Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 11

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 11
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อันที่จริง อาการปั่วยของอี๋หนิงไม่รุนแรงนัก เมื่อ

ไข้ลดก็ดีขึ้นมาก นางอยากไปขอบคุณหลัวเซิ่นหย่

วน อย่างน้อยเขาก็ช่วยนางไว้ ทว่ายังไร้โอกาสแต่

กลับเป็นหลัวเฉิงจางที่ให้สาวใช้ส่งเครื่องบำรุง

ร่างกายเข้ามา

เพื่อแสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อบุตรสาวคนเล็ก

ทุกวันเขายังยืนกรานมาเยี่ยมนางด้วยตนเอง ยืน

หยัดอยู่นานสี่ห้าวัน ทุกวันล้วนเอาเครื่องบำรุง

ร่างกายติดไม้ติดมือมาด้วย

หลังจากอี๋หนิงหายปั่วยก็สวมใส่เสื้อผ้าอย่าง

อบอุ่น นั่งอยู่ข้างโต๊ะมองเสวี่ยจือที่กำลังปักผ้าให้

นาง นางมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราว

คิมหันต์ใกล้มาเยือนแล้ว ต้นไห่ถังด้านนอกกำลัง

ออกดอกบานสะพรั่ง

หลัวอี๋ซิ่วมาหานางเพื่อออกไปเล่นที่ลานกว้าง

บอกว่าต้นไห่ถังที่ลานกว้างของจวนฝังประจิม

กำลังออกดอกดุจหิมะสีชมพู ซ้อนทับเป็นชั้น ๆ

งดงามยิ่งนัก

เสวี่ยจือ ซงจือ และเหล่าสาวใช้ต่างหอบหิ้วพัด

กลม เก้าอี้ รวมไปถึงสิ่งของต่าง ๆ ติดตามบรรพ

บุรุษน้อยทั้งสองไปชมบุปผา หลัวอี๋ซิ่วเดินพลาง

กล่าว “พี่หญิงสี่สิถึงจะน่าสงสาร ทั้งวันถูกท่าน

แม่กักตัวให้อยู่แต่ในเรือนต้องเรียนการเย็บปักถัก

ร้อย การดูแลเรือน ท่านแม่ยังไปหารือกับท่านย่า

เพื่อจัดการเรื่องการหมั้นหมายของนางให้

เรียบร้อย” คุณหนูหลัวอี๋ซิ่วผู้นี้ชื่นชอบการเอา

เรื่องที่ผู้ใหญ่พูดมาเล่าสู่กันฟังยิ่งนัก ถือเป็น

ความลับที่เอามาซุบซิบเล่าให้อี๋หนิงฟัง

ปีนี้หลัวอี๋อวี้อายุสิบสามปีแล้ว สามารถพูดถึง

เรื่องหมั้นหมายได้แล้ว

“พี่หญิงสี่หมั้นหมายแล้วหรือ” อี๋หนิงเอ่ยถาม

หลัวอี๋ซิ่วโคลงศีรษะ “ท่านแม่สนใจคุณชายรอง

แห่งตระกูลเฉิงมากตระกูลเฉิงที่เคยมีเก๋อเหล่า

[1] ตระกูลนั้น ภูมิหลังของคุณชายรองเป็น

ตระกูลที่มีชื่อเสียง ท่านตาเป็นถึงอิงกั๋วกง ทั้งยัง

เป็นจวี่เหรินตั้งแต่เยาว์วัย ต่อไปก็จะขึ้นเป็นจิ้

นซื่อ ท่านย่าเกรงว่าเขาจะดูถูกพี่หญิงสี่ของพวก

เรา ดังนั้นจึงสนใจคุณชายของรองเจ้าเมือง

ตระกูลหลิวมากกว่า ท่านย่ากล่าวว่าเขาเป็นคน

สุขุม พึ่งพาได้ ทั้งยังไม่มีพี่น้อง หากพี่หญิงสี่แต่ง

เข้าไปก็เท่ากับไปเสพสุข

“ความเห็นของพวกนางทั้งสองคนไม่ตรงกัน

ตัดสินใจไม่ได้ พี่หญิงสี่เอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้องทั้ง

