Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 32

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 32
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

คืนวันนั้น หลังบันทึกนามในบัญชีรายชื่อคนใน

ตระกูล ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็เรียกหลัวเซิ่นหย่วนเข้า

ไปในห้องหนังสือ

อี๋หนิงมีเสวี่ยจือคอยปรนนิบัติชำระล้างร่างกาย

เปลี่ยนเสื้อเป็นผ้าไหมที่เย็นสบาย นางนั่งอยู่บน

ตั่งไม้ ซงจือสอนนางถักเชือก อี๋หนิงเงยหน้าขึ้น

เสียงแมลงในคํ่าคืนคิมหันต์ดังเล็ดลอดผ่านบาน

ประตูที่เปิดกว้าง ลมเย็นพัดเข้ามาเป็นระลอก

ทว่านางไม่ได้ยินเสียงในห้องหนังสือ

อี๋หนิงนึกถึงประกายเฉียบคมในแววตาของ

หลัวเซิ่นหย่วนเมื่อครู่ใจยังคงสั่นเล็กน้อย

เป็นครั้งแรกที่นางตระหนักว่าหลัวเซิ่นหย่วนไม่

เพียงเป็นพี่ชายสามที่สงบอ่อนโยน ในภายหน้า

เขายังเป็นว่าที่ท่านราชเลขาธิการหลัวเซิ่นหย่วน

ในใจเขากำลังคิดสิ่งใด เกรงว่าคงมีเพียงเขา

เท่านั้นที่รู้

นางวางเชือกในมือลง กล่าวกับเสวี่ยจือว่าอยาก

ดื่มนํ้าแกงบ๊วยเปรี้ยว

ในห้องหนังสือของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเงียบสงัด

แม้แต่เสียงแมลงก็ไม่ได้ยิน

ภายใต้แสงเทียน ร่างของหลัวเซิ่นหย่วนดูสูง

ตระหง่าน ใบหน้าด้านข้างของเขาเย็นชา นัยน์ตา

มีประกายเย็นเยียบที่ไม่อาจซ่อนเร้น

อันที่จริงเขาไม่ชอบฮูหยินผู้เฒ่าหลัว หลายปีมานี้

เขาสู้นิ่งเงียบอดกลั้นต่อให้เป็นหินก็ยังถูกกุมจน

ร้อนได้ ทว่าความหวาดระแวงที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

มีต่อเขากลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง หากไม่ใช่เพราะ

อี๋หนิง เกรงว่านางจะกดขี่ข่มเหงเขายิ่งกว่านี้

เขายืนอยู่เบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหลัว เอ่ยถามนาง

“ท่านย่า ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกุมลูกประคำที่เย็นเยียบในมือ

นานแล้วที่นางไม่ได้เห็นหลัวเซิ่นหย่วนเผชิญหน้า

กับนางด้วยท่าทีเย็นชาเช่นนี้ ครั้งก่อนคงเป็นตอน

ที่นางลงโทษเขาให้คุกเข่าในศาลบรรพชน

หลังจากที่เขาช่วยอี๋หนิงไว้

เวลานั้นเขาคุกเข่าอยู่บนพื้น หลังจากได้ยินคำพูด

ของนางก็แหงนหน้าขึ้น มองนางด้วยสายตาเย็น

ชา

“เจ้ากับอี๋หนิงเหมือนกัน ตั้งแต่เล็กก็กำพร้า

มารดา” ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเอ่ยเสียงเนิบช้า “ทว่า

กลับได้รับการปรนนิบัติที่แตกต่าง เจ้าไร้คนดูแล

ทว่านางกลับได้รับความรักเอ็นดูจากข้า ตั้งแต่

เล็กเจ้าก็ชอบอี๋หนิงมาก ข้ารู้สึกว่าเจ้ากับน้องสาว

คนนี้ต่างก็กำพร้ามารดา ควรจะสนิทสนมกันไว้

จึงจะถูก ทว่าอี๋หนิงไม่ชอบเจ้าสักนิด กระทั่ง

รังเกียจเจ้า”

มือของหลัวเซิ่นหย่วนที่ซ่อนภายใต้แขนเสื้อค่อย

ๆ กำแน่น

“เจ้าเพียรอดกลั้นต่ออี๋หนิงทุกวิถีทาง กระทั่งวัน

นั้นที่อี๋หนิงตกนํ้า”

