Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 125

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 125
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

มีคนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หลัวเซิ่นหย่วน เขารับมา

เช็ดเลือดบนมือ ก่อนส่งกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ เขา

ถามถิงเกอร์ “เจ้าชอบดูลิงหรือ”

ถิงเกอร์จำหลัวเซิ่นหย่วนได้ แม้จะไม่สนิทนักก็

ตาม เขาผงกศีรษะโดยยังมีคราบน้ำตาบนใบหน้า

“ดูลิงแล้วสนุก…”

“คราวหลังห้ามเข้าใกล้พวกมันเกินไป หากจะ

ปั้อนอาหารก็อย่าวางบนมือ” หลัวเซิ่นหย่วนสั่ง

กำชับเขา ก่อนจะลุกขึ้น องครักษ์เตรียมเดินตาม

เขาไป

“ท่านเองก็ชอบลิงหรือ” ถิงเกอร์รีบถาม

หลัวเซิ่นหย่วนได้ยินก็ครุ่นคิด ก่อนตอบด้วย

รอยยิ้ม “ข้าไม่ได้ชอบอะไร”

ถิงเกอร์มองเขาด้วยความสงสัย อี๋หนิงมองเขา

จากระยะไกล ต่อให้ยามนี้เขามีตำแหน่งขุนนาง

ในมือมีอำนาจ แต่ก็คล้ายยังไม่มีอะไรสักอย่าง

ขณะนี้เองก็มีคนสวมชุดเฉิงจึก้าวขึ้นบันไดมาหยุด

เบื้องหน้าเขาพร้อมคุกเข่าลงข้างหนึ่ง “ใต้เท้า

ท่านรองเสนาบดีกรมอาญาหลิวส่งคนมาเชิญท่าน

…”

เขากระซิบสั่งการคนผู้นั้น ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็น

อี๋หนิงที่ยืนอยู่ด้านล่างของบันไดในที่ไม่ไกล

ชั่วขณะนั้นอี๋หนิงไม่รู้ว่าควรแสดงสีหน้าใดต่อเขา

อี๋หนิงสูดลมหายใจลึก เรียกคนให้พาถิงเกอร์กลับ

ไปที่ห้อง หากมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยดูแล เขาจะได้ไม่

สร้างความเดือดร้อนอีก นางเดินไปหาหลัวเซิ่น

หย่วน “พี่ชายสาม มือของท่านเป็นอะไรมาก

หรือไม่”

นางเดินไปหยุดตรงหน้าหลัวเซิ่นหย่วน ไม่มี

องครักษ์เข้าขัดขวางนาง อี๋หนิงจับมือขวาของเขา

ที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาดู มือเขาถูกลิงข่วนจนเป็น

แผลเลือดซึม ดูลึกไม่น้อย

หลัวเซิ่นหย่วนปล่อยให้นางจับมือโดยไม่เอื้อนเอ่ย

อะไร อี๋หนิงคาดเดาไม่ถูกว่าเขากำลังคิดอะไร ทั้ง

ที่นางคุ้นเคยกับทุกสิ่งทุกอย่างของคนผู้นี้มาก

ที่สุด ทว่าบัดนี้ยิ่งนานวันนางก็ยิ่งมองไม่ออก นาง

ครุ่นคิดก่อนกล่าว “พี่ชายสาม ข้าว่าบาดแผลนี้

รุนแรงไม่น้อย ไม่ควรจัดการเช่นนี้ ให้ข้าช่วยท่าน

ทำแผลเถิด…”

อี๋หนิงปล่อยมือเขาลง หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพัน

ให้เขาอย่างง่ายๆ

โดยไม่ทันตั้งตัว มือของนางถูกเขาพลิกกลับมากุม

จับไว้ เพราะมือขวาของหลัวเซิ่นหย่วนได้รับ

บาดเจ็บจึงไม่อาจม้วนงอได้ ทว่าแรงของเขา

มหาศาลยิ่ง ประหนึ่งที่คีบเหล็กเลยทีเดียว

อี๋หนิงเงยหน้ามองเขา ยังคงเป็นใบหน้าหล่อเหลา

ใบหน้านั้น สันจมูกตรง ทันใดนั้นนางก็คล้ายถูก

ดึงดูดเข้าสู่ดวงตาสีดำลึกดุจบ่อน้ำโบราณของเขา

จากนั้นก็ได้ยินเสียงข่มกลั้นที่ราวกับระคนด้วย

ความเฉยชาของเขา “อี๋หนิง เจ้าคิดจะทำสิ่งใด”

