พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 33
อี๋หนิงไปเยี่ยม เรือนใหม่ของพี่ชายสามของนาง ที่
พำนักใหม่ของเขาดูโอ่อ่าขึ้นไม่น้อย เป็นเรือน
เอ้อร์จิ้นเยวี้ยน[1] ลานตรงกลางยังมีสระนํ้าเล็ก
ๆในนั้นปลูกบัวสายไว้ ช่วงนี้ดอกบัวกำลังออก
ดอกขนาดเท่าปากชามสีเหลืองอ่อนพอดี
ด้านข้างมีหินซ้อนทับกันเป็นภูเขาจำลอง เถาของ
ต้นเถิงหลัว[2]พันเลื้อยอยู่
น่าเสียดายที่ผีผาต้นนั้นไม่ได้ถูกย้ายมาด้วย
ในห้องมีบ่าวหญิงชราสองสามคนยืนอยู่ สวมชุด
กระโปรงสีฟั้าเขียวเมื่อเห็นนางก็ยอบกายคารวะ
เรียกว่าคุณหนูเจ็ด
ยามนี้อี๋หนิงถึงได้รู้จากบ่าวหญิงชราว่าหลัวเซิ่น
หย่วนไม่อยู่ในเรือนเขาติดตามหลัวเฉิงจางไป
เยี่ยมเยือนผู้ตรวจการซ่งแล้ว
อี๋หนิงบอกให้พวกนางไม่ต้องคอยปรนนิบัติ นาง
เดินชมรอบ ๆ เรือนด้วยตนเอง
เดิมนางเอาขนมแปั้งนํ้าผึ้งมาให้หลัวเซิ่นหย่วน
เพื่อฉลองที่เขาย้ายที่อยู่ใหม่ ในเมื่อเจ้าบ้านไม่อยู่
นางจึงวางของไว้ในห้องหนังสือ ขณะที่เดิน
ออกมาก็เห็นสาวใช้ทั้งสองคนเดินเข้ามาพอดี
สาวใช้สองคนนี้ คนหนึ่งสวมเสื้อสีเขียวทะเลสาบ
กระโปรงแสงจันทร์สีขาว ท่าทางน่าทะนุถนอม
ส่วนอีกคนสวมเสื้อสีขาว กระโปรงแดง ดูบอบ
บางยิ่งกว่าดอกไห่ถัง
เมื่อทั้งสองเห็นคุณหนูเจ็ดผู้เป็นที่เอ็นดูของฮูหยิน
ผู้เฒ่ามาเยือนก็รีบยอบกายคารวะ
อี๋หนิงมองใบหน้ารูปไข่อันสะสวยของพวกนาง ก็
รู้ว่านี่คือสาวใช้ที่เฉินซื่อส่งมาให้หลัวเซิ่นหย่วน
จึงเอ่ยถาม “ตอนนี้พวกเจ้าดูแลความเป็นอยู่ของ
พี่ชายสามหรือ”
สาวใช้ที่สวมเสื้อสีเขียวทะเลสาบตอบด้วยนํ้า
เสียงนุ่มนวล “เรียนคุณหนูเจ็ด พวกบ่าวคอย
ปรนนิบัติที่ห้องหนังสือ ส่วนความเป็นอยู่ของ
คุณชายสามมีหมัวมัวคอยดูแลเจ้าค่ะ”
แม้จะไม่ได้ปรนนิบัติในชีวิตประจำวัน ทว่ายามที่
พี่ชายสามอ่านหนังสือมีสาวงามมาปรนนิบัติข้าง
กาย ก็น่าอภิรมย์ไม่น้อย
อี๋หนิงลอบคิด นางสังเกตเห็นว่าสาวใช้คนนี้มี
ลักษณะคล้ายจะเลียนแบบเฉียวอี๋เหนียง เสื้อผ้า
การแต่งกายล้วนคล้ายคลึง เมื่อคิดดูแล้วนี่อาจ
เป็นแบบที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนี้พอดี อี๋ห
นิงจึงไม่ได้สนใจอันใดมาก วางของลงแล้วไปยัง
เรือนของหลินไห่หรู
หลินไห่หรูให้นางไปหาเพื่อเอากำไลหยกเนื้อนํ้า
แข็ง อี๋หนิงรู้ว่า ด้วยนิสัยของหลินไห่หรู ของ
เหล่านั้นหากไม่ได้ใช้ก็จะถูกโยนทิ้งไว้ในห้องเก็บ
ของเป็นที่สะสมฝุั่น สำหรับหลินไห่หรูแล้ว กำไล
หยกแบบไหนก็ล้วนแตกหักง่ายไม่น่ามอง ต่อให้มี
ราคาสูงเพียงใด นางก็ไม่เห็นคุณค่า มิสู้มอบให้
อี๋หนิงดีกว่า
อี๋หนิงฟังแล้วก็ดีใจมาก ที่เรือนของหลินไห่หรูมี
ของน้อยเสียเมื่อไร!