วัน น่ารำคาญยิ่งนัก” หลัวอี๋ซิ่วกลอกตา กระซิบ

เสียงเบา “นางชอบคุณชายรองเฉิง”

เด็กน้อยทั้งสองเดินไปพูดคุยไปตลอดทาง กระทั่ง

เดินจนสุดทางปั่าไห่ถังโดยไม่รู้ตัว อี๋หนิงเห็น

ด้านหน้ามีเรือนอยู่หลังหนึ่ง ในเรือนมีต้นผีผา

[2]ซึ่งกำลังออกผลดก กิ่งไม้แบกรับนํ้าหนักจน

โน้มออกนอกกำแพง

เมื่อหลัวอี๋ซิ่วเห็นก็ดีใจ “อี๋หนิง ที่นี่มีต้นผีผาด้วย

พวกเราไปเก็บกันสักหน่อยเถิด”

อี๋หนิงมองผลสีเหลืองมันวาวซึ่งออกเต็มกิ่ง มอง

ไปก็ช่างดึงดูดใจยิ่งนักหากเก็บกลับไปก็สามารถ

ทำผีผากวนได้ เหล่าสาวใช้เห็นว่ากิ่งไม้ไม่สูงมาก

จึงไม่ได้ขัดขวางบรรพบุรุษน้อยทั้งสอง

อี๋หนิงกับหลัวอี๋ซิ่วเล่นกันอย่างสนุกสนาน เก็บไป

เป็นจำนวนมากคิดจะเอาไปฝากฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

จึงเก็บใส่ห่อผ้าเล็ก ๆ จนเต็ม นางหยิบให้เสวี่ยจือ

ดู “มีตั้งมากมาย กลับไปจะแบ่งให้พวกเจ้าได้ลิ้ม

รส!”

แต่นางกลับเห็นเสวี่ยจือมีสีหน้าแปลกพิกล เสวี่

ยจือกระซิบเสียงเบา“คุณหนูเจ็ด ท่านหันกลับไป

ดูสิเจ้าคะ”

อี๋หนิงหอบผลผีผาเต็มแขน หมุนตัวกลับไปก็เห็น

หลัวเซิ่นหย่วนและบ่าวรับใช้ยืนอยู่ไม่ไกล กำลัง

มองมาที่พวกนาง

อี๋หนิงชะงักเล็กน้อย เหตุใดหลัวเซิ่นหย่วนถึงมา

อยู่ตรงนี้ นางกำลังอยากขอบคุณเขาจึงหอบผลผี

ผาวิ่งเข้าไป คลี่ยิ้มกล่าวว่า “พี่ชายสาม ข้ากำลัง

จะไปหาท่านพอดี”

มุมปากของหลัวเซิ่นหย่วนกระตุกเล็กน้อย “เหตุ

ใดจึงมาหาข้า”

อี๋หนิงเอ่ย “ท่านช่วยข้าไว้ อย่างไรข้าก็ต้อง

ขอบคุณท่าน!” นางคล้ายคิดสิ่งใดขึ้นมาได้ จึง

หยิบผลผีผาออกมาจากในห่อผ้า “พี่ชายสาม

ผลไม้เหล่านี้ข้ามอบให้ท่าน ถือเป็นการตอบแทน

บุญคุณที่ท่านช่วยข้าไว้”

หลัวเซิ่นหย่วนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือออกไป

ช้า ๆ มือเล็ก ๆ ของอี๋หนิงพยายามหยิบผลผีผา

ออกมากำใหญ่ วางลงบนมือของหลัวเซิ่นหย่วน

เขากำผลผีผาเบา ๆ ทว่าอี๋หนิงซึ่งมองเห็นรอย

แผลเป็นนั้นชะงักนิ่งไป

จากนั้นนางก็ได้ยินนํ้าเสียงสงบนิ่งของเขาดังขึ้น

เหนือศีรษะ “หยิบของผู้อื่นมาแสดงความ

ขอบคุณเขา น้องสาวเจ็ด เจ้าก้าวหน้าขึ้นแล้ว”