“หากไม่ชอบข้า รังเกียจข้า เจ้าก็ควรหลีกหนีไป

ให้ไกล” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวต่อ “มิเช่นนั้นเรื่อง

ที่เกิดในคืนนั้นคงได้เกิดขึ้นอีก ข้าไม่มีทางเป็น

เพียงพี่ชายสามของเจ้าแล้ว”

อี๋หนิงถูกเขาจับจ้องจนตื่นตระหนก พยายามดึง

มือออก

“ข้าจะรังเกียจท่านได้อย่างไร…“ อี๋หนิงหลบ

สายตาเขา แววตานั้นแฝงด้วยความลึกซึ้งเร่าร้อน

ความรู้สึกที่นางมีต่อหลัวเซิ่นหย่วนซับซ้อนเกินไป

ทั้งเวทนาสงสารทั้งพึ่งพา นางเชื่อหลัวเซิ่นหย่วน

อย่างหมดใจ ทว่าขณะที่นางพยายามก้าวเข้าไป

ทำความเข้าใจกับความนึกคิดของเขา เขากลับทำ

สิ่งนั้นกับนาง นางจึงเริ่มอยากหลบหนีเขาแล้ว

นี่เหมือนกับยามที่นางยังเด็ก บางทีอาจเป็นกลไก

ปั้องกันตัวเองของนาง วัยเยาว์นางไร้มารดา แต่

ไรมาจึงไม่เคยเอ่ยถึงมารดาของตนต่อหน้าผู้อื่น

นางเคารพแม่เลี้ยงประหนึ่งมารดาบังเกิดเกล้า

น้องสาวของแม่เลี้ยงไม่ชอบนาง นางก็จงใจ

เพิกเฉยต่อความรังเกียจที่น้องสาวมีต่อนาง บอก

กับตนว่าน้องสาวปฏิบัติเช่นนี้กับทุกคน ก่อนจะ

ปฏิสัมพันธ์กับน้องสาวต่อไป มิเช่นนั้นนางจะยัง

สามารถทำอะไรได้อีก นางอยากทำตัวไม่สนใจ

อะไร ตำหนิสั่งสอนน้องสาวสักครั้ง แต่แม่เลี้ยง

ย่อมรักเอ็นดูบุตรสาวแท้ๆ มากกว่านาง เมื่อไร้

คนปกปั้อง นางจะกล้าสั่งสอนน้องสาวได้อย่างไร

ยามนั้นในจวนมีอาจารย์เข้ามาสอน ‘สารท

วสันต์’ เขาชอบนางมากกว่าน้องสาว มักชื่นชม

นางให้ท่านพ่อฟังบ่อยครั้ง จากนั้นแววตาที่

มารดาเลี้ยงจับจ้องนางก็เจือไปด้วยความเย็นชา

สามส่วน ทำให้นางต้องเหินห่างกับอาจารย์ท่านนี้

วันนั้นที่หลัวเซิ่นหย่วนจูบนางกะทันหัน นางกลัว

มาก บางทีอาจเป็นความกลัวต่อสิ่งที่ไม่อาจล่วงรู้

เนิ่นนานหลังเขาจากไป นางก็ยังคงตัวสั่นเทา

นางยังคงตกอยู่ในภวังค์ ทว่าหลัวเซิ่นหย่วยกลับ

เคลื่อนตัวเข้าประชิด กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“กลัวหรือ”

ย่อมกลัวแน่นอน อย่าได้เข้าใกล้อีกเลย!

“พี่ชายสาม ข้าไม่รู้ว่าควรกล่าวอย่างไร…” นาง

หลับตาลง เรื่องอื่นนางสามารถจัดการได้อย่าง

เด็ดขาด มีเพียงเรื่องพรรค์นี้ที่นางทึ่มทื่อ ทั้งยัง

เชื่องช้า

“ข้าไม่เคยรังเกียจท่าน แต่ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย”