นํ้าเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวสะดุดเล็กน้อย

“แน่นอนว่าข้าย่อมรู้เจ้าจะทำให้อี๋หนิงตกนํ้าได้

อย่างไร อย่างน้อยนางก็เป็นน้องสาวที่เจ้าอยาก

รักเอ็นดู ต่อให้นางทำมือของเจ้าบาดเจ็บจน

พลาดโอกาสเข้าสอบระดับมณฑลในครั้งแรก เจ้า

ก็ยังไม่กล่าวโทษนาง ทว่าครั้งนั้นเมื่อเจ้าเห็นนาง

ตกลงไปในสระนํ้า เจ้ากลับลังเล คิดว่าควรจะ

ช่วยนางหรือไม่ หากไม่ช่วย น้องสาวของเจ้าคนนี้

ก็จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป”

หลัวเซิ่นหย่วนมองฮูหยินผู้เฒ่าหลัว มือยิ่งกำแน่น

ขึ้น เล็บแทบจิกลงไปในเนื้อ

“เจ้าเห็นอี๋หนิงตะเกียกตะกายอยู่ในนํ้า สุดท้ายก็

ช่วยนางขึ้นมา แต่เจ้ากลับคาดไม่ถึงว่าหลังจาก

อี๋หนิงตกนํ้า เมื่อฟืนขึ้นมานางจะปฏิบัติต่อเจ้า

เปลี่ยนแปลงไป แม้เจ้าจะไม่พูด ทว่าข้ามองออก

ว่าเจ้าดีใจ นับวันก็ยิ่งรักเอ็นดูนางมากขึ้น ในโลก

นี้มีเพียงอี๋หนิงคนเดียวที่ดีต่อเจ้า…มีผู้ใดอีกบ้างที่

ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างจริงใจ

“แต่อี๋หนิงกลับไม่รู้เลยว่า ขณะที่นางตกนํ้า

พี่ชายสามของนางเคยคิดจะปล่อยให้นางตาย”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวคลี่ยิ้มเล็กน้อย “หลัวเซิ่นหย่วน

ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มช้า ๆ

“ท่านย่าสายตาเฉียบแหลม เป็นเช่นนั้นจริง ทุก

คนในจวนตระกูลหลัวล้วนทำให้ข้า

สะอิดสะเอียน” นํ้าเสียงเขาตํ่าลงเล็กน้อย

“นอกจากอี๋หนิง พวกท่านผู้ใดบ้างที่ชอบข้าจาก

ใจจริง ข้าเป็นบุตรอนุ มารดาผู้ให้กำเนิดยังเป็น

คนตํ่าช้าถึงเพียงนั้น ท่านย่า ท่านต้องทราบว่า

ตั้งแต่เล็กข้าต้องเติบโตมาท่ามกลางคำพูดร้าย

กาจเพียงใด”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพรูลมหายใจยาว นางมอง

ใบหน้าสงบนิ่งของหลัวเซิ่นหย่วน เขาแบกรับ

ความอับอายมานานหลายปี ไม่เคยแสดงพิรุธ

ออกมา ทั้งยังมีสติรู้จักเอาตัวรอด ทว่าบัดนี้ต่าง

ไปจากเดิมแล้ว ไม่ว่าตัวตนของหลัวเซิ่นหย่วนจะ

เป็นอย่างไร นางก็หวังว่าเขาจะสามารถแกร่งกล้า

ขึ้นได้ในทันที

“ผู้อื่นกล่าวว่าเจ้ามีสติปัญญาธรรมดาทั่วไป

แม้แต่พ่อของเจ้าก็ยังเข้าใจเช่นนี้” ฮูหยินผู้เฒ่า

หลัวพูด “เจ้าคงไม่คิดจะใช้ชีวิตเช่นนี้ตลอดไป

กระมัง”

หลัวเซิ่นหย่วนหรี่ตาลงเล็กน้อย เอ่ยนํ้าเสียง

ราบเรียบ “ท่านพ่อต่างหากที่เป็นเพียงคนสามัญ

ธรรมดา หากไร้การสนับสนุนจากท่านและท่าน

ลุง เกรงว่าคงนั่งอยู่ในราชสำนักได้อย่างไม่มั่นคง

เขามองข้าอย่างไร ข้าไม่สนใจ”

“แล้วอี๋หนิงเล่า เจ้าสนใจหรือไม่”

