Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 22

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 22
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ไออยู่ค่อนคืน ตั้งแต่

เช้าตรู่ เมื่อตื่นก็ไปสวดมนต์ที่ห้องพระเล็ก ไม่

ค่อยมีเรี่ยวแรงนัก ยามอี๋หนิงยกนํ้าแกงเข้าไป

ด้านในก็เห็นฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเอนตัวบนหมอนพิง

ไอจนคล้ายจะสำรอกเอาอวัยวะภายในออกมา

สวีมามากำลังลูบหลังให้นาง

อี๋หนิงยกนํ้าแกงเข้าไป ปั้อนให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

ดื่มทีละช้อนพลางกล่าวเสียงเบา “นี่เป็นตำรับยา

ที่ข้าดูมาจากในหนังสือ ท่านย่า ชวนเปั้ยนี้ท่าน

กินสักหน่อยเถิดนะเจ้าคะ” นางกึ่งนั่งคุกเข่าอยู่

ข้างเตียง ปั้อนนํ้าแกงให้ฮูหยินผู้เฒ่า ดวงหน้าเล็ก

ดูตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวลูบศีรษะนางพลางทอดถอนใจ

“เหมยเหมยของพวกเรายิ่งโตก็ยิ่งรู้ความแล้ว”

เสวี่ยจือมองอยู่ด้านข้าง ยิ้มด้วยความรักใคร่ “จะ

ไม่ใช่ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ตั้งแต่เช้าตรู่ พอเหมย

เจี่ยเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาก็ลงมือทำให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ”

อี๋หนิงยิ้ม ไม่เอ่ยสิ่งใด สวีมามา ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

และเสวี่ยจือ ทั้งสามคนล้วนเป็นคนที่เฝั้ามอง

เสี่ยวอี๋หนิงเติบใหญ่ ปฏิบัติต่อนางราวกับเป็นเด็ก

คนหนึ่ง เอ็นดูยิ่งนัก ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก

บางคราเสวี่ยจือยังเรียกชื่อเล่นของนาง ชาติที่

แล้วนางไม่มีชื่อเล่น ครั้งยังเด็กนางเคยได้ยินแม่

เลี้ยงเรียกน้องสาวของนางว่า ‘อินเอ๋อร์’ ยามนั้น

ยังนึกอิจฉาน้องสาวยิ่งนัก

สวีมามาเห็นใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเริ่ม

เปลี่ยนเป็นม่วงคลํ้าก็เอ่ย“หากไอเช่นนี้ต่อไปย่อม

ไม่ดีแน่ ข้าจำได้ว่าปีก่อนฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ไอหนัก

เพียงนี้ ต้องเชิญท่านหมอฝีมือดีมารักษาจึงจะถูก

มิเช่นนั้นหากล่าช้าออกไปอาการก็จะยิ่งรุนแรง”

บ่าวหญิงชราด้านข้างกล่าวว่า “สวีมามาพูดเช่นนี้

ทำให้ข้านึกถึงเจิ้งมามาที่ปรนนิบัติฮูหยินรองคน

ก่อน นางเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ปีนั้นตอนที่

นายท่านผู้เฒ่ายังอยู่ก็เป็นเจิ้งมามาที่รักษาอาการ

ปวดเอวจนหาย มิสู้พวกเราเชิญนางกลับมาดู

อาการให้ฮูหยินผู้เฒ่า…”

ทันทีที่บ่าวหญิงชราผู้นี้กล่าวจบ ทั้งห้องก็เงียบ

สงัด ชั่วขณะหนึ่งไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก

อี๋หนิงวางถ้วยเล็กลงในถาดเหลี่ยมสีดำเงา ก่อน

จะหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวซับปาก ใน

ใจบังเกิดความฉงน ปรนนิบัติฮูหยินรองคนก่อน

อย่างนั้นหรือ…นั่นไม่ใช่บ่าวหญิงชราที่ปรนนิบัติ

กู้หมิงหลาน มารดาบังเกิดเกล้าของเสี่ยวอี๋หนิง

หรอกหรือ เหตุใดทุกคนจึงมีท่าทางหลบเลี่ยง

เช่นนี้เล่า

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวดื่มนํ้าแกงเสร็จก็ชะงักนิ่งไปชั่ว

