Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 122

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 122
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ราตรีนี้เว่ยหลิงนอนหลับไม่สนิทนัก เช้าวันรุ่งขึ้น

เขาฝึกซ้อมดาบอยู่ตรงลานกว้างให้เหงื่อออก

เล็กน้อยถึงได้รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น เขารับผ้าจาก

บ่าวรับใช้มาเช็ดหน้าผาก มองตะวันที่เคลื่อนตัว

ลอยขึ้นสูง เว่ยหลิงถามเรื่องในราชสำนัก “ข้าได้

ยินว่าเมื่อคืนฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งผู้บัญชาการขึ้นเป็น

ผู้สำเร็จราชการเซวียนต้าแล้วหรือ”

องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างรายงาน “ราชโองการ

ประกาศออกมาแล้ว ท่านผู้บัญชาการออก

เดินทางไปยังซานซีทั้งคืน ครานี้ฝั่าบาทคงจะทรง

พิโรธเรื่องไส้ศึกอย่างมาก! แต่ว่า…ยามนี้ท่านผู้

บัญชาการได้ขึ้นเป็นผู้นำกองทัพเซวียนต้ากับซาน

ซี ต่อไปจะไม่มาก้าวก่ายเซวียนฝูที่อยู่ใต้อาณัติ

ของท่านหรือ”

“นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องของอี๋หนิงคราก่อน

อย่างไรสุดท้ายก็เป็นเพราะเขาเอ่ยปากออกมา

สองสามประโยค ฝั่าบาทจึงไม่ตรัสถามอะไรอีก”

เว่ยหลิงเงียบไปชั่วครู่ “ข้าเองก็ซาบซึ้งในน้ำใจ

ของเขาอยู่หลายส่วน ยามที่อี๋หนิงออกเรือน หาก

เขาสามารถจับไส้ศึกได้แล้ว ข้าก็ควรชวนเขามา

ดื่มสุรามงคลด้วยจึงจะถูก อย่างไรอี๋หนิงก็นับถือ

เขาเป็นบิดาบุญธรรม”

“นายท่านกั๋วกงกล่าวได้ถูกต้อง แต่ตามความเห็น

ของข้าน้อย เจิงอิ้งคุนแม่ทัพต้าถงปกปั้องรักษา

ต้าถงมากว่าสิบปี ผู้ใต้บัญชาล้วนไม่คบหาคนนอก

ผู้บัญชาการอาจจับไส้ศึกไม่ได้…”

เว่ยหลิงฟังแล้วก็หัวเราะเสียงดัง “เจิงอิ้งคุนจะ

กล้าเล่นลูกไม้ต่อหน้าลู่เจียเสวียได้อย่างไร ตอนที่

ลู่เจียเสวียสร้างผลงานในสนามรบ ไม่รู้ว่าเขายัง

เล่นดินโคลนอยู่ในกองทัพใด!” เขาตบบ่าของ

องครักษ์ ในใจลอบคิดว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นดุจ

ลูกโคเพิ่งคลอดที่ยังไม่รู้จักเกรงกลัวพยัคฆ์ ปีนั้น

ลู่เจียเสวียนำกองทัพทหารหลายหมื่นหลายพัน

นายเข้าสู้รบกับชนเผ่าต๋าต๋า พวกเขาต่างได้

ประจักษ์แก่สายตา และเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึง

ไปทั่วทุกสารทิศ

เขากำลังเดินเข้าไปห้องด้านในเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

ก็เห็นผู้ดูแลเดินเข้ามาพร้อมมอบเทียบเยือนให้

ฉบับหนึ่ง “นายท่านกั๋วกงขอรับ ด้านนอกมีแขก

มาขอพบ กล่าวว่าแซ่หลิน เป็นขุนนางที่ปรึกษา

ของกรมโยธา อ้างว่าเป็นญาติผู้พี่ของคุณหนูของ

พวกเราขอรับ บ่าวรู้สึกประหลาดใจนัก…คุณหนู

มีญาติผู้พี่แซ่หลินเสียเมื่อไร ท่านลองดูเทียบ

เยือนของเขาดูขอรับ”