ตอนนี้นางอายุยังน้อย ฮูหยินผู้เฒ่าและหลินไห่หรู
มอบของให้นางบ่อย ๆ คราก่อนที่ให้เสวี่ยจือช่วย
นางตรวจรายการสิ่งของ แค่ของจำพวกกุญแจ
อายุยืนก็มีสิบกว่าอันแล้ว ทว่าของที่มีมูลค่ากลับ
มีไม่มาก คำนวณแล้วก็ราว ๆ ห้าพันตำลึง ชาติที่
แล้วตอนที่อี๋หนิงแต่งงาน ท่านย่าให้สินเดิมนางถึง
แปดสิบหาบ ทว่าตัวนางเองกลับขัดสน รวบรวม
เงินกับเครื่องประดับแล้วมีค่าเพียงหนึ่งพันตำลึง
อย่างไรหลินไห่หรูก็ไม่อยากได้ นางก็จะเอามา
เก็บไว้เอง ถือเป็นคลังสมบัติไว้ใช้ในภายหน้า
อี๋หนิงคำนวณในใจ ตอนไปพบหลินไห่หรู นางจะ
หิ้วขนมแปั้งนํ้าผึ้งไปให้อีกฝั่ายสักกล่องหนึ่งเพื่อ
เป็นของกำนัล แม้ว่าหลินไห่หรูอาจจะไม่ชอบกิน
ก็ตาม
หลินไห่หรูเห็นอี๋หนิงมาก็ดีใจอย่างยิ่ง ให้สาวใช้
ยกแตงโมแช่เย็นที่เตรียมไว้ก่อนหน้ามาให้อี๋หนิง
กิน นางชี้นิ้วสั่งบ่าวหญิงชราให้ค้นห้องเก็บของ
จนฝุั่นเปรอะเปือนไปทั่วทั้งหน้า กระทั่งหากำไล
หยกมาให้อี๋หนิงได้นับสิบวงไม่สนว่าสีสันจะดีร้าย
เพียงใดก็โบกมือให้อี๋หนิงเอากลับไปให้หมด
ขณะที่หลินไห่หรูดื่มชาพักผ่อน อี๋หนิงก็ค่อย ๆ
เปิดดูทีละกล่อง
ด้านในมีกำไลหยกเนื้อนํ้าแข็งคู่หนึ่ง สีสันสวยงาม
ยิ่งนัก ต้องเป็นของชั้นเลิศแน่นอน ยังมีก้อนหยก
มันแพะสีขาวเนื้อเนียนลื่นมือ ไร้รอยตำหนิอีก
ก้อนหนึ่ง มีมูลค่ายิ่งกว่ากำไลหยก ของสองสิ่ง
นี้ลํ้าค่ามากที่สุด ทว่าของสิ่งอื่นก็ล้วนไม่ใช่ของ
ธรรมดา
อี๋หนิงร้องอุทานไม่ขาดปาก อดสงสัยในชาติ
ตระกูลของหลินไห่หรูไม่ได้ “ท่านแม่ ตระกูลท่าน
ทำอะไรกันแน่เจ้าคะ”
หลินไห่หรูตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ไม่มีอะไร ท่านปูั่
ข้าเคยค้าเกลือ ต่อมาก็ค้าขายผ้าไหมที่ซูโจว…
บัดนี้พี่ชายใหญ่ของข้าซึ่งก็คือลุงเจ้าได้เก็บเขี้ยว
เล็บซ่อนตัวแล้ว อย่างไรในตระกูลก็ไม่มีขุนนาง
ใหญ่ อย่าทำให้เอิกเกริกเกินไปจะดีกว่า ช่วงที่
ตระกูลของพวกเราเจริญรุ่งเรือง ร้านค้าในซูโจวก
ว่าครึ่งล้วนแซ่หลิน ผืนนานอกเมืองซูโจวต้องมี
สามส่วนเป็นของพวกเรา”
หลังจากได้ยินหลินไห่หรูกล่าวจบ อี๋หนิงก็แทบ
สะดุ้ง
นางรู้ว่าแม่เลี้ยงมีเงิน แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีภูมิหลัง
เช่นนี้!
