรุษที่กำลังดิ้นรนพลันชะงักงัน ร่างทั้งร่างแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะบิดร่างดิ้นรนไปมาด้วยความคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิม
“รู้จักกลัวเป็นแล้วรึ?”
เมิ่งซีโจวสาวเท้าเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว พลางเอ่ยต่อว่า “ผู้ใดมีจิตคิดทำร้ายผู้อื่น ผู้นั้นย่อมต้องถูกผู้อื่นทำร้ายตอบแทนคืน ส่วนผู้ใดที่คิดขายคนอื่น สุดท้ายย่อมต้องถูกขายเสียเอง นี่เรียกว่ากแห่งกรรมอย่างไรเล่า”
นางย่อตัวลง พลางเอ่ยเสียงต่ำที่มีเพียงนางกับเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
“ข้าจะช่วยส่งข่าวคราวไปให้ตระกูลเมิ่งแทนเจ้าเอง การค้าครั้งใหญ่นี้…ข้าจะเป็นพ่อบ้านแทนเจ้าอย่างดีเชียวล่ะ”
นี่นาง…ล่วงรู้ถึงความเกี่ยวพันของข้ากับจวนโหวด้วยหรือ?!
ภายในถุงผ้าคลุมสีดำนั้น จางเฉิงประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาดลงกลางร่างติดต่อกันถึงห้าครั้งห้าครา! ตลอดทั่วทั้งร่างของเขาพลันสั่นสะท้านรุนแรง ยามนี้รู้สึกประหนึ่งพบเห็นภูติผี ได้แต่พยายามถัดกายถอยหนีไปกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง!
เมิ่งซีโจวลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยเรียกซ่งซวี่ป๋ายให้เดินตามตนออกไปนอกห้อง ปากก็พลางกล่าวอวยพรอย่างใจดีว่า
“พี่ใหญ่ ท่านจงเสพสุขในกามราคาครั้งนี้ให้เต็มที่เถิด! ข้าขอให้ท่านกลายเป็น ‘เป็ด’ ถูกเชือดที่โด่งดังที่สุดในเมืองนี้~”
ก่อนจะออกจากคฤหาสน์ไป เมิ่งซีโจวยังได้รับถุงเงินที่พ่อบ้านยื่นให้ด้วยความนอบน้อม นางไม่วายกำชับอีกฝ่ายอย่างหนักแน่นว่า
“ต้องจับตาดูสินค้าใหม่นี้ให้จงดีล่ะ บุรุษผู้นี้ช่างใจแข็งแล้วก็ดื้อรั้นนัก”
พ่อบ้านตบอกตนเองพลางตอบรับคำ “ท่านหมอหญิงได้โปรดวางใจเถิด ข้าเองก็เคยอยู่ในวงการนี้มาก่อน ย่อมต้องรู้เล่ห์เหลี่ยมของพวกเขาดี”
รอยยิ้มของเมิ่งซีโจวพลันแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วนางก็ไม่รอช้า รีบออกจากคฤหาสน์แห่งนั้นมาพร้อมกับซ่งซวี่ป๋ายทันที
ซ่งซวี่ป๋ายรอดพ้นภัยอันตรายมาได้ครานี้ เขารู้สึกราวได้เกิดใหม่อีกครั้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ร้องถามเมิ่งซีโจวขึ้นด้วยความฉงนใจ
“จริงสิ ข้ายังมิได้ถามพี่เมิ่งเลยว่า เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?”
เมิ่งซีโจวกระโดดขึ้นไปขี่บนหลังม้า พลางเอ่ยตอบกระชับสั้นแต่ได้ใจความว่า
“ชะตามิต่างจากเจ้า”
ซ่งซวี่ป๋ายถึงกับตกตะลึง ได้แต่ร้องถามออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“หรือว่า…มารดาของท่านพี่เมิ่งก็ถูกคนลอบทำร้ายเช่นกันอย่างนั้นรึ?”
เมิ่งซีโจวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้าพูดกลับด้านกันแล้ว เป็นข้าต่างหากที่โดน…”
ซ่งซวี่ป๋าย: ??
“ประเดี๋ยวก่อน!”
เมิ่งซีโจวพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของนางพลันผันเปลี่ยนทันใด ร้องถามอีกฝ่ายกลับไปว่า “เกิดเรื่องอันใดกับองค์หญิงใหญ่ขึ้นอย่างนั้นรึ?”
ใบหน้าของซ่งซวี่ป๋ายพลันหม่นหมองลงในชั่วพริบตา ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ท่านแม่ถูกข้าศึกจับตัวไปจากสนามรบ! องค์รัชทายาทพี่ชายไล่ตามออกไปสืบข่าว จึงได้รู้ว่าพวกมันนำตัวท่านแม่มาขายในละแวกนี้ ข้าจึงได้ออกมาตามมาหาท่านแม่… แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า กลับเป็นตัวข้าที่ถูกจับมาขายด้วยเช่นกัน…”
“ถูกจับตัว… แล้วยังถูกนำมาขายด้วยรึ?”
