Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 126

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 126
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อี๋หนิงนิ่งอยู่นานก่อนกล่าวเสียงแผ่วเบา “พี่ชาย

สาม ข้าต้องตรองดู…ท่านให้ข้าตรึกตรองให้

ละเอียด”

นางลุกขึ้น ขณะที่เห็นเขายกถ้วยชาขึ้นจิบพลาง

ผงกศีรษะเล็กน้อย นางก็รีบโผจากไปอย่าง

รวดเร็ว บรรดาชิงชวี่และสาวใช้สาวใช้ชราที่รอ

อยู่นอกศาลาเห็นนางออกมาก็รีบตามไป

รอจนถึงด้านล่างของบันไดแล้ว อี๋หนิงจึงพรูลม

หายใจช้าๆ รอบกายมีต้นโหยวถงขนาดใหญ่

หลายต้นคอยให้ร่มเงา ทั้งร่างนางมีเหงื่อผุดพราย

รู้สึกว่าเขาด้านล่างทั้งชื้นทั้งอบอ้าว เสียงจักจั่น

เรไรดังแว่ว ครั้นมองไปด้านล่างก็เห็นหลังคา

อารามของวัดสูงต่ำเรียงราย ภายใต้แสงของดวง

ตะวันทุกอย่างดูสงบนิ่ง

นางหันกลับไปมองก็พบว่าหลัวเซิ่นหย่วนยังคงดื่ม

ชาอยู่ในศาลาโดยมีองครักษ์ยืนล้อมรอบ เมื่อมอง

จากระยะไกล นางจึงเห็นไม่ชัดถึงอารมณ์ของเขา

สาวใช้กางร่มให้ อี๋หนิงนำสาวใช้สาวใช้ชราเดินลง

ไปด้านล่าง ครุ่นคิดเรื่องราวเงียบๆ

ความอับจนและการประนีประนอมของชีวิตใน

อดีต ร่างที่แขวนอยู่บนหน้าผาอันสูงชัน ต่อมาก็

เป็นชีวิตที่ราวกับถูกกักขัง แรงที่ลู่เจียเสวียบีบคอ

นางทำให้นางจวนเจียนสิ้นลม…

ชาติภพก่อนนางทำได้เพียงมองหลัวเซิ่นหย่วน

จากระยะไกล ชายหนุ่มเย็นชาถูกคั่นกลางด้วย

คลื่นฝูงชน สำหรับนางแล้ว อีกฝั่ายเป็นเพียงคน

แปลกหน้าเท่านั้น ผู้ใดจะคาดคิดว่าคนผู้นี้จะ

แปรเปลี่ยนเป็นพี่ชายสามของนาง สอนนางเขียน

อักษรและอ่านหนังสือ ทำให้นางหลุดพ้นจากเงา

ดำมืดในอดีตชาติ เปลี่ยนเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น

ไม่ว่านางจะยอมรับหรือไม่ ทว่าพี่ชายคนนี้ก็มี

ความสำคัญต่อนางอย่างลึกซึ้ง ต่อให้เขาเคย

แสดงความชั่วร้ายที่เกินขีดการยอมรับ ทว่านาง

ยินดีจะยอมรับ

บัดนี้เขากล่าวว่าเขาชอบนาง ยินดีแต่งนางเป็น

ภรรยา

แม้จุดประสงค์ของเขาจะเพื่อช่วยเหลือนาง

ในอดีต อี๋หนิงรู้สึกว่าคนเช่นหลัวเซิ่นหย่วน ต่อให้

ชอบคนผู้หนึ่งอย่างแท้จริงก็คงปฏิบัติอย่างเฉยชา

สำหรับเขา ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งสำคัญนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์ระหว่างชาย