ต่อไปนางก็คือคุณหนูแห่งตระกูลหลิน เมืองซูโจว
ตระกูลหลินทำการค้าในซูโจวมาหลายชั่วอายุคน
รํ่ารวยมหาศาลสถานะของชาวนาและพ่อค้าถูก
ควบคุมอย่างเข้มงวด แต่เพราะตระกูลทำการค้า
ได้อย่างเยี่ยมยอด สุดท้ายจึงมีคนได้รับตำแหน่ง
ขุนนาง ต่อมาก็ขึ้นเป็นรองเจ้ากรมกรมคลัง ถือว่า
เป็นคนแปลกพิกลคนหนึ่ง นางยังจำได้ว่าคนผู้นั้น
มีนามว่า…หลินเม่า!
นางจับมือหลินไห่หรู เอ่ยถามว่า “ท่านแม่
ตระกูลท่านมีคนที่มีนามว่าหลินเม่าหรือไม่”
หลินไห่หรูผงกศีรษะ ประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้า
รู้จักหลินเม่าด้วยหรือเขาเป็นบุตรชายคนเล็กของ
ลุงเจ้า นิสัยซุกซนอย่างยิ่ง วัน ๆ เอาแต่ขี่ม้าชนไก่
ทำให้ปั้าสะใภ้เจ้าปวดหัวนัก พรํ่าด่าเขาไม่หยุด
พอตีเขา เขาก็หัวเราะชอบใจไม่สนใจอันใด ปั้า
สะใภ้ของเจ้าแทบไม่อยากสนใจเขาแล้ว”
อี๋หนิงฟังจบก็ตะลึงจนตาค้าง นี่คือคนที่บีบบังคับ
ให้ขุนนางทั้งฝั่ายบุ๋นบู๊ต้องควักเงินบริจาคหลาย
แสนตำลึงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัย
พิบัติ ใต้เท้าหลิน หลินเม่าผู้ซื่อตรง ไม่ประจบ
สอพลอผู้ใด เปียมไปด้วยความเฉลียวฉลาดมาก
แผนการคนนั้นน่ะหรือ
นางยังจำได้ว่าหลินเม่ามีความสัมพันธ์อันดีกับ
หลัวเซิ่นหย่วน ดูเหมือนจะเป็นสหายรักเพียงคน
เดียวของเขา ที่แท้ก็มีต้นตอจากที่นี่
หลินไห่หรูพูดถึงหลานชายของตนต่อ “…ให้เขา
เรียนหนังสือ เขาก็ไม่ตั้งใจ ให้เขาเรียนรู้การค้า
เขาก็ไม่ยินยอม คราก่อนเขาทำให้ปั้าสะใภ้โมโห
มาก กล่าวว่าจะโยนมาที่เปั่าติ้งให้ข้าเลี้ยง”
อี๋หนิงคล้ายไม่อยากเชื่อ เหตุใดผู้ยิ่งใหญ่ต่างล้วน
มีชีวิตในวัยเยาว์ที่ไม่ค่อยปกตินัก
นางพยายามใคร่ครวญว่าตนจำผิดไปหรือไม่
ปีที่ปินซึ่งนางอาศัยอยู่ถูกทำลายเป็นปีจือเต๋อที่
สิบสี่ เป็นช่วงเวลายี่สิบปีหลังจากนี้ ขณะนี้เป็นปี
เฉิงผิงที่แปด ลู่เจียเสวียเพิ่งจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการ
ทหาร มีอายุยี่สิบแปดปี หลัวเซิ่นหย่วนอายุสิบ
หกปี ใต้เท้าหลินท่านนี้ก็น่าจะมีอายุใกล้เคียงกับ
หลัวเซิ่นหย่วน
อี๋หนิงถามถึงอายุของหลินเม่า หลินไห่หรูกล่าว
เพียงว่าน่าจะประมาณสิบสี่สิบห้า อายุที่แน่ชัด
นางไม่ชัดเจน
สำหรับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า แม้อี๋หนิงจะรู้
แต่ก็ไร้ความสามารถที่จะเข้าไปก้าวก่าย บางทีใต้
เท้าหลินท่านนี้อาจจะยังอยู่ในช่วงวัยขบถ นาง
ไม่ได้ถามสิ่งใดให้มากความอีก เพียงกอดกำไล
หยกและก้อนหยกไว้ในอ้อมแขน บอกลาหลินไห่
หรูแล้ววิ่งกลับไป
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเห็นนางวิ่งหอบกำไลหยกกลับมา
จำนวนมากก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ให้สาว
ใช้รีบช่วยอี๋หนิงบันทึกลงในบัญชี เพื่อไม่ให้นาง
เอาไปเล่นจนหล่นหายในภายหลัง เพราะสิ่ง
เหล่านี้มีมูลค่าไม่ธรรมดา
อี๋หนิงรู้สึกเหมือนตนเก็บโชคใหญ่ได้ กระทั่งยาม
นอนก็ยังยิ้ม เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมาก็ยังเปิดลิ้นชัก
เล็ก ๆ ออกมาดู
ตอนที่หลินไห่หรูเข้ามาคารวะ ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวก็
พูดกับนาง “สิ่งของลํ้าค่าเหล่านั้น เจ้ายังกล้า
มอบให้นางส่งเดช นางอายุยังน้อย หากทำหล่น
หายไปจะทำอย่างไร!”
หลินไห่หรูตอบอย่างไม่แยแส “เก็บไว้ที่ข้าก็ไม่ได้
ใช้ ข้ายังรังเกียจที่มันกินพื้นที่ อี๋หนิงทำหายก็ช่าง
เถิด ซื้อให้นางใหม่ก็ใช้ได้แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัวทั้งฉุนเฉียวทั้งขบขัน มองเจ้าตัว
เล็กประคองกำไลหยกราวกับคนหลงใหลใน
สมบัติ ก็รู้สึกไม่ดีหากจะให้นางส่งของคืน
อี๋หนิงหยิบก้อนหยกขาวมันแพะขึ้นมา คิดจะทำ
ปั้ายหยกอันหนึ่งให้หลัวเซิ่นหย่วน
เขาใช้ปั้ายหยกสีเขียวอันหนึ่งมานานหลายปี
สีสันธรรมดา คราก่อนนางเคยตั้งใจพินิจมอง ก็
พบว่าปั้ายหยกอาจเคยตกหล่นมาแล้ว บนนั้นจึง
มีรอยแตกร้าว
หยกขาวมันแพะดูเหมาะสมกับบุคลิกของพี่ชาย
สาม!
