Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 55

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 55
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

อากาศเพิ่งอุ่นขึ้นได้ไม่นาน หลินไห่หรูกำลังสั่ง

สาวใช้ให้ปัดกวาดห้องนี้ใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนม่าน

เป็นม่านไม้ไผ่ เปลี่ยนหมอนอิงปรุลายดอกไม้บน

ตั่งไม้ นางวางแผนจะเปลี่ยนข้าวของทุกอย่างใน

ห้องของอี๋หนิงในคราวเดียวสิ่งของที่เคย

ตระเตรียมไว้ให้อี๋หนิงถึงเวลาที่จะเอาออกมาใช้

แล้ว อีกด้านมีบ่าวหญิงชราเดินผ่านระเบียงเข้า

มาส่งข่าวด้วยความดีใจ

“ฮูหยิน คุณชายญาติผู้พี่ทั้งสองของเจี่ยเอ๋อร์

มาถึงหน้าประตูแล้วเจ้าค่ะ!”

หลินไห่หรูจิบชา เอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “มิใช่

พี่สะใภ้ส่งหลินเม่ามาคนเดียวหรอกรึ เหตุใดยังมี

ผู้อื่นอีก”

พี่สะใภ้เขียนจดหมายให้นางหลายฉบับ ยกย่อง

พรรณนาสำนักศึกษาของตระกูลหลัวเสียจนเลิศ

เลอ จุดประสงค์มิใช่มีเพียงข้อเดียวหรอกหรือนั่น

คืออยากจะจับบุตรชายตัวน้อยห่อใส่สัมภาระ

แล้วยัดเยียดมาให้นาง ได้ยินว่าเขาไม่อาจอยู่ที่ห

ยางโจวได้อีกแล้ว ครั้งก่อนเขาเล่นแร่แปรธาตุจน

ทำให้เกิดเพลิงไหม้ เสียหายไปกว่าครึ่งถนน ท่าน

ผู้เฒ่าหลินโมโหจนถือไม้เท้าวิ่งไล่ตีเขาแม้ตระกูล

หลินจะชดใช้แล้ว แต่ยามนี้หากเขาจะไปไหนมา

ไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีก มิเช่นนั้นหลินเม่าจะยอม

ไปจากหยางโจวหรือ ที่หยางโจวเขาเป็นดุจอ๋อง

เจ้าถิ่น มาที่เปั่าติ้งต้องถูกมัดมือเท้า ไม่อาจ

แผลงฤทธิ์ได้ง่าย ๆ อีกต่อไป

หลินไห่หรูเองก็รู้สึกว่าหลินเม่าเป็นตัวสร้างปัญหา

เดิมนางไม่อยากตอบรับ แต่เขากลับบอกว่ามา

เพื่อร่วมดื่มฉลองงานมงคล เช่นนี้แล้วนางจะพูด

อะไรได้อีก

“เป็นคุณชายญาติผู้พี่กู้จากตระกูลกู้เจ้าค่ะ” บ่าว

หญิงชรายังคงยิ้มแย้ม“ระหว่างทางคุณชายญาติ

ผู้พี่หลินพบกับคุณชายญาติผู้พี่ตระกูลกู้โดย

บังเอิญทั้งสองคนจึงเดินทางมาพร้อมกันเจ้าค่ะ”

คุณชายญาติผู้พี่กู้ เช่นนั้นก็เป็นญาติผู้พี่ของอี๋หนิง

โดยตรง

หลินไห่หรูเคยได้ยินมานานแล้ว ว่าท่านผู้เฒ่ากู้

แห่งตระกูลกู้เคยเป็นราชครูของฮ่องเต้องค์

ปัจจุบัน ในเจินติ้ง ตระกูลกู้ถือเป็นตระกูลขุนนาง

ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพียงจามครั้งเดียวก็ทำให้เมืองเจิน

