Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 12

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 12
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เช้าวันรุ่งขึ้น ยามฟั้ายังไม่ทันสาง อี๋หนิงก็ถูกปลุก

แต่เช้า นางถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของเสวี่ยจือ ใช้

มือเล็กปิดปากหาว จากนั้นก็เห็นหลัวเซิ่นหย่วน

ยืนอยู่นอกประตู

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวชี้ไปยังแผ่นหลังของหลัวเซิ่นหย่

วน กล่าวกับนางว่า“ต่อไปพี่ชายสามของเจ้าจะ

ส่งเจ้าไปเข้าเรียน”

วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมยาวตัวหลวมสีแดงหม่น เดิน

เข้ามาคารวะยามเช้าฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ก่อนจะยื่น

มือให้นาง “น้องสาวเจ็ด ไปกันเถิด”

อี๋หนิงมองมือเขาอย่างนิ่งอึ้ง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองหลานสาว “เจ้ายังไม่รีบไป

อีกหรือ!”

ยามอี๋หนิงถูกหลัวเซิ่นหย่วนจูงมือยังรู้สึกสับสน

เล็กน้อย ในใจลอบคิดว่าท่านย่าของนางช่าง

วิสัยทัศน์กว้างไกลโดยแท้ วันนี้นางมวยผมเป็น

ก้อนกลมสองลูก สวมสร้อยหินปะการัง ดวงหน้า

กลมเล็ก ๆ สะอาดสะอ้านสดใสดุจก้อนแปั้งสี

ชมพู ไฝเม็ดนั้นดุจถั่วแดงกวนบนซาลาเปา มอง

อย่างไรดวงหน้านั้นก็คล้ายซาลาเปาถั่วแดง

ใต้เท้าเป็นพื้นหิน อี๋หนิงกำลังหมกมุ่นอยู่กับ

ความคิด ทำให้สะดุดหินก้อนหนึ่งจนเกือบชนเข้า

กับแผ่นหลังของหลัวเซิ่นหย่วน

หลัวเซิ่นหย่วนประคองร่างของนางไว้ได้อย่าง

มั่นคง เอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เจ้าไม่รู้จักดู

ทางหรืออย่างไร”

อี๋หนิงได้สติกลับมา รับคำเสียงหนึ่ง จากนั้นก็เดิน

มองทางอย่างเชื่อฟัง

หลัวเซิ่นหย่วนสูงกว่านางมาก ระยะฝีเท้ายิ่งกว้าง

อี๋หนิงเดินเร็วจนแทบจะวิ่งเหยาะ ๆ จึงตามเขา

ทัน หลัวเซิ่นหย่วนคล้ายสังเกตเห็นจึงผ่อนฝีเท้า

ลงเล็กน้อยเพื่อให้นางตามทัน

อี๋หนิงผ่อนลมหายใจ คิดว่าในที่สุดก็มีโอกาสคุย

กับเขาแล้ว

“พี่ชายสาม ท่านกินข้าวเช้าหรือยัง”

“กินแล้ว”

“กินอะไร”

“…ข้าวเช้า”

“อ้อ ข้ายังไม่ได้กินเลย…”

หลัวเซิ่นหย่วนหยุดฝีเท้ามองนาง อี๋หนิงจึงกล่าว

ต่อด้วยเสียงเบา“พี่ชายสาม ท่านเข้าเรียนเร็วกว่า

ข้าครึ่งชั่วยาม ดังนั้นจึงตื่นเช้ากว่า ยามนี้ข้าควร

จะกินอาหารเช้าอยู่” ท้องนางไร้อาหาร คนจึงไร้

เรี่ยวแรง

หลัวเซิ่นหย่วนมองดวงหน้าซาลาเปาของนาง หัว

คิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย“เช่นนั้นเหตุใดเมื่อครู่จึงไม่

พูด”

“ท่านย่าเร่งรัดให้พวกเราออกมา พูดไม่ได้…”

เสวี่ยจือที่ติดตามอยู่ด้านหลังอี๋หนิงก้าวเข้ามา

พร้อมตะกร้าเล็กในมือยิ้มกล่าวว่า “บ่าวเตรียม

อาหารเช้ามาให้คุณหนูแล้วเจ้าค่ะ เป็นแปั้งนึ่งนํ้า

ผึ้งหาที่สะดวก ๆ กินสักหน่อยก็ได้แล้วเจ้าค่ะ”