หญิง เขาสามารถหลอกใช้ซุนฉงวันได้อย่าง

เลือดเย็น แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมในด้านนี้

ของเขา อันที่จริงเขาสามารถแต่งงานกับคนที่

เป็นประโยชน์ต่อเขามากกว่าได้ เช่นเซี่ยอวิ้น

อี๋หนิงคิดว่าพี่ชายสามคงไม่ได้ชอบนางสักเท่าไร

นอกจากจูบที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในคืนนั้น ทั้ง

สองก็ไม่มีอะไรเกินเลยอีก ทว่าเขาช่างมีเมตตา

นัก เพื่อช่วยนางก็ถึงขั้นยอมเสียสละการแต่งงาน

ของตน บางทีอาจเป็นเพราะเขาเป็นพี่ชายของ

นาง ดังนั้นจึงเคยชินกับการปกปั้องนาง

กล่าวโดยสรุป อี๋หนิงก็ยังรู้สึกกับเขาฉันพี่น้อง

หากเพราะความเมตตานี้ทำให้นางต้องกลายเป็น

ภรรยาของเขา…นางก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่

เล็กน้อย

นอกจากนี้ในกาลข้างหน้า เขาจะขึ้นเป็นราช

เลขาธิการแห่งเน่ยเก๋อ ฐานะสูงศักดิ์ สามารถ

คานอำนาจกับลู่เจียเสวียได้ การต่อสู้ในราชสำนัก

ของพวกเขาย่อมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นางเคยคิดไว้

นานแล้วว่าอยากมีชีวิตสงบสุข เกรงว่าคงเป็นไป

ไม่ได้เสียแล้ว

เมื่อครู่ที่เขาบีบคั้นนาง…น่ากลัวว่าแม้นางจะไม่

แต่งงานกับเขา แต่ต่อไปหากต้องพบเขาอีก นาง

คงไม่สามารถถือเขาเป็นเสมือนพี่ชายใหญ่ได้แล้ว

“คุณหนู บ่าวเห็นฮูหยินผู้เฒ่ายังคงสนทนาอยู่ฮู

หยินผู้เฒ่าแห่งจวนติ้งเปั่ยโหวอยู่ด้านใน ท่าน

อยากจะเข้าไปหรือไม่” เสียงของเจินจูดังขึ้น

ยามนี้อี๋หนิงถึงเพิ่งหลุดจากภวังค์ นางมองห้อง

รับรองที่อยู่เบื้องหน้า บนกำแพงบังรัศมีที่อยู่หน้า

ห้องรับรองมีอักษร ‘ฌาน’ เขียนอยู่ตัวหนึ่ง มีต้น

ไทรใหญ่โบราณตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง

ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าฟูั่ย้ายออกมา

พูดคุยกันด้านนอกแล้ว และมีนางซ่งที่กำลังยิ้ม

กว้างเข้าร่วมวงสนทนาอยู่ด้านข้าง ฮูหยินผู้เฒ่า

ทั้งสามกำลังคุยเรื่องสนุกที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง

ครานี้เพราะเรื่องการแต่งงานของอี๋หนิง ฮูหยินผู้

เฒ่าเว่ยจึงตั้งใจเชิญพวกนางสองคนมาเยี่ยมชม

วัดร่วมกัน ทว่าสอบถามไปมาก็ยังไม่พบคนที่

เหมาะสม ดังนั้นจึงเปลี่ยนไปกล่าวถึงเรื่องของห

มิงจูแทน

เมื่อเห็นอี๋หนิงมาแล้ว หลัวอี๋ฮุ่ยจึงเรียกนางเข้าไป

ก่อนยื่นจานแตงหวานในมือให้นางกิน “เจ้าลอง

ชิมดู ผ่านการแช่น้ำเย็นมาแล้ว ทั้งยังราดน้ำตาล

อ้อยลงไปอีกเล็กน้อย”

อี๋หนิงกล่าวคำขอบคุณ นั่งกินแตงหวานข้างพี่สาว

ใหญ่ ฟังฮูหยินผู้เฒ่าทั้งหลายสนทนาด้วยท่าที

เอื่อยเฉื่อย หัวใจที่เต้นรัวเร็วถึงได้ผ่อนจังหวะลง

บนไหล่เขา หลัวเซิ่นหย่วนมองอี๋หนิงที่ถูกสาวใช้

ห้อมล้อมเดินจากไปไกล

“ใต้เท้า รถม้ารออยู่ด้านล่างแล้ว พวกเรา

สามารถออกเดินทางได้แล้วขอรับ…” คนด้านข้าง

รายงานเสียงแผ่วเบา

หลัวเซิ่นหย่วนมองนางเงียบๆ อยู่เนิ่นนาน ก่อน

กล่าวเสียงต่ำ “ไปเถิด”

ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่…

ยังมีธุระที่ไม่ได้สะสาง รอจนเขาเตรียมตัวเสร็จ

เรียบร้อยแล้วจะต้องไปสู่ขอนางถึงประตูจวนด้วย

ตัวเอง

ถึงยามนั้น ไม่ว่าอี๋หนิงจะยินยอมหรือไม่ อย่างไร

ก็ต้องตอบตกลงแล้ว

เมืองต้าถงซานซี จวนผู้บัญชาการ

เมืองต้าถงปกครองอำเภอต้าถง มีอำนาจเหนือ

เมืองเสียหุนหยวน อิ้ง ซั่ว เว่ยทั้งสี่เมือง แต่ไรมา

ก็เป็นเมืองทางทหารที่สำคัญ สถานที่เหล่านี้อยู่

ภายใต้การปกครองของเจิงอิ้งคุนแม่ทัพของต้าถง

มาโดยตลอด คนนอกยากจะแทรกแซง ทว่าครา

นี้ผู้ที่มาไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นผู้บัญชาการลู่เจียเสวีย

