Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 13

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 13
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ที่เฉิงหลาง มาเปั่าติ้งครานี้ แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่

เพราะชื่นชมใน ‘ชุมนุมสถานศึกษาของตระกูล

หลัว’ แม้ชุมนุมสถานศึกษาของตระกูลหลัวจะ

เยี่ยมยอด แต่จะเทียบกับตระกูลเฉิงได้อย่างไร

เฉิงหลางมาเพราะอยากพบคนผู้หนึ่งในเปั่าติ้ง

คนผู้นี้เพิ่งเกษียณจากสำนักฮั่นหลิน มีชื่อเสียง

ขจรขจายในราชสำนัก

อี๋หนิงฟังอยู่ครู่หนึ่งก็หมดความสนใจ เด็กสาว

หลายคนก็ฟังไม่รู้เรื่องจึงอ้าปากหาวถอยกลับไป

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกำลังดื่มนํ้าแกงโสม เพราะระดับ

ความรู้ของเฉินหลันและหลินไห่หรูแตกต่างกัน

พวกนางจึงไร้หัวข้อสนทนา ไม่อาจต่อคำกันได้สัก

ประโยค แต่การที่ทุกคนไม่สนใจเหล่าเด็กสาวที่

กำลังลอบฟังนั้นถือว่ามีใจตรงกัน อย่างไรโอกาส

ที่พวกนางจะได้ใกล้ชิดกับบุรุษก็มีเพียงน้อยนิด

หากมองได้ก็ให้มองไป

อี๋หนิงมองหลัวอี๋อวี้ที่ปกติวางตนสูงศักดิ์อยู่เป็น

นิจกำลังหน้าแดงกํ่าเดินกลับไปข้างกายมารดา

ด้วยท่วงท่าราวกับสาวน้อย

เฉินหลันใช้สายตาไถ่ถามฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับโคลงศีรษะ “เฉิงหลาง

เด็กคนนี้คล้ายจะเป็นมิตร ทว่าจิตใจยากคาดเดา

ภูมิหลังยังเป็นตระกูลสูงศักดิ์มีชื่อเสียงไม่เหมาะ

กับอี๋อวี้”

เฉินหลันไม่พูดสิ่งใด แต่อี๋อวี้กลับร้อนรนเอ่ยปาก

“เหตุใดท่านย่าจึงรู้…”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพูดด้วยอาการคล้ายยิ้มคล้ายไม่

ยิ้ม “ย่าของเจ้าใช้ชีวิตมาหลายปีแล้ว จะยังไม่

ชัดเจนอีกหรือ พอแล้ว พวกเจ้ากลับไปพักผ่อน

เถิด ดูอี๋หนิงสิ หาวหวอดแล้ว” อี๋หนิงกำลังหาว

อยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเมื่อได้ยินก็พบว่าทุก

คนกำลังจับจ้องมาที่ตน

นางวางมือลง ในใจลอบคิดว่า นางอายุน้อยสุด

ย่อมต้องนอนมากเป็นธรรมดา

หลังจากทุกคนออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็

สะกิดจมูกเล็ก ๆ ของอี๋หนิงเบา ๆ “อี๋หนิง เจ้า

รู้สึกว่าเฉิงหลางเป็นอย่างไร”

อี๋หนิงกะพริบตา ทำได้เพียงเอ่ยเสียงเนือย “ท่าน

ย่า เขาอายุสิบห้าข้าเพิ่งจะเจ็ดขวบ ข้าจะรู้สึกกับ

เขาอย่างไรได้” เป็นไปได้หรือไม่ว่าฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวคิดจะวางแผนจับคู่นางกับเฉิงหลาง เช่นนั้นก็

อย่าเลย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวหัวเราะ แม้แต่สวีมามายังหลุด

เสียงหัวเราะออกมา

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพูดต่อ “แม้ย่าจะเอ็นดูเจ้า แต่

หากเอาเจ้าไปเปรียบกับพี่หญิงสี่ของเจ้า เจ้ายัง

ถือว่ามีความรู้และมีเหตุผลไม่เท่านาง ยิ่งไม่คู่ควร

กับเฉิงหลาง เกรงว่าเขาคงไม่มีทางรับปาก ย่า

เพียงอยากจะถามเจ้าว่าวันนี้เขามอบสร้อย

ลูกประคำให้เจ้าเส้นหนึ่ง เจ้ารู้สึกว่าเขากับพี่หญิง

สี่ของเจ้าเป็นอย่างไร”