อี๋หนิงคล้ายไม่ค่อยเข้าใจ

อันใดคือที่เรียกว่าหยิบของผู้อื่น เขาหมายความ

ว่าอย่างไร

ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับไม่พูดสิ่งใดอีก เพียงรับ

ผลไม้ของนางไว้แล้วพาบ่าวรับใช้เดินเข้าไปใน

เรือนหลังนั้น จากนั้นประตูเรือนก็ปิดลง

เสวี่ยจือมองอี๋หนิงทำเรื่องโง่เขลาแต่ไม่อาจ

ขัดขวาง กระทั่งร่างเจ้าของเรือนหายลับไปจึงรีบ

วิ่งไปหยุดข้างกายอี๋หนิง “คุณหนูเจ็ด เรือนหลัง

นั้นเป็นของคุณชายสาม ต้นผีผาต้นนั้นก็คงเป็น

คุณชายสามที่ปลูกไว้ ไม่ง่ายเลยกว่าจะออกผล

ท่านจะแอบเก็บก็ช่างเถิด แต่กลับมอบให้เขา…

บ่าวอยากเตือนแต่ท่านวิ่งเร็วยิ่งนัก”

หลังจากอี๋หนิงฟังจบก็นิ่งอยู่นาน

ที่แท้เมื่อครู่ที่พี่ชายสามยืนมองพวกนางจาก

ระยะไกลโดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจา เป็นเพราะพวก

นางกำลังขโมยผลไม้ของเขา

เมื่อเห็นหลัวอี๋ซิ่วที่ยังยืนเก็บผลผีผาด้วยสีหน้ามี

ความสุข อี๋หนิงก็เดินเข้าไปดึงสายรัดเอวของนาง

พลางเอ่ย “พี่หญิงห้า พวกเราควรกลับได้แล้ว”

ดวงหน้ารูปไข่ของหลัวอี๋ซิ่วแดงกํ่า กำลังเล่นอย่าง

สนุกสนาน “อี๋หนิงเจ้ารีบร้อนอันใด มองด้านบน

สิ ยังมีผลใหญ่อีกเยอะแยะ ข้าจะเก็บลงมาให้

หมด”

อี๋หนิงแค้นเคืองที่เหล็กไม่อาจเป็นเหล็กกล้า “พี่

หญิงห้า เมื่อครู่พวกเราถูกเจ้าของจับได้แล้ว ท่าน

รู้หรือไม่”

สีหน้าหลัวอี๋ซิ่วเต็มไปด้วยความมึนงง “อ๋า อะไร

คือถูกจับได้แล้ว”

อี๋หนิงรู้สึกว่าตนเองเล่นเป็นเพื่อนเด็กน้อยเช่นนี้

นานไปก็ยิ่งใช้ชีวิตเหมือนเป็นเด็กแล้ว เห็นที

ภาพลักษณ์ของตนในใจของหลัวเซิ่นหย่วนคง

ตกตํ่าลงอีกพันจั้ง

ทันใดนั้นก็มีเสียงเปิดประตูเรือน บ่าวรับใช้ที่เมื่อ

สักครู่อยู่กับหลัวเซิ่นหย่วนเดินออกมาจากด้านใน

ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าพวกนาง เอ่ยด้วยความ

นอบน้อม “คุณหนูห้า คุณหนูเจ็ด คุณชายสาม

เชิญพวกท่านทั้งสองคนเข้าไปด้านในเพื่อดื่มชา

แล้วค่อยกลับไปขอรับ”

หลัวอี๋ซิ่วคิดแล้วกระโดดลงจากเก้าอี้เล็ก “ข้า

กำลังกระหายอยู่พอดีไป อี๋หนิง ไปขอนํ้าพี่ชาย

สามเจ้าดื่มสักถ้วย”