ผู้กรำศึกในอาณาเขตเหนือจนได้รับชัยชนะอัน

ยิ่งใหญ่ในปีนั้น มาบัดนี้เขาขึ้นเป็นผู้สำเร็จ

ราชการ ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่

ระมัดระวัง

ท่านผู้สำเร็จราชการออกลาดตระเวน ขบวน

ทหารย่อมต้องยิ่งใหญ่ วันที่เขาเพิ่งมาถึงต้าถง

ปั้ายและธงปลิวสะบัดเต็มกำแพงเมือง ด่าน

ปราการและปั้อมเฝั้าระวังศัตรู ทหารทุกนายสวม

เกราะปั้องกัน ตั้งขบวนด้วยท่าทีเข้มแข็ง ใน

กองทัพมีการจัดเตรียมการแสดงการฝึกทหารไว้

ลู่เจียเสวียชมการแสดงจนจบโดยไม่แสดงสีหน้า

อะไร ทำให้ผู้บัญชาการที่มองอยู่ถึงกับพะวง

ยามดึกหลังจากวางทหารส่วนตัวประจำการไปทั่ว

กองบัญชาการ พื้นที่โดยรอบก็ตกอยู่ภายใต้การ

อารักขาอย่างเข้มงวด ลู่เจียเสวียอยู่ภายในห้อง

หารืออย่างลับๆ กับรองแม่ทัพของตน ผ่านไปครู่

ใหญ่ประตูจึงเปิดออก แสงเหลืองนวลของเปลว

เทียนเล็ดลอดออกมา รองแม่ทัพเดินออกมาจาก

ด้านใน กล่าวกับเย่เหยียนที่คอยอารักขาอยู่ด้าน

นอกว่า “ท่านผู้บัญชาการมีเรื่องในใจ เจ้าพูดจา

ต้องระมัดระวังหน่อย” เย่เหยียนประสานมือ

กล่าวขอบคุณ ก่อนเดินเข้าไปด้านใน

ลู่เจียเสวียกำลังอ่านรายงานลับที่รองแม่ทัพส่งให้

เมื่อประตูเปิดออก สายลมเย็นแห้งของชายแดนก็

พุ่งเข้าปะทะ เขาไม่ต้องเงยหน้า เพียงฟังฝีเท้าก็รู้

ว่าผู้มาเป็นใคร เขาอ่านรายงานลับต่อไป ก่อน

เอ่ยถามเย่เหยียน “ที่เมืองหลวงมีการเคลื่อนไหว

หรือไม่”

“มีขอรับ” เย่เหยียนติดตามลู่เจียเสวียมาสิบกว่า

ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ลู่เจียเสวียเพิ่งรับตำแหน่งเป็นท่าน

โหว เขาเข้าใจถึงอารมณ์ของอีกฝั่ายอย่างแจ่ม

แจ้ง ลู่เจียเสวียอารมณ์ไม่ดี เย่เหยียนจึงกล่าว

อย่างกระชับ ปั้องกันไม่ให้ผู้บัญชาการฟังแล้วยิ่ง

ไม่สบอารมณ์ “เป็นเรื่องของหลานชายของท่าน

ใต้เท้าเฉิงเฉิงหลาง ในจวนอิงกั๋วกงส่งข่าวมาว่า

ท่านอิงกั๋วกงมีความคิดจะยกบุตรสาวให้แต่งกับ

ใต้เท้าเฉิง ใต้เท้าเฉิงก็คล้ายจะตกลงแล้ว…”

ลู่เจียเสวียไม่ได้เงยหน้าขึ้น “เว่ยหลิงปั่วยจนหา

หมอส่งเดชแล้ว เฉิงหลางเป็นคนอย่างไร เขายัง

กล้ายกบุตรสาวให้” เขารู้จักอุปนิสัยเจ้าสำราญ

ของหลานชายคนนี้ดี อีกฝั่ายดูคล้ายอ่อนโยน

ทว่าแท้จริงปฏิบัติต่อทุกคนอย่างไร้หัวใจ เมื่อ

คิดถึงสาวน้อยคนนั้นที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนเขาให้

ช่วยเว่ยหลิง ลู่เจียเสวียก็ขมวดคิ้วแล้วถามต่อ

“กำหนดวันแล้วหรือยัง”