อี๋หนิงนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงโคลงศีรษะ เฉิง

หลางปฏิบัติต่อภรรยาในภายภาคหน้าของเขาไม่

ดีเท่าไร เขาคนนี้เป็นดั่งฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกล่าวไว้

จริง ๆ มองภายนอกยิ้มแย้มเป็นมิตร ทว่าจิตใจ

กลับมากด้วยแผนการหากสามารถเลือกไม่แต่งได้

ก็อย่าแต่งเลย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แม้พวกเรามี

ใจ เกรงว่าเขาจะไม่เห็นด้วย ช่างเถิด ให้เป็นไป

ตามที่ข้าเคยพูดเถิด ให้อี๋อวี้รู้จักกับคุณชายของ

ท่านรองเจ้าเมืองน่าจะดีกว่า” จากนั้นนางก็ไม่

พูดถึงเรื่องนี้อีก ให้คนมาปรนนิบัติอี๋หนิงพักผ่อน

หลังจากอี๋หนิงผล็อยหลับ นางก็ฝัน

ในความฝัน เสี่ยวเฉิงหลางตัวขาวอ้วนกลม แกว่ง

แขนเล็ก ๆ เดินตามหลังนาง เขาหัวเราะเอิ๊กอ๊า

กพลางกล่าว ‘น้าสะใภ้อุ้ม น้าสะใภ้อุ้ม’

อี๋หนิงอุ้มเขาขึ้นมา มืออวบอ้วนของเขากำบางสิ่ง

ไว้ด้วยท่าทีระมัด-ระวัง ‘นี่เป็นของที่ข้าจับได้ใน

สวนด้านหลัง มอบให้ท่านน้าสะใภ้’ มือน้อยค่อย

ๆ แบออก แมลงปอตัวหนึ่งอยู่กลางฝั่ามือของเขา

อี๋หนิงมองแมลงปอสีเขียวตัวนั้น มันขยับปีก

เล็กน้อย อาศัยจังหวะที่เสี่ยวเฉิงหลางแบมือบิน

หนีไป เสี่ยวเฉิงหลางหมายจะจับมันไว้ทว่าไม่ทัน

ดวงหน้าเล็กเต็มไปด้วยความเสียดาย เขาหันหน้า

มาเอ่ย ‘น้าสะใภ้ มันบินหนีไปแล้ว’

อี๋หนิงบีบปลายจมูกเขาเบา ๆ ‘บินไปแล้วก็ไม่เอา

แล้ว’

เสี่ยวเฉิงหลางในวัยเยาว์มองแมลงปอบินจากไป

ซบอยู่บนไหล่ของอี๋หนิง มองมันอยู่เนิ่นนาน

หลังจากอี๋หนิงตื่นก็พบว่านอกหน้าต่างเริ่มมีฝน

เม็ดใหญ่ตกลงมา

เสวี่ยจือเดินเข้ามาปิดประตู จากนั้นก็ยิ้มและอุ้ม

อี๋หนิงให้ลุกขึ้น“วันนี้ฝนตกหนัก ฮูหยินผู้เฒ่า

กล่าวว่าไม่ต้องไปเรียนเจ้าค่ะ”

หลังจากอี๋หนิงลุกจากเตียงและกินโจ๊กแล้วก็ขลุก

ตัวอยู่ในห้อง ห่อตัวในผ้านวมมองฝนตกด้านนอก

ลานกว้างอยู่ภายใต้หยาดฝนโปรยปรายต้นไม้

ใหญ่เอนไหวตามแรงลม นางคล้ายได้กลิ่นของ

ต้นหญ้าเปียกชื้นซงจือกางร่มเดินมาตามทางเดิน

กระโปรงของนางเปียกปอน นางบิดกระโปรง

บริเวณใต้ชายคาเรือน ก่อนจะเข้ามาพร้อมกับ

เกาลัดคั่วนํ้าตาลซึ่งยังอุ่นร้อนถุงหนึ่ง

“คุณชายสามมอบให้ท่านเจ้าค่ะ” ซงจือกล่าว

อี๋หนิงเริ่มสงสัยว่านางดูเป็นคนรักการกินมากหรือ

อย่างไร เหตุใดหลัวเซิ่นหย่วนจึงขยันส่งของกิน

มาให้อยู่เรื่อย ประเดี๋ยวก็เป็นขนมแผ่นเมฆ

ประเดี๋ยวก็เป็นขนมนํ้าตาลเคี่ยว…ทว่ามือยังคง

เปิดถุงกระดาษ แกะเปลือกเกาลัดกินทีละเม็ด

ๆ นางถามซงจือ “พี่ชายสามออกไปนอกจวนมา

หรือ ไม่ใช่ว่าฝนตกอยู่หรือไร”