นางกล่าวจบก็ดึงอี๋หนิงเดินเข้าไปในเรือน บริเวณ

ลานกว้างถูกเก็บกวาดเรียบร้อย แม้จะเล็กแต่ก็มี

การปลูกต้นว่านพุ่มที่ออกใบเขียวสดตลอดทั้งปี

เรียงรายตามทางเดินหิน ต้นไห่ถังหลายต้นกำลัง

ออกดอกบานสะพรั่ง อี๋หนิงเพียงมองก็เห็นพี่ชาย

สามของตนกำลังนั่งอยู่ในห้องโถง ด้านหน้ามีถ้วย

นํ้าชาวางอยู่สองถ้วย ส่วนตัวเขาเองกำลังอ่าน

หนังสือ

“พวกเจ้าคงกระหายแล้ว ดื่มเถิด” หลัวเซิ่นหย่

วนชี้ไปยังถ้วยชา

หลัวอี๋ซิ่วยกถ้วยชาขึ้น จากนั้นพลันตระหนักได้ว่า

อี๋หนิงกับพี่ชายคนนี้ของนางไม่ลงรอยกันมาช้า

นาน จึงได้ลอบมองอี๋หนิงอย่างระมัดระวัง

อี๋หนิงยกถ้วยชาขึ้นดื่มจนหมดถ้วยด้วยสีหน้าสงบ

นิ่ง “ขอบคุณพี่ชายสามสำหรับนํ้าชา”

“ไม่จำเป็น” เขาพูดสองคำแล้วก้มหน้าลงไปอ่าน

ม้วนหนังสืออีกครั้งช่างถนอมคำพูดดุจทองคำ

อี๋หนิงมองเขายามเขาก้มศีรษะ ขนตาที่หลุบตํ่า

ยาวมาก เส้นตรงดำขลับดุจหางวิหคดำ ใบหน้า

ด้านข้างหล่อเหลาน่ามองอย่างยิ่ง เขาดูเก็บตัวไม่

ยี่หระต่อสิ่งใด

อี๋หนิงมองเรือนของเขา เมื่อเทียบกับเรือนที่นาง

พำนักถือว่าสมถะเรียบง่ายไปหน่อย บนชั้นไม้

พะยูงหอมมีเพียงกระถางต้นไม้จัดวางอยู่ไม่กี่

กระถาง ในเรือนมีบ่าวหญิงชราและบ่าวรับใช้อีก

สองคนคอยปรนนิบัติเท่านั้นแต่สำหรับเด็กน้อย

อี๋หนิง แค่สาวใช้ใหญ่ก็นับได้ถึงสี่คนแล้ว หากนับ

รวมกันทั้งหมด อย่างไรก็ต้องมีถึงยี่สิบคน ส่วน

เขาใช้ชีวิตอย่างขัดสน ทว่ากลับคล้ายไม่ใส่ใจ

อี๋หนิงมองภาพพู่กันที่แขวนอยู่บนผนัง ชื่อที่ลง

นามคือหวยจือ เขียนในปีปิงจือ

หวยจือเป็นอักษรของหลัวเซิ่นหย่วน อี๋หนิงยัง

จดจำได้ ลายเส้นอักษรของภาพนั้นดูคุ้นตายิ่ง อี๋ห

นิงพลันคิดถึงแบบอักษรที่หลัวเซิ่นหย่วนมอบให้

ตนลายเส้นก็เป็นเช่นนี้

ที่แท้แบบอักษรที่มอบให้นางก็เป็นเขาที่ลงมือ

เขียนใช่หรือไม่

ขณะที่อี๋หนิงกำลังใคร่ครวญอยู่ก็ได้ยินเขาถาม

“อาการปั่วยดีขึ้นหรือยัง”