หลัวเซิ่นหย่วนจึงทำได้เพียงนั่งเป็นเพื่อนนางใน

ศาลาสดับลม อี๋หนิงกินอาหารเช้า ซงจือก็รินชา

ร้อนให้นาง อี๋หนิงบิแปั้งนึ่งก้อนหนึ่งแล้วยื่นส่งให้

หลัวเซิ่นหย่วน “พี่ชายสาม ท่านกินหรือไม่

รสชาติไม่เลวเลย”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนาง ชะงักชั่วครู่ก่อนเอ่ย “ข้า

ไม่กินของหวาน”

อี๋หนิงเห็นเขาไม่กินจึงกินเองอีกหลายคำ แปั้งนึ่ง

ก้อนหนึ่งลงท้องต่อด้วยชาร้อนอีกสองถ้วย

จากนั้นร่างกายจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

อี๋หนิงนั่งกินอาหารเช้าอยู่ตรงนั้น ด้านนอกประตู

ก็คล้ายมีเสียงสนทนาของบุรุษดังขึ้น

“…คุณชายรองมาเยือนที่ตระกูลหลัวได้นับว่าเป็น

เกียรติของตระกูลหลัวยิ่งนัก”

เสียงของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งดังขึ้น “คุณชาย

เกรงใจเกินไปแล้ว เดิมข้าก็อยากมาเมืองเปั่าติ้ง

สักครั้ง อยากมาชื่นชมชุมนุมสถานศึกษาของ

ตระกูลหลัวมานาน”

อี๋หนิงตั้งใจฟัง หนึ่งในนั้นคล้ายจะเป็นเสียงของ

หลัวหวยหย่วนส่วนเสียงของชายหนุ่มแปลกหน้า

อีกคนฟังไม่ออกว่าเป็นผู้ใด นางชำเลืองมอง

หลัวเซิ่นหย่วนก็พบว่าเขากำลังมองไปยังปั่าไผ่

ด้านนอก

ศาลาปลูกอยู่กลางสวนไผ่ ทว่าคนด้านในสามารถ

มองไปด้านนอกผ่านช่องว่างได้ อี๋หนิงเห็นคน

กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา สองคนในนั้นก็คือหลัวหวย

หย่วนและหลัวซานหย่วน ด้านข้างเป็นพ่อบ้าน

ของตระกูลหลัว ทั้งด้านหลังยังมีชายหนุ่มหล่อ

เหลาคนหนึ่งติดตามมาด้วยบ่าวรับใช้และ

องครักษ์จำนวนมากดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

เขาสวมเสื้อคลุมยาวคอกลม สาบเสื้อซ้อนทับสี

ฟั้าอ่อน รูปร่างสูงโปร่งเอวห้อยปั้ายหยกขาว

บริสุทธิ์ไร้ตำหนิ ดวงหน้าดุจหยก ท่วงท่าโดดเด่น

ใบหน้าหล่อเหลาสง่างาม มุมปากประดับรอยยิ้ม

เล็กน้อย

อี๋หนิงเห็นปั้ายหยกอันแสนคุ้นเคยที่ห้อยอยู่ตรง

เอวของเขาก็ตกตะลึง

นางกดนํ้าเสียงลงตํ่า เอ่ยถามหลัวเซิ่นหย่วน

“คุณชายท่านนั้นที่มากับพวกพี่ชายใหญ่…เป็น

ผู้ใดหรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนเพียงปรายตามองชายหนุ่มผู้นั้น

คราหนึ่ง “คุณชายรองตระกูลเฉิง”

อี๋หนิงเงียบอยู่ชั่วครู่ นางพลันคิดถึงเรื่องที่หลัวอี๋

ซิ่วพูดกับนางเมื่อหลายวันก่อน เฉินซื่ออยากให้

หลัวอี๋อวี้หมั้นหมายกับคุณชายรองตระกูลเฉิงทั้ง

ยังกล่าวถึงคุณชายรองตระกูลเฉิงว่า ‘ท่านตาเป็น

ถึงอิงกั๋วกง ทั้งยังเป็นจวี่เหรินตั้งแต่เยาว์วัย ต่อไป

ก็จะขึ้นเป็นจิ้นซื่อ ท่านย่าเกรงว่าเขาจะดูถูกพี่

หญิงสี่ของพวกเรา’