ซงจือตอบ “ได้ยินมาว่าพรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะ

ออกไปเยี่ยมอาจารย์ท่านนั้นด้วยกัน วันนี้จึง

ออกไปซื้อของเยี่ยมเจ้าค่ะ”

“พรุ่งนี้ก็จะไปแล้วหรือ” อี๋หนิงรู้สึกถึงความ

อาลัยอาวรณ์ “ไปนานเท่าไรจึงจะกลับมา”

ซงจือยิ้ม “เรื่องเช่นนี้จะมีกำหนดการชัดเจนได้

อย่างไร หากอย่างเร็วก็สามถึงห้าวัน อย่างช้าก็

สิบวันถึงครึ่งเดือนกระมังเจ้าคะ”

อี๋หนิงพลิกตัวไปมาอยู่บนตั่งไม้สักพัก เมื่อเห็นว่า

ฝนด้านนอกเริ่มซาก็เรียกให้เสวี่ยจือถือร่มเข้ามา

ตัดสินใจจะไปส่งหลัวเซิ่นหย่วนสักครั้ง

สภาพอากาศหลังฝนตกสว่างสดใส ดวงตะวันสาด

แสงจนเกือบรู้สึกร้อน อี๋หนิงมาถึงลานนอกเรือน

ของหลัวเซิ่นหย่วนก็เห็นว่ามีหีบหลายใบซึ่งจัด

เสร็จแล้ววางอยู่กลางเรือน บ่าวรับใช้ของ

หลัวเซิ่นหย่วนกำลังวุ่นวายกับการเคลื่อนย้าย

สิ่งของ

หลัวเซิ่นหย่วนเห็นนางมาก็ไม่ได้แสดงสีหน้า

ประหลาดใจ เขาพลิกหนังสือพลางถาม “เกาลัด

คั่วนํ้าตาลอร่อยหรือไม่”

อี๋หนิงนั่งบนหีบของเขา “พี่ชายสาม ข้าได้ยินว่า

พวกท่านจะไปเยี่ยมอาจารย์ท่านนั้น ฤดูสารทปีนี้

จะเป็นการสอบระดับมณฑลแล้ว ท่านเตรียมตัว

จะไปสอบหรือ” หากนางจำไม่ผิด ปีนี้หลัวเซิ่นหย่

วนจะเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือก

ในมือหลัวเซิ่นหย่วนมีหนังสืออยู่หลายเล่ม

หลังจากวางลงก็กล่าวว่า“ข้ายังไม่ได้คิด”

อี๋หนิงมองแผ่นหลังของพี่ชายสาม ในใจคิดว่าเขา

ห้ามพลาดการสอบระดับมณฑลครั้งนี้ ดังนั้นจึง

พูดขึ้นอย่างร้อนรน “ท่านห้ามไม่ไปนะ”

หลัวเซิ่นหย่วนเข้าใจว่านางจะกล่าวเหตุผลสำคัญ

อันใด เพราะหัวคิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย

หน้าตาเคร่งเครียด อี๋หนิงพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม

“หากไม่สอบเคอจวี่แล้วจะได้เป็นขุนนางที่มั่งมี

เงินทองได้อย่างไร”

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางนิ่ง ก่อนจะโคลงศีรษะเอ่ย

“ประโยคนี้ของเจ้าอย่าได้พูดให้ผู้ใดได้ยิน ตระกูล

หลัวเป็นตระกูลบัณฑิต บรรพบุรุษมีหลักคำสอน

เรียนหนังสือเพื่อขัดเกลาตนให้รู้หลักเหตุผล หาก

ท่านพ่อได้ยินจะต้องลงโทษเจ้า”

ในใจอี๋หนิงคิดว่านางเองย่อมรู้ แต่นางเพียงตั้งใจ

พูดให้หลัวเซิ่นหย่วนฟังเท่านั้น แน่นอนว่าในโลก

นี้ย่อมมีขุนนางที่มีสติปัญญา มือเท้าสะอาด

เพียงแต่คนส่วนใหญ่ยังมุ่งหมายที่จะได้เลื่อนขั้น

เป็นใหญ่ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทว่าคน

แบบที่อยู่ตรงหน้านางนี้หาได้ยากยิ่งนัก เขาทำ

เพื่ออำนาจการเล่าเรียนเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง

สุดท้ายการบรรลุจุดประสงค์จึงจะเป็นเปั้าหมาย

อี๋หนิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ย “อันที่จริงไม่ว่า

อย่างไรพี่ชายสามก็สอบได้อยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อใดก็