ติ้งต้องสั่นสะเทือนไปสามหนท่านลุงใหญ่ของอี๋ห

นิงยังเป็นถึงรองเสนาบดีกรมโยธา กล่าวกันว่า

ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากเก๋อเหล่าหลายท่าน

ทันใดนั้นหลินไห่หรูก็ตื่นตระหนกโดยพลัน เหตุใด

คนของตระกูลกู้ถึงมาด้วยเล่า! เช่นนั้นนางต้อง

ต้อนรับขับสู้ให้ดี ห้ามให้คุณชายตระกูลกู้รอนาน

หลินไห่หรูเปลี่ยนท่าทีในบัดดล ให้บ่าวหญิงชรา

ไปสั่งห้องครัวให้จัดเตรียมอาหารให้มากหน่อย

ก่อนจะไปบอกกล่าวอี๋หนิง คราแรกนางยังหลง

นึกว่าหลินเม่ามาเพียงลำพัง จึงไม่มีแผนการจะ

ปันหน้าดี ๆ ให้เจ้าตัวร้ายผู้นั้นดู

อี๋หนิงนอนพักผ่อนอยู่บนตั่งไม้ เพราะบ้านหลัก

กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานแต่งจึงให้

อาจารย์หยุดพักหนึ่งเดือน นางจึงว่าง

นางวางแผนจะนอนหลับสักตื่น เมื่อคืนนางฟัง

หลัวอี๋ซิ่วพรํ่าบ่นหลัวอี๋อวี้อยู่นานค่อนคืน เหนื่อย

ล้าจนสัปหงก

เพิ่งจะห่อตัวในผ้านวมก็ได้ยินเสียงเสวี่ยจือกล่าว

ว่าญาติผู้พี่ทั้งสองของนางมาถึงแล้ว เสวี่ยจือเดิน

เข้ามาดึงผ้าห่มออก ให้นางรีบไปที่ห้องหลัก

อี๋หนิงสะลึมสะลือครุ่นคิด เป็นญาติผู้พี่ที่มาจากที่

ใดกัน

อี๋หนิงถูกเสวี่ยจือลากตัวขึ้นมาสางผม วันที่เพิ่ง

ออกจากช่วงฉูฝูหลินไห่หรูก็ขนเครื่องประดับอัญ

มณีมาไว้ที่ห้องนางมากมายจำนวนหลายกล่อง

เห็นได้ชัดว่าหลินไห่หรูอดกลั้นมานานเพียงใด

เรื่องการยัดของเข้าห้องอี๋หนิงมีความ

กระตือรือร้นอันผิดปกติวิสัย

เสวี่ยจือเลือกหวีเสียบผมไข่มุกอันหนึ่งให้อี๋หนิง

ก่อนจะพานางไปยังห้องหลัก

ด้านนอกห้องหลักมีทางเดินริมนํ้า ระหว่าง

ทางเดินมีศาลาหลังหนึ่งทัศนียภาพ ณ สถานที่

แห่งนี้งดงามมากที่สุด บนผิวทะเลสาบมีระลอก

คลื่นใสดอกบัวเล็กตูมปลายแหลม ไกลออกไป

เล็กน้อยเป็นชั้นไม้ประดับสีขาวชมพูเมื่อถึงช่วง

ฤดูคิมหันต์อากาศจะยิ่งเย็นสบาย อี๋หนิงยังเดินไม่

ถึงห้องหลักก็สังเกตเห็นว่าในศาลามีคนสองคน

ยืนอยู่ คล้ายกำลังเหม่อมองไปไกล

หนึ่งในนั้นเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็หันหน้า

กลับมา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย คิ้ว

เรียวยาว ดวงตาหงส์งดงาม ทว่ากลับสวมชุดคลุม

เต้าผาว[1] ที่ดูประหลาดชอบกล ครั้นเห็นอี๋หนิง

ที่ยืนอยู่ไกล ๆ ก็ยิ้มให้ก่อนหันหน้ากลับไป

เพียงชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว อี๋หนิงก็จำได้ทันทีว่า

เป็นหลินชิงเทียน[2]

เขาเคยหลอกให้ขุนนางทั้งฝั่ายบุ๋นและบู๊ต้องควัก

เงินบริจาคเกือบล้านตำลึงเพื่อช่วยบรรเทาความ

ทุกข์เข็ญจากภัยพิบัติ ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือจากการ

รบเพียงครั้งเดียว อี๋หนิงเคยพบเขาครั้งหนึ่ง

คนอีกผู้หนึ่งร่างสูงตระหง่านดุจหยก สวมกวาน

หยกเกล้าผม เพียงแผ่นหลังก็ดูหล่อเหลาสง่าผ่า

เผย คล้ายเขากำลังเหม่อมองทิวทัศน์จนล่องลอย

ไม่ผินหน้ามาแม้แต่น้อย

ระยะห่างไกลเกินไป อี๋หนิงไม่ได้ตะโกนเรียกพวก

เขา นางเดินเข้าไปในห้องหลักก่อน ประจวบ

เหมาะกับเฉียวอี๋เหนียงกับหลัวอี๋เหลียนเข้ามา

คารวะหลินไห่หรูพอดี บัดนี้เซวียนเกอร์อายุหก

ขวบ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงหลายปีมานี้เขารู้จัก

รักษากฎระเบียบเป็นอย่างดี เรียกขานอี๋หนิง ‘พี่

หญิงเจ็ด’หลัวอี๋เหลียนซึ่งอายุสิบสามปีดูอรชร

บอบบาง ดวงหน้างดงามขาวเพริศพริ้งดวงตาทั้ง

คู่กระจ่างดุจธารนํ้าในสารทฤดู ทำให้ผู้คนตรา

ตรึงใจ ตั้งแต่ถูกชิงชวี่รักษาอาการที่พร้อมจะหมด

สติได้ทุกเมื่อในครานั้น สีหน้าก็ดูแดงเรื่อขึ้นไม่

น้อย ทุกมื้อกินข้าวได้ถึงสองถ้วย แต่กลับไม่อ้วน

ขึ้นสักนิด ทำให้อี๋หนิงที่กินมากขึ้นเพียงเล็กน้อยก็

อ้วนขึ้นทันทีต้องอิจฉา

เมื่อมองหลัวอี๋เหลียนในวัยดรุณีก็เข้าใจถึงสาเหตุ

ที่หลัวเฉิงจางไม่อาจสะกดกลั้น ต้องเลี้ยงดูเฉียว

เยว่ฉานไว้ข้างกายแล้ว

ในแง่ของความงามเพียงอย่างเดียว หลัวอี๋เหลียน

ถือว่างดงามกว่าหลัวอี๋อวี้ สำหรับอี๋หนิง แม้

รูปร่างจะเริ่มเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน ทว่าใบหน้า

กลับยังมีแก้มไขมันของเด็กน้อย จึงมองดูน่ารักไร้

เดียงสา แต่นางเคยได้ยินว่ากู้หมิงหลาน มารดา

บังเกิดเกล้าของเสี่ยวอี๋หนิงเป็นโฉมงามสะคราญ

คิดแล้วนางก็คงไม่ยํ่าแย่สักเท่าไร

หลัวอี๋เหลียนยกถ้วยนํ้าแกงเห็ดหูหนูขาวขึ้นดื่ม

หางตาชำเลืองเห็นว่ามีคนสองคนกำลังเดินเข้ามา

ผู้ที่เดินนำอยู่ด้านหน้ามีดวงตาหงส์คู่หนึ่ง แม้นไม่

ยิ้มก็เหมือนกำลังยิ้มมองดูเข้าถึงได้ง่าย สวมเต้า

ผาวทั้งร่าง ส่วนอีกคนสง่าผ่าเผย สวมกวานหยก

เกล้าผม หล่อเหลาสดใส สวมเสื้อคลุมสีฟั้าอ่อน

ไพล่มือไว้ด้านหลัง

หลินไห่หรูคลี่ยิ้มพลางเชิญคุณชายที่อยู่ด้านหลังผู้

นั้นมาด้านหน้าเอ่ยปากถามอย่างกระตือรือร้น

“ท่านนี้คือคุณชายสี่กู้ใช่หรือไม่ ข้าไม่เคยพบท่าน

มาก่อน วันนี้ได้พบแล้ว ดูเป็นคนมีความสามารถ

ปราดเปรื่องจริง ๆเดินทางมาไกลคงเหนื่อยแล้ว

กระมัง”

คุณชายชุดคลุมสีฟั้าอ่อนผู้นั้นตอบอย่างนุ่มนวล

“ท่านน้าไม่ต้องเกรงใจไป เรียกข้าว่าจิ่งหมิงก็ได้

ขอรับ”

หลินเม่าที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวเสียงเอื่อยเนิบ

“ท่านอาหญิง ท่านลำเอียงเกินไปแล้วกระมัง!

หลานชายแท้ ๆ ของท่านก็เหนื่อยแล้วเช่นกันเหตุ

ใดจึงไม่ไถ่ถามสักประโยค”

หลินไห่หรูถลึงตามองเขา “เจ้าหุบปากเสีย ทำให้

ตระกูลต้องสูญเสียเงินทองไปมากมายเพียงนั้นยัง

กล้าเอ่ยปากอีก!”