แต่อี๋หนิงคาดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะเป็นเฉิงหลาง

เฉิงหลางในวัยเยาว์มักถูกพี่ชายซึ่งเป็นบุตรสาย

ตรงรังแกเสมอ เขามักมาหานางที่ตระกูลลู่พร้อม

นํ้าตานองหน้า อี๋หนิงจะโอบกอดเขาไว้ในอ้อม

แขนพร้อมปลอบประโลม ปั้อนแปั้งนํ้าผึ้งให้เขา

กิน เฉิงหลางในยามนั้นพึ่งพิงนางยิ่งนัก หากไม่

เห็นนางก็จะวิ่งตามหานางไปทั่ว

ขณะนั้นอี๋หนิงคาดไม่ถึงว่าในภายหน้าเด็กคนนี้จะ

เป็นหลานของอิงกั๋วกง

ที่สำคัญคือเฉิงหลางไม่ได้เป็นแค่จวี่เหรินเท่านั้น

เขายังมีความสามารถครบครัน ภายหลังจะเข้า

ร่วมสำนักบัณฑิต ดำรงตำแหน่งเป็นเก๋อเหล่า

เป็นดาบคมเล่มหนึ่งในมือของลู่เจียเสวีย

อี๋หนิงปรายตามองหลัวเซิ่นหย่วน ในใจคิดว่าศัตรู

ที่แท้จริงในภายภาคหน้าของเขาได้ปรากฏตัวขึ้น

แล้ว

เฉิงหลางกับหลัวเซิ่นหย่วนจะต้องเผชิญหน้ากัน

ในราชสำนัก ตวัดทวนลอบยิงเกาทัณฑ์ใส่กัน ทั้ง

สองคนต่างเป็นยอดฝีมือ เพียงแต่สุดท้ายเฉิง

หลางก็ไม่อาจเอาชนะหลัวเซิ่นหย่วนได้ ผู้ที่

สามารถประลองสติปัญญากับหลัวเซิ่นหย่วนได้มี

เพียงลู่เจียเสวียเท่านั้น

ขณะอี๋หนิงกำลังครุ่นคิด หลัวเซิ่นหย่วนก็สัมผัส

ไหล่นางเบา ๆ และพานางไปยังด้านข้าง เบี่ยงตัว

เข้าไปซ่อนในปั่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์

อี๋หนิงแหงนศีรษะ อยากจะเอ่ยถาม ทว่าหลัวเซิ่น

หย่วนกลับทำสัญญาณมือให้เงียบเสียง

อี๋หนิงเงยหน้ามอง ที่แท้คนกลุ่มนั้นก็เดินมาถึง

ด้านนอกของศาลาแล้ว หลัวหวยหย่วนเชิญเฉิง

หลางไปนั่งที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ทั้งกลุ่มเดิน

ปราศรัยหัวเราะห่างออกไปไกล เมื่อเห็นพวกเขา

เดินจากไปไกลแล้วหลัวเซิ่นหย่วนจึงหันมาพูดว่า

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงต้องหลบซ่อน”

อี๋หนิงมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้ตน แม้แต่ลม

หายใจก็คล้ายจะสัมผัสได้ นางพลันรู้สึกอึดอัด ไม่

ทันคิดสิ่งใด “เพราะเหตุใด”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางซึ่งตกอยู่ในภวังค์ มุมปาก

ก็ยกเป็นเส้นโค้ง“ลอบฟังผู้อื่นสนทนากันก็แล้วไป

แต่หากถูกจับได้ เจ้าจะต้องลำบาก”

น้อยครั้งนักที่อี๋หนิงจะเห็นเขายิ้ม อันที่จริงเขายิ้ม

ได้น่ามองนัก ความมืดหม่นในดวงตาดุจละลาย

เป็นหุบเขาธารนํ้าหมึก อบอุ่นกระจ่างใสเหลือ

คณา ทว่าเมื่อได้สติ นางก็รู้สึกไม่เห็นด้วย

เล็กน้อย เขาพูดราวกับเขาไม่ได้ลอบฟังด้วย

อย่างไรอย่างนั้น

หลัวเซิ่นหย่วนจัดเสื้อคลุม กล่าวด้วยนํ้าเสียง

ราบเรียบ “อี๋หนิง ข้าต้องไปเข้าเรียนแล้ว” เขา

ชะงักอยู่ชั่วครู่ “ยามบ่ายจะมารับเจ้ากลับ”