“ได้ยินว่ากำลังหารือ ดูเหมือนท่านอิงกั๋วกงยังมี

ตัวเลือกอื่น…”

ลู่เจียเสวียครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เกิดเรื่องเช่นนั้น การ

แต่งงานของอี๋หนิงคงเป็นเรื่องลำบาก หากเว่ย

หลิงจะร้อนรนก็เป็นเรื่องสมควร อันที่จริงเฉิง

หลางแต่งงานกับอี๋หนิงก็ดี การสมรสเชื่อม

สัมพันธ์ระหว่างตระกูลขุนนางจะช่วยกระชับ

ความสัมพันธ์ให้มั่นคง เขาหยิบกระดาษอีกแผ่น

ออกมา เขียนอักษรลงไปสองสามแถวแล้วส่ง

ให้เย่เหยียน “ส่งกลับไปให้เฉิงหลางที่เมืองหลวง

กล่าวกับเขาว่าข้าสนับสนุนการแต่งงานนี้”

เย่เหยียนรับจดหมายมา ยืนรออยู่ตรงประตูครู่

หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นกะทันหัน “ใต้เท้า หากเจิงอิ้ง

คุนดื้อรั้น…เหตุใดท่านจึงไม่จัดการ…” เขาทำ

สัญญาณมือปาดคอ “เช่นนี้ต่อให้พวกชั้นผู้น้อย

จะสนิทแนบแน่นเพียงใดก็ต้องถึงคราแตกแยก

ฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงเจิงอิ้งคุนมาช้านาน หาก

ทรงทราบต้องพอพระทัยเป็นแน่”

“แค่เจิงอิ้งคุนคนเดียว ข้าไม่เห็นอยู่ในสายตา”

ลู่เจียเสวียวางพู่กันลง

เขาพลันคิดถึงตนเองในวัยเยาว์ที่ไม่ชอบอ่าน

หนังสือ ชอบติดตามอาจารย์เรียนวรยุทธ์มากกว่า

ปีนั้นที่ขอแต่งนางเป็นภรรยา เพื่อนางแล้ว เขาจึง

ฝึกปรือคัดลายมือเพื่อคัดลอกรายการสินสอด

เขียนทีละเส้นอย่างตั้งใจ ต่อมายังต้องคัดบทสวด

แทนนาง มายามนี้ลายมือจึงคมชัดอย่างยิ่ง ไม่แพ้

บัณฑิตทั่วไป

“เช่นนั้นท่าน…” เย่เหยียนกล่าวต่ออย่างสงสัย

“เว่ยหลิงมีผู้ช่วย” ลู่เจียเสวียแค่นหัวเราะเสียง

เย็นคราหนึ่ง “คนผู้นี้ร้ายกาจนัก เขาล่วงรู้ข่าวทุก

เรื่องของต้าถง”

“เรื่องที่ด่านปราการผิงหย่วน เขาลอบช่วยเหลือ

ไปไม่น้อย เกรงว่าที่รบชนะครานี้ ผลงานกว่าครึ่ง

คงมาจากเขา กระทั่งสายลับของข้ายังถูกหลอก”

ลู่เจียเสวียเอ่ยเสียงเย็น “ช่างกล้านัก”

เย่เหยียนรีบกล่าว “ต้องการให้ข้าน้อยหาตัวคนผู้

นี้ออกมาหรือไม่ขอรับ”

ลู่เจียเสวียตอบ “ไม่จำเป็น ข้ารู้ว่าเป็นผู้ใด” เขา

พูดต่อ “ดูว่าต่อไปเขาจะตัดสินใจอย่างไร

เส้นทางในกาลข้างหน้าของคนผู้นี้คงไม่ธรรมดา”