กู้จิ่งหมิงหลุดหัวเราะเบา ๆ ขับให้ดูหล่อเหลา

อ่อนโยนยิ่งขึ้น “ข้าเดินทางมาพร้อมญาติผู้พี่หลิน

ต้องรบกวนท่านน้าแล้ว”

“ไม่รบกวน ไม่รบกวน” เมื่อหลินไห่หรูมองกู้จิ่งห

มิงก็อารมณ์ดี นางมองคุณชายบ้านอื่นว่าเติบโต

มาอย่างไร แล้วหันไปมองหลินเม่าที่ไม่เข้าทีของ

นางคนนั้น เหตุใดนางถึงไม่มีหลานชายแท้ ๆ ที่

เหมือนกับกู้จิ่งหมิงเล่า!ยิ่งหลินไห่หรูพินิจกู้จิ่งหมิง

ก็ยิ่งพึงพอใจ อยากจับเขามาเป็นหลานชายแท้ ๆ

ของตน

หลินไห่หรูนึกถึงอี๋หนิงขึ้นมา จึงชี้มาที่นางซึ่ง

กำลังนั่งสัปหงก กล่าวด้วยรอยยิ้ม “จิ่งหมิง ญาติ

ผู้น้องของเจ้าอยู่นี่แล้ว”

อี๋หนิงง่วงงุนเกินสะกดกลั้น พิงตัวกับพนักแขน

เมื่อได้ยินหลินไห่หรูเรียกชื่อจึงเงยหน้าขึ้น

จากนั้นก็เห็นคุณชายอายุราวสิบห้าสิบหกคนหนึ่ง

กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า รูปลักษณ์หล่อเหลายิ่ง อี๋ห

นิงกำลังมึนงงไม่ทันได้สติหลินไห่หรูเห็นดังนั้นก็

ร้อนใจ “อี๋หนิง นี่คือญาติผู้พี่หมิงของเจ้าอย่างไร

เล่า!”

หลัวอี๋หนิงซึ่งกำลังสัปหงกถึงได้ฝืนตื่นขึ้น ทักทาย

เรียกญาติผู้พี่หมิงอย่างเชื่อฟังคำหนึ่ง

เมื่อเรียกเสร็จ นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

นางจำได้ว่าหลินไห่หรูเคยพูดว่า คุณชายสี่ของ

ตระกูลกู้เป็นเด็กอ้วน แล้วเหตุใดจึงหล่อเหลา

เหนือสามัญเช่นนี้…

“ญาติผู้น้องอี๋หนิง ไม่พบกันนาน” กู้จิ่งหมิงยิ้ม

พลางก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ท่านปั้าสะใภ้ของเจ้า

คิดถึงเจ้านักจึงให้ข้ามาเยี่ยมเจ้า”

อี๋หนิงเพิ่งได้สติ ท่านนี้คือคุณชายสี่แห่งตระกูลกู้

เป็นญาติผู้พี่แท้ ๆของนาง

“ท่านนี้คือญาติผู้น้องอี๋หนิงหรือ” หลินเม่าที่อยู่

ด้านข้างเอ่ยถาม มองนางอยู่นานก่อนกล่าวเนิบ

ช้า “ได้ยินร้อยครั้งไม่เท่าตาเห็นสักครั้ง”

มุมปากอี๋หนิงกระตุก นางยืนขึ้น “ขอบคุณ

สำหรับคำชมเชยของญาติผู้พี่เม่า”

“เจ้ารู้ว่าข้าคือหลินเม่าหรือ” หลินเม่ายิ้มพลาง

เอ่ยถามนาง

อี๋หนิงผงกศีรษะช้า ๆ คลี่ยิ้มเอ่ย “ได้ยินร้อยครั้ง

ไม่เท่าตาเห็นสักครั้ง”

หลินเม่ามองใบหน้ารูปไข่กลมมนของนาง ดวงตา

เมล็ดซิ่งใสกระจ่างงดงาม ปลายหางคิ้วมีไฝแดง

เม็ดเล็ก ดูน่ารักน่าชังยิ่งนักจนเขาเริ่มคันไม้คันมือ

เขามีนิสัยที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง นั่นคือชอบสิ่งของ

น่ารัก ๆ ในบ้านยังเลี้ยงสุนัขพันธุ์จิ่งปา[3] หลาย

ตัว เมื่อเห็นของน่ารัก ๆ ก็อยากเข้าไปบีบขยำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของที่มองแล้วสามารถบีบ