ครู่ ก่อนจะเอ่ย “ปีนั้นที่ปล่อยนางไป ข้าเคย

กล่าวแล้วว่าจะไม่เชิญนางกลับมาอีก นางเองก็ไม่

คิดจะกลับมาแล้ว อาการปั่วยนี้ของข้าเป็นโรค

เรื้อรัง อยู่รอดมาได้ตั้งหลายปี หรือจะทนต่อไปไม่

ไหว”

สวีมามาเกลี้ยกล่อมด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล “หากจะ

กล่าวไป อายุของเจิ้งมามาก็ไม่ต่างจากข้านัก มี

ปมในใจอะไรที่คลายไม่ได้กันเล่าเจ้าคะ เกรงว่า

ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้พบหน้าแล้ว แม้เจิ้งมามา

จะโกรธเคืองพวกเรา ทว่ายามจากไปก็ยังรํ่าไห้

พลางโขกศีรษะให้ท่าน ถ้าจะเชิญนางกลับมา

ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก นอกจากนี้เหมยเจี่ยเอ๋อร์ก็ยัง

อยู่ในจวน อย่างไรเจิ้งมามาย่อมต้องอยาก

กลับมาเยี่ยมนาง”

เจิ้งมามาท่านนี้มีเรื่องโกรธเคืองตระกูลหลัวหรอก

หรือ อี๋หนิงคิดแล้วก็คาดเดาออกมาได้โดยง่าย

แม้เสี่ยวอี๋หนิงจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเจิ้งมา

มา ทว่าฟังจากคำพูดของสวีมามาก็พอเดาออกว่า

นิสัยของคนผู้นี้ไม่เลวหากเกิดข้อบาดหมางกับ

ตระกูลหลัวได้ก็คงเป็นเพราะเรื่องมารดาบังเกิด

เกล้าของเสี่ยวอี๋หนิง

อี๋หนิงถามฮูหยินผู้เฒ่าหลัว “ท่านย่า เจิ้งมามา

เป็นผู้ใดหรือเจ้าคะเหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินท่าน

เอ่ยถึงมาก่อน นางจะกลับมาเยี่ยมข้าหรือเจ้า

คะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถอนหายใจ “เดิมเจิ้งมามา

ปรนนิบัติท่านแม่ของเจ้าหลังท่านแม่ของเจ้าตาย

นางก็ยืนกรานไม่ยอมอยู่ในตระกูลหลัวอีกต่อไป

ดังนั้นจึงกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด”

อี๋หนิงถามต่อ “เช่นนั้นเจิ้งมามาจะยอมรักษา

อาการปั่วยให้ท่านย่าหรือไม่”

แววตาที่สวีมามามองอี๋หนิงยิ่งอ่อนโยนมากขึ้น

นางรู้ว่าคุณหนูเจ็ดกำลังเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว หลังจากนางประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลัวให้ล้ม

ตัวลงนอนจึงเอ่ย “แม้เจิ้งมามาจะเป็นบ่าวหญิง

ชราในเรือน ทว่ามีทักษะด้านการแพทย์ไม่

ธรรมดา ปีนั้นก็เคยรักษาให้ฮูหยินคนก่อน คิดว่า

คงไม่มีปัญหาอะไร”

อี๋หนิงยิ้ม “ท่านย่า ในเมื่อเจิ้งมามาสามารถรักษา

อาการปั่วยของท่านได้ พวกเราก็เชิญนางกลับมา

เถิด สิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่าร่างกายของท่าน!”

ดวงหน้าเล็กอ่อนเยาว์เปียมไปด้วยความจริงใจ

แล้วฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจะปฏิเสธได้อย่างไร นาง

ทอดถอนใจช้า ๆ กล่าวคล้ายจนปัญญา “ช่างเถิด

ช่างเถิด เช่นนั้นก็ส่งคนไปที่เจินติ้ง เชิญนาง

กลับมา”