เว่ยหลิงรับเทียบเยือนที่ผู้ดูแลส่งมา เขาจำได้ว่า

แม่เลี้ยงของอี๋หนิงก็แซ่หลิน อาจจะมาเยี่ยมเยือน

จริงๆ ก็เป็นได้

“ได้บอกหรือไม่ว่ามาด้วยจุดประสงค์ใด”

ผู้ดูแลตอบกลับ “กล่าวว่ามีบางสิ่งจะมอบให้ท่าน

…ข้าน้อยเห็นเขาแต่งกายไม่ธรรมดาสามัญ”

ด้วยสถานะของจวนอิงกั๋วกงจึงมีญาติผู้ยากไร้มา

เยี่ยมเยือนไม่น้อย พวกเขาต้องระมัดระวังเป็น

ธรรมดา เขาเองก็ใช่ว่าผู้ใดจะพบได้ แต่เว่ยหลิง

จำได้ว่าแม่เลี้ยงของอี๋หนิงกับนางมีความสัมพันธ์

ที่ดีต่อกันมาก ในเมื่อคนมาแล้ว เช่นนั้นก็ต้องพบ

เว่ยหลิงผงกศีรษะ “เจ้าพาเขาไปยังห้องโถงหน้า

ก่อน ปรนนิบัติเขาให้ดี ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะ

ไป”

ผู้ดูแลรับคำสั่งไปพาคนเข้ามา หลังเว่ยหลิงชำระ

ล้างร่างกายเรียบร้อยก็เปลี่ยนเป็นชุดโย่วเหรินคอ

กลม เดินออกไปยังห้องโถงหน้า

วันนี้หลินเหมาสวมชุดคลุมผ้าไหมหังโจวสีแดงสด

พร้อมปั้ายหยกห้อยประดับเอว ดูมีชีวิตชีวา ร่าง

สูงเพรียว ดวงตาหงส์เรียวยาว ถือเป็นชายหนุ่ม

รูปงามคนหนึ่ง เขากำลังยืนชมดอกไห่ถัง รออยู่

ข้างห้องโถงด้านหน้า ข้างกายมีห่านเทาปากดำ

ถูกมัดปีกคู่หนึ่ง เมื่อหันกลับไปเห็นอิงกั๋วกงกำลัง

เดินมาก็ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปคารวะ “คารวะท่าน

อิงกั๋วกง!”

เว่ยหลิงเชิญเขานั่งลง บ่าวรับใช้เดินเข้ามารับเสื้อ

คลุมสีแดงสดคุณภาพชั้นเลิศ เว่ยหลิงถามด้วย

รอยยิ้ม “ข้าจำนางหลินแม่เลี้ยงของอี๋หนิงได้ เจ้า

เป็นหลานของนางหลินหรือ”

หลินเหมาประสานมือ “ข้าน้อยเป็นคนของ

ตระกูลหลินแห่งหยางโจวขอรับ เดิมก็อาศัยอยู่ใน

เมืองหลวงมาโดยตลอด แต่ไม่เคยมาคารวะท่าน

สักที เสียมารยาทแล้วขอรับ!”

เว่ยหลิงยิ้มพลางกล่าว “มีอันใดที่เสียมารยาทไม่

เสียมารยาทกัน คุณชายหลินอย่าได้เกรงใจไป! ใน

เมื่อเจ้าเป็นญาติผู้พี่ของอี๋หนิง เช่นนั้นพวกเราก็

คือญาติกัน กาลข้างหน้าไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ก็

คุ้นเคยแล้ว อี๋หนิงมีพี่น้องมากไม่นัก มีเพียง

น้องชายคนเดียว ข้ายังอยากให้นางมีพี่ชาย

น้องชายอีกสักหลายๆ คน” ทั้งสองคนสนทนากัน

อยู่สักพัก ผู้ดูแลก็เข้ามารายงานเว่ยหลิงว่ายามนี้

ถึงเวลาอาหารแล้ว เว่ยหลิงจึงกล่าวกับหลินเหมา

“นี่ก็ใกล้มื้อเที่ยงแล้ว หรือจะให้ห้องครัว

ทำอาหารแกล้มสุราสักสองสามจาน เจ้าอยู่ดื่มกับ

ข้าสักสองสามจอก”

ครั้นหลินเหมาได้ยิน ดวงตาก็เปล่งประกาย

เล็กน้อย “ท่านกั๋วกงให้ข้าอยู่ดื่มสุรา ข้าย่อมต้อง

ดื่มสักสองสามจอก”