ดูเหมือนท่านย่าจะไหว้วานเขาให้มารับส่งนาง

อี๋หนิงครุ่นคิด เมื่อเห็นเขากำลังจากไปก็รีบจับมือ

เขาไว้

หลัวเซิ่นหย่วนหันกลับมามองนาง คล้ายกำลัง

ถามว่านางยังมีสิ่งใดอีก

นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋หนิงได้สัมผัสรอยแผลเป็นบน

มือเขา มันทั้งหยาบขรุขระและไม่เรียบเนียน

บาดแผลนี้เกิดจากเสี่ยวอี๋หนิง…อี๋หนิงเอ่ย“พี่ชาย

สาม อันที่จริงท่านไม่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่านย่า

หากท่านติดภารกิจพัวพันก็ไม่จำเป็นต้องมารับ

ข้า”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางก่อนจะกล่าวด้วยนํ้าเสียง

เนิบช้า “…ข้าไม่ได้บอกว่าข้ายุ่งมาก”

อ้อ…อี๋หนิงทำได้เพียงปล่อยมือเขาแล้วยิ้ม

“เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนการเข้าเรียนของพี่ชาย

สามแล้ว”

นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋หนิงมาเข้าเรียนหลังจากปั่วย

แม้อาจารย์หญิงกู้จะปฏิบัติต่อนางอย่างเข้มงวด

แต่อย่างน้อยก็ไม่เพ่งเล็งเจาะจงแต่นางอีก

หลังเลิกเรียนอี๋หนิงก็เห็นหลัวเซิ่นหย่วนรอนางอยู่

ด้านนอก เขายืนเอามือไพล่หลังอยู่ใต้ต้นไม้ ร่าง

สูงแต่ผ่ายผอม สีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเห็นนาง

ออกมาเขาก็เบี่ยงตัวเล็กน้อย ยื่นมือออกมา

ปลายคิ้วเลิกขึ้นคล้ายกำลังถามนางว่าเหตุใดจึงยัง

ไม่มาอีก

อี๋หนิงถูกหลัวเซิ่นหย่วนจูงกลับไป เพิ่งจะถึงนอก

เรือนฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ได้ยินเสียงหัวเราะ

ครึกครื้นเล็ดลอดมาจากด้านใน หลังจากอี๋หนิง

เดินเข้าไปก็เห็นเฉินซื่อ หลินไห่หรู และพี่ชายทั้ง

สองคนอยู่ข้างใน เฉิงหลางนั่งอยู่ข้างหลัวหวยหย่

วน เมื่อได้ยินเสียงก็หันหน้ามามองนาง เครื่อง

หน้าทั้งห้าของเขาหล่อเหลายิ่งนัก ริมฝีปากแดง

ฟันขาว คิ้วดกเข้ม ดวงตาพราวดุจดารา เป็น

รูปลักษณ์ที่เจ้าเสน่ห์ยิ่งนัก นัยน์ตาลุ่มลึกสะกด

วิญญาณราวกับมองผู้ใดก็ดูลึกซึ้ง

เฉิงหลางยิ้มออกมา “ไม่ทราบว่าท่านนี้คือ…”

อี๋หนิงกำลังตรึกตรอง แม้ว่านางจะยังอายุไม่มาก

ทว่าการไต่ถามคุณหนูของบ้านอื่น ไม่ว่าจะเป็น

ผู้ใดก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก คำโบราณไม่ได้

กล่าวว่าชายหญิงเมื่อถึงอายุเจ็ดขวบจะไม่นั่ง

ร่วมกันหรือ บัดนี้นางอายุใกล้แปดขวบแล้ว ทว่า

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้ายังไม่ได้

แนะนำให้ท่านรู้จัก นี่คือคุณชายสามของจวน

พวกเรา ทั้งยังเป็นน้องชายคนโตของฮุ่ยเจี่ย

หลัวเซิ่นหย่วน”