เย่เหยียนรับคำ ก่อนประสานมือถอยออกไป

วันต่อมาเฉิงหลางก็ได้รับจดหมายฉบับนี้

เรื่องที่เขาอยากสู่ขออี๋หนิงยังไม่ทันเผยแพร่

ออกไป ทว่าเขากลับไม่ประหลาดใจสักนิดที่ลู่เจีย

เสวียล่วงรู้ ในจวนอิงกั๋วกงต้องมีคนของลู่เจียเสวี

ยอยู่ แม้จะไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นใคร

หลังจากเขาได้รับจดหมายก็ไปพบท่านผู้เฒ่าเฉิง

กล่าวเรื่องที่ตนต้องการสู่ขออี๋หนิง หากอี๋หนิงยัง

ไม่ได้ถูกรับเข้าจวนวันหนึ่ง ใจเขาก็ไม่สงบอีกหนึ่ง

วัน มีเพียงเขาได้แต่งงานรับนางเข้ามาเท่านั้น

ต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา

ท่านผู้เฒ่าเฉิงเคยเป็นหัวหน้าของฝั่ายตรวจการ

มาก่อน หลังจากเกษียณแล้วจึงกลับมาพักผ่อนที่

บ้าน ยามนี้เขามีลูกศิษย์ทั่วบ้านทั่วเมือง ใน

ตระกูลมีบุตรชายสองคนที่ล้วนไม่ได้เรื่อง ลูกชาย

คนโตยังถูกลู่เจียเสวียบีบบังคับให้ยกย่องอนุขึ้น

เป็นภรรยาเอก ขณะนั้นเขารู้สึกว่าเฉิงหลางเป็น

คนเฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง ส่วนบุตรชายตนกลับ

เป็นคนที่ต่อให้สนับสนุนอย่างไรก็ผลักดันไม่ขึ้น

เขาจึงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก ยามนี้เป็นผู้เฒ่า

ว่างงานอยู่ในจวน ไม่มีสิ่งใดทำ เพียงเลี้ยงนก

ปลูกต้นไม้ ชี้แนะแนวทางเกี่ยวกับสถานการณ์ใน

ราชสำนักให้หลานชายเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เมื่อได้ยินว่าเฉิงหลางอยากสู่ขอสตรี ท่านผู้เฒ่า

เฉิงที่กำลังหยอกล้อนกกระจาบก็ตกใจ “เหตุใด

เจ้าจึงไม่รีบพูด เป็นหญิงสาวตระกูลใด”

“หลานตรึกตรองถี่ถ้วนแล้ว” เฉิงหลางกล่าวกับ

ท่านผู้เฒ่าเฉิงอย่างนอบน้อม “อยากตบแต่งญาติ

ผู้น้องอี๋หนิงแห่งจวนอิงกั๋วกงมาเป็นภรรยาขอรับ

เพียงท่านตกลง พวกเราก็สามารถเริ่มหารือได้

ทันที”

ท่านผู้เฒ่าเฉิงได้ยินนามของคนที่เขาหมายตาก็

กล่าวเนิบช้า “หลางเกอร์ แม้เจ้าจะถูกจารึกเป็น

หลานนอกของท่านผู้เฒ่าอิงกั๋วกง แต่เพื่อจวน

อิงกั๋วกงแล้ว เจ้าจะตัดสินใจเช่นนี้ไม่ได้…”

ท่านผู้เฒ่าเฉิงย่อมรู้เรื่องงานเลี้ยงในวันนั้น เขาไม่

เห็นด้วยที่เฉิงหลางจะแต่งรับอี๋หนิงเข้ามา

ตระกูลเฉิงมีประวัติขาวสะอาด การหลีกเลี่ยง

เคราะห์ร้ายแสวงหาเคราะห์ดีเป็นสิ่งสำคัญ

เฉิงหลางยิ้มขื่น “ท่านปูั่ ข้าชอบอี๋หนิงด้วยใจจริง

นอกจากนางแล้ว ข้าไม่ยินดีแต่งกับผู้ใดอีก”

ท่านผู้เฒ่าเฉิงไม่มีทางเชื่อ เขาปรายตามองเฉิง

หลาง “อุปนิสัยของเจ้า ข้ามีหรือจะไม่รู้ อะไรใจ

จริงไม่ใจจริงกัน!” เขากล่าวจบก็พบว่าหลานชาย

ที่ยืนอยู่ข้างชั้นวางไม้หวงฮวาหลีโบราณผุด

รอยยิ้มขื่นที่มุมปาก ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยวาจา ท่านผู้

เฒ่าเฉิงจึงได้วางท่าเคร่งขรึมขึ้น “เจ้า…จริงจัง

หรือ”

“เมื่อก่อนท่านมักกล่าวว่าข้าจิตใจรวนเรมิใช่หรือ

ยามนี้ข้าตกลงปลงใจได้แล้ว เหตุใดจึงกลายเป็น

ไม่เชื่อไปเสียแล้ว” เฉิงหลางสำทับเป็นคำรบที่

สอง “ข้าย่อมจริงใจแน่นอน ข้ารู้สึกว่าเรื่อง

เหล่านั้นที่เคยกระทำในอดีต…ล้วนไม่สมควร

หากได้พบนางก่อนหน้านี้ ข้าคงไม่ทำเรื่อง

เหลวไหลเหล่านั้นแน่นอน”