หลัวเซิ่นหย่วนไม่ตอบสิ่งใด เพียงมองฮูหยินผู้เฒ่า

หลัว

“เจ้าอดกลั้นมาได้ตั้งหลายปี หากกล่าวว่าเจ้าไร้

ใจทะเยอทะยาน แม้แต่ข้าคงไม่เชื่อ” ฮูหยินผู้

เฒ่าหลัวยิ้มเล็กน้อย “เซิ่นหย่วน ช้าเร็วข้าก็ต้อง

จากไปเจ้าว่าด้วยอุปนิสัยของหลินไห่หรูแม่เลี้ยง

ของเจ้า นางจะสามารถปกปั้องอี๋หนิงได้อย่างนั้น

หรือ”

หลัวเซิ่นหย่วนเดินเอามือไพล่หลังไปหยุดอยู่

ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อน

มือจะปัดผ่านกระถางธูปที่วางอยู่ในห้องโถง ขี้เถ้า

ของธูปหล่นลงเล็กน้อย

“กระถางธูปของท่านย่าเล็กเกินไปแล้ว สามารถ

เปลี่ยนเป็นใบใหญ่กว่านี้” หลัวเซิ่นหย่วนเอ่ย

“ใจข้ามีการตัดสินใจไว้นานแล้ว ท่านรอดูเอา

เถิด” กล่าวจบเขาก็บอกลานางแล้วออกจากห้อง

หนังสือ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวพรูลมหายใจ ยิ้มขื่นอย่างอด

ไม่ได้ นางคาดไม่ถึงว่าตนจะมีวันที่ต้องสนทนากับ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งเช่นนี้

หลัวเซิ่นหย่วนที่กำลังเดินออกจากห้องหนังสือ

ฝีเท้าพลันชะงักลงเอ่ยเสียงตํ่า “เรื่องตกนํ้า ท่าน

ย่าอย่าได้บอกอี๋หนิง”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวผงกศีรษะรับคำ มองหลัวเซิ่นหย่

วนที่เดินจากไปไกล

รอกระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าหลัวออกมาจากห้อง

หนังสือ อี๋หนิงก็หลับอยู่บนเตียงที่มีม่านปิดไว้

แล้ว เสวี่ยจือคอยปรนนิบัติพัดวีให้นางอยู่

ด้านข้างฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเห็นนางหลับสนิทก็

กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนอย่างวางใจ

ภายในสองวัน คนทั้งตระกูลหลัวก็รู้เรื่อง

หลัวเซิ่นหย่วนได้รับการยอมรับเป็นบุตรสาย

ตรง

เฉินซื่อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางไม่ค่อย

สนใจหลัวเซิ่นหย่วนเท่าไรทว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่าง

กะทันหัน

บ้านรองไร้บุตรชายสายตรงมาโดยตลอด นางยัง

คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจะให้หลินไห่หรูเลี้ยงดูเซ

วียนเกอร์ ทว่าอีกฝั่ายกลับเลือกหลัวเซิ่นหย่วน

เฉินซื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ รู้สึกว่าการเลือกหลัวเซิ่น

หย่วนดีกว่าการเลือกเซวียนเกอร์ หลัวเซิ่นหย่วน

ไร้มารดา หากที่สำคัญคือเติบใหญ่แล้ว เขาจะ

ใกล้ชิดสนิทสนมกับหลินซื่อได้หรือ

เฉินซื่อนึกถึงระยะนี้ที่ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

แล้วฮูหยินผู้เฒ่าหลัวแสดงสีหน้าต่อนางไม่ค่อยดี

นัก แต่นางไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้ ทำได้เพียงยิ้มเอา

ใจเพื่อให้อีกฝั่ายมีความสุข ในใจเฉินซื่อรู้สึกไม่

ค่อยสบายใจนัก

นางเรียกมามาที่ปรนนิบัติตนเองเข้ามา กล่าวว่า

“การบันทึกหลัวเซิ่นหย่วนเป็นบุตรสายตรงไม่มี

ทางเป็นความคิดของนายท่านรอง น่าจะเป็น

ความต้องการของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว ในเมื่อเป็น

ความต้องการของฮูหยินผู้เฒ่าหลัว เช่นนั้นเพื่อ

เป็นการเอาใจนาง พวกเราจะไม่แสดงออกก็คง

ไม่ได้”