แววตาที่เฉิงหลางใช้มองหลัวเซิ่นหย่วนแฝงด้วย

การพิจารณา เขาลุกขึ้นประสานมือ “ที่แท้ก็

น้องชายของฮูหยินติ้งเปั่ยโหวซื่อจื่อ”

อี๋หนิงเพิ่งตระหนักว่าคนที่เขาถามและมองคือ

หลัวเซิ่นหย่วน ไม่ใช่นาง

นางคิดว่าช่วงเวลานี้เพียงพอที่จะบรรจุลงใน

หนังสือประวัติศาสตร์ได้แล้ว ในเมื่อต่อไปพายุ

นองเลือดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการลงมือโดยตรง

ของลู่เจียเสวีย แต่เป็นเฉิงหลาง ทว่าเมื่อนางเงย

หน้ามองก็พบว่าพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองกำลังมี

สีหน้าพิลึก

ย่อมต้องพิลึกอยู่แล้ว เมื่อมองเผิน ๆ นี่อาจเป็น

เพียงการแนะนำหลัวเซิ่นหย่วนของฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว แต่แท้จริงคือการประกาศกับผู้อื่นว่าสถานะ

ของหลัวเซิ่นหย่วนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บัดนี้

เขาถือเป็นลูกหลานของตระกูลหลัวโดยแท้จริง

นางซึ่งเป็นท่านผู้เฒ่าของตระกูลเริ่มให้

ความสำคัญกับเขาแล้ว หมายความว่าบุรุษจาก

บ้านหลักไม่สามารถครอบครองทรัพยากรของ

ตระกูลเพื่อใช้ปูทางในสายอาชีพได้เพียง

ครอบครัวเดียวอีกต่อไป

เมื่อก่อนหลัวหวยหย่วนและหลัวซานหย่วนไม่ได้

ให้ความสำคัญกับน้องชายสามผู้มักเงียบขรึมเป็น

นิจคนนี้นัก แต่เมื่อเขาถูกฮูหยินผู้เฒ่าหลัวแนะนำ

ให้รู้จักกับเฉิงหลางผู้เป็น ‘หลานของท่านอิงกั๋วกง

จวี่เหรินที่อายุยังน้อย’ หลัวเซิ่นหย่วนก็คำนับ

ตอบโดยไม่แสดงท่าทีแข็งกร้าวหรือถ่อมตัวจน

เกินงาม เขายังคงสุขุมเช่นเดิม “คุณชายรองเฉิง

ได้ยินชื่อเสียงมานาน”

เมื่อเทียบกับหลัวเซิ่นหย่วนซึ่งบัดนี้ยังไม่เป็นที่

รู้จัก เฉิงหลางถือว่ามีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองเปั่า

ติ้งแล้ว

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวประหลาดใจเล็กน้อย บนร่าง

ของหลัวเซิ่นหย่วนมีความสุขุมและสงบชนิดหนึ่ง

ที่เหนือกว่าอายุ นี่อาจเกี่ยวข้องกับการที่เขาถูก

ขัดเกลาและได้รับความยากลำบากในวัยเยาว์

เป็นความสงบนิ่งที่คล้ายกับการทนรับการถูกดู

หมิ่น

เฉิงหลางยิ้ม ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก ทว่าสายตาที่เขา

จับจ้องหลัวเซิ่นหย่วนกลับนิ่งค้างอยู่ครู่ใหญ่

จากนั้นจึงเลื่อนไปมองมือของเขาที่จับจูง…อี๋หนิง

อี๋หนิงรู้สึก…แปลกประหลาดอยู่ภายในใจเล็กน้อย

เมื่อก่อนเขาเป็นเด็กน้อยไม่รู้ความ วิ่งตามตนไป

ทั่ว บัดนี้นางเป็นซาลาเปาก้อนเล็ก ๆ แต่เขากลับ

แปรเปลี่ยนเป็นหนุ่มน้อยรูปงามแล้ว

“ไม่ทราบว่าน้องสาวผู้นี้คือผู้ใดหรือ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวคลี่ยิ้ม “นางเป็นคนที่ข้าเลี้ยงดู

มา อุปนิสัยดื้อรั้นซุกซน นามว่าอี๋หนิง เป็น

น้องสาวแท้ ๆ ของฮุ่ยเจี่ย”

“อี๋หนิง?” เฉิงหลางทวนถามอีกครั้ง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกล่าวว่า “เด็กสาวบ้านเราล้วนมี