ขยำได้ง่าย

หลินเม่าสะกดกลั้น เอามือไพล่หลัง สาวน้อยอายุ

ไม่น้อยแล้ว จะยอมให้เขาบีบขยำได้อย่างไร

แต่เขาอยากบีบจริง ๆ นี่…ไม่รู้นางจะร้องไห้

หรือไม่

หลินไห่หรูไม่รู้ว่าหลานชายตนกำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อเห็นเขาไม่พูดก็เขยิบตัวไปด้านข้าง ปรายตา

มองเขาคราหนึ่ง ตลอดระยะเวลาสองแม่ลูกเฉียว

อี๋เหนียงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทว่าสายตาของหลัวอี๋

เหลียนจับจ้องอยู่ที่กู้จิ่งหมิงไม่ขยับไปที่ใด กระทั่ง

นํ้าแกงเห็ดหูหนูขาวก็ยังลืมดื่ม

“ท่านนี้คือเฉียวอี๋เหนียงในจวน ยังมีคุณหนูหกอี๋

เหลียน” หลินไห่หรูแนะนำสองแม่ลูกเฉียวอี๋

เหนียงกับหลัวอี๋เหลียนให้กู้จิ่งหมิงรู้จัก

กู้จิ่งหมิงผงกศีรษะให้หลัวอี๋เหลียนเล็กน้อย เอ่ย

ทักทายเบา ๆ“คุณหนูหก”

“ญาติผู้พี่หมิงไม่ต้องเกรงใจ เรียกข้าญาติผู้น้อง

เถิดเจ้าค่ะ” หลัว-อี๋เหลียนลุกขึ้นยอบกาย แววตา

ที่มองกู้จิ่งหมิงดุจระลอกคลื่นในสารทฤดู

นางจะไม่รู้จักคุณชายสี่แห่งตระกูลกู้ท่านนี้ได้

อย่างไร กู้จิ่งหมิงเป็นบุตรชายสายตรงคนเดียว

ของท่านปั้าสะใภ้ใหญ่ของอี๋หนิง ชาติกำเนิดสูง

ศักดิ์แกนรากตระกูลของตระกูลกู้หยั่งลึกกว่า

ตระกูลหลัว ได้ยินว่าท่านผู้เฒ่ากู้ให้ความสำคัญ

กับหลานชายสายตรงคนนี้ยิ่งนัก วางไว้ข้างกาย

อบรมบ่มเพาะด้วยตนเอง กู้จิ่งหมิงเองยังเป็น

เพื่อนเรียนขององค์รัชทายาท…คาดไม่ถึงว่าจะมี

รูปโฉมหล่อเหลาเหนือสามัญ ทั้งยังอ่อนโยนรู้จัก

มารยาทเช่นนี้

หลินไห่หรูได้ยินก็ลอบยิ้มหยันในใจ เห็นได้ชัดว่า

กู้จิ่งหมิงต้องการขีดเส้นความสัมพันธ์ชัดเจน ทว่า

นางกลับเรียกขานเขาว่าญาติผู้พี่

หลินไห่หรูให้พวกหลินเม่าไปพักผ่อนก่อน รอจน

หลัวอี๋เหลียนและเฉียวอี๋เหนียงจากไปแล้ว นางถึง

ได้ดึงอี๋หนิงมาพูดคุย “ญาติผู้พี่หลินเม่าของเจ้า

เป็นคนไม่เข้าทีนัก ยามปกติเจ้าก็อย่าได้ไปเล่น

กับเขา ส่วนญาติผู้พี่หมิงของเจ้า แม่เห็นว่าเขา

อ่อนโยนมีมารยาท ดูโดดเด่นเหนือสามัญทั่วไป”

มุมปากอี๋หนิงกระตุก ท่าทีที่แม่เลี้ยงมีต่อญาติผู้พี่

สองคนนี้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมอง

ท่าทางชื่นชมยกย่องของนางก็ประหนึ่งแทบทน

ไม่ไหวอยากได้กู้จิ่งหมิงมาเป็นหลานชายแท้ ๆ

ของตน

นางตบหลังมือหลินไห่หรูเบา ๆ เอ่ยปลอบ

ประโลม “ท่านแม่ อันที่จริงญาติผู้พี่เม่าก็โดดเด่น

เช่นเดียวกัน”

หลินไห่หรูเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว “เหมยเจี่ยเอ๋อร์