เว่ยหลิงให้บ่าวรับใช้ไปสั่งการที่ห้องครัวเล็กให้

จัดเตรียมอาหาร ถั่วลิสง หูหมูตุ๋น ของจำพวกที่

ไว้กินแกล้มสุราให้จัดเตรียมไว้อย่าให้ขาด ทั้ง

ยังให้คนไปแจ้งอี๋หนิงที่ฝังบูรพาว่าญาติผู้พี่ของ

นางมาเยี่ยมเยือน

อาหารสุราถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ หลินเหมาริน

เหล้าให้เว่ยหลิง “ข้าได้ยินว่าท่านกั๋วกงมีฉายาว่า

พันจอกไม่เมามาย ยามข้าอยู่ในหยางโจวก็ชอบ

ร่ำสุราเช่นเดียวกัน ข้าสามารถแยกแยะประเภท

ของสุราจากการดมได้ เจ้าของหอสุรายังเคยแพ้

เดิมพันจนต้องเสียเงินห้าสิบตำลึงให้กับข้า” เขา

ยกกาสุราขึ้นดม “เป็นสุราชิวลู่ไปั๋ ของที่เก็บ

สะสมในจวนของท่านกั๋วกงเป็นของเลิศล้ำที่สุด

จริงๆ !”

เมื่อเว่ยหลิงเห็นเขาแยกแยะเหล้าจากการดมได้

จริงก็ตะลึงอยู่บ้าง เขารีบสั่งให้ผู้ดูแลยกสุราอีก

หลายชนิดเข้ามา หลินเหมาแยกแยะออกมาได้ที

ละชนิดๆ

สายตาที่เว่ยหลิงจ้องมองหลินเหมาแฝงแววชื่น

ชมเล็กน้อย “ดื่มสุราทำร้ายสุขภาพ ข้าเลิกมา

หลายปีแล้ว หากรู้ล่วงหน้าว่าจะได้มาพบกับ

สหายน้อยหลิน ข้าคงเลิกช้ากว่านี้!”

“ท่านดื่มกับข้าในยามนี้ก็ยังไม่สาย” หลินเหมา

รินให้เขาเต็มจอก ทั้งสองคนชนจอกกัน

เว่ยหลิงรำพัน “ยังคงเป็นการดื่มสุราที่ทำให้รู้สึก

ปลอดโปร่ง” ทันทีที่สุราไหลลงท้อง ความอุ่น

ร้อนสบายตัวก็บังเกิด ความกังวลต่างๆ ล้วน

อันตรธานมลายหายไปสิ้น อาการอยากสุราที่เขา

ข่มกลั้นมานานแรมปีถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง เขา

ยกกาสุราขึ้น รินเหล้าให้หลินเหมา “สหายน้อย

หลินดื่มให้มากหน่อย สุราชิวลู่ไปั๋นี้เป็นของ

พระราชทาน ไม่มีทางหาซื้อที่ด้านนอกได้”

แต่หลินเหมาคิดถึงเรื่องสำคัญที่ต้องทำจึงไม่กล้า

ดื่มเยอะ “ท่านกั๋วกง ข้ายังมีเรื่องหนึ่งอยากจะ

หารือกับท่าน…”

“เจ้าว่ามาก็ได้แล้ว!” เว่ยหลิงกล่าวพลางหัวเราะ

เขาเข้าใจว่าหลินเหมาอยากจะหารือกับเขาเรื่อง

งานราชการจึงไม่ได้สนใจนัก ยกจอกสุราขึ้นมา

ดื่ม

พอหลินเหมาได้ยินดังนั้นก็กล่าวต่อ “ท่านกั๋วกง

ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะจะมาสู่ขอ ข้าอยากสู่ขออี๋ห

นิงเป็นภรรยาขอรับ”

เว่ยหลิงไม่ทันตั้งตัว ทันทีที่ได้ยินจึงเกือบพ่นสุรา

ออกมา เขารีบวางจอกลง มองหลินเหมาอย่างตก

ตะลึงพรึงเพริด “เจ้า…เจ้ากล่าวว่ากระไรนะ”

“ข้าน้อยรู้จักกับอี๋หนิงมาตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกสมัคร

รักใคร่ต่อกัน ข้าน้อยมีเจตนารมณ์อยากจะสู่ขอ

นางมานานแล้ว เพียงแต่จนปัญญาเพราะยามนั้น

อี๋หนิงยังเด็ก ข้าน้อยจึงตั้งใจจะสร้างชื่อเสียงคุณ

งามความดีเสียก่อนแล้วค่อยสู่ขอ” หลินเหมาเอ่ย

อย่างตรงไปตรงมา “ตอนเป็นเด็กอยู่ในตระกูล

หลัว ข้ากับอี๋หนิงอยู่ด้วยกันเช้าจรดเย็น ญาติผู้

น้องอี๋หนิงเองก็ชื่นชอบข้าเป็นอย่างมาก หาก

ท่านกั๋วกงไม่เชื่อก็ไปถามอี๋หนิงได้ขอรับ”

ความมึนงงที่เกิดจากสุราเมื่อครู่อันตรธานหายไป

เว่ยหลิงมีสติขึ้นไม่น้อย เขาถามต่อ “ที่เจ้ากล่าว

มาเป็นความจริงรึ”

“การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ จะล้อเล่นได้อย่างไร

หากท่านกั๋วกงตกลง ข้าจะรีบกลับไปให้ท่านแม่

เตรียมสินสอดทันที ใช้เกี้ยวใหญ่แปดคนหามรับ

อี๋หนิงแต่งเข้าตระกูล ตระกูลของข้าเรียบง่าย

บิดามารดารักใคร่ปรองดอง ถึงจะกล่าวว่าใน

ตระกูลไร้ขุนนางใหญ่โต แต่ในหยางโจวก็มี

ชื่อเสียงลือเลื่อง มั่งคั่งมากพอที่จะทำให้อี๋หนิงไม่

ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ไปตลอดชีวิตขอรับ”

เขาลุกขึ้น เก็บรอยยิ้มบนใบหน้า น้ำเสียงระคน

เคร่งขรึม “ข้ามาขอด้วยตนเองเพราะอยากให้

ท่านกั๋วกงรับรู้ถึงความจริงใจที่เปียมล้นของข้า

ดังนั้นจึงได้เตรียมห่านเทาปากดำคู่หนึ่งมาด้วย”

อันที่จริงเขาอยากมาจวนอิงกั๋วกงนานแล้ว แต่จน

ปัญญาเพราะจวนอิงกั๋วกงเกิดเรื่องวิกฤตไม่ขาด

สาย ในที่สุดก็รอจนเว่ยหลิงรบชนะกลับมา เขา

ถึงได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนถึงประตู

เขาพูดไว้นานแล้วว่าอยากจะแต่งรับอี๋หนิง

กลับไป แม้นางจะไม่มีรูปลักษณ์เช่นสุนัขตัวน้อย

ขนฟูฟั่องแล้ว แต่ยามเขามองนางก็ยังรู้สึกว่าน่า

สนุก ในใจยังคงคันยุบยิบ อยากแต่งกลับไปเลี้ยง

ดูที่บ้านตั้งแต่คราแรก

ครานี้เว่ยหลิงมองเขาด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

คล้ายเป็นความระแวดระวังที่ใช้มองลูกเขย ไร้

ความสนิทสนมที่มีต่อสหายน้อยหลินอะไรนั่นอีก

กำลังอยากจะนอนหลับก็ประจวบเหมาะที่มีคน

ส่งหมอนมาให้ ช่างบังเอิญนัก!

“ในเมื่อเจ้ากล่าวว่ามาก็เพราะจะมาสู่ขอ เช่นนั้น

ข้าต้องขอถามเรื่องของเจ้าให้ละเอียดแล้ว” จาก

นั้นเว่ยหลิงก็ถามคำถามหลินเหมาด้วยท่าทีเคร่ง

ขรึม

“ในตระกูลมีพี่ชายน้องชายกี่คน” เริ่มแรกเว่ยหลิ

งถามถึงจำนวนคนในตระกูล พอได้ยินหลินเหมา

กล่าวว่าหกคน เขาเป็นคนที่สี่ เว่ยหลิงก็ไม่พึงใจ

นัก

เขาถามต่อ “บิดามารดามีผู้ใดรับราชการบ้าง

ตำแหน่งขุนนางขั้นที่เท่าไร”