คล้ายนางกำลังหวาดกลัวอย่างยิ่ง ยืนไม่ค่อย

มั่นคง คราก่อนเขาก็สัมผัสได้แล้ว

นี่ถือเป็นเรื่องที่ผู้อื่นไม่ค่อยล่วงรู้เกี่ยวกับอี๋หนิง

ช่างน่ารักเหลือเกิน

“ต่อไปหากเจ้าเข้าใกล้ข้าอีก ข้าจะไม่มีทางเป็น

เช่นแต่ก่อนแล้ว…เข้าใจหรือไม่” หลัวเซิ่นหย่วน

พูดต่อ

อี๋หนิงส่ายหน้า ไม่รู้เพราะเหตุใด นางจึงอยาก

ร้องไห้ นางรู้สึกว่าหากถูกกดดันจนร้องไห้ออกมา

ต้องเสียหน้ามากเป็นแน่ แม้แต่ตนยังคิดดูถูก

ตนเอง ทว่าร่างกายกลับเกิดความรู้สึกเยี่ยงนี้ โดย

ไม่ทันรู้ตัว คลื่นแสบร้อนก็ครอบคลุมไปทั่ว

กระบอกตา ภาพเบื้องหน้าดูพร่ามัว

หลัวเซิ่นหย่วนตกใจอย่างยิ่งยวด เขาถอยออกมา

หลายก้าวคล้ายรู้สึกว่าไม่ควรบีบคั้นนางเช่นนี้ คง

ต้องดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เขากล่าวอย่าง

ทอดถอนใจ “เอาเถิด นั่งลงก่อนแล้วค่อยคุยกัน”

นางเบือนหน้าไปมองทิวทัศน์ที่อยู่ไกลๆ จากไหล่

เขาครึ่งทางมองลงไปจะพบทุ่งข้าวสาลีเขียวอร่าม

ที่ยังไม่เก็บเกี่ยว มีชาวนากำลังไถเกวียน เด็กน้อย

เปลือยก้นกำลังอาบน้ำในแม่น้ำ ควันฟืนพวยพุ่ง

มาจากห้องครัว เสียงของหญิงชาวนาตะโกนเรียก

ลูกกลับบ้านดังแว่วมา ใช่ ตอนนี้ใกล้มื้อเที่ยงแล้ว

นางหันกลับไปมองหลัวเซิ่นหย่วน เขาใช้ผ้าขาว

ผืนบางพันมือขวาของตนเรียบร้อยแล้ว ยามนี้

กำลังใช้มือขวาจับถ้วยชา กล่าวด้วยน้ำเสียงคล้าย

กำลังเย้ยหยันตัวเอง “อย่าได้กลัวไป อย่างไรข้าก็

ยังเป็นพี่ชายสามของเจ้า”

“ข้ารู้” นางตอบนิ่งๆ ก่อนยื่นมือไปยกกาน้ำชา

หลัวเซิ่นหย่วนเองก็เอื้อมมือไปหยิบเช่นกัน นาง

ยกกาน้ำชามาไว้ที่ตน ไม่วางไว้ที่เขา

หลัวเซิ่นหย่วนเลิกคิ้ว ก่อนหัวเราะออกมา “ อี๋ห

นิง ข้าจะรินชาให้เจ้า!”

อี๋หนิงแสร้งกระแอมไอปกปิดเสียงหนึ่ง นางจิบชา

อึกหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยอบกายคารวะเขา “ในเมื่อ

พี่ชายสามไม่มีธุระใดแล้ว อี๋หนิงก็ขอตัวก่อน”

“ช้าก่อน” เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะศิลา “ข้ายังมี

เรื่องที่ยังไม่ได้พูด”

อี๋หนิงทำได้เพียงนั่งลง นางมองหลัวเซิ่นหย่วนที่

ครุ่นคิดอยู่นาน “เรื่องในงานเลี้ยงวันนั้นข้ารู้

แล้ว” เขากล่าว “การที่ท่านพ่อของเจ้ากังวลมิใช่

เรื่องไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นฮองเฮาที่ทรงต้องการ

ให้เจ้าสมรสกับองค์ชายสาม หรือฝั่าบาทที่อาจ

ทรงมีพระดำริอื่น สำหรับเจ้าล้วนไม่ก่อให้เกิด

ผลดี องค์ชายสามอ่อนแอ หูเบาเชื่อคำคนข้าง

กาย ไม่มีทางได้รับแรงสนับสนุนเป็นแน่ การแย่ง

ชิงบัลลังก์เป็นเรื่องที่เจ้าตายข้าอยู่มาโดยตลอด

และองค์ชายสามก็ทรงมีความอดกลั้นไม่ถึงหนึ่ง

ในสิบของฮ่องเต้ในปีนั้น ข้าไม่เห็นถึง

ความสามารถขององค์ชายสาม สำหรับอีกคน…

ฮ่องเต้มิใช่คนโง่เขลา ข้าคิดว่าพระองค์ไม่มีทาง

ทำเรื่องเหลวไหลจนเกินควร ทว่าเมื่อพูดออก

มาแล้ว หากไม่ทำให้เป็นจริงในกาลข้างหน้า เกิด

มีคนไม่พอใจหมายจะคิดบัญชีกับท่านพ่อของเจ้า

หรือเกิดวันหนึ่งฮ่องเต้ทรงต้องการกวาดล้าง

ตระกูลชนชั้นสูง เช่นนั้นคงยากจะหลีกพ้นโทษ

หลอกลวงเบื้องสูง”