เมื่อทำเสร็จก็น่าจะประจวบเหมาะกับเวลาที่
พี่ชายสามกลับมาจากการสอบคัดเลือกระดับ
มณฑลพอดี นางสามารถมอบให้เขาได้ อี๋หนิง
คิดถึงตรงนี้ยามบ่ายก็ให้เสวี่ยจือไปหาช่าง
แกะสลักหยกมาคนหนึ่ง ช่างแกะสลักหยกวัยชรา
ไว้เคราสีขาวยาว เมื่อกำหยกไว้ในมือเพื่อทำการ
ประเมินก็ดูตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่ยอมละมืออยู่นาน
นี่คือหยกคุณภาพชั้นเยี่ยม!
เขาถามอี๋หนิงว่าอยากได้เป็นลวดลายอะไร อี๋หนิง
คิดอยู่ค่อนวันก็ยังตัดสินใจไม่ได้
ลวดลายฮกลกซิ่วธรรมดาเกินไป มิสู้ทำเป็นรูป
สัตว์มงคล แต่พวกมังกรหงส์ก็พบได้ดาษดื่น เมื่อ
อี๋หนิงตัดสินใจได้ก็เอ่ย “เช่นนั้นก็แกะเป็นลายปี
เซียะ[3] เถอะ!”
ทั้งสามารถปัดเปั่าวิญญาณชั่วร้ายและดึงดูดความ
มั่งคั่ง เป็นสิ่งมงคลมาก
ช่างแกะสลักหยกติดต่อคบหากับตระกูลหลัวมา
ช้านาน อี๋หนิงจึงวางใจที่จะมอบหยกให้เขา เขา
รับหยกแล้วเก็บไว้ในกล่องอย่างนอบน้อม ก่อน
จะถอยออกไป
สาวใช้เข้ามารายงานฮูหยินผู้เฒ่าหลัวว่าพวก
คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว
พวกเขาติดตามหลัวเฉิงจางไปคารวะผู้ตรวจการ
ซ่ง ผู้ตรวจการซ่งชื่นชมหลัวหวยหย่วนไม่ขาด
ปาก กล่าวว่าจะต้องผ่านการคัดเลือกได้อย่างไม่มี
ปัญหา เฉินซื่อดีใจเหลือล้น ให้คนส่งภาพอักษร
มงคลไปให้ผู้ตรวจการซ่งหลายภาพ
หลังจากพวกหลัวหวยหย่วนทั้งสามคนกลับมา
เฉินซื่อและหลินไห่หรูก็ตามมา
พรุ่งนี้พวกเขาต้องออกเดินทางไปก้งย่วนเพื่อเข้า
ร่วมการสอบคัดเลือกระดับมณฑล ทุกคนจึงมา
กล่าวลาฮูหยินผู้เฒ่าหลัว
เฉินซื่อมองบุตรชายที่รูปร่างงามสง่าดุจหยก บัดนี้
หลัวหวยหย่วนเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว นางอด
กล่าวอย่างตื้นตันไม่ได้ “เจ้าเป็นบุตรชายคนโต
ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องชายรองและ
น้องชายสาม ครานี้ต้องสอบผ่านกลับมาให้ได้ ใน
ภายหน้าน้องชายรองและน้องชายสามจะได้
รับคำชี้แนะจากเจ้า ตระกูลหลัวยังคาดหวังที่จะ
เจริญรุ่งเรืองเพราะเจ้า”
เฉินซื่อไม่ได้คิดเลยว่าหลัวเซิ่นหย่วนจะผ่านการ
สอบคัดเลือกแม้แต่น้อย กระทั่งความน่าจะเป็นก็
ยังไม่มี แม้หลัวเซิ่นหย่วนจะถูกหลินไห่หรูรับเป็น
บุตรสายตรงแล้ว ทว่าอย่างไรก็ถือกำเนิดจากอนุ
จะก้าวหน้าได้สักเพียงใด
ครานี้หลัวซานหย่วนตัดสินใจจะไปสอบเป็นเพื่อน
พี่ใหญ่เท่านั้น เขาตระหนักถึงความสามารถของ
ตนดี หากจะให้ผ่านการคัดเลือกก็เป็นเรื่องยาก
ดังนั้นเมื่อท่านแม่ดึงมือพี่ใหญ่ไปสั่งกำชับโดย