อี๋หนิงเงยหน้าก็พบว่าพี่ชายสามผู้ถนอมวาจาดุจ

ทองคำกำลังมองนางนางรู้สึกตื่นตระหนกที่พลัน

ได้รับความเอ็นดูขึ้นมา

“อืม…เกือบเป็นปกติแล้ว” อี๋หนิงตอบอย่าง

คลุมเครือ จากนั้นนางก็พบว่าหลัวเซิ่นหย่วน

คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทว่าไม่นานก็หายไปอย่าง

รวดเร็วอี๋หนิงรู้สึกว่ายามที่เขายิ้มช่างน่ามองยิ่ง

นัก คิ้วและดวงตาซึ่งมืดมนราวกับละลายเป็นนํ้า

หมึก อบอวลไปด้วยความอบอุ่น

“เจ้าชอบกินผลผีผาหรือ” เขาถามเสียงราบเรียบ

ชอบหรือไม่ชอบ อันที่จริงไม่อาจกล่าวได้ หาก

ต้องติดอยู่ในปินนานกว่ายี่สิบปี ไม่ว่าจะเป็นอะไร

ก็ชอบกินทั้งนั้น อี๋หนิงครุ่นคิดก่อนจะตอบ “ข้า

ชอบกินของอร่อย ไม่ว่าอะไรอร่อยข้าล้วนชื่น

ชอบ”

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ได้ถามอะไรนางอีก เพียงก้ม

ศีรษะอ่านหนังสืออีกครั้ง

หลัวอี๋ซิ่วดื่มชาหมดไปสองสามถ้วยก็เริ่มอยู่ที่นี่ต่อ

ไม่ได้ เดินมาดึงนางกลับ “อี๋หนิง พวกเรารีบกลับ

เถิด! อีกครู่หากเกินเวลาข้าจะต้องถูกตำหนิแล้ว”

อี๋หนิงเก็บความคิดกลับ คลี่ยิ้มให้หลัวเซิ่นหย่วน

“พี่ชายสาม เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน”

เด็กน้อยทั้งสองเดินจูงมือกันออกจากเรือนเขาไป

หลัวเซิ่นหย่วนมองพวกนางเดินจากไปไกล

จากนั้นถึงสั่งการบ่าวรับใช้ “เจ้าเก็บพวกผลผีผา

เหล่านั้นให้มากหน่อยแล้วส่งไปที่เรือนของท่าน

ย่า”

บ่าวรับใช้รับคำ ทว่าหลังจากครุ่นคิดก็กระซิบ

ถาม “คุณชายสาม หากท่านส่งไป ฮูหยินผู้เฒ่าก็

ไม่มีทางรับไว้หรอกขอรับ”

มุมปากของหลัวเซิ่นหย่วนขบเม้มเล็กน้อย กล่าว

เสียงตํ่า “เด็กน้อยชอบ เจ้าส่งไปก็พอแล้ว”

วันรุ่งขึ้น ขณะที่อี๋หนิงกำลังเรียนเดินหมากกับฮู

หยินผู้เฒ่าหลัว สวีมามาก็เดินเข้ามา “…คุณชาย

สามส่งผลผีผาเข้ามาจำนวนมาก กล่าวว่าหาก

ภายหลังคุณหนูเจ็ดอยากกินอีกก็ให้บอกเขา ไม่

ต้องไปเก็บเองเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวปรายตามองหลานสาวปราดหนึ่ง

“เมื่อวานผลผีผาเหล่านั้นเก็บมาจากเรือนพี่ชาย

สามของเจ้าหรือ”

อี๋หนิงผงกศีรษะด้วยอาการนิ่งเฉย ชี้ไปที่กระดาน

หมาก “ท่านย่าหมากตัวนี้โดนข้ากินแล้ว”

ในที่สุดตะกร้าผลผีผาเล็ก ๆ ที่หลัวเซิ่นหย่วนส่ง

มาก็ไม่ได้ถูกฮูหยินผู้เฒ่าหลัวส่งกลับ อี๋หนิงกินอยู่

สองวันกว่าจะหมด ปากเต็มไปด้วยรสเปรี้ยวรู้สึก

ว่าตนเองคงไม่อยากกินผลผีผาไปอีกสักระยะหนึ่ง

ตั้งแต่มีเรื่องการส่งผลผีผา อี๋หนิงก็พบว่าฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวปฏิบัติต่อหลัวเซิ่นหย่วนแตกต่างไปจาก