สามารถกล่าวถ้อยคำนี้ออกมาได้ เช่นนั้นคงมา

จากใจจริงแล้ว

ท่านผู้เฒ่าเฉิงทอดถอนใจ “เช่นนั้นก็น่าเสียดาย

แล้ว หลายวันก่อนยามข้าดื่มสุรากับเซี่ยเก๋อเหล่า

ได้กล่าวถึงเจ้า เขาอยากรับเจ้าเป็นหลายเขย

เซี่ยอวิ้นหลานสาวของตระกูลเขาคนนั้นอย่างไร

เล่า ที่เข้าวังไปอยู่เป็นเพื่อนฮองเฮาบ่อยครั้ง เจ้า

น่าจะเคยพบสองสามครั้งกระมัง ข้ารู้สึกว่าเซี่ยอ

วิ้นไม่เลว เหมาะสมกับเจ้า ทั้งความสามารถรูป

โฉมล้วนครบครัน แต่ก่อนมิใช่ว่าเจ้าชอบหญิง

สาวเช่นเซี่ยอวิ้นหรอกหรือ”

ในอดีตเขามีนิสัยเจ้าสำราญ ชมชอบหญิงสาวที่

วางท่าหยิ่งทะนงเป็นพิเศษ ทว่านั่นเป็นเพียง

ความสนุกทางโลก เป็นการเสาะหาความตื่นเต้น

เท่านั้น ครั้นรู้ว่าอี๋หนิงยังมีชีวิตอยู่ สำหรับเขา

สตรีอื่นล้วนเป็นดุจเมฆควันที่ผ่านตา ไม่นำมาใส่

ใจ

เฉิงหลางกล่าวอย่างอับจนและสะกดกลั้น “ท่าน

อย่าได้เหลวไหลจับคู่นกยวนยาง บัดนี้ข้าสำรวม

จิตใจแล้ว”

ท่านผู้เฒ่าเฉิงเห็นเขาจริงใจก็หัวเราะเสียงดัง “ดี

…เพียงเจ้ามีความสุข! เห็นทีข้าคงต้องกล่าว

กับเซี่ยเก๋อเหล่าให้ชัดเจน พวกเขาจะได้ไม่ต้องมา

หารือเรื่องหมั้นหมายกันถึงหน้าประตู”

เฉิงหลางยิ้มเล็กน้อย คิ้วแฝงประกายแห่งความ

ยินดี

ด้านนอกพระอาทิตย์ลาลับไปแล้ว ผืนฟั้าปรากฏ

ดวงดาราจางๆ

เซี่ยอวิ้นกลับมาจากวังหลวง ครานี้นางไปอยู่กับ

ท่านปั้าเกือบครึ่งเดือน นางคิดถึงท่านปูั่อย่างยิ่ง

ทันทีที่ลงจากรถม้าก็เปลี่ยนอาภรณ์ไปคารวะ

ท่านปูั่

ตั้งแต่เด็กท่านปูั่ก็สอนนางอ่านหนังสือ

ฟั้ามืดแล้ว เซี่ยเก๋อเหล่านั่งวาดรูปอยู่ในห้อง

หนังสือ บนโต๊ะไม้จันทน์แดงยาวมีที่วางพู่กันหยก

ขาวและจานฝนหมึก ในอ่างกระเบื้องเคลือบมี

ม้วนภาพเสียบอยู่หลายม้วน ภายในห้องอวลไป

ด้วยกลิ่นหอมของน้ำหมึกจางๆ

“อวิ้นเอ๋อร์มาแล้ว” เมื่อเซี่ยอี้ได้ยินเสียงฝีเท้าก็

เงยหน้าขึ้น เขารักเอ็นดูหลานสาวคนนี้มากที่สุด

โปรดปรานยิ่งกว่าหลานชายอยู่หลายส่วน เขา

สอนนางอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก นางต้องการอะไร

ก็ประเคนถึงตรงหน้า ฟูมฟักจนนางมีอุปนิสัยหยิ่ง

ทะนง ทว่าอันที่จริงพื้นฐานจิตใจของนางไม่ใช่คน

เลวร้าย

เซี่ยอวิ้นเดินไปข้างกายท่านปูั่ ช่วยเขาฝนหมึก

พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นานแล้วที่ข้าไม่ได้พบ

ท่าน สุขภาพของท่านยังดีอยู่หรือไม่ ฤดูร้อน

อากาศร้อน ท่านกินข้าวลงหรือไม่เจ้าคะ”

เซี่ยอี้กล่าวเนิบช้า “อวิ้นเอ๋อร์ ข้าได้ยินท่านแม่

ของเจ้ากล่าวว่าเจ้าคล้ายจะมีคนในใจแล้ว”