เหมือนกัน ดังนั้นหากเร็วขึ้นหน่อยก็ย่อมดีกว่า”

หลังอี๋หนิงพูดจบก็หันไปพลิกอ่านหนังสือของ

หลัวเซิ่นหย่วน สร้อยอายุยืนที่สวมอยู่บนคอห้อย

ตกลงมา เสียงใสซึ่งเกิดจากกระดิ่งเล็ก ๆ ตรง

ปลายสร้อยดังขึ้น

หลัวเซิ่นหย่วนก้มหน้าจัดเรียงสิ่งของ เมื่อได้ยิน

เสียงไพเราะของกระดิ่งก็เอ่ยเสียงเบา “เจ้ารู้ว่า

ข้าจะสอบได้หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าใต้หล้านี้มี

บัณฑิตอยู่กี่คน มีคนที่ผ่านการคัดเลือกอยู่เท่าไร”

อี๋หนิงยิ้ม “ข้ารู้ก็แล้วกัน”

สักพักฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ส่งคนมาตามอี๋หนิง

กล่าวว่ามื้อเที่ยงให้ไปกินอาหารด้วยกันที่โถงบุป

ผา

เมื่อเห็นว่าอากาศเริ่มร้อนขึ้น ทั้งอี๋หนิงเองก็มี

เหงื่อออก นางจึงกลับไปอาบนํ้าและเปลี่ยนเสื้อ

ตัวบน สวมเสื้อปักสีเขียวอ่อน เสวี่ยจือช่วยนาง

ชำระร่างกายแต่งตัวใหม่ ก่อนจะนำทางไปยังโถง

บุปผา

ตระกูลเฉิงและตระกูลลู่มีสายสัมพันธ์ทางเครือ

ญาติ ตระกูลหลัวก็มีการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับ

ตระกูลฟูั่ติ้งเปั่ยโหว กล่าวโดยสรุปคือ หากนับไป

นับมา ตระกูลหลัวและตระกูลเฉิงก็ถือว่ามี

ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ขณะที่อี๋หนิงถูกนำทางมาถึง

โถงบุปผา พี่ชายใหญ่ทั้งสองคนของตระกูลหลัวก็

กำลังหารือกันอยู่ที่ด้านนอก ส่วนเหล่าคุณหนู

ของตระกูลหลัวก็ไม่ได้หลบเลี่ยงอันใด นั่งเสวนา

กับเฉิงหลางอยู่ในโถงบุปผา

แต่ไหนแต่ไรมา เฉิงหลางมีนิสัยอ่อนโยน เจ้า

สำราญ คารมคมคายไม่เคยปฏิเสธหักหาญนํ้าใจ

หญิงสาว เหล่าพี่สาวจึงสนทนากับเขาอย่างออก

รส

อี๋หนิงเดินเข้าไปใกล้ ประจวบเหมาะได้ยินหลัว

อี๋อวี้กำลังเอ่ย “…ได้ยินว่าเมื่อวานพี่เฉิงหลางม

อบสร้อยลูกประคำให้น้องสาวเจ็ดเส้นหนึ่ง ทั้งยัง

ผ่านพิธีเบิกเนตรมาแล้ว ไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาส

ได้รับของกำนัลแรกพบจากท่านสักชิ้นหรือไม่”

เฉิงหลางยิ้ม “น้องสาวอี๋อวี้ต้องการสิ่งใดก็บอก

กับข้ามาได้ตามตรงหากข้าสามารถเอามาได้ ย่อม

ต้องมอบให้น้องสาวอย่างแน่นอน”

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้ก็ดึงมือเสวี่ยจือทันที ให้นางยืน

อยู่ไกล ๆ อย่าเพิ่งเข้าไป

เสวี่ยจือมองคุณหนูเจ็ดตัวน้อยของพวกนางอย่าง

สงสัย อี๋หนิงโคลงศีรษะพลางกระซิบเสียงเบา

“เกิดเภทภัยร้าย ภัยลามถึงปลาในบ่อ[1] ห้าม

เข้าไป”

——————–

[1] เกิดเภทภัยร้าย ภัยลามถึงปลาในบ่อ เป็น

สำนวนที่มาจากเหตุการณ์ไฟไหม้บนกำแพงเมือง

ทหารจึงตักนํ้าในบ่อไปดับไฟ จนทำให้นํ้าในบ่อ

แห้ง ปลาในบ่อจึงตาย หมายถึง พอเกิดเรื่องร้าย

ผู้อื่นก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 13"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
29/06/2026
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
29/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.