เดิม

ช่วงกลางวันวันนั้น นางกลับมาจากการไปเรียนที่

ศาลาสดับลม จากนั้นก็เห็นหลัวเซิ่นหย่วนกำลัง

นั่งรอฮูหยินผู้เฒ่าหลัวอยู่

อี๋หนิงถึงกับตกใจ ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้

เปลี่ยนเป็นดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกวักมือเรียกนาง กล่าวกับนางว่า

“ข้าเรียกพี่ชายสามของเจ้ามาก็เพราะอยากให้

ช่วยสอนเจ้าฝึกอักษร ตัวอักษรของเขาเขียนได้ดี

ยิ่ง”

หลัวเซิ่นหย่วนซึ่งกำลังดื่มชาผงกศีรษะให้นาง

“น้องสาวเจ็ด”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวสั่งการเสร็จก็จะไปนอนพัก

กลางวัน นางชี้ไปที่อี๋หนิง“เจ้าสอนนางให้ดี วันนี้

ต้องเขียนบทความ ‘กำแพงสีชาด’ ออกมาให้ดี

ไม่เช่นนั้นห้ามนอนกลางวัน”

อี๋หนิงทำได้เพียงเก็บพู่กันและแท่งหมึก ปันหน้า

กลัดกลุ้มเดินเข้าไปในห้องหนังสือ หลังจากนั้นไม่

นานหลัวเซิ่นหย่วนก็เดินตามเข้ามา ทว่าเขาไม่ได้

สนใจนาง เพียงนั่งอยู่ด้านข้างอ่านหนังสือของ

ตนเอง

อี๋หนิงกางกระดาษ ฝนนํ้าหมึกด้วยตนเอง กัดหัว

พู่กันครุ่นคิด ก่อนจะหยิบพู่กันมาลากเส้นแรก ใน

ห้องหนังสือเงียบสงัด เมื่ออี๋หนิงคัดเสร็จก็พรูลม

หายใจ วิ่งเอาไปให้หลัวเซิ่นหย่วนดู “พี่ชายสาม

ข้าเขียนเสร็จแล้ว”

เพียงหลัวเซิ่นหย่วนมองตัวอักษรของนาง หัวคิ้วก็

ขมวดมุ่น “อี๋หนิงถึงจะกล่าวว่าเจ้าอายุยังน้อย

ทว่าตัวอักษรนี้ช่าง…”

เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่ออี๋หนิง ทว่าอี๋หนิงกลับ

ไม่ทันสังเกต นางดึงชายแขนเสื้อของหลัวเซิ่นหย่

วน เอ่ยด้วยความจริงใจ “พี่ชายสาม หรือท่านจะ

ช่วยข้าคัด ท่านใช้มือขวาเขียนให้น่าเกลียดเสีย

หน่อย ท่านย่าก็น่าจะไม่รู้แล้ว”

หลัวเซิ่นหย่วนชำเลืองมองนางด้วยหางตา ดู

เหมือนจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

อี๋หนิงคอตกท่าทางอมทุกข์ ขณะกำลังจะกลับไป

คัดด้วยตนเอง เขาก็ลุกขึ้น ก้าวมาด้านหน้าหนึ่ง

ก้าว จูงมือนางไปหน้าโต๊ะหนังสือ “เจ้ามานี่จับ

พู่กันไว้”

อี๋หนิงตัวเล็ก สูงเพียงเอวของเขา เมื่อแหงนศีรษะ

ก็เห็นร่างสูงใหญ่ของหลัวเซิ่นหย่วนยืนคํ้าอยู่

ด้านบน เขาจับมือเล็กของนาง ชักนำให้เขียน

พลางกล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “ลากเส้นเช่นนี้

จะเส้นตรงหรือเส้นสะบัดก็ต้องจับด้ามให้ตรง

เข้าใจหรือไม่”