เมิ่งซีโจวขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกของนางคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดแปลกแฝงอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าอย่างไร เรื่องก็ไม่น่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้
องค์หญิงใหญ่ทรงเติบใหญ่ขึ้นในค่ายทหารมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพสตรีเพียงหนึ่งเดียวแห่งราชสำนักนี้ ทั้งเชี่ยวชาญยุทธ์ กล้าหาญเหนือผู้ใด ใช้กลศึกได้ช่ำชองดุจเทพ! จะให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูท่ามกลางทัพนับหมื่นนั้น ย่อมแทบจะเป็นไปมิได้เลย! แต่ต่อให้ถูกจับตัวได้จริง ศัตรูย่อมต้องใช้พระนางเป็นตัวประกัน ชีวิตของพระนางย่อมล้ำค่าประหนึ่งอัญมณีหายาก ศัตรูย่อมต้องฉวยโอกาสนี้ใช้นางเข้ากดดันราชสำนัก เรียกร้องค่าไถ่ตัวจำนวนมหาศาล หรือกระทั่งเรียกร้องแผ่นดินยังได้ด้วยซ้ำไป! แล้วไฉนจะกลับเอาตัวประกันชั้นยอดมาขายเสียได้เล่า?
เรื่องนี้ดูประหนึ่งว่า…มีใครสักคนจงใจปองร้ายองค์หญิงใหญ่ หมายก่อความปั่นป่วนในศึก แล้วโยนความผิดให้แก่ฝ่ายศัตรู!
เมิ่งซีโจวลูบไล้บังเหียนหยาบกระด้าง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างยามราตรี
“เกรงว่า…นี่คงจะไม่ใช่ภัยจากภายนอกแล้ว หากแต่เป็นเภทภัยจากภายในต่างหาก”
“พี่เมิ่ง! เหตุใดคำพูดของท่านจึงได้ตรงกับที่ท่านพี่รัชทายาทตรัสไว้ทุกประการเล่า!” ซ่งซวี่ป๋ายเอ่ยกระซิบเสียงต่ำด้วยความตกตะลึง
เมิ่งซีโจวปรายตามองไปทางซ่งซวี่ป๋าย เดิมทีองค์รัชทายาทย่อมต้องจัดกำลังองครักษ์มาคอยคุ้มกันโอรสเพียงผู้เดียวขององค์หญิงใหญ่อย่างแน่นหนา ทว่าเขากลับถูกลักพาตัวไปขายได้เช่นนี้ นี่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ลงมือย่อมมีฝีมือร้ายกาจไม่น้อย แม้แต่องครักษ์ใกล้ชิดขององค์รัชทายาทยังถูกซื้อตัวไปได้ เพียงแต่ยังมิอาจทราบว่า ผู้ที่ลงมือทำร้ายองค์หญิงใหญ่กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุครั้งนี้…จะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่
เบื้องหลังผู้บงการยังมิอาจยืนยันชัดเจนได้ ทว่าในยามนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ จำต้องตามหาตัวองค์หญิงใหญ่ให้พบเสียก่อน!
นางข่มจิตใจให้สงบเยือกเย็นลง แล้วจึงตั้งสติตนเองให้มั่น พลางรื้อฟื้นความทรงจำเดิมอย่างรวดเร็ว — ระยะนี้หมู่บ้านเสี่ยวเหอและหมู่บ้านใกล้เคียง มีตระกูลใดที่เพิ่งรับสะใภ้ใหม่เข้าบ้านบ้างหรือไม่
ในดินแดนท่ามกลางหุบเขาเช่นนี้ การซื้อภรรยาเข้าบ้านนับเป็นเรื่องใหญ่ ย่อมจะต้องมีการจัดพิธีมงคลเฉลิมฉลองขึ้นแน่ หากองค์หญิงใหญ่ถูกขายมายังละแวกนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ตัวนางจะมิได้ยินข่าวคราวเลยสักนิด
ทันใดนั้นเอง! ความคิดอันน่าสะพรึงประหนึ่งสายฟ้าฟาด ก็พลันผ่าแล่นเข้าสู่ห้วงมโนสำนึกของนาง!
เมื่อชาติปางก่อน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้ บุตรชายของผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านถู่โพซึ่งอยู่ข้างเคียงกันนี้ ได้สิ้นชีวิตไปอย่างกะทันหัน! ผู้ใหญ่บ้านเ่าผู้นั้นจึงได้ตรากตรำอย่างสุดกำลัง ทุ่มเททรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก เพื่อสรรหาภรรยาแต่งเข้าร่วมสุสานให้แก่บุตรชายที่เสียชีวิตไป — สตรีผู้นั้นจำต้องมีรูปโฉมงดงามล้ำเลิศเหนือผู้คน เรือนร่างกำยำแข็งแกร่ง เมื่อจากไปสู่ปรโลกแล้ว นางย่อมจะได้เป็นทั้งภรรยา ทั้งยังสามารถคุ้มครองปกป้องบุตรชายของเขาอีกด้วย!
คุณสมบัติเช่นนี้… หาใช่ตรงกับองค์หญิงใหญ่ทุกประการหรอกหรือ?!
สตรีใดเมื่อถูกจับแต่งร่วมสุสาน ย่อมต้องถูกฝังทั้งเป็นเคียงข้าง ‘สามี’ ผู้ล่วงลับ! ภายในโลงศพอันคับแคบ ที่ทั้งมืดมิดและอับชื้นขาดแคลนอากาศ สตรีนั้นย่อมต้องถูกบีบให้สิ้นลมหายใจตามไป ทั้งนี้เพื่อให้ร่างไร้วิญญาณของนางคงสภาพสมบูรณ์ไร้ที่ติ!
หัวใจของเมิ่งซีโจวพลันจมดิ่งลึกสู่หุบเหว! นางรีบร้อนขบคิดอย่างเอาเป็นเอาตาย — บุตรชายผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านข้างเคียงกันนั้น ถูกนำร่างไปฝังเมื่อใดกันแน่…