เซี่ยอวิ้นกระแอมไอเสียงหนึ่ง ตระกูลเซี่ยเป็น

ตระกูลบัณฑิต มีประวัติความเป็นมายาวนาน

ตั้งแต่เล็กนางก็เติบโตมาท่ามกลางกลิ่นอายของ

หนังสือ ถูกแยกอยู่คนละชั้นจากหญิงสาวตระกูล

ขุนนางธรรมดาเหล่านั้น เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นางถึง

ได้มีอาการเขินอายเฉกสตรีทั่วไป “ท่านปูั่ ข้ามี

แผนการของตน ท่านแม่เพียงกล่าวไปเรื่อย

เท่านั้น”

“อวิ้นเอ๋อร์ หลายวันก่อนข้าได้พบหลัวเซิ่นหย่วน

แล้ว” เซี่ยอี้กล่าวเสียงเรียบ “คนผู้นี้มีจิตใจแยบ

ยลเกินไป ชอบใช้ผลประโยชน์จากผู้อื่น อุปนิสัย

ของเจ้ากับเขาไปกันไม่ได้”

เซี่ยอวิ้นเงยหน้าทันควัน นางมีท่าทีตกใจเล็กน้อย

แต่ไรมาท่านปูั่ก็เอ็นดูนางมากที่สุด

“ท่านปูั่…เซิ่นหย่วนดีมาก!” เซี่ยอวิ้นร้อนรน

เล็กน้อย “เขามีอุปนิสัยเช่นนั้น ท่านไม่ชอบเขา

หรือ”

เซี่ยอี้ถอนหายใจ เขาใช้ชีวิตมาเจ็ดแปดสิบปีย่อม

มองเรื่องเหล่านี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง “อวิ้นเอ๋อร์

ข้าชื่นชมเขามาก แต่คนผู้นี้…ไม่ว่าผู้ใดแต่งงานกับ

เขาย่อมมีชีวิตไม่ดีทั้งสิ้น ปูั่รักเอ็นดูเจ้าถึงได้ไม่

อยากให้เจ้าใกล้ชิดกับเขามากเกินไป หลายวัน

ก่อนข้าดื่มสุรากับท่านผู้เฒ่าเฉิง รู้สึกว่าเฉิงเกอร์

ของพวกเขาไม่เลว รูปลักษณ์หล่อเหลา ทั้งยังมี

ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ท่านผู้เฒ่าเฉิงก็พึง

พอใจ ข้าว่ามิสู้พวกเราสองตระกูลมาเชื่อม

สัมพันธ์เกี่ยวดองกัน เจ้ามีอุปนิสัยทะนงตน ต้อง

หาคนที่มีอุปนิสัยอ่อนโยนมาโอนอ่อนยอมรับ

เจ้า”

เซี่ยอวิ้นอึดอัดใจเพราะถ้อยคำของเซี่ยอี้

กระบอกตาแดงเรื่อ นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ต่อให้

เขาอยากแต่ง ข้าก็ไม่อยากแต่งกับเขา! ข้าชอบ

หลัวเซิ่นหย่วนเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้อื่นล้วนไม่

ชอบ…”

เซี่ยอี้ตระหนักถึงความดื้อรั้นของหลานสาวดี เขา

โคลงศีรษะพลางกล่าว “อวิ้นเอ๋อร์ ชอบหรือไม่

ชอบ เจ้าต้องลองดูก่อนค่อยว่ากัน”

เซี่ยอวิ้นเม้มริมฝีปาก วางแท่งหมึกในมือลง ไม่

พูดอะไรอีกก็หมุนตัวออกไปจากห้องหนังสือ

ของเซี่ยอี้ เสียงกระดิ่งเงินที่แขวนอยู่ปลายผ้าม่าน

กระทบกับกรอบประตู นางคล้ายกำลังกรุ่นโกรธ

อย่างยิ่ง

เซี่ยอี้กล่าวกับสาวใช้ชราข้างกาย “ตามไปดูนาง”

เซี่ยอวิ้นนั่งไม่สบอารมณ์อยู่ในห้องด้านข้าง

ประเดี๋ยวก็คิดถึงเฉิงหลางที่มาสู่ขอ ใบหน้าท่านปูั่

เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ประเดี๋ยวก็คิดถึงแผ่นหลังสูง