อี๋หนิงมองใบหน้าด้านข้างที่สงบนิ่งของเขา แม้จะ

เป็นเพียงเด็กหนุ่มทว่าหว่างคิ้วกลับปรากฏริ้วรอย

จาง ๆ อาจเพราะขมวดคิ้วอยู่เป็นนิจ นางอดตก

อยู่ในภวังค์ไม่ได้ ผู้ที่สอนนางเขียนอักษรผู้นี้ ใน

ภายภาคหน้าจะขึ้นเป็นท่านราชเลขาธิการ…

“เจ้าใจลอยไปถึงไหน” เมื่อเห็นเด็กน้อยจับจ้อง

ตนเอง แววตาเลื่อนลอย ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใด

หลัวเซิ่นหย่วนก็ขมวดคิ้ว เอ่ยปากถามนาง

อี๋หนิงรับคำว่า “อ้อ” คำหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้า

เขียนอักษรอย่างตั้งใจ

เด็กน้อยตั้งใจอย่างยิ่งยวด พยายามลากเส้นแต่

ละเส้น แม้จะยังน่าเกลียดจนแทบทนดูไม่ได้ ทว่า

ดูออกว่านางตั้งใจจริง ๆ เดิมทุกการสัมผัสเล็ก ๆ

น้อย ๆ กับเขา นางล้วนไม่ชอบ ทว่าบัดนี้เมื่ออยู่

ในอ้อมแขนของเขานางกลับคล้ายรู้สึกว่าไม่มีสิ่ง

ใดไม่ถูกต้อง ราวกับคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี

อันที่จริงตอนที่นางเกิด ท่านแม่มักให้เขาอุ้มนาง

บ่อย ๆ เด็กหญิงแรกเกิดกัดกำปันน้อย ๆ อยู่ใน

อ้อมแขนเขา นํ้าลายเปรอะเปือนไปทั่ว แม้นางจะ

เริ่มซุกซนเมื่อเติบใหญ่ ทว่าเขายังจดจำเด็กน้อย

ร่างกายอ่อนนุ่มคนนั้นได้เสมอ ตอนที่เขารับนาง

ไว้ แม้กรรไกรจะแทงทะลุฝั่ามือ ทำให้เขา

เจ็บปวดจนยากจะฝืนทน แต่เขาก็ไม่ได้ถือโทษ

โกรธนาง เพียงลอบกำมือขวาที่เลือดไหลรินไว้

แน่น กระทั่งมีคนเข้ามาอุ้มร่างอี๋หนิงที่กำลัง

ร้องไห้เสียงดังบนร่างเขาออกไป

ต่อมาความรู้สึกของเขาก็กลายเป็นผิดหวังอย่าง

ล้นพ้น ที่สำคัญยิ่งนานไปก็ยิ่งผิดหวัง ก่อนจะค่อย

ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา

อี๋หนิงเขียนเสร็จรอบหนึ่งก็แหงนหน้าขึ้นมอง

ดวงตามีประกายแห่งความหวัง “พี่ชายสาม…ข้า

เขียนเสร็จแล้ว”

หลัวเซิ่นหย่วนเม้มริมฝีปาก กล่าวว่า “เขียนใหม่

อีกครั้ง อย่าได้ใจร้อน”

นางฟุบตัวลงด้วยความเศร้าสลด เหนือศีรษะนาง

หลัวเซิ่นหย่วนมองหัวคิ้วของนางที่ขมวดมุ่น ไฝ

เม็ดเล็กที่ปลายหางคิ้วดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก

——————–

[1] เก๋อเหล่า คือตำแหน่งอำมาตย์ที่มีความ

ใกล้ชิดฮ่องเต้

[2] เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ใบของผีผามีสรรพคุณแก้

ไอ ละลายเสมหะ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 11"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
29/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.