เฉินซื่อตัดสินใจส่งสาวใช้สองคนไปให้หลัวเซิ่นหย่

วน

นางได้ยินมาว่าเรือนของหลัวเซิ่นหย่วนไม่มีสาว

ใช้คอยปรนนิบัติ ที่สำคัญคือนางอยากวางคนสอง

คนไว้ข้างกายหลัวเซิ่นหย่วนเพื่อปั้องกันไม่ให้ยาม

เกิดเรื่องใดขึ้นแล้วนางไม่รู้ ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเชิดชู

หลัวเซิ่นหย่วนอย่างกะทันหัน ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าอีก

ฝั่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่

เฉินซื่อตรึกตรองไปมาก็รู้สึกว่าการส่งสาวใช้ไป

เป็นความคิดที่ดีที่สุดนางรีบให้มามาคัดเลือกสาว

ใช้หน้าตาดีสองคน เตรียมส่งออกไป

หลัวเซิ่นหย่วนย้ายออกจากเรือนเล็กหลังนั้นเข้า

ไปอยู่ในเรือนเฟิงเซี่ยถัง

หลินไห่หรูเลือกบ่าวหญิงชราใต้อาณัติของตนสอง

สามคนให้ไปปรนนิบัติเขา ขณะเดียวกันก็ลังเลว่า

ควรส่งสาวใช้ไปหรือไม่ การส่งสาวใช้ไปปรนนิบัติ

ดูไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร เพราะหลัวหวยหย่วนก็

มีสาวใช้หน้าตางดงามดุจบุปผาสองคนคอย

ปรนนิบัติ บัดนี้ได้กลายเป็นสาวใช้ห้องข้างของ

หลัวหวยหย่วนไปแล้ว

นางไปขอความคิดเห็นจากฮูหยินผู้เฒ่าหลัว แต่

กลับเห็นหลัวเซิ่นหย่วนกำลังสอนอี๋หนิงอ่าน

หนังสืออยู่ หลัวเซิ่นหย่วนเรียกนางว่าท่านแม่

นางยังคงประหม่าเล็กน้อย จึงกระแอมกระไอ

เสียงหนึ่งก่อนรับคำ

อีกสองวันหลัวเซิ่นหย่วนต้องไปที่ก้งย่วน[1] เพื่อ

สอบระดับมณฑลแล้วพี่ชายอีกสองคนของเขา

กำลังขะมักเขม้นอ่านหนังสือ แต่เขากลับไม่ร้อน

รนมาคุมอี๋หนิงท่องหนังสือ หลัวอี๋ซิ่วมาหาอี๋หนิง

เพื่อชวนออกไปเล่น อี๋หนิงยังไม่กล้าไป หลัวเซิ่น

หย่วนให้นางท่องคัมภีร์ซือจิง นางก็ท่องอย่าง

ตะกุกตะกัก

หลัวเซิ่นหย่วนกำลังอ่านหนังสือประเมินทองคำ

เล่มหนึ่ง เมื่อได้ยินอี๋หนิงท่องผิดก็ท่องสิ่งที่

ถูกต้อง จากนั้นก็ให้อี๋หนิงท่องตามอีกครั้ง

อี๋หนิงท่องมานานกว่าครึ่งบ่ายแล้ว เมื่อเห็นหลิน

ไห่หรูมาจึงดีใจนัก ยิ้มตาหยีให้หลินไห่หรูซึ่งนั่งลง

บอกว่านางจะไปตามท่านย่าที่ห้องพระเล็ก

ทว่าหลัวเซิ่นหย่วนกลับเงยหน้าพูดกับนาง “เจ้า

กลับมานั่งลง ท่องต่อไป ให้เสวี่ยจือไปตาม”