ฮ่องเต้เป็นคนเหี้ยมโหดที่สุด วันนี้เจ้าช่วยเขาต่อสู้

เพื่อแว่นแคว้น เขาจึงถือว่าเจ้าเป็นขุนนางคน

โปรด แต่หากวันใดที่เจ้าทำให้เขารู้สึกถึงความไม่

ปลอดภัย เขาก็จะกำจัดเจ้าอย่างไร้ความลังเล

“ข้าเข้าใจ ยามนี้ท่านพ่อเองก็กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้

อยู่” อี๋หนิงกล่าว พวกเขาต่างเข้าใจ แต่ยังไม่

เฉียบคมเท่าความคิดของหลัวเซิ่นหย่วน

วันนั้นเว่ยหลิงช่วยนางโดยไม่ได้ยั้งคิดซึ่งแท้จริงได้

ทิ้งภัยพิบัติซ่อนเร้นอันใหญ่หลวงเอาไว้ หากไม่

จัดการให้ดี ภัยพิบัติซ่อนเร้นนี้จะเป็นดุจมีดที่ปัก

บนหัวใจ

“ยามนี้เจ้าไร้หนทางอื่น ทำได้เพียงรีบหาคู่ครอง

ข้าได้ยินว่าท่านย่าของเจ้ากระทั่งหมายตาคุณชาย

รองเฮ่อ” หลัวเซิ่นหย่วนหัวเราะเย็นชาเสียงหนึ่ง

สำหรับเขา จวี่เหรินที่เพิ่งผ่านการคัดเลือก หนุ่ม

น้อยหล่อเหลามากความสามารถที่เท้าข้างหนึ่งยัง

ไม่ได้ก้าวสู่ราชสำนักนั้น เขาไม่มีทางวางไว้ใน

สายตา

“มีข้าอยู่ เหตุใดเจ้าจึงทำให้ตัวเองต้องได้รับ

ความอยุติธรรมเพราะคนเหล่านี้ด้วย”

นิ่งไปชั่วครู่ หลัวเซิ่นหย่วนจึงเงยหน้ามองนาง

กล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย “อี๋หนิง เจ้า

แต่งให้ข้าเป็นอย่างไร”

อี๋หนิงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง

น้ำเสียงเขาไม่ถือว่าบีบคั้น เพียงแต่ท่ามกลางสาย

ลมแห่งขุนเขาที่พัดผ่านใบหน้าไป คำพูดนี้ฟังดู

แน่วแน่ยิ่งนัก

แสงสุริยันเจิดจรัสโอบคลุมร่างกายครึ่งหนึ่งของ

หลัวเซิ่นหย่วน อีกด้านถูกปกคลุมด้วยเงามืด

ก่อให้เกิดเป็นเส้นแสงอันมั่นคง นางสัมผัสได้ถึง

หัวใจที่เต้นเร็วดุจรัวกลอง

“ท่าน นี่จะเป็นไปได้อย่างไร!” อี๋หนิงคาดไม่ถึงว่า

เขาจะพูดถ้อยคำเช่นนี้ออกมา นางเผยอปาก ไม่รู้

ควรเอ่ยอะไร ความตื่นตะลึงในหัวใจไม่ยิ่งหย่อน

ไปกว่าในราตรีนั้น

“แต่งกับข้าไม่ดีหรือ” มุมปากเขาเผยรอยยิ้ม

จางๆ “ข้าเป็นจิ้นซื่อที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสอง

ระดับ กำลังจะขึ้นรับตำแหน่งรองเสนาบดีกรม

โยธา เป็นขุนนางขั้นสาม มิใช่ว่าดูดีกว่าคุณชาย

รองเฮ่อผู้นั้นหรือไร”

แน่นอนว่าดีกว่ามาก คนตรงหน้านี้ ต่อไปจะขึ้น

เป็นท่านราชเลขาธิการ การนำเขาไปเทียบกับ

คุณชายรองเฮ่อถือเป็นการเหยียบย่ำเขาแล้ว

คนที่ในปีนั้นนางพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจ

แสดงท่าทีว่าพอใจต่อการเอาอกเอาใจของนางใน

ช่วงเวลาหลายปีนั้นเป็นอย่างยิ่ง มาบัดนี้ยังกล่าว

ว่าจะแต่งงานกับนาง

เจ็ดปีก่อน นางคงนึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้!