ยามนี้สวีมามาถึงได้ยิ้มออก นางสั่งให้คนไป

จัดเตรียมรถม้าไปเจินติ้ง

ขณะนั้นเอง หลัวอี๋ซิ่วก็มาหาอี๋หนิงชวนไปดู

ดอกบัวที่หลังเขา กล่าวว่าดอกบัวในช่วงต้นฤดู

คิมหันต์เริ่มบานสะพรั่งเป็นจำนวนมาก

อี๋หนิงตอบรับออกไปเที่ยวเล่นกับนาง ทว่าเมื่อ

ก้าวเท้าออกมาจากห้องด้านในก็ชะลอฝีเท้าลง

เล็กน้อย เพราะได้ยินเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

เล็ดลอดมาจากด้านใน “…แม้จะกล่าวว่าเจ้ารอง

มีส่วนผิดต่อหมิงหลานจริงแต่ตอนที่หมิงหลาน

จากไป อี๋หนิงเพิ่งจะครึ่งขวบ ยามนั้นฮุ่ยเจี่ยเอ๋อร์

ก็เพิ่งสิบสองปี การที่นางสามารถตัดใจทอดทิ้งอี๋ห

นิงกับฮุ่ยเจี่ยเอ๋อร์จากไปได้ข้าก็รู้สึกไม่พอใจนาง

แล้ว เดิมคิดว่านางเป็นคนซื่อสัตย์ คิดไม่ถึงว่าจะ

จากไปโดยไม่สนใจไยดีเช่นนี้”

จากนั้นก็เป็นเสียงสวีมามา “ข้ารู้สึกว่านิสัยของ

เจิ้งมามาไม่ใช่คนเยี่ยงนั้น”

“จะรู้ได้อย่างไร” นํ้าเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

เรียบเฉย “เจ้าติดตามข้ามาทั้งชีวิต คนประเภท

ใดบ้างที่ไม่เคยพานพบ”

อี๋หนิงเพิ่งฟังถึงตรงนี้ หลัวอี๋ซิ่วก็พบว่านางไม่ได้

เดินตามมาจึงหันกลับไปมอง

“อี๋หนิง เหตุใดยังไม่เดินมาอีก ยืนอยู่ตรงนั้นทำ

อะไร”

อี๋หนิงส่งสัญญาณให้นางเงียบเสียง แต่เสียงของ

หลัวอี๋ซิ่วดังก้อง ไม่รู้ว่าคนด้านในได้ยินหรือไม่

จากนั้นเสียงสนทนาด้านในก็หยุดลงจริง ๆ อี๋หนิง

ทำได้เพียงสาวเท้าก้าวไปหาหลัวอี๋ซิ่ว ดึงนางให้

ออกไปจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

หลัวอี๋ซิ่วแสดงสีหน้าคล้ายเข้าใจ “นี่ เมื่อครู่เจ้า

ทำอะไรน่ะ กำลังลอบฟังท่านย่าสนทนาอยู่ใช่

หรือไม่”

นางคิดถึงตรงนี้ก็ราวกับตนไขปริศนาบางอย่างได้

ตบบ่าอี๋หนิงด้วยความเข้าใจ “เจ้าอย่าได้รู้สึกผิด

ไป ข้าเองก็ลอบฟังท่านแม่อยู่บ่อยครั้งท่านแม่

เข้าใจว่าข้าหลับแล้ว แต่อันที่จริงข้าเพียงซบอยู่

ในอ้อมกอดนาง แสร้งทำเป็นหลับ นางกับหมัว

มัวพูดสิ่งใด ข้าล้วนได้ยินชัดเจน เจ้ารีบบอกข้ามา

ว่าเจ้าลอบฟังท่านย่าพูดเรื่องอะไร”

อี๋หนิงปรายตามองนาง หยิบคำสั่งสอนเด็กขึ้นมา

เปรย “จะลอบฟังสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร”

หลัวอี๋ซิ่วมองร่างเล็กที่เตี้ยกว่าตนครึ่งศีรษะ

จากนั้นก็ดึงผมอี๋หนิง“ดูเจ้าผู้ใหญ่ในร่างเด็กเล็ก

คนนี้สิ! เจ้ายังไม่บอกข้ามาอีกหรือ ทุกครั้งที่ข้า

ลอบฟังท่านแม่ ข้าก็เอามาบอกต่อเจ้าหมด” นาง

กดเสียงตํ่าลงเล็กน้อย“หลายวันก่อนน้องชายคน

นั้นของเจ้าทำปีสี่ของพี่หญิงสี่แตกหัก ท่านแม่ข้า

ลอบก่นด่าอี๋เหลียนกับหมัวมัวว่า ‘ลูกนางบำเรอ’

ของเช่นนี้ยังกล้าเอาไปให้เด็กเล่น”