ไม่ได้พูดสิ่งใดกับเขา เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
หลินไห่หรูมองหลัวเซิ่นหย่วน ในใจคิดว่าอย่างไร
ตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นบุตรชายของนางแล้ว เฉิน
ซื่อดึงบุตรชายของตนไปสั่งกำชับ หรือนางเองก็
ควรสั่งกำชับหลัวเซิ่นหย่วนสักสองสามประโยค
เช่นกัน ทว่าจะพูดอะไรดีเล่า
หลินไห่หรูมองหลัวเซิ่นหย่วนครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย
ด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น“เซิ่นหย่วน ครานี้หากไม่
ผ่านการคัดเลือกก็ไม่เป็นไร สอบสักสองสามครั้ง
ก็ได้แล้ว”
อี๋หนิงซึ่งกำลังดื่มนํ้าแกงกุ้ยจือ[4] เกือบสำลัก
เพราะคำพูดของหลินไห่หรู
นางไอสองสามที เสวี่ยจือรีบเข้ามาลูบหลังให้นาง
“เหตุใดเจี่ยเอ๋อร์ถึงได้รีบร้อนดื่มนักเล่า! ระวังจะ
สำลักเอานะเจ้าคะ”
หลัวเซิ่นหย่วนมองหลินไห่หรู ก่อนจะหันไปมอง
อี๋หนิงที่ไอไม่หยุดสุดท้ายก็หันกลับมายิ้มบาง
พลางเอ่ย “ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านแม่ที่
กำชับ”
อี๋หนิงถึงได้หายใจคล่องขึ้น ในใจคิดว่าคราหน้า
นางห้ามดื่มนํ้าแกงขณะที่หลินไห่หรูกำลังจะพูด
อะไร
หลินไห่หรูรู้สึกประหลาดใจ นางก็กล่าวได้ถูกต้อง
มิใช่หรือ หากสอบไม่ผ่านก็สอบหลาย ๆ ครั้งก็สิ้น
เรื่อง อย่างไรก็ต้องมีวันที่โชคบันดาล หากโชคไม่
ดีก็แค่กลับมาอ่านหนังสือต่อ นางทาบมือลงบน
มือของอี๋หนิง ถามเสียงตํ่าเบา “ข้าพูดผิดไป
หรือ”
อี๋หนิงใจกระตุก วางถ้วยชาลง “ท่านแม่กล่าวได้
ถูกต้อง ไม่ต้องกังวลพี่ชายสามคงไม่ใส่ใจหรอก
เจ้าค่ะ”
เฉินซื่อยิ้มพลางปิดฝาถ้วยชา แม้นางจะคิดว่า
หลินไห่หรูพูดจาโผงผางแต่ก็ไม่เป็นไร บัดนี้ความ
สนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่การสอบระดับมณฑล
ของบุตรชาย เรื่องอื่นนางไม่สนใจ เพียงแค่หลัว
หวยหย่วนผ่านการคัดเลือกก็ไม่ต้องกลัวว่าฮูหยิน
ผู้เฒ่าจะแสดงสีหน้าไม่ดีใส่นางแล้ว
——————–
[1] เรือนเอ้อร์จิ้นเยวี้ยน เป็นเรือนที่มีประตูสอง
ชั้น โดยต้องเดินผ่านประตูแรกก่อนที่จะเดินไปยัง
ประตูที่สองเพื่อเข้าสู่ตัวเรือนด้านใน
[2] ต้นเถิงหลัว คือต้นวิสทีเรีย
[3] ปีเซียะ คือสัตว์มงคลของจีน มีลักษณะของ
สัตว์ห้าชนิดรวมกัน คือ มังกร นกอินทรีสิงโต
กวาง และแมว
[4] นํ้าแกงกุ้ยจือ ประกอบด้วยกุ้ยจือ เสาเย่า
กานฉ่าว เซิงเจียง และต้าจ่าว ช่วยปรับสมดุล
รักษาภาวะโรคพร่องภายนอกกระทบลมเย็น