หลินเหมาตอบทีละคำถาม สุดท้ายจึงกล่าว

“ชื่อเสียงของตระกูลข้าไม่อาจหาญเทียบจวน

อิงกั๋วกง แต่ก็นับว่าร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ ข้ามี

ความจริงใจ อยากแต่งอี๋หนิงเป็นภรรยามานาน

แล้ว เมื่อแต่งนางกลับไปจะไม่มีวันรับอนุเช่นที่

ผู้อื่นกระทำ ท่านจะไม่มีทางพบคนที่มีความ

จริงใจเช่นข้าเป็นคนที่สองอีกแล้วขอรับ”

เว่ยหลิงพรูลมหายใจ หากเป็นยามปกติเขาคง

ปฏิเสธแล้ว ทว่าบัดนี้เรื่องการแต่งงานของอี๋หนิง

ถูกบีบคั้นเข้ามา ที่สำคัญหลินเหมายังกล่าวว่า

พวกเขาทั้งสองคนผูกสมัครรักใคร่กัน หากจะ

กล่าวไป หลินเหมาเองก็เป็นขุนนางที่ปรึกษาขั้น

หก ถือกำเนิดในตระกูลหลินแห่งหยางโจว จาก

คุณสมบัติ จะมองอย่างไรก็ดีกว่าคุณชายรองเฮ่อ

ที่เพิ่งสอบได้จวี่เหริน เว่ยหลิงครุ่นคิดก่อนกล่าว

“เรื่องนี้ข้าต้องใช้เวลาตรึกตรอง เจ้า…เจ้ากลับไป

รอก่อน”

บิดาย่อมต้องละเอียดรอบคอบเรื่องการแต่งงาน

ของบุตรสาว หลินเหมาเข้าใจดี เขาดื่มสุราใน

จอก คลี่ยิ้มพลางกล่าว “เช่นนั้นวันหลังข้าค่อย

มาเยี่ยมท่านใหม่”

หลินเหมาทิ้งห่านเทาปากดำที่ตนเลี้ยงดูไว้ที่นี่

เว่ยหลิงเห็นพวกมันชะเง้อคอยืดหัวไม่หยุดก็ให้

คนเอาไปเลี้ยงไว้ที่ห้องครัวก่อน ก่อนเอ่ยถาม

ผู้ดูแล “มิใช่ว่าให้เจ้าไปเรียกอี๋หนิงมาหรือ”

ผู้ดูแลตอบ “คุณหนูยังปลูกต้นกล้าไม่เสร็จ กล่าว

ว่าหากเสร็จแล้วก็จะมาขอรับ”

เว่ยหลิงสั่งให้อีกฝั่ายไม่ต้องไปเรียกอีก เขาไปหา

อี๋หนิงที่ฝังบูรพาด้วยตัวเอง ครั้นเห็นบุตรสาว

กำลังปลูกต้นกล้าใหม่อย่างมีความสุขในเรือน

เพาะชำก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม “อี๋หนิง เจ้า

…ผูกสมัครรักใคร่กับญาติผู้พี่หลินตั้งแต่เล็ก

หรือไม่”

เมื่ออี๋หนิงได้ยินก็เกือบตัดต้นกล้าในมือตน

นี่เรื่องอะไรอย่างไรกัน!