เจ้าไม่รู้ว่าระยะนี้เขาหลงใหลการเล่นแร่แปรธาตุ

เพียงใด ที่หยางโจวเขาเผาร้านค้าไปไม่น้อยกว่า

สิบร้าน ปั้าสะใภ้ของเจ้าถึงได้ส่งเขามาหาแม่ที่นี่

เพื่อรับการอบรมสั่งสอนเมื่อครู่แม่กำชับให้บ่าว

หญิงชราไปตรวจดูเป็นพิเศษ ครั้งนี้เขาขนเตาเผา

มาด้วย แขวนอยู่ที่ด้านหลังรถม้า แม่ต้องหาคน

โยนทิ้งไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดเรื่องขึ้นจะไม่มี

ผู้ใดคอยเก็บกวาดให้เขา”

อี๋หนิงได้ยินก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ใต้เท้า

ท่านนี้ยามเยาว์ช่างพยศเหลือเกิน นางไม่เข้าใจ

เลยจริง ๆ

หลินไห่หรูลงมือว่องไว กล่าวว่าจะทำก็ลงมือทันที

สั่งให้รุ่ยเซียงกับบ่าวหญิงชราอีกหลายคนไป

จัดการเตาเผาของหลินเม่า

เมื่ออี๋หนิงเห็นว่าไม่มีเรื่องของนางแล้วก็กลับไป

นอนหลับชดเชยเวลานอน หากนางนอนไม่พอ

ปฏิกิริยาตอบสนองจะไม่ค่อยว่องไว มักง่วงงุนมึน

งงอยู่เสมอ

ทางด้านหลินเม่า เขากำลังพินิจที่พำนักใหม่ หลิน

ไห่หรูจัดสรรให้พวกเขาอยู่ที่เรือนไผ่ด้านนอก สี่

ทิศห้อมล้อมไปด้วยปั่าไผ่เขียวชอุ่ม เงียบสงบร่ม

รื่น บ่าวรับใช้ที่ติดตามกู้จิ่งหมิงกำลังจัดเก็บข้าว

ของ ส่วนกู้จิ่งหมิงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านอยู่

ด้านข้าง

“เกรงว่าเจ้าคงจะรักษาเตาเผาของเจ้าไว้ไม่ได้

แล้ว” กู้จิ่งหมิงมองข้าวของที่ถูกเคลื่อนย้ายเข้า

มา สิ่งเดียวที่หายไปคือเตาเผา เขากล่าวด้วย

รอยยิ้ม “เจ้าก็อย่าทำอีกเลย คัมภีร์โบราณกล่าว

ไว้ว่า ยาวิเศษจำนวนมากมักมีพิษ กินใช้เข้าไปจะ

เป็นการทำร้ายร่างกาย”

หลินเม่ามองเขาด้วยท่าทางตกตะลึง “เจ้าเข้าใจ

ว่าข้าทำเพื่อเอามากินเองหรือ”

กู้จิ่งหมิง “…”

หลินเม่ามองการตกแต่งภายในห้อง กล่าวกับกู้

จิ่งหมิง “ข้าว่าคุณหนูหกผู้นั้นคล้ายจะสนใจเจ้า”

กู้จิ่งหมิงยิ้ม เอ่ยเสียงราบเรียบ “ข้ากลับไม่รู้สึก

ครานี้ที่มา ประการแรกเพราะได้รับการไหว้วาน

จากท่านแม่ให้มาเยี่ยมญาติผู้น้องอี๋หนิง ประการ

ที่สองเพื่อพบหลัวเซิ่นหย่วน เกรงว่าเจ้าคงต้อง

รู้สึกเบื่อแล้ว”

“ข้าไม่มีอะไรให้เบื่อ” หลินเม่าโบกมือ พลันคิดถึง

แก้มนุ่มนิ่มของอี๋หนิง

…เขายังอยากบีบขยำอยู่เลย จะทำอย่างไรดี

——————–

[1]ชุดคลุมเต้าผาว เป็นชุดคลุมที่มีลักษณะคล้าย

กับที่นักพรตลัทธิเต๋าชอบสวม

[2] ชิงเทียน หรือที่รู้จักในนามใต้เท้าเปา ถือเป็น

ขุนนางเถรตรง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพี่

น้อง ในที่นี้จึงหมายถึงหลินเม่าที่ต่อไปจะขึ้นเป็น

ขุนนางที่มีอุปนิสัยเถรตรง

[3] สุนัขพันธุ์จิ่งปา คือสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 55"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
11/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.