ไม่ว่าจะเป็นอี๋หนิงในชาติที่แล้วหรือเสี่ยวอี๋หนิงใน

ชาตินี้ก็ไม่ชอบเรียนหนังสือ บางทีอาจเป็นเพราะ

ไม่มีพรสวรรค์ อี๋หนิงเองก็ไม่ฝืนทำในสิ่งที่ตนไม่มี

พรสวรรค์ นางใช้จุดแข็งสยบจุดอ่อน ทุ่มเท

แรงกายแรงใจไปกับเรื่องเย็บปักถักร้อย พยายาม

ทำออกมาให้ดูละมุนอ่อนช้อยมากที่สุด ยามนั้น

ยังได้รับความชื่นชอบจากท่านย่าของอดีตสามีผู้

นั้นไม่น้อย

บัดนี้นางควรอาศัยโอกาสนี้อ่านหนังสือให้มากขึ้น

จริง ๆ เมื่อคิดถึงผู้อื่นที่ผูกผมไว้บนขื่อ ใช้แท่ง

แหลม ๆ ทิ่มก้น[2] ส่วนนางมีพี่ชายสามคอยจับ

ตามองยามอ่านหนังสือก็ถือว่าไม่ต่างกันสักเท่าไร

เสวี่ยจือออกไปหาฮูหยินผู้เฒ่าหลัว

ในขณะที่อี๋หนิงอ่านถึง ‘ข้ามกำแพงทลาย เพื่อ

พานพบสามี มิพบสามีโศกศัลย์นํ้าตาหลั่ง’ ฮูหยิน

ผู้เฒ่าหลัวก็เข้ามาแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวมองนาง

นั่งอ่านหนังสือบนตั่งไม้อย่างเชื่อฟัง แก้มนุ่มขาว

นวลดุจซาลาเปา ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

ส่วนหลัวเซิ่นหย่วนนั่งอ่านหนังสืออยู่อีกด้าน มี

เพียงหลินไห่หรูที่นั่งอยู่ตรงนั้น ฟังอะไรก็ไม่เข้าใจ

นั่งไม่สบาย ทั้งยังคล้ายเบื่อหน่ายเล็กน้อย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเดินจับมือสวีมามาเข้ามา ถาม

หลินไห่หรูว่าเหตุใดถึงอยากจะพบนาง

หลัวเซิ่นหย่วนก็อยู่ตรงนี้ หลินไห่หรูจะพูดได้

อย่างไร

นางส่งสัญญาณให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวไปพูดคุยใน

ห้อง ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลัวกลับจิบชาอึกหนึ่งแล้ว

เอ่ย “ทั้งสองคนต่างก็เป็นลูกของเจ้า มีสิ่งใดไม่

น่ากล่าวกันเล่า เจ้าว่ามาก็พอแล้ว”

หลินไห่หรูชำเลืองมองหลัวเซิ่นหย่วนครั้งหนึ่ง

เมื่อครุ่นคิดตามคำกล่าวของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวว่า

ต่อไปหลัวเซิ่นหย่วนก็จะต้องสอบจวี่เหรินแล้ว

นางจึงเอ่ย “เซิ่นหย่วนย้ายไปอาศัยอยู่ในเรือน

เฟิงเซี่ยถัง ข้าคิดจะส่งคนกลุ่มหนึ่งไปปรนนิบัติ

เขา บัดนี้ไม่เหมือนกาลก่อนแล้ว ในเมื่อเขาเป็น

บุตรสายตรงสถานะย่อมต่างออกไป”

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวผงกศีรษะ “นี่เป็นเรื่องที่ดี เจ้าไป

จัดการก็พอ ไม่ต้องมาถามข้า”

“แม้จะกล่าวเช่นนี้ ทว่าข้าตัดสินใจไม่ได้ว่าจะส่ง

คนเช่นไรเข้าไป”หลินไห่หรูลังเลครู่หนึ่ง “ปีนี้เซิ่น

หย่วนอายุสิบหกแล้ว ข้าได้ยินหมัวมัวกล่าวว่า

ยามที่คุณชายใหญ่อายุเท่านี้ ในห้องก็มีสาวใช้

คอยปรนนิบัติ…”

อี๋หนิงฟังถึงตรงนี้ก็เข้าใจถึงจุดประสงค์ของหลิน

ไห่หรู

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย คาดไม่ถึง

ว่าหลินไห่หรูจะมาหานางเพื่อกล่าวสิ่งนี้ เดิมนาง

ไม่ได้ใคร่ครวญถึงเรื่องนี้

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใด หลัวเซิ่นหย่วน

ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ก็พูดขึ้น “ท่านแม่ เรื่องนี้

ไม่จำเป็น ปั้าสะใภ้ส่งสาวใช้สองคนมาให้ข้าแล้ว”

หลินไห่หรูตะลึงงัน “เจ้ากล่าวว่าปั้าสะใภ้ส่งสาว

ใช้สองคนให้เจ้า”

นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดจึงไม่มีคน

บอกนาง! นางไม่รู้เรื่องสักนิด

หลัวเซิ่นหย่วนเงยหน้ามองหลินไห่หรู เอ่ยถาม

เนิบช้า “ท่านแม่ไม่ทราบหรือขอรับ”

หลินไห่หรูอดประหม่าไม่ได้ นางชำเลืองมองฮู

หยินผู้เฒ่าหลัวครั้งหนึ่งก็พบว่าอีกฝั่ายก็กำลังมอง

นาง เฉินซื่อซึ่งเป็นพี่สะใภ้อีกบ้านหนึ่งกลับส่งสาว

ใช้สองคนให้หลัวเซิ่นหย่วน เมื่อก่อนเคยสนใจ

หลัวเซิ่นหย่วนสักเศษเสี้ยวหรือไม่! นี่เฉินซื่อ

หมายความว่าอย่างไร

“เมื่อคืนปั้าสะใภ้ส่งคนเข้ามา ข้าจึงรับไว้”

หลัวเซิ่นหย่วนกล่าวด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ

“ดังนั้นท่านก็ไม่ต้องส่งแล้ว” เขารู้มาช้านานว่า

แม่เลี้ยงท่านนี้ไม่มีจิตใจซ่อนเร้น วันนี้ถือว่าได้

ยืนยันขึ้นไปอีก เรื่องนี้เกิดภายใต้หูตาของนาง

ทว่านางกลับไม่รู้เรื่องสักนิด เห็นทีเรื่องอื่นที่เกิด

ในเรือนนางคงยิ่งไม่รู้

มิน่า ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวถึงไม่วางใจให้นางปกปั้อง

อี๋หนิง

อี๋หนิงมองสีหน้าสงบนิ่งของหลัวเซิ่นหย่วนก็นึกถึง

เรื่องที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเคยเล่าเรื่องสาวใช้ที่ถูก

สุนัขดุร้ายกัดตาย นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็ไม่มี

ผู้ใดรู้ว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ

นางมองมือขวาของพี่ชายสามที่ถือหนังสือไว้ มือ

นั้นดูงุ้มงอไม่ปกตินางพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เคย

ฟังมา กล่าวว่า ในสนามรบมีทหารขาพิการคน

หนึ่ง สู้รบอย่างกล้าหาญ การลงมือก็โหดเหี้ยมผิด

มนุษย์มนา ได้ยินว่าคนที่มีจุดบกพร่องจะ

เหี้ยมโหดเป็นพิเศษ…

เสียดายที่ปั้าสะใภ้ไม่รู้เรื่องนั้น

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเพิ่งได้สติ ผงกศีรษะเอ่ยกับหลิน

ไห่หรู “ในเมื่อพี่สะใภ้เจ้าส่งไปแล้ว เจ้าก็ไม่ต้อง

ยุ่งอีก” นางหันไปกล่าวกับหลัวเซิ่นหย่วน“พรุ่งนี้

ท่านพ่อเจ้าจะพาพี่ใหญ่กับพี่รองเจ้าไปเยี่ยม

ผู้ตรวจการซ่ง เจ้าก็ไปด้วยเถิด แม้ผู้ตรวจการซ่ง

จะไม่ได้เป็นผู้ดูแลการสอบระดับมณฑล แต่ก็เป็น

สหายรักของจางฮั่นหลินที่ถูกส่งมาคุมสอบ ถึง

ยามนั้นเจ้าก็ขอความรู้จากเขาให้มาก”

หลัวเซิ่นหย่วนลุกขึ้นรับคำ

ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวคล้ายไม่สนใจว่าหลัวเซิ่นหย่วน

จะจัดการกับสาวใช้สองคนนั้นอย่างไร

อี๋หนิงลอบคิด นี่ถือเป็นการอนุญาตโดยปริยาย

ของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวหรือไม่…

——————–

[1] ก้งย่วน (贡院) เป็นสถานที่จัดสอบส่วนขุน

นางมณฑลในการคัดเลือกบุคลากรสำหรับเข้ารับ

ราชการในสมัยก่อน

[2] คิดถึงผู้อื่นที่ผูกผมไว้บนขื่อ ใช้แท่งแหลม ๆ

ทิ่มก้น เพื่อไม่ให้ง่วงสัปหงก จะได้ท่องหนังสือได้

ตลอดคืน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 32"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
28/06/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.