อักษร ‘อี๋’ นางมักสดใสร่าเริงเช่นนี้ ข้าจึงหวังว่า

นางจะสงบนิ่งเสียหน่อย ดังนั้นจึงเรียกนางว่า‘อี๋ห

นิง’ มีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือ”

อี๋หนิงมองเฉิงหลาง แต่กลับพบว่ารอยยิ้มของเฉิง

หลางจางลง คล้ายกำลังทอดถอนใจ “ไม่มีอันใด

ขอรับ เพียงแต่คนรู้จักของข้าคนหนึ่งก็มีนาม

ว่า ‘อี๋หนิง’ ชั่วขณะหนึ่งจึงตื่นเต้นไป”

“คนรู้จักของคุณชายรอง ไม่ทราบว่าเป็นท่านใด

หรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถามต่อ

เฉิงหลางมองพินิจอี๋หนิง โคลงศีรษะพลางกล่าว

“มีนามเหมือนกันทว่ารูปลักษณ์แตกต่างกันโดย

สิ้นเชิง คนรู้จักผู้นั้น…นางผอมกว่าเล็กน้อย”

อี๋หนิงในช่วงนั้น เพื่อรักษารูปร่าง แม้แต่เนื้อนาง

ยังไม่กล้ากินมากย่อมต้องผ่ายผอมแน่นอน

เฉิงหลางกวักมือเรียกอี๋หนิงเข้าไปหา อี๋หนิงเดิน

ไปตรงหน้าเขา รู้สึกว่าอันที่จริงเขาก็เปลี่ยนไปไม่

มาก หากอ้วนขึ้นอีกนิด อ่อนวัยอีกหน่อย ก็ยังดู

คล้ายกับเสี่ยวเฉิงหลางคนนั้น เฉิงหลางถอด

สร้อยลูกประคำออกมาจากข้อมือ ส่งให้นาง “ข้า

กับน้องสาวอี๋หนิงมีวาสนาต่อกัน ของสิ่งนี้มอบให้

เจ้านี่เป็นลูกประคำไม้เย่จื่อถานที่ข้าขอมาจากที่

วัด พระอาจารย์ทำพิธีเบิกเนตรให้เรียบร้อยแล้ว

จะช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง”

อี๋หนิงรับมาพร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไป

อยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าหลัว อย่างไรนางก็อายุยัง

น้อย ผู้อื่นไม่ได้ให้ความสนใจนัก ที่สำคัญคือ

สร้อยลูกประคำไม่ได้ถือเป็นของลํ้าค่าอันใด อี๋ห

นิงถือสร้อยลูกประคำที่ยังกรุ่นด้วยไออุ่น ในใจคิด

ว่าเฉิงหลางเติบโตแล้ว นางเกือบจำเด็กที่ชอบ

ร้องไห้และเอาแต่ติดตามนาง คนที่นางเคยรัก

เอ็นดูเคยเลี้ยงดูไม่ได้แล้ว

จากนั้นบุคคลที่เป็นตัวแทนที่แท้จริงของตระกูล

หลัวก็มาถึง ท่านลุงและท่านพ่อของอี๋หนิงกลับ

มาแล้ว เป็นธรรมดาที่บุรุษจะเสวนาหารือกัน

เรื่องการสอบขุนนาง อี๋หนิงและคนอื่น ๆ จึงพา

กันย้ายไปห้องกั้นด้านข้างนางเพิ่งจะเดินมาถึงที่

ห้องด้านข้างก็ต้องตกใจ เพราะหลัวอี๋เหลียน

หลัวอี๋อวี้และหลัวอี๋ซิ่วต่างกำลังแนบตัวอยู่กับฉาก

บังลมเพื่อลอบมองเฉิงหลาง เมื่อเห็นนางเข้ามาก็

ทำมือให้นางเงียบเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน หลัว

อี๋ซิ่วกวักมือเรียกนางให้ไปลอบฟังพร้อมกัน

อี๋หนิงรู้สึกปวดหัว แต่เมื่อเห็นบรรดาหญิงอาวุโส

ที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่สนใจจึงเดินเข้าไป อยากฟังว่า

พวกเฉิงหลางกำลังหารือเรื่องใดอยู่

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 12"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
29/06/2026
61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.