นางรีบโบกมือพัลวัน หัวเราะจนหน้าแดงก่ำ

“ท่านฟังมาจากที่ใดกัน ข้าไม่กล้าผูกสมัครรักใคร่

กับเขาหรอกเจ้าค่ะ ญาติผู้พี่หลินเหมาของพวก

เราคนนี้เป็นคนที่ไม่เข้าทีที่สุด! มักคิดเรื่องพิเร

นทร์ออกมาได้เสมอ ยามข้ายังเล็กยังกลั่นแกล้ง

ข้าได้อย่างน่าเหลือทนนัก” อี๋หนิงเล่าเรื่องที่หลิน

เหมาเคยเผาร้านค้าในหยางโจว รวมไปถึงเรื่องที่

เขาทำร้ายผู้ดูแลร้านขณะที่เก็บค่าเช่าให้เว่ยหลิง

ฟัง

“แม้หลินเหมาจะเฉลียวฉลาดแต่ก็ไม่รักการเรียน

มารดาของเขาปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนักจึงส่งตัว

เขามายังตระกูลหลัวให้ท่านแม่ดูแล สุดท้ายเขา

ติดตามญาติผู้พี่กู้มารับราชการที่เมืองหลวง ครั้น

ฮ่องเต้ยังทรงเป็นองค์รัชทายาท เขาเคยอยู่ข้าง

พระวรกายพระองค์ช่วงหนึ่ง ไม่รู้ว่าไปหลอกล่อ

ฝั่าบาทอย่างไร พระองค์ถึงได้พระราชทาน

ตำแหน่งขุนนางให้เขา…”

ดูท่าจะเป็นคนที่ไม่เข้าทีจริงๆ

เว่ยหลิงมองบุตรสาวที่ใบหน้าแดงเรื่อเพราะต้อง

แสงแดด บนหน้าผากผุดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผิวของ

นางขาวใสเป็นประกายภายใต้แสงตะวัน แม้แต่

ผ้าไหมขาวดุจหิมะชั้นเลิศก็ยังไม่อาจเทียบ…

ข้อมือเรียวบางงดงาม เผยให้เห็นข้อกระดูกกลม

มนเล็กๆ พาให้ผู้ที่ได้พบเห็นอยากบีบไว้ให้มั่นใน

กำมือ แล้วคนทั่วไปจะปกปั้องนางได้อย่างไร…

หากนางพำนักอยู่ในจวนอิงกั๋วกงก็ยังมีเขาคอย

ปกปั้องดูแล แต่หากต่อไปแต่งออกไปแล้วจะทำ

เช่นไร

เว่ยหลิงนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนไปหารือกับฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยที่เรือนฝังประจิม

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกำลังสนทนากับนางสวี่ นางอยาก

เชิญแม่สามีของนางสวี่ซึ่งก็คือนางซ่งมารดาของ

เว่ยอิงมาพำนักที่นี่สักสองสามวันเพื่อช่วยกันเฟั้น

หา จากนั้นก็ได้ยินซ่งมามารายงานว่าบุตรชายมา

ขอพบ

นางสวี่พาเว่ยเจียหลบไปเล่นด้านนอก เว่ยหลิงนั่ง

ลง จิบชาอึกหนึ่งสลายความมึนเมาจากสุราแล้ว

เล่าเรื่องของหลินเหมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยฟังอย่าง

ละเอียด

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยตรึกตรองอยู่ชั่วครู่ นางรู้สึกว่าไม่

ค่อยเหมาะสมเท่าไร “ถึงเขาจะเป็นขุนนางที่

ปรึกษากรมโยธา ทั้งยังดูมีความสามารถ แต่หาก

อี๋หนิงแต่งงานกับเขาจริง ต่อไปอี๋หนิงก็ต้อง

ติดตามเขากลับไปยังหยางโจว ถนนหนทาง

กันดารระยะทางห่างไกล เดินทางไปกลับ

ยากลำบากยิ่งนัก นอกจากนี้ในตระกูลยังมีพี่ชาย

น้องชายถึงหกคน ใช่ว่าระหว่างเหล่าสะใภ้จะไม่

เกิดเรื่องขัดแย้ง ฟั้าสูงฮ่องเต้ประทับห่างไกล[1]

หากเกิดเรื่องขัดแย้งระหว่างสะใภ้ เจ้าก็เข้าไป

แทรกแซงไม่ได้แล้ว”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เว่ยหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แต่

หากไม่มีคนเหมาะสมจริงก็ใช่ว่าเขาจะเป็นไป

ไม่ได้ ข้าเห็นเขาอยากแต่งงานกับอี๋หนิงด้วยความ

จริงใจ”

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเองก็ผงกศีรษะ “เช่นนั้นก็อย่า

เพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ ลองดูไปก่อนแล้วค่อยว่า

กัน”

ในใจเว่ยหลิงอัดอั้น ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร

——————–

1. ฟั้าสูงฮ่องเต้ประทับห่างไกล หมายถึงอยู่

ไกลกันมาก เข้าไปก้าวก่ายไม่ถึง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 122"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
21/06/2026
novelpdf-063
ระวังหัวใจจะไหวหวั่น
25/03/2023
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
21/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.