ตระหง่านของหลัวเซิ่นหย่วน ยังมีช่วงเวลาที่ได้

พูดคุยกับเขา น้ำเสียงเขาไม่รีบไม่ร้อน นางเอน

กายลงบนหมอนอิงสีแดงสดลายอักษรยินดีสี่ตัว

ดอกไห่ถังที่อยู่ในมือถูกกำขยำจนไม่เหลือชิ้นดี

“คุณหนูรอง” แม่นมที่ปรนนิบัติข้างกายอดเกลี้ย

กล่อมนางไม่ได้ “ข้าได้ยินคนกล่าวกันว่าเฉิงหลาง

ผู้นั้นมีรูปลักษณ์หล่อเหลายิ่งนัก ไม่มีผู้ใดจะรูป

งามไปกว่าเขา ที่สำคัญเขากำลังจะได้เลื่อนขั้น

เป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝั่ายตรวจการแล้ว…สามีที่ดี

เช่นนี้ ต่อให้ผู้อื่นจุดตะเกียงแสวงหาอย่างไรก็ยาก

จะพานพบ”

“ต่อให้เขาดีแล้วอย่างไร” เซี่ยอวิ้นยังคงโมโห แต่

ในตระกูลท่านปูั่เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด เพียงเขา

เอ่ยปาก ต่อให้เป็นท่านแม่ก็ไม่กล้ากล่าวอะไร

นางลุกพรวดนั่งหลังตรง “เจ้าสั่งการลงไป พรุ่งนี้

พวกเราจะนั่งรถม้าเข้าวัง ข้าจะไปเข้าเฝั้า

ฮองเฮา” ฮองเฮาโปรดปรานนางมากที่สุด ต้อง

ช่วยออกหน้าแทนนางแน่!

แม่นมกล่าวอย่างอับจน “คุณหนูรอง อย่างไร

ฮองเฮาก็ทรงเป็นคนนอก หากท่านผู้เฒ่าทราบ

ต้องโกรธท่านเป็นแน่”

แผ่นหลังของเซี่ยอวิ้นยืดตรง น้ำเสียงพลันต่ำลง

“จะให้ข้ามองดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้…”

แม่นมเป็นคนที่เลี้ยงดูเซี่ยอวิ้นจนเติบใหญ่ รัก

ดูแลนางประหนึ่งบุตรสาวแท้ๆ ของตน แม่นมจับ

มือนางไว้ เกลี้ยกล่อมต่อ “ท่านผู้เฒ่ารับราชการ

มาทั้งชีวิต จะมีคนประเภทใดบ้างที่ไม่เคยพาน

พบ ท่านฟังเขาย่อมไม่ผิด นอกจากนี้เฉิงหลางยัง

เป็นผู้ที่ถ่อมตนดุจหยก มีหญิงสาวมากมาย

อยากจะแต่งงานกับเขา แต่กลับไม่ได้แต่ง…”

“เขาถ่อมตนดุจหยก ข้าคล้ายได้ยินว่า…เขาเจ้า

สำราญมิใช่หรือ” เซี่ยอวิ้นนึกถึงบทสนทนายาม

ว่างที่ตนได้ยินจากหญิงสาวตระกูลขุนนาง

เหล่านั้น

“ท่านผู้เฒ่ามองคนได้แม่นยำนัก อดีตจะเป็น

อย่างไรล้วนไร้ความหมาย สิ่งสำคัญคือต้องดูว่า

หลังแต่งงานเป็นอย่างไร” แม่นมกล่าว “อีกอย่าง

หนึ่ง ทุกวันนี้บุรุษล้วนมีสาวใช้ห้องข้างปรนนิบัติ

ข้างกายทั้งสิ้น…”

เซี่ยอวิ้นส่ายศีรษะกล่าวว่า “ต่งมามา ท่านช่วย

ข้าเรียกชุ่ยอวี้เข้ามา…ข้ามีเรื่องจะสั่งนาง” ชุ่ยอวี้

เป็นสาวใช้ใหญ่ข้างกายนางที่มีความสามารถมาก

ที่สุด เป็นคนที่ท่านแม่ตั้งใจมอบให้นาง

เซี่ยอวิ้นเอนกายพิงหมอนอิง สายตาแน่วแน่ขึ้น

ไม่น้อย ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร นางไม่มีทางยอม

แต่งงานกับเฉิงหลาง

เช่นนั้นคงต้องสืบเสียก่อนว่าแท้จริงแล้วเฉิงหลาง

เป็นคนอย่างไร

หากพบจุดบกพร่องแล้วนำไปพูดให้ท่านปูั่ฟัง ไม่

แน่ว่าท่านปูั่อาจยอมถอนวาจาก็เป็นได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 126"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
21/06/2026
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
20/06/2026
60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.