อี๋หนิงไม่รู้ว่าปั้าสะใภ้ผู้วางท่าสุขุมเข้มงวดจะมี

เวลาพูดจาไร้สาระเหมือนผู้อื่นด้วย แน่นอนว่า

กำไลปีสี่วงนั้นลํ้าค่าจริง แต่เฉินซื่อไม่อาจถือสา

เอาความกับเด็กได้ ทำได้เพียงอดกลั้นเท่านั้น

หลัวอี๋ซิ่วเดินพลางเล่าให้นางฟัง “ท่านแม่ข้ายัง

พูดถึงอาสะใภ้รองบ่อย ๆเช่นกิริยามารยาทเฉก

เช่นชาวบ้าน ดื่มนํ้าแกงก็ต้องมีเสียง พูดจนนาง

กินข้าวไม่ลง ยังมีครั้งหนึ่งที่อาสะใภ้รองสวม

แหวนอัญมณีสีแดงเม็ดใหญ่ ท่านแม่อดกลั้นอยู่

ค่อนวัน ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใด”

อี๋หนิงกล่าว “ท่านแม่แค่มีนิสัยเถรตรงไปหน่อย

เท่านั้น”

ทั้งสองคนพูดคุยกันจนมาถึงหลังเขา ที่ภูเขา

ด้านหลังมีดอกบัวตูมสีชมพูเริ่มบานสะพรั่ง

งดงามยิ่งนัก บริเวณด้านข้างสระบัวยังมีสาวใช้

หลายคนกำลังเก็บใบบัวอยู่ เมื่อเห็นพวกนางก็

ยอบตัวคำนับ

อี๋หนิงเห็นพวกนางถือใบบัวและดอกบัวตูมสีขาว

ชมพูไว้เต็มอ้อมแขนก็ให้พวกนางลุกขึ้น หลัวอี๋ซิ่ว

เอ่ยถามพวกนางอย่างไม่ใส่ใจนัก “พวกเจ้าเป็น

สาวใช้ของเรือนใด เก็บสิ่งเหล่านี้ไปทำอะไร”

เหล่าสาวใช้สบสายตากัน สาวใช้คนหนึ่งที่มี

ใบหน้ากระจ่างหมดจดดุจดอกสาลี่เอ่ยตอบ

“เรียนคุณหนูห้า พวกบ่าวถูกฮูหยินส่งไป

ปรนนิบัติคุณชายรองเฉิงเจ้าค่ะ ฮูหยินกล่าวว่า

ดอกไม้ธรรมดาทั่วไปดูไร้รสนิยม ให้พวกบ่าวมา

เก็บดอกบัวไปวางไว้ในห้องของคุณชายรองเฉิง

เจ้าค่ะ”

หลัวอี๋ซิ่วรับคำเสียงหนึ่ง นางไม่สนใจในตัว

คุณชายรองเฉิง เพียงให้บรรดาสาวใช้รีบไปส่ง

ดอกไม้

ทว่าอี๋หนิงกลับรั้งนางไว้ “หากอยากได้ดอกบัวตูม

เพียงแค่เด็ดดอกบัวก็พอแล้ว พวกเจ้าเก็บใบบัว

ตั้งมากมายไปทำอะไร”

สาวใช้นางนั้นตอบ “ใบบัวเหล่านี้เป็นคุณหนูสี่ที่

อยากได้เจ้าค่ะ พวกบ่าวก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร

ดูเหมือนคุณหนูสี่จะกล่าวว่า หากเอาใบบัวไป

ตากให้แห้งแล้วเอามาแช่นํ้าดื่มจะสามารถดับไอ

ร้อนได้ ดังนั้นพวกบ่าวจึงต้องเอาใบบัวเหล่านี้ไป

ส่งให้คุณหนูสี่เจ้าค่ะ”

อี๋หนิงรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งผิดปกติ แต่ก็ไม่อาจ

บรรยายออกมาได้บรรดาสาวใช้ถอยออกไปแล้ว

นางกับหลัวอี๋ซิ่วนั่งรับไอแดดอยู่บนไม้กั้นทางเดิน

เสวี่ยจือยิ้ม “หลังจากท่านหายปั่วยก็ไม่ชอบ

เคลื่อนไหวเหมือนแต่ก่อนเช่นนั้นให้ข้าช่วยท่าน

เก็บดอกบัวเหล่านั้นไปวางไว้ในห้องหนังสือดี

หรือไม่เจ้าคะ”

อี๋หนิงโบกมือ นางไม่ใช่สาวน้อยแล้ว จะรัก

ดอกไม้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร…

เมื่อคิดถึงตรงนี้ อี๋หนิงก็ราวกับเข้าใจอะไรขึ้นมา

นางยืดตัวนั่งหลังตรง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 22"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
16/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.