ทว่าในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมาของความสัมพันธ์ฉันพี่

น้อง นางถือว่าหลัวเซิ่นหย่วนเป็นดุจพี่ชาย เขา

สอนนางเขียนอักษร ปกปั้องนาง ช่วยนางยาม

นางตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทั้งหมดนี้สำหรับ

นางคือการกระทำของพี่ชายคนหนึ่ง ต่อให้

สถานการณ์จะบีบคั้น แต่จะให้นางแต่งกับเขาได้

อย่างไร หลังแต่งงานนางจะปฏิบัติต่อเขาในฐานะ

สามีอย่างไร

หลัวเซิ่นหย่วนมองสีหน้าอี๋หนิงที่แดงสลับขาว

คล้ายกำลังลังเลอย่างมาก

เขากล่าวต่อ “ข้าอยากจะช่วยให้เจ้าพ้นจากภัย

พิบัตินี้ หากเจ้าหุนหันพลันแล่นแต่งงานกับผู้อื่น

แล้วพบคนไม่ดีจะทำอย่างไร ถ้าเขารับอนุ เลี้ยง

สตรีด้านนอก เจ้าจะรู้หรือ ทว่าอุปนิสัยของข้า

เป็นอย่างไร เจ้ารู้ดี หากเจ้า…สุดท้ายเจ้าทำใจ

ไม่ได้จริง…” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเนิบช้า

อย่างยิ่งยวด “เมื่อถึงเวลาค่อยหารือก็ได้แล้ว”

อี๋หนิงรู้สึกว่าคำพูดนี้คุ้นหูอยู่หลายส่วน

สิ่งที่หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวมีเหตุผล การหุนหันพลัน

แล่นแต่งงานกับผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ดี ถึงพี่ชายสาม

จะไม่ดีอย่างไรก็คือพี่ชายสามของนาง ไม่มีทาง

ทำร้ายนาง เพียงแต่การที่เขาช่วยเหลือนางด้วย

การแต่งงานจะเป็นการรบกวนเขามากเกินไป

หรือไม่ ในเมื่อการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก

สุดท้ายเขาต้องแต่งภรรยาที่แท้จริง ที่สำคัญเดิม

ทั้งสองก็เป็นพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน ถึงจะกล่าว

กับคนภายนอกว่าเพราะนางถูกเลี้ยงดูในตระกูล

หลัว ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้หมั้นหมายกันตั้งแต่วัย

เยาว์ ทว่าจะอธิบายให้หลินไห่หรูและเว่ยหลิง

เข้าใจกระจ่างได้อย่างไร

ประการแรกความรู้สึกฉันพี่น้องของนางที่มีต่อ

พี่ชายสามค่อนข้างชัดเจน ประการที่สองนางไม่มี

ความเห็นแก่ตัวมากถึงเพียงนั้น ที่ต้องใช้การ

แต่งงานของผู้อื่นมาสร้างความปลอดภัยให้ตน

“พี่ชายสาม หากต่อไปท่าน…เกิดเสียใจภายหลัง

จะทำเช่นไร” ในที่สุดอี๋หนิงก็สงบลง นางครุ่นคิด

อยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยถาม “หากผู้อื่นล่วงรู้เรื่องราว

ภายในแล้วนำมาทำร้ายท่าน ทำให้เส้นทางขุน

นางของท่านในกาลข้างหน้าพบอุปสรรคจะทำ

เช่นไร”

หลัวเซิ่นหย่วนเดินไปหยุดเบื้องหน้านาง โน้มตัว

ลงจ้องมองนาง “อี๋หนิง ข้ามีแผนการของตัวเอง

เรื่องเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้น อย่าได้กังวล”

สายลมขุนเขาพัดมาอีกครั้ง อากาศค่อนข้างร้อน

อบอ้าว เสียงจักจั่นในปั่าด้านนอกดังระงมเหมือน

จังหวะหัวใจที่กำลังเต้นรัว

เขามองนางเนิ่นนาน มุมปากเม้มเล็กน้อย ก่อน

กล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงแผ่วเบา “เจ้าแต่งกับข้า

เถิด เช่นนี้เจ้าก็ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว”

หากเขาแต่งงานกับนาง ต่อไปผู้ใดจะกล้าดูถูก

นาง ผู้ใดจะกล้ากล่าวว่านางได้คู่ครองไม่ดี นาง

เพิ่งแต่งเข้าจวนก็มีบรรดาศักดิ์ตราตั้งขั้นสามรอ

อยู่ ใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 125"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